ภายในห้องโถงจวนแม่ทัพ หลี่หยวนตงนั่งยืดอกตั้งตรงเกร็งตัวทำสิ่งใดไม่ถูกอยู่บนเก้าอี้ สายตาของเขาสลับไปมองหน้าประตูห้องโถงใหญ่ทีหนึ่ง เหลือบตามองบุตรสาวที่นั่งอยู่ด้านข้างทีหนึ่ง จนเฉินอาหมู่วิงเวียนศีรษะแทน
“ท่านพ่ออย่ากังวลเลยเ้าค่ะ พี่สวินผ่านการทดสอบได้อยู่แล้วเ้าค่ะ”
วันนี้เป็การทดสอบความสามารถเพื่อเลื่อนตำแหน่งทหารยศน้อยขึ้นเป็นายกอง หลินสวินได้รับสิทธิ์เข้ารับการคัดเลือกเป็กลุ่มแรกร่วมกันทายาทขุนนางยศใหญ่ทั่วเมืองหลวงอีกหลายคนในฐานะบุตรบุญธรรมของแม่ทัพหลี่
เขาผ่านการทดสอบได้เลื่อนยศ ชาติก่อนนางจำได้ว่าบิดามอบดาบเก่าแก่สมบัติของตระกูลหลี่ให้กับเขาเป็รางวัล
ส่วนฟู่หนานซีจะเข้ารับการคัดเลือกในอีกสามวันข้างหน้า เขาอยู่ในกลุ่มทายาทขุนนางที่มีตำแหน่งรองลงมา บิดาของฟู่หนานซีมียศเป็รองแม่ทัพ แต่ถึงกระนั้นสกุลฟู่ก็ยังห่างชั้นกับสกุลหลี่อยู่หลาย่เพราะหลี่หยวนตงหาใช่แม่ทัพใหญ่ธรรมดาไม่ บิดารั้งตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุด (เทียบเคียงได้กับมหาเสนา) ถือตราแม่ทัพใหญ่ควบคุมสิบหกกองทัพ
นางกับหรั่นเซียงหยูคอยเฝ้าติดตามและส่งกำลังใจให้กับฟู่หนานซี จัดงานเลี้ยงเล็กๆ ในภัตตาคารชั้นเลิศในเมืองหลวง เชิญคุณหนูคุณชายมากมายมาร่วมกินดื่มเพื่อแสดงความยินดีกับฟู่หนานซีที่ผ่านการทดสอบเช่นเดียวกัน โดยไร้เงาของหลินสวิน
“ข้าไม่ได้กังวลเื่ของอาสวิน แต่ข้าแปลกใจที่เ้ามาปรากฏตัวที่นี่ต่างหากอิงเอ๋อร์ เ้าจะมาสร้างความลำบากใจให้พี่ชายเ้าหรืออย่างไร”
“ท่านพ่อ ที่ผ่านมาข้าไม่รู้ความทำสิ่งใดไม่รู้จักคิดท่านก็อภัยให้ข้าด้วยเถิดเ้าค่ะ ยามนี้ข้าคิดได้แล้วว่าคนที่ข้าหวังพึ่งพิงได้โดยสนิทใจก็มีเพียงท่านและพี่ชายเท่านั้น ข้าคิดจะเปลี่ยนแปลงตัวเองเ้าค่ะ”
คำตอบของหญิงสาวไม่ได้ทำให้หลี่หยวนตงคลายใจลงไปได้เลย แต่กลับทำให้เขายิ่งเหงื่อแตกและกังวลใจกว่าเดิม
“นายท่าน อย่าเพิ่งร้อนใจไปเลยเ้าค่ะ คุณหนูมีเจตนาดีตั้งใจจริง บ่าวเองก็ได้เห็นมากับตาหลายเื่แล้วเ้าค่ะ” เฉินอ้ายเข้าไปกระซิบหลี่หยวนตง
มองดูอาภรณ์ในชุดสีชมพูที่บุตรสาวสวมใส่กอปรกับคำพูดของเฉินอาหมู่ ทำให้หลี่หยวนตงเลือกจะนั่งเงียบๆ รอดูว่าบุตรสาวจะทำได้อย่างที่นางกล่าวไว้หรือไม่
นั่งรอจนกระทั่งเห็นความเคลื่อนไหวหน้าประตูห้องโถง หลี่หยวนตงก็แทบจะนั่งไม่ติดเก้าอี้ เขาอยากเดินไปหาหลินสวินแต่ก็เกรงใจบุตรสาว จำต้องนั่งเกาะที่พักแขนเอาไว้แน่น
หลินสวินมองเห็นหลี่หยวนตงั้แ่ต้นแล้ว ใบหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่มระบายยิ้มเตรียมจะเข้ามาคำนับผู้มีพระคุณ พลันสายตาของเขาก็ปะทะเข้ากับเ้าของร่างในชุดสีชมพูแปลกตาเข้าเสียก่อน
หลี่จื่ออิง..นางจะไม่ปล่อยให้เขามีความสุขบ้างเลยใช่หรือไม่ ชายหนุ่มคิดในใจพลางหันไปมองหยาดฝนที่ยังตกลงมาไม่หยุด
เรือนพักของหลี่จื่ออิงถูกกั้นด้วยกำแพงเตี้ยหนึ่งชั้น ระหว่างทางเดินมายังตัวเรือนฝ่ายนอกบางพื้นที่ก็ไม่มีหลังคาคุ้มแดดฝน นางถึงกับยอมเดินฝ่าลมฝนมาเพื่อกลั่นแกล้งตน?
ริมฝีปากหนาของหลินสวินยกสูงขึ้นข้างหนึ่งด้วยความรู้สึกหยามเหยียดตัวเอง หากไม่ใช่เพราะนางมีแผนการจะทำให้เขาอับอาย นางก็คงไม่มากระมัง!
“ท่านแม่ทัพ คุณหนู” หลินสวินประสานมือคำนับ หยุดยืนอยู่ตรงประตูที่เดิม
“เข้ามาก่อนอาสวิน! เป็อย่างไรบ้าง? ผ่านการทดสอบหรือไม่?” หลี่หยวนตงรีบเรียกบุตรชายให้เขาไปหา
หลี่จื่ออิงเพิ่งจะรู้ตัวว่านางไม่ได้สนใจความสัมพันธ์ภายในครอบครัวมาเนิ่นนานเพียงใด นางไม่เคยสังเกตเลยด้วยซ้ำว่าหลินสวินไม่ได้เรียกบิดาว่าท่านพ่อ ทั้งๆ ที่บิดาของนางนับเขาเป็บุตรชายคนหนึ่งเต็มหัวใจ อีกทั้งการแสดงออกก็เต็มไปด้วยความเคารพนอบน้อม หาได้ทำตัวตามสบายเป็คุณชายต่างแซ่ที่ได้รับความเคารพจากบ่าวใช้ทั่วทั้งจวนไม่
“ผ่านแล้วขอรับ ขอบคุณท่านแม่ทัพที่เมตตา” ชายหนุ่มทรุดตัวลงคุกเข่าโขกศีรษะลงกับพื้นแทนการขอบคุณอย่างสุดซึ้ง
การเลื่อนยศเป็นายกองของทหารชั้นผู้น้อยครั้งนี้มีผู้มีสิทธิ์เข้าร่วม 2,000 คน แต่ตำแหน่งนายกองมีเพียง 300 ตำแหน่งเท่านั้น จึงจำเป็ต้องมีการทดสอบขึ้นมา
แน่นอนว่ากลุ่มทายาทขุนนางยศสูงจึงมีสิทธิ์ได้รับการทดสอบเป็กลุ่มแรกเพื่อให้เลื่อนตำแหน่งให้เร็วขึ้น กลุ่มท้ายๆ ก็จะเป็ทหารผู้น้อยที่มีบิดาเป็พ่อค้าหรือชาวนา หากผู้เข้ารับการทดสอบผ่านครบสามร้อยคนไปก่อน กลุ่มท้ายๆ ก็จะถูกตัดสิทธิ์ไปโดยปริยาย
หลินสวินไม่ได้เปลี่ยนมาใช้แซ่หลี่ ไม่ได้ถูกนับชื่ออยู่ในสายสกุลหลี่ แต่เป็เพราะหลี่หยวนตงเชิดชูเขาว่าเป็บุตรชายบุญธรรมอย่างต่อเนื่องมาหลายปีจึงไม่มีผู้ใดคัดค้าน ลำพังตนเองที่เป็เด็กกำพร้าอย่างไรก็ต้องถูกจัดให้ได้รับการคัดเลือกอยู่ในกลุ่มท้ายสุดเป็แน่
ความก้าวหน้าในครั้งนี้แม้จะสร้างมาด้วยความสามารถของตน แต่หากไม่ได้หลี่หยวนตงเขาคงต้องเผชิญความยากลำบากกว่านี้อีกหลายเท่าตัว
“ฮ่าๆๆ บุตรชายข้า! ข้าสั่งสอนมาเองกับมือ เ้าไม่ทำให้ข้าผิดหวังจริงๆ มา!! เข้ามาข้างในเร็วเข้า พวกเรามาร่วมดื่มฉลองกัน!”
“ท่านแม่ทัพ เนื้อตัวข้าสกปรกไปทั้งตัว เสื้อผ้าก็เปียกชื้น ข้าจะกลับไปที่เรือนก่อนนะขอรับ” หลินสวินพยายามหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับหลี่จื่ออิงให้มากที่สุด
กล่าวตามจริงเขาผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เต็มไปด้วยโคลนดินั้แ่อยู่บนรถม้าไปแล้วครั้งหนึ่ง เสื้อผ้าที่สวมใส่เวลานี้ก็แค่เปียกฝนเล็กน้อย แต่เขากับหลี่หยวนตงอยู่ห่างกันพอสมควร คาดเดาว่าอีกฝ่ายอาจจะไม่ทันสังเกตเห็น
“ได้ๆ เช่นนั้นเ้าก็รีบไป ข้ากับอิงเอ๋อร์จะรอเ้าที่โต๊ะอาหาร รีบมาด้วยเล่าน้อยครั้งนักที่น้องสาวเ้าจะมาร่วมโต๊ะกับเราสองคน”
หลี่หยวนตงยิ้มแก้มแทบแตก ั้แ่ต้นจนจบบุตรสาวไม่ได้เปิดปากเยาะเย้ยถากถางบุตรชายแต่ประการใด เขาจึงวางใจว่าวันนี้พวกเขาสามพ่อลูกคงจะได้ร่วมดื่มกันอย่างมีความสุขสักครั้งในรอบหลายปี
สองพ่อลูกชักชวนกันไปรอที่โต๊ะอาหาร ผ่านไปครู่ใหญ่บ่าวรับใช้ชายข้างกายของหลินสวินจึงได้เดินคอตกกลับมาส่งข่าว
“คุณชายมีาแเล็กน้อยจากการทดสอบขอรับ วันนี้ตากฝนมาทั้งวันคุณชายคิดว่าเขาอาจมีไข้เกรงว่าจะทำให้คุณหนูล้มป่วยไปด้วยเขาจึงไม่มา คุณชายให้บ่าวมาขออภัยนายท่านและคุณหนู พรุ่งนี้หากไม่มีปัญหาอะไรเขาจะไปน้อมคารวะนายท่านที่เรือนใหญ่อีกครั้งขอรับ”
“ได้รับาเ็หรือ? แล้วตามท่านหมอไปดูเขาหรือยัง” หลี่หยวนตงร้อนใจอย่างเห็นได้ชัด
“คุณชายไม่ให้เชิญท่านหมอขอรับ บ่าวไม่รู้จะขัดคำสั่งเช่นไรดี” บ่าวรับใช้ชายหน้าเสีย เขารู้ดีว่านายท่านใหญ่ให้ความสำคัญกับหลินสวินไม่น้อยหน้าใคร
“ท่านพ่อ พี่ชายอยากพักอยู่ในเรือนก็อย่าขัดเลยเ้าค่ะ อีกอย่าง..เมื่อครู่ข้าเองก็ต้องละอองฝนมาเช่นกัน”
หลี่หยวนตงยิ้มแหยให้บุตรสาว ไม่ว่าเขาจะมอบอะไรให้กับหลินสวิน บุตรสาวก็จะต้องได้ชิ้นหนึ่งด้วย ไม่คิดว่าเขาแค่จะเชิญท่านหมอมาดูอาการบุตรชาย หลี่จื่ออิงดันเกิดอยากจะป่วยขึ้นมาด้วยอีกคน!!
“เอาล่ะๆ เช่นนั้นก็ไปเชิญท่านหมอมาดูอาการเ้าก่อนเป็ไร หากพี่ชายเ้ายังไม่หลับไปเสียก่อนก็ให้ท่านหมอตามไปดูเขาภายหลัง พอใจหรือไม่อิงเอ๋อร์!” ท่านแม่ทัพใหญ่ ลากเสียงยาวประชดประชันบุตรสาว
“ไม่ถึงขั้นต้องเชิญท่านหมอหรอกเ้าค่ะท่านพ่อ เปียกฝนแค่นี้ข้าไม่เป็อะไรสักนิด เรามากินอาหารร่วมกันก่อนดีกว่า” หญิงสาวผายมือไปยังอาหารที่มีอยู่มากมายเต็มโต๊ะ แต่กลับสาวเท้าออกไปทางประตู
“เฉินอาหมู่ช่วยให้คนยกอาหารเหล่านี้ตามมาด้วยนะ เราไปกันเถิดเ้าค่ะท่านพ่อ”
“ไป..ไปไหน? แล้วเ้าจะให้ยกอาหารไปที่ใดกันเล่า"
“ท่านพ่อเตรียมอาหารเหล่านี้ไว้เพื่อพี่ชายไม่ใช่หรือเ้าคะ ข้าบอกแล้วอย่างไรว่าเปียกฝนแค่นี้เป็เื่เล็กพี่สวินไม่เป็อะไรหรอกเ้าค่ะ หากเขาไม่ยอมออกมาพวกเราก็จะหาเขาเอง”
“เ้า!! นี่เ้า!” หลี่หยวนตงรำพันเสียงต่ำในลำคอ
ที่แท้บุตรสาวก็ออกมาจากเรือนเพื่อสร้างความลำบากให้หลินสวินโดยแท้ แม้ว่าอีกฝ่ายจะพยายามหลบหน้าไปแล้วแต่นางกลับจะตามไปถึงที่!
“ท่านพ่อ..ท่านคิดสิ่งใดอยู่กันแน่ รีบไปกันเถิดเ้าค่ะ ประเดี๋ยวอาหารจะเย็นไปเสียก่อน พี่ชายตากฝนมาเขาควรได้กินอาหารร้อนๆ นะเ้าคะ"