บทที่ 7 เป็เธอจริง ๆ
ลู่อวี่ชิวภูมิใจกับชัยชนะของหล่อน และเดินเข้าไปในลิฟต์อย่างเย้ยหยัน
แต่ลู่จิ่นเนี่ยนกลับแข็งค้างอยู่หน้าประตู โดนคนที่ผ่านมาและคนไข้ที่เร่งรีบเข้าลิฟต์ผลักไปมาหลายครั้ง
เธอยืนอยู่คนเดียวสักพัก พลางปิดตาลงอย่างแรง บังคับตัวเองให้สงบสติอารมณ์ พร้อมสวมหน้ากากเรียบเฉยดังเดิม และรอเข้าลิฟต์รอบถัดไป
เมื่อมาถึงห้องที่ระบุไว้ เธอเคาะประตูห้องแพทย์
“เข้ามา” เสียงผู้ชายที่ตอบรับค่อนข้างคุ้นเคย ลู่จิ่นเนี่ยนขมวดคิ้ว ชื่อเพื่อนเก่าคนหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัว
เมื่อเปิดประตูเข้าไป แพทย์ในนั้นก็เป็คนรู้จักจริง ๆ
“ไป๋จื่อซวิน? นายกลับมาจากต่างประเทศแล้วเหรอ?” ลู่จิ่นเนี่ยนเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ
แพทย์ที่นั่งอยู่หลังโต๊ะเงยหน้าขึ้น เผยให้เห็นใบหน้าที่ละเอียดอ่อนและหล่อเหลา ั์ตาคู่คมสีน้ำตาลอ่อนน่าหลงใหล ใบหน้าคล้ายตัวละครหนุ่มจากในการ์ตูน
“จิ่นเนี่ยน!” เขายืนขึ้น ริมฝีปากคลี่ยิ้มอย่างอบอุ่น ผู้ชายคนนั้นกางแขนออกกอดลู่จิ่นเนี่ยนเข้ามาในอ้อมแขน “ตอนเห็นชื่อคนไข้ ฉันก็หวังว่าจะเป็เธอนะ ไม่คิดว่าจะเป็เธอ ไม่ได้เจอกันนานเลย”
เขากอดลู่จิ่นเนี่ยนอย่างแรงเข้าไปในอ้อมแขนของเขา และตื่นเต้นอย่างมาก
ลู่จิ่นเนี่ยนยิ้มแล้วกอดตอบ เธอกับไป๋จื่อซวินเป็เพื่อนร่วมชั้นกันั้แ่มัธยมปลายจนถึงมหาวิทยาลัย สนิทสนมกันมาก
ตอนที่เธอแอบชอบมู่จือเหยียน ไป๋จื่อซวินยังช่วยวางแผนการด้วยซ้ำ แต่สุดท้ายลู่จิ่นเนี่ยนก็ไม่ได้ใช้แผนนั้น
ต่อมาเขาไปเรียนต่างประเทศ ส่วนเธอก็แต่งงาน ความสัมพันธ์ของพวกเขาจึงค่อย ๆ ห่างเหินกันไป
“นายกลับมาทำไมไม่บอกสักคำ?” หลังจากกอดกันแล้ว ลู่จิ่นเนี่ยนถามเขา
ไป๋จื่อซวินดึงเก้าอี้ออกมาขอให้เธอนั่งลง แล้วตอบว่า “หลังจากกลับมาจีนฉันก็ยุ่งกับงานตลอด ยังไม่ทันได้บอกใคร อีกอย่างเธอก็เปลี่ยนเบอร์มือถือไปด้วยนี่?”
ลู่จิ่นเนี่ยนยิ้มอย่างเขินอาย เธอเปลี่ยนหมายเลขโทรศัพท์แต่ไม่ได้บอกเขา
ทั้งสองนั่งคุยกันสักพัก ไป๋จื่อซวินตรวจดูข้อเท้าของเธออย่างละเอียด สั่งยาให้เธอ และเขายืนกรานที่จะส่งลู่จิ่นเนี่ยนไปที่ด้านนอกเพื่อเรียกรถแท็กซี่ด้วยตัวเอง
ลู่จิ่นเนี่ยนปฏิเสธความปรารถนาดีของเขาไม่ได้ จึงต้องยอมให้เขาไปส่งเธอ
แม้อาการาเ็ที่ข้อเท้าจะไม่ปวดมากจนเดินไม่ไหว แต่ไป๋จื่อซวินก็ยังดื้อรั้นที่จะประคองลู่จิ่นเนี่ยนออกไปข้างนอก
ลู่จิ่นเนี่ยนรู้สึกเขินอายกับท่าทางแบบนี้ของเขา และคิดว่ามันดูสนิทสนมเกินไป แต่ไป๋จื่อซวินก็ไม่ยอมฟัง เขาประคองลู่จิ่นเนี่ยนออกจากโรงพยาบาลพร้อมพูดอย่างดื้อรั้นว่า "เธอแต่งงานแล้ว ไม่ได้แปลว่าจะลืมเพื่อนเก่าอย่างฉันได้นะ! จำตอนที่เราช่วยกันลอกการบ้าน แล้วผ่านพ้นวิกฤตมาด้วยกันไม่ได้เหรอ?"
ลู่จิ่นเนี่ยนอดขำกับคำพูดของเขาไม่ได้ และส่ายหน้าอย่างช่วยไม่ได้
"นอกจากนี้ ฉันเป็สุภาพบุรุษ การดูแลผู้หญิงที่ไม่สบายเป็หน้าที่ของฉัน" ไป๋จื่อซวินพูดขณะเรียกแท็กซี่ ประคองลู่จิ่นเนี่ยนให้นั่งลง "อย่าลืมที่เธอสัญญานะ ว่าจะเลี้ยงข้าวฉัน ฉันจะรอรับโทรศัพท์จากเธอ"
"ได้สิ" ลู่จิ่นเนี่ยนตอบรับ "แล้วนายก็กลับไปได้แล้ว ยังมีคนไข้รออยู่อีกไม่ใช่เหรอ?"
ไป๋จื่อซวินมองเธออย่างลึกซึ้ง ก่อนจะโบกมือเรียกเธอ "มานี่สิ ฉันมีเื่สำคัญมากที่ยังไม่ได้บอกเธอ"
"เื่อะไร?" ลู่จิ่นเนี่ยนโน้มตัวไปด้วยความสงสัย
ริมฝีปากบางของไป๋จื่อซวินยกยิ้มอย่างเ้าเล่ห์ ก่อนจะบีบแก้มของลู่จิ่นเนี่ยนไว้ และหอมแก้มเธออย่างแรง พร้อมเสียงดังชัดเจน
ลู่จิ่นเนี่ยนหน้าแดงก่ำในพริบตา และทุบหน้าอกเขาด้วยความโกรธ
ไป๋จื่อซวินหัวเราะลั่น และพูดว่า "ฉันดีใจมากที่ได้เจอเธออีกครั้ง! จิ่นเนี่ยน!"
ลู่จิ่นเนี่ยนกลอกตามาที่เขาแล้วปิดประตูรถ "คุณลุง ไปเลยค่ะ!"
เธอไม่อยากสนใจคนเ้าเล่ห์ที่ไม่มีกาลเทศะอีก เขาไม่รู้จักมารยาทเลย
เมื่อมองรถแท็กซี่ขับออกไป ไป๋จื่อซวินก็หันกลับมา แววตาเต็มไปด้วยความอวดเบ่ง ปะทะกับั์ตาที่เฉียบคมของมู่จือเหยียนที่อยู่ไม่ไกล