EP.10 — คนที่ไม่ควรกลับเข้าบ้าน
มีดดับเพลิงยาวเกือบศอกลากครูดกับพื้นไม้
เสียงโลหะจิกพื้นดัง แกรก…แกรก… ชัดพอจะกลืนเสียงไฟแตกดัง ปะทุ ๆ ไปหมด
ศศิชาถอยจนหลังชิดกำแพง
เธอพยายามควบคุมลมหายใจ แต่มือสั่นจนรู้สึกเหมือนปลายนิ้วไม่ใช่ของตัวเอง
อริณยกปืนขึ้น
แต่ปลายกระบอกปืนสั่นจนเห็นได้ชัด
ฆาตกรก้าวเข้าใกล้อีกก้าว
เงาของมีดพาดขึ้นผนังเหมือนเงาเขี้ยวของสัตว์ใหญ่
เขาพูดด้วยน้ำเสียงธรรมดา
แต่ฟังเหมือนคนกำลังสารภาพสิ่งที่ทับอยู่ในอกมานานเกินไป
“เด็กพวกนั้นไม่ควรเห็นฉัน…ตอนฉันกลับเข้าบ้านหลังจากตรวจเพลิงรอบแรก”
ศศิชาหัวใจเย็นวูบ
คำว่า “กลับเข้าบ้าน” หมายความว่าบ้านกำลังไหม้อยู่แล้ว
แต่เขากลับเข้ามาอีกครั้ง
ทำไม?
อริณะโ
เสียงแตกเหมือนคนที่ไม่ไหวแล้ว
“แกมาทำไม?! บ้านมันกำลังลุกอยู่!”
ชายชุดดับเพลิงยกสายตาขึ้น
ไฟสะท้อนในดวงตาเขาเหมือนมันอยู่ข้างใน ไม่ใช่ด้านนอก
“เพราะฉันไม่ได้ออกไปดั่งที่สำนวนเขียน…”
เขามองอริณ
คม
ช้า
เหมือนมีคำถามที่รอคำตอบมา 3 ปี
“…ใช่ไหม สารวัตร”
ศศิชามองอริณ
เธอไม่เคยเห็นผู้ชายคนหนึ่ง “แตก” ลงตรงหน้าแบบนี้มาก่อน
เขาเหมือนคนถูกลอกความลับออกจากเนื้อทีละชั้น
อริณกัดฟัน
แต่ไม่พูดอะไร
คนหน้าไหม้บนชั้นสาม—ที่ยืนเงียบมองฉากนี้—หัวเราะขึ้นเบา ๆ
หัวเราะเหมือนรู้ว่าอะไรจะตามมา
ฆาตกรตัวจริงเดินเข้ามาอีกก้าว
มีดลากพื้นดังจนพื้นไม้เป็รอยยาว
แล้วเขาบอกความจริงที่ไม่มีใครอยากฟัง
“ฉันกลับเข้าไปเก็บของของฉัน…ของที่ไม่มีใครควรเห็น”
ศศิชาคิดไวกว่าที่เธอจะพูดออกมาได้
ผิวเธอเย็นจากสติที่กระแทกขึ้นมาพร้อมกัน
ของส่วนตัว?
ของอะไร?
อะไรสำคัญจนยอมเสี่ยงตายเข้าบ้านไฟลุก?
ฆาตกรพูดช้า ๆ ทีละคำ
“เงินใต้บันได…จากคนที่จ้างฉันให้เผาบ้านหลังนี้”
ปึ่ก —
ศศิชารู้สึกเหมือนลมหายใจหยุดไปหนึ่งครั้ง
อริณพยายามแทรก
เสียงเขาเหมือนจะขาดอยู่แล้ว
“แกโกหก—ฉันตรวจทุกบัญชี ไม่มีใครจ้างแก—!”
ชายชุดดับเพลิงตวัดสายตามามอง
เย็นขนาดศศิชาได้ยินเสียงลมหายใจตัวเอง
“ก็เพราะแกลบทั้งหมดให้ฉันไง…สารวัตร”
บ้านเหมือนเงียบลงชั่ววินาที
ไฟก็เหมือนหยุดไหวตาม
อริณเหมือนถูกตบกลางใจ
เขาพูดแทบไม่เป็เสียง
“…ฉัน…ฉันแค่—”
“แกแค่ช่วยฉันปิดคดี เพื่อปกป้องคนที่จ้างฉัน…ใช่ไหม?”
มีดถูกยกขึ้น
สะท้อนเปลวไฟจนเหมือนแสงสีแดงเลียคมมีด
ศศิชารู้สึกถึงแรงลมเย็น
ผีผู้หญิงกำลังลอยมาข้างหน้าเธอ
ใบหน้าผีไม่ใช่ความกลัวอีกแล้ว
แต่เป็ความโกรธที่เข้มข้นจนควันเหมือนลอยตาม
ศศิชารู้แล้วว่า ผีอยากรู้อะไร
เธอพูดกับชายชุดดับเพลิงช้า ๆ
เสียงไม่ดัง เหมือนพูดแทนผี
“แล้วเด็ก…ฆ่าตอนไหน”
ชายชุดดับเพลิงยิ้ม
ยิ้มแบบคนที่ไม่ได้รู้สึกอะไรกับความตายของเด็กเลยแม้แต่นิดเดียว
“ตอนพวกเขาวิ่งมาเจอฉันกำลังงัดกล่องเงิน…”
อริณร้องออกมาแบบคนขาดอากาศ
“หยุด! อย่าพูด—!”
แต่ฆาตกรยังพูด
เหมือน้าให้ทุกคำแทงเข้าไปถึงกระดูกของทุกคน
“…ฉันก็แค่กันพวกมันไม่ให้ร้อง”
เขายกมีดขึ้น
ศศิชาขยับหนี
อริณเล็งปืนขึ้นพร้อมกัน
แต่ก่อนใครจะทันลงมือ
ผีผู้หญิงปล่อยเสียงกรีดสูง—
เสียงกรีดเดียวแต่ดังจนกระจกทุกบานแตกพร้อมกัน
ไฟในบ้านลุกวาบขึ้นเหมือน ตอบรับคำสั่งผี
แล้วเพดานก็เริ่มร่วน
บ้านทั้งหลังเหมือนกำลังจะถล่มทับทุกคน
ฆาตกรยกมีดพุ่งเข้ามา
อริณเหนี่ยวไก
ศศิชาก้ม
ผีพุ่งผ่านกลาง—
ทุกอย่างเกิดพร้อมกันในเสี้ยววิ
และผลของมัน…
จะเปลี่ยนคดีนี้จาก “บ้านไฟไหม้” กลายเป็ “บ้านสังหารหมู่”
*โปรดติดตามตอนต่อไป*