ตอนที่ 4 ที่พัก
ไผ่วิ่งหนีโดยไม่สนใจสภาพรอบข้างและไม่ได้สังเกตสิ่งแวดล้อมรอบตัวใดๆ เลย แถมยังวิ่งพ่วงนานนับ 2 ชั่วโมงโดยไม่ได้หยุดพัก วิ่งไปแล้วก็ะโหลบการโจมตีของสัตว์ประหลาดทั้งหลายอย่างหวุดหวิดไม่ว่าจะวิ่งหนีไปทางซ้ายก็เจอกบตัวเท่ารถเก๋ง ลำตัวสีดำ มีจุดประวงกลมเป็จุด ๆหลากสีดูแล้วน่ารักแต่ก็แฝงไปด้วยอันตรายลิ้นกบขนาดใหญ่ตวัดเพื่อจะจับเหยื่อตัวน้อย ๆอย่างไผ่แต่ก็พุ่งหลบได้แลกกับต้องกลิ้งไปกับพื้นดินที่มีแต่กองใบไม้เขาไม่รู้ว่าข้างใต้ใบไม้นั้นจะมีตัวอันตรายอะไรอยู่อีกเมื่อลุกขึ้นได้ก็วิ่งต่อโดยเป้าหมายหลักคือเอาชีวิตรอดการวิ่งหนีเป็ไปโดยไม่มีหยุดทั้งผ่านต้นไม้ใหญ่และเข้าไปหลบตรงพุ่มไม้เป็บางครั้งแต่ก็ไม่วายต้องะโโหยงออกมาเพราะไปเจอตัวอะไรที่น่ากลัวเข้าสัตว์พวกนั้นต่างพากันไล่งับไผ่ดั่งเขาคืออาหารอันโอชะ
"สรุปแล้วจะมีที่ไหนปลอดภัยบ้างไหมเนี่ย!!!รู้สึกสนุกแล้วแฮะ!! ฮ่าๆ" ไผ่สบถลั่นพร้อมกับหัวเราะแล้ววิ่งหนีตายไปพลาง
ผ่านมาได้สักพักเ้ากบที่ตามมาก็ค่อยๆชะลอการกระโดแล้วก็หยุดลงในที่สุดอันเป็ความโล่งอกโล่งใจอย่างหนึ่งที่ไม่ต้องวิ่งหนีอีกไผ่หันไปทางซ้ายเจอพุ่มผลไม้แปลกตาที่มีสีสันน่ากิน พุ่มไม้นั้นมีลักษณะเป็ไม้เลื้อยเครือของมันพันไต่ขึ้นกับต้นไม้อย่างวิจิตรสีเขียวของใบไม้ที่เป็รูปหัวใจซ้อนทับกันผลไม้สีส้มสุกงอมแซมด้วยลูกสีเขียวประปรายร่องรอยของสัตว์ที่มีการกัดกินก่อนหน้าอันเป็ความหวังว่าโอกาสที่ผลไม้นี่กินได้มีสูงสำหรับเขาสองเท้าวิ่งไปเก็บผลไม้นั้นอย่างรวดเร็ว เด็ดผลสีส้มมาหนึ่งลูกแล้วเช็ดด้วยชายเสื้อขาด ๆ ของตนพลันก็กัดหงับไปที่ผลไม้นั่นทันทีเมื่อลิ้นััน้ำและเนื้ออันละมุนของผลนั้นพลันดวงตาก็เบิกกว้างดั่งคนใไผ่นิ่งชะงักไปสักพัก
“อร่อยเหมือนกันนี่คิดว่าคงไม่มีพิษ..มั้งนะ” เสียงเอ่ยความสุขปีติล้นพลันก็กัดกินคำต่อไปเรื่อยๆ ลูกผลไม้ที่ว่ามีขนาดเท่ากำมือ ไผ่กินไปถึง 4 ลูกและยังคิดจะเก็บไว้กินต่ออีกเพื่อกรณีฉุกเฉิน และกินในเวลาหิวทว่าขณะที่กำลังจะเก็บผลไม้เข้ากระเป๋านั้นก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของสัตว์บางอย่าง
มันคือหมาป่า4 หางตัวสีขาวขนาดใหญ่พอ ๆ กับเ้ากบที่ไล่ตามก่อนหน้าหรือว่านี่เขาจะเข้ามาในอาณาเขตของเ้าหมาป่าพวกนี้เสียแล้วหรือไร
ฟุดฟิด ฟุดฟิด
หมาป่าตัวหนึ่งก้มดมบริเวณพื้นดินเหมือนได้กลิ่นอะไรบางอย่างการดมกลิ่นแบบนี้ของมันทำให้ไผ่มีสีหน้าที่เคร่งเครียด นั่นเพราะหมาป่านั้นเด่นในด้านการรับรู้กลิ่น
“เรือหายอีกแล้วสินะ บ๊ายบาย ไปละโว้ย” เสียงเ้าไผ่ะโลั่นจนเ้าหมาทั้งหลายะโถอยฉากและนั่นเป็จังหวะที่เป็โอกาสเหมาะเจาะสำหรับการหนี ความเร็วถูกเร็งขึ้นโดยไผ่เขาวิ่งโดยไม่สนใจอะไรนอกจากนี้เขายังรู้สึกเหมือนกับว่าตนวิ่งเร็วขึ้น บางทีอาจเป็เพราะเขาสนุกกับการหนีแบบนี้ที่นานๆ ครั้งจะเจอในชีวิต
บรู๊ววว!!!!!!!!!!!!
เสียงหอนของหมาป่าดังขึ้นเป็ทอดๆ แล้วก็กระโจนตามไผ่ไปติด ๆความเร็วของหมาป่านั้นเรียกได้ว่ารวดเร็วดุจสายลมอยู่แล้ว แต่ไผ่ก็ไม่ยอมแพ้วิ่งซิกแซกไปมาเพื่อลดทอนความเร็วของหมาป่า และมันก็ได้ผลดีชะงักเลยทีเดียวหมาป่าตัวหนึ่งกระโจนมาด้านหลังไผ่แล้วตวัดหางทั้งสี่พลันบังเกิดสายลมสีเขียวพุ่งมาในรูปพระจันทร์เสี้ยวสองเท้าของไผ่วิ่งแล้วะโ พลันสองมือยื่นไปข้างหน้า
ท่าพิเศษพุ่งหลาวลงดินด้วยความเร็วสูง พลันตนก็กระแทกกับพื้นดินปากอันงดงามก็จูบพื้นธรณีด้วยความรัก
ฉั๊วะๆๆๆ
เสียงมีดสายลมของหมาป่าตัดผ่านต้นไม้ใหญ่แม้จะยังไม่ขาดเพราะขนาดของมัน แต่ความคมก็ไม่ได้เป็รองใคร
ไผ่สามารถรอดไปได้อีกครั้ง
ไม่รีรอมัวแต่อยู่เฉยมีแรงก็รีบลุกแล้ววิ่งตอทันที ไม่รู้ว่าหนทางข้างหน้าจะเป็อย่างไรไผ่ไม่เคยยอมแพ้และไม่ยอมตายง่าย ๆ
"น่าตื่นเต้นและน่าสนุกมันจะทำให้เราตายได้ไหมนะ" ไผ่เอ่ยออกมาเบา ๆ แล้ววิ่งต่อพวกหมาป่าเป็ฝูงก็กระโจนตามมาติด ๆนับว่าเป็โชคดีที่ด้านหน้าไผ่นั้นมีม่านสีดำกั้นอยู่ เป็ม่านที่บาง ๆ หากพุ่งเข้าไปน่าจะผ่านได้ไผ่กระโจนพุ่งหลาวเข้าไปยังม่านแม้ไม่รู้ว่าหมาป่าจะตามเข้ามาหรือไม่ก็ตามเพราะตนได้ทุ่มสุดตัวแล้วและหากเดาไม่ผิด นี่น่าจะเป็อาณาเขตของสัตว์ชนิดหนึ่ง
เมื่อร่างไผ่ผ่านเข้าม่านมาแล้วก็เป็อย่างที่เดาไว้ พวกหมาป่าไม่ตามเข้ามา และล่าถอยกลับไปยังอาณาเขตของมันไผ่ทิ้งตัวลง ณ ตรงนั้น นอนหอบแฮก ๆ หัวเราะน้อย ๆ อยู่กับพื้นแล้วมองดูข้างบนมันเป็ป่าทึบที่มีแสงส่องเพียงน้อยนิดพอให้เห็นทาง ต้นไม้ขนาดสิบคนโอบและใหญ่กว่านั้นขึ้นประปราย บางต้นมีลักษณะเป็ต้นสั้นมีกิ่งก้านสาขาแยก 4 ก้านลักษณะกิ่งไม้เป็ปล้อง ๆ และเหมือนว่ามันจะไม่ชอบแดด ใบสีม่วงเรียวผลสีดำรูปวงรีแผ่ไอดำจาง ๆ ทำให้รู้สึกว่า หากกินเข้าไปก็คงตายสถานเดียวต้นหนึ่งมีลักษณะเป็พุ่ม ผลสีส้มแซมด้วยผลสีเขียวแน่นอนว่าต้นนี้เป็ต้นผลไม้ที่ไผ่เคยกินก่อนหน้า ผลของมันเป็ที่น่าดึงดูดสายตาและกระตุ้นความหิวของไผ่ได้เป็อย่างดีส่วนต้นด้านขวามือถัดไปจากต้นไม้สูงที่ไม่รู้ว่าปลายอยู่ตรงไหนต้นที่ว่าเป็ต้นขนาด 8 คนโอบ สูงประมาณ 10เมตรไม่มีกิ่งมีแต่ใบสามใบนับว่าเป็ต้นที่ให้ความรู้สึกว่าเหมือนเป็ต้นอ่อนของถั่วงอกแต่ขนาดมันไม่ใช่ สีเปลือกและความเข้มของเปลือกไม้ให้ความรู้สึกว่าเหนียวและแข็งแกร่งอย่างมาก
"บรรยากาศที่นี่อุณหภูมิประมาณ25 มันก็ดูดีนะเหมือนเปิดเครื่องปรับอากาศ และมีอะไรให้กิน ผลไม้ก็มีเยอะส่วนจะกินได้หรือไม่นั้นต้องพิสูจน์เอาเอง" ไผ่พูดกับตัวเองเขายิ้มออกมากับการพบเหตุที่น่าตื่นเต้นเเบบนี้
สายตาสอดส่องไปรอบๆ ตัวเพื่อหาสัตว์ร้ายแต่ก็ไร้ซึ่งวี่แววของสิ่งมีชีวิตผลไม้ก็ไม่มีร่องรอยของการถูกสัตว์กิน มีแต่ผลตกเกลื่อนพื้นส่งกลิ่นออกเน่า ๆ
ไผ่เดินสำรวจรอบๆดูรอยเท้าสัตว์ก็ไม่เจอ การสำรวจดำเนินเป็วงกว้างประมาณ 500 เมตรก็ไม่มีวี่แววของสัตว์แสดงว่าที่นี่มันน่าจะเป็อาณาเขตขนาดใหญ่ที่มีสัตว์อันตรายเพียงไม่กี่ตัวและพื้นที่นี้พวกมันก็ไม่ได้ย่างกรายเข้ามาเพราะไม่เจอรอยเท้าหรือร่องรอยใด ๆแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีเพราะแค่เ้ากบตัวใหญ่นั่นไผ่ก็ตัดสินใจเลยว่ามันต้องมีสัตว์แปลก ๆ พิสดารที่เหนือตรรกะเหตุผลอยู่แน่ไผ่เดินตรวจสอบและวนมาอยู่ตรงจุดเดิม และใช้เวลาไปประมาณ 3ชั่วโมงก็ไม่เจอสิ่งผิดปกติอะไร
เห็นแต่ใบไม้มันร่วงทับถมกันอย่างแ่ากิ่งไม้แห้งมีเกลื่อนกลาดอยู่ประปรายแต่ก็ไม่ได้แห้งมากสักเท่าไหร่เพราะความชื้นที่นี่
ไผ่เลือกทำเลที่พักของตนทันทีนั่นคือต้นไม้ขนาด 8 คนโอบสูง 10 เมตร ซึ่งเป็ต้นสีเขียว ลำต้นตรงและมีใบ 3ใบข้างบน
“เราจะเอาต้นไม้นี้ทำเป็ที่พักแต่ก่อนอื่นต้องจัดการกวาดใบไม้รอบๆ ต้นนี้เสียก่อนสินะ” เสียงพูดคนเดียวและเออ ๆ ไปเอง
เ้าตัวเริ่มดำเนินการทันทีโดยการค่อยๆ ใช้สองมือคุ้ยใบไม้เพื่อหาว่าพื้นมันอยู่ลึกไหมและก็ปรากฏว่ามันเป็ลักษณะเหมือนใบไม้ที่ถูกย่อยและทับถมกันจนกลายเป็ดินแต่เ้าตัวก็ไม่แน่ใจว่าพื้นอยู่ตรงไหนเหมือนกัน แต่ก็คุ้ยพอแค่เจอพื้นแข็ง ๆนิดหน่อย จากนั้นก็เริ่มคุ้ยออกเป็วงกว้างรอบ ๆ ต้นไม้ ซึ่งใช้เวลา 1ชั่วโมงในการคุ้ยใบไม้ออกไปไว้ข้าง ๆ และเวลาอีก 1ชั่วโมงเพื่อเก็บรายละเอียดพื้นที่
ทำไม่ทันไรก็เข้าสู้่กลางคืนอย่างรวดเร็วไผ่จึงนำสัมภาระไปวางข้างๆ ต้นไม้แล้วไปเด็ดผลไม้ลูกเท่ากำปั้น และตนได้ตั้งชื่อให้มันว่า*องุ่นป่าหมายเลข1* หยิบมากินสองลูกแล้วก็ทิ้งตัวลงยังกองใบไม้ที่ตนคุ้ยไปไว้ด้านข้าง
มือทั้งสองโกยใบไม้มาห่มตัวแทนผ้าห่มบรรยากาศที่เงียบๆ ผิดธรรมชาติ แต่ก็อยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม
“อยู่ในป่าไร้ผู้คนไร้สิ่งใดรบกวนแบบนี้ก็มีความสุขอีกแบบ ไม่ต้องมีพ่อมาบังคับมอบภารกิจนู่นนี่นั่นให้ทำเรื่อยๆ แถมไม่ต้องมีเพื่อนมาคอยโยนงานให้ทำ... เฮ้อการสร้างที่พักวันนี้ก็ลุล่วงไปหน่อยหนึ่งแล้ว พรุ่งนี้ค่อยทำต่ออีกทีตอนนี้ถึงเวลาที่ต้องพักผ่อนแล้วล่ะนะ มืด ๆ แบบนี้ก็รู้สึกดีเหมือนกันแฮะ ภารกิจคุ้มกันล้มเหลวสัตว์แปลกตาเยอะแบบนี้พวกลูก ๆ คนใหญ่คนโตคงไม่รอดถึงจะรอดเราก็ไม่ไปตามหาให้เสียเวลาทำใจยอมรับการฝึกที่แสนยาวนานหลังจากการช่วยเหลือมาถึง” ไผ่พูดกับตัวเองเขาตัดสินใจให้ภารกิจนี้ล้มเหลว
ด้านนอกอาณาเขตสีดำมีสัตว์กลางคืนออกล่า ส่วนด้านในนั้นไร้ซึ่งสรรพเสียงใด ๆ มีแต่ความเงียบ และเสียงหายใจเบาๆ ของชายหนุ่มที่ชื่อไผ่
…………………………………………………………………