เฟิงเฉินส่งสายตามายังมู่ตานอย่างมีความนัย อะไรคือเตรียมการ เตรียมการของนางคืออะไร ที่ข้าพูดไปนางตีความหมายว่าสามารถอยู่ที่นี่ได้อย่างนั้นรึ เขาชักเริ่มงงงวย ความหมายในคำพูดของเขายังไม่ชัดพอหรือแท้จริงนางคือคนโง่งมกันแน่
“จริงหรือเ้าคะพี่ใหญ่” เด็กน้อยถามย้ำพร้อมกับมองเข้าไปในตาหวั่นไหวไม่แน่ใจคู่นั้นของพี่ชายตน
ตอนนี้เฟิงเฉินไม่รู้จะทำอย่างไรกับสถานการณ์ตรงหน้า หากปฏิเสธเห็นทีน้องสาวตัวดีคงจะโกรธไม่ยอมมองหน้าเขาอีกเป็เดือนแน่ แต่หากจะให้คนไม่มีหัวนอนปลายเท้าอย่างนางมาอาศัยอยู่ที่บ้าน ก็ไม่รู้ว่าต่อไปภายหน้าจะเป็อย่างไร
“พี่ใหญ่...” ปลายเสียงติดจะสั่นของเฟิงเออร์ราวกับจะเร่งเร้าขอคำตอบ
“อืม… อย่างนั้นก็ต้องดูก่อนว่าแม่นางมู่ตานจะสามารถเตรียมการได้ดีเพียงใด ไม่แน่ว่าพรุ่งนี้มะรืนนี้อาจทนความเป็อยู่ของพวกเราไม่ไหวก็เป็ได้” เฟิงเฉินหันไปสบตากับตัวต้นเหตุที่ตอนนี้ยืนขึ้นเต็มความสูงแล้ว
“ถึงตอนนั้นหวังว่าท่านจะไม่มาโทษพวกเราสองพี่น้องเล่า”
“ข้าจะโทษผู้ที่มีน้ำใจต่อข้าได้อย่างไร” นางมองตอบพร้อมกับส่งยิ้มหวานปานน้ำผึ้ง
รอยยิ้มนั้นหากเป็บุรุษทั่วไปยอมมองว่างดงาม แต่สำหรับเฟิงเฉินในยามนี้กลับเป็เหมือนน้ำผึ้งขม ภาวนาว่าให้นางเป็แค่หญิงสาวธรรมดาๆ ทั่วไป ไม่มีปมใดก่อนที่จะมาพบพวกเขาสองพี่น้องก็แล้วกัน แปลกที่เมื่อคิดได้อย่างนั้นขนแขนของเขาก็ลุกชูชันใช้มือลูบไล้อย่างไรก็ไม่ยอมแนบกลับลงไปสักที!
“งั้นเราต้องเตรียมการอย่างไรบ้างเ้าคะ” เด็กน้อยยิ้มถามด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้ว “พี่สาวโปรดสั่งมาได้เลย ข้ากับพี่ใหญ่จะได้รีบไปจัดหามาให้ หากไม่มีข้าจะได้ให้พี่ใหญ่ช่วยไปขอหยิบยืมจากเพื่อนบ้านมาเพิ่มเ้าค่ะ”
“สิ่งสำคัญที่ต้องเตรียมไม่ใช่ข้าวของเครื่องใช้หรอกเฟิงเออร์ หากแต่มันคือข้อมูลเกี่ยวกับตัวข้าเอง"
“ข้อมูลหรือเ้าคะ” เด็กน้อยเอียงคอถาม
"ถูกต้อง นับั้แ่พรุ่งนี้หากใครถามว่าพี่สาวคนนี้คือใคร เ้ากับพี่เฟิงเฉินต้องบอกว่า ข้าชื่อ มู่ตาน เป็ญาติที่เพิ่งเดินทางมาจากตอนใต้ จะมาขออาศัยอยู่กับพวกเ้าด้วยชั่วคราว ส่วนเื่การกินอยู่ ข้าสัญญาจะไม่อยู่นิ่งดูดายเอาเปรียบพวกท่านแน่นอน วันนี้ถึงแม้ข้าจักไม่มีเงินทองเป็ค่าตอบแทน แต่ข้าก็จะใช้แรงงานที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์ จะไม่เป็ภาระให้พวกท่านเหนื่อยหน่ายใจเป็แน่ ข้าขอสัญญา”
“แค่นี้เองหรือเ้าคะ เหตุใดจึงง่ายดายนัก” เด็กสาวเอียงคอสงสัย
“แล้วเหตุใดต้องทำให้เป็เื่ยากด้วยเล่า” นางลูบผมดำสลวยของเด็กน้อยอย่างเบามือ
คืนนั้นหลังช่วยทุกคนในบ้านเก็บโต๊ะอาหารเรียบร้อยแล้ว สองพี่น้องตระกูลเฟิงก็ช่วยกันนำของใช้ของมารดาออกมาจากหีบ นางไม่ใช่คนโง่งมที่จะดูไม่ออกว่าของทุกชิ้นล้วนมีค่าทางใจกับพวกเขามากเพียงใด การที่ทั้งคู่ยอมให้นางหยิบยืมใช้สอยก็นับว่าใจกว้างมากแล้ว แต่กระนั้นการยอมให้โอกาสกับคนที่ไม่รู้ที่มาที่ไปอย่างนางได้กินอิ่มนอนอุ่น ยิ่งทำให้นางรู้สึกว่าการข้ามชาติข้ามภพมาในครั้งนี้ก็ไม่ได้ใจร้ายกับนางเสียทีเดียว
.
.
.
แต่เดี๋ยวนะ…นอนอุ่นรึ! นางได้แต่ถอนใจทอดมองไปที่หน้าต่างบานน้อยซึ่งตอนนี้มีรูใหญ่สองรูด้วยความเหนื่อยหน่ายใจ จันทร์เ้าขา ขอข้าวของแกง ขอแหวนทองแดงผูกมือน้องข้า ขอข้าว ขอเงิน ขอข้าว ขอเงิน ขอข้าว ขอเงิน โอ้ยท่านตา! นางยังจำคำของท่านตาผู้นั้นได้ ไหนบอกหากข้ามประตูมาแล้วจะร่ำรวยอย่างไรเล่า แล้วนี่อันใดท่านลืมให้ทรัพย์สมบัติติดกายหรือแม้แต่ครอบครัวที่มั่งคั่งแก่ข้ามาด้วยหรือไม่ ข้าไม่ได้อยากชมจันทร์เต็มตาในเวลาเช่นนี้เข้าใจข้าหรือไม่!