กณิกนันท์ทำท่าคิด ...คิดตั้งนาน
“จำไม่ได้แล้วค่ะ” เธอตอบเสียงอู้อี้ก่อนตะแคงตัวหันหลังใส่เขาดื้อๆ ซุกมือเล็กประกบกันใต้หมอน พลางหลับตาพริ้ม
เขานึกเซ็งหน่อยๆ เพราะคืนนี้คงไม่ได้คำตอบแล้วเพราะยัยตัวดีหลับใส่เสียดื้อๆ ทิ้งให้เขาสงสัยใคร่รู้อยู่คนเดียว
ชายหนุ่มหันรีหันขวาง เพิ่งนึกออกว่าจะหาคำตอบได้จากที่ไหน
ลิ้นชักใต้ตู้เสื้อผ้าแบบบิวท์อินถูกเปิดออก เขาจำได้ว่าเธอเก็บผ้าอนามัยไว้ที่นี่ เขาจำได้ว่าหนก่อนเคยเผลอเปิดลิ้นชักผิดแล้วเจอกล่องจัดระเบียบที่หญิงสาวแกะผ้าอนามัยใส่ไว้อย่างเรียบร้อย แยกตามขนาดสั้น ยาว กลางคืนกลางวัน
เหมือนกับว่า… มีจำนวนเท่าๆ เดิม
เขาเทียบภาพจำก่อนหน้านั้นกับภาพตรงหน้าขณะนี้
แอบมีลุ้นเหมือนกันแต่จะหมดลุ้นเพราะพิษแอลกอฮอล์ที่ยัยแสบของเขากระดกเข้าไปหรือเปล่าก็ไม่รู้นี่สิ
…
เด็กน้อยในเปลกำลังอยู่ในวัยอ้อแอ้น่ารัก ยัยหนูตัวน้อยซึ่งเป็นส่วนผสมอย่างลงตัวระหว่างพ่อกับแม่ เป็นกาวเชื่อมหัวใจระหว่าง 2 ครอบครัว กำลังเติบโตอย่างงดงาม ได้รับความรักเต็มเปี่ยม
ยัยหนูใบหม่อน ลูกสาวของบารมิตาและหมอปรินซ์คว้านิ้วชี้หญิงสาว ทำท่าจะดึงเข้าปาก
“ไม่ได้ลูก” กณิกนันท์ขืนมือไว้ขณะประคองยัยหนูอย่างมั่นคง
คุณแม่มือใหม่พับชุดกับผ้าอ้อมของลูกสาวลงตะกร้าทีละผืนขณะมองพี่สาวเล่นกับลูก
กณิกนันท์มาช่วยบารมิตาเลี้ยงยัยหนูใบบัวประจำหากหญิงสาวไม่ติดเรียนปริญญาโท ไม่มีการบ้านต้องเร่งทำส่งและวันที่ภัทรกรติดประชุมไม่มีเวลาว่างให้เธอไปคลุกอยู่กับเขา
“เวลา 1 ปี เนี่ย ไวจังเลยเนอะ” กณิกนันท์ว่าคล้ายกับตัดพ้อ
เวลาที่เธอใช้ชีวิตในฐานะภรรยาของภัทรกรผ่านมาสู่เดือนที่ 9 ความสุขผ่านไปไวเหมือนโกหก และคงตกอยู่ในฝันร้ายเมื่อช่วงเวลาแสนดีเหล่านี้สิ้นสุดลง
“ยังเหลือเวลาอีกตั้งนานนะ” บารมิตาปลอบใจแต่คนฟังยิ้มตอบเศร้าสร้อย “เคยลองสารภาพความรู้สึกกับเขาหรือยัง”
กณิกนันท์สั่นหน้า
เธอไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะเอ่ยคำพูดตามใจตัวเอง เขาเป็นนายจ้างส่วนเธอเป็นตัวละครที่รับบทเล่นไปตามไดอะล็อกที่เขาวางไว้ เธอกลัวว่าหากพูดออกไปแล้วแต่เขารู้สึกตรงกันข้ามมันจะมีผลกับสัญญา แล้วพานทำให้เขาลำบากใจ
“บัว ฉันดูออกว่าพี่ภรีมรักแกนะ”
คำพูดนั้นคล้ายน้ำชโลมให้หัวใจของหญิงสาวชุ่มชื้นแต่เธอเลือกอยู่กับความเป็นจริง เตือนให้รู้ตัวเองเสมอว่าเธอเป็นใคร เขาเป็นใคร
ร่างสูงสง่าปรากฏตัวตรงหน้ารั้ว เสียงออดเรียกให้คนด้านในเปิดรับ
หญิงสาวชะโงกหน้ามองผ่านผนังกระจกพร้อมเพรียงกัน
บารมิตายิ้มมีเลศนัยใส่พี่สาวแล้วรับยัยหนูเข้าสู่อ้อมแขน
คนไม่รักจะแคร์ขนาดนี้หรือไม่มีทาง ยัยบัวแค่วิงเวียนเพราะดื่มหนักที่ปาร์ตี้รียูเนี่ยน เขาก็อาสามาส่งแล้วมารับกลับทั้งที่ปล่อยให้เรียกใช้แกร็บไปรับส่งก็ได้ไม่ต้องขับรถอ้อมไปมาให้เสียเวลา
กณิกนันท์ออกไปรับคุณสามีซึ่งรออยู่หน้ารั้วบ้าน
ภัทรกรหิ้วขนมกับของใช้เด็กเต็มสองมือ ของฝากหลานทั้งนั้น เขาให้เลขาช่วยจัดการก่อนออกมารับเพราะรู้ว่าหากให้กณิกนันท์ช่วยจัดการเธอจะกระเบียดกระเสียรใช้เงินราวกับเขาต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำหาเงินมาเปย์ของใช้ไม่จำเป็นอย่างไรอย่างนั้น
“ดูโน้นสิคะ ลุงภรีมของน้องใบหม่อนมาแล้ว” บารมิตาคุยกับลูกสาว
คุณลุงเขยตวัดขาข้ามคอกกั้นเด็ก ย่อตัวลงนั่งพลางพบแขนเสื้อเพื่อรับยัยหนูตัวเล็กเข้าสู่อ้อมแขน
ผู้ชายที่ไม่เคยเห็นภาพอนาคตการเป็นพ่อของตัวเองก้มมองหลานสาวด้วยแววตาอ่อนโยนระคนเอ็นดู
เขาเคยจีบแม่ของยัยหนูตอนยังไม่รู้ว่าหญิงสาวกำลังอุ้มท้องเด็กคนนี้ แล้วยอมก้าวถอยแต่โดยดีเมื่อรู้ว่าบารมิตาตั้งท้องกับอดีตสามีและยินดีอย่างยิ่งสำหรับการให้กำเนิดลูกสาวแสนน่ารักของทั้งคู่