“เดี๋ยวสร้างให้ก็ได้แต่เธอมีตู้เก็บหรือไง รอพร้อมห้องนั่นแหละ” ณัฐธัญตกปากรับคำ
“พูดแล้วนะคะ” อลิเซียยิ้มแป้นแล้ววิ่งออกจากห้องไป
ณัฐธัญยิ้มพลางส่ายศีรษะก่อนจะออกจากห้องตาม เมื่อเห็นว่าลีโอนียังคงหลับอยู่จึงเดินมาอุ้มเธอเข้าไปในห้อง
พอวางเธอลงบนเตียงลีโอนีครางดัง อือ พร้อมกับพลิกตัวเปลี่ยนท่าเป็นอนตะแคง ใบหน้าดูมีความสุข
ณัฐธัญห่มผ้าห่มให้เธอปิดไฟแล้วเดินออกจากห้อง
ตอนนี้ในรถมีสมาชิกหกคนต้องสร้างเพิ่มอีกห้าห้อง แถมยังต้องมีห้องวิจัยของเทเรซ่าอีกคงต้องรีบเข้าเมืองเพื่อหาวัสดุทดแทนโดยเร็วที่สุด
เนื่องจากมีระบบขับอัตโนมัติแล้วจึงสามารถเดินทางได้ทั้งวันทั้งคืนไม่ต้องหยุดพัก ซึ่งนาตาเลียคาดการณ์ว่าน่าจะถึงประมาณพรุ่งนี้
เขายังมีอะไรที่อยากสร้างอีกเยอะแยะแต่ตอนนี้เหลือเพียง 5,070 แต้ม
นาตาเลียนั่งดูทางอยู่หน้ารถอลิเซียและมาน็องนอนเล่นอยู่บนเตียงชั้นบน ส่วนเทเรซ่ากำลังนั่งฟังวิทยุอยู่บนโซฟาเป็คลื่นของศูนย์ช่วยเหลือผู้รอดชีวิตที่กำลังบอกตำแหน่งของเขตปลอดภัยแต่ละแห่งว่าอยู่ที่ไหนบ้าง
“นอกจากศูนย์ช่วยเหลือผู้รอดชีวิตไม่มีช่องอื่นแล้วเหรอ ไหนเธอบอกว่าเขตปลอดภัยแต่ละโซนติดต่อกันไง ทำไมไม่แอบฟังพวกนั้นคุยกันล่ะ”
ณัฐธัญเดินมานั่งข้างกายเทเรซ่าโอบเอวเธอเข้ามาตามความเคยชิน ได้กลิ่นสบู่และยาสระผมอ่อน ๆ
เทเรซ่าไม่ขัดขืนกล่าวว่า “อย่างที่บอก พวกนั้นเข้ารหัสไว้ทุกสิบสองชั่วโมง ถ้าไม่มีเครื่องช่วยเจาะรหัสก็แอบฟังไม่ได้หรอก”
มือของณัฐธัญอยู่ไม่สุขเลื้อยไปมาตามสัญชาตญาณ
“นี่คุณไม่ไปขับรถหรือไง”เทเรซ่าถาม
“มีระบบขับอัตโนมัติแล้วตอนนี้ฉันว่างทั้งวัน”
มือของเขาลูบที่ต้นขาของเธอแต่ขัดใจกับชุดนาโนเคฟล่าร์ จึงเอามือมากดปุ่มที่เข็มขัดของเธอเพื่อปลดชุดต่อสู้ออกเหลือเพียงชุดธรรมดาที่เธอใส่
เมื่ออุปสรรคหายไปสิ่งที่เหลืออยู่คือความนุ่มละมุนและเรียบลื่น
“ฉันไม่ว่าอะไรหรอกนะแต่นายไม่เกรงใจคนอื่น ๆ ในรถเหรอ”
เทเรซ่าพูดเบรกณัฐธัญไม่อยากให้ณัฐธัญกระตุ้นอารมณ์ของเธอ เพราะหากเพลิงราคะถูกจุดขึ้นแล้ว มันยากที่จะดับลงและเมื่อถึงตอนนั้น เธอกลัวว่าอารมณ์จะพาไปจนถึงขั้นตอนสุดท้าย
“งั้นไปห้องน้ำกัน”ณัฐธัญกล่าวกระซิบข้างหู แต่มือยังไม่ยอมหยุดนิ่ง
“ไม่ เงื่อนไขคือเงื่อนไข”เทเรซ่าปฏิเสธ เธอรู้ดีว่าหากตามเขาไป คงไม่รอดชะตากรรมแน่นอน
โลกนี้ไม่มีกฎเกณฑ์ใดขว้างกั้นอีกแล้วไม่มีตำรวจ ไม่มีกฎหมาย โลกของป่าที่ปลาใหญ่กินปลาเล็กกอปรกับพลังพิเศษที่เขา เขาไม่จำเป็ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น
แต่ณัฐธัญยังขีดเส้นกำกับไว้ไม่เลยเถิดถึงขั้นใช้กำลังบังคับ เพื่อให้ตนเองยังรู้สึกถึงความเป็มนุษย์ ดังนั้นวิธีเดียวที่จะทำได้คือใช้คำพูดหาเหตุผลให้อีกฝ่ายสมยอม
ขณะที่ณัฐธัญกำลังคิดหาคำพูดว่าจะหลอกเทเรซ่าเข้าห้องอย่างไรก็ได้ยินเสียงะโของนาตาเลียดังจากหน้ารถ
“นาธานมานี่หน่อย”
“ไม่ว่าง..!”
ณัฐธัญตอบกลับแทบจะในทันทีตอนนี้เพลิงราคะกำลังก่อตัว เขาไม่อยากให้อะไรมาขัดจังหวะทั้งนั้น
“เลิกหื่นแล้วก็รีบมาเดี๋ยวนี้..!”
คราวนี้นาตาเลียขึ้นเสียงทำเอาณัฐธัญต้องหยุดมือ
เขาขมวดคิ้ว ลุกจากโซฟาเดินไปหน้ารถด้วยใบหน้าบึ้งตึงถ้าเธอเรียกมาเพราะเื่ไร้สาระ เขาจะคิดบัญชีกับเธอแทน
เทเรซ่าถอนใจโล่งอกครั้งนี้เธอรอดเงื้อมมือมารไปได้ แต่ไม่รู้จะรอดไปได้สักกี่น้ำเพราะเมื่อครู่เธอสังเกตเห็นสายตาของณัฐธัญ เป็สายตามุ่งมั่นเร่าร้อนเต็มเปี่ยม ต่อให้เธอปฏิเสธเขาก็จะชักแม่น้ำทั้งห้าเพื่อหว่านล้อมเธอให้ตกลง
แม้เธอจะรู้ว่าณัฐธัญพยายามขีดเส้นมนุษยธรรมกำกับไว้แต่ในโลกที่สภาพแวดล้อมเป็ใจเปลี่ยนมนุษย์เป็สัตว์ร้าย ไม่รู้ว่าเขาจะทนได้นานเท่าไร
ณัฐธัญมาถึงหน้ารถตอนนี้รถบ้านจอดสนิทแล้ว ภาพตรงหน้าคือรถยนต์ที่จอดเกะกะอยู่กลางถนน มีอยู่หลายสิบคัน
“ฉันจำรถพวกนี้ได้เป็รถที่ขับขึ้นไปพร้อมกับกลุ่มของน้องชายฉัน” นาตาเลียกล่าว
ณัฐธัญเปิดประตูรถลงไปดูนาตาเลียก็ตามไป รถที่จอดขวางทางพวกนี้ไม่มีความเสียหายใด แต่บางคันก็เปิดประตูคาไว้บางคันก็เปิดฝากระโปรงรถค้างไว้ ราวกับรถมีปัญหาบางอย่าง
“ดูจากสภาพน่าจะจอดไว้นานมากแล้ว” เสียงของเทเรซ่าดังขึ้นจากด้านหลัง
ณัฐธัญหันไปกล่าว“พักนี้เธอออกมาบ่อยขึ้นนะ”
“ก็รอคนบางคนสร้างห้องวิจัยให้อยู่ไม่รู้เมื่อไรจะสร้างสักที” เทเรซ่าเดินมาที่รถคันหนึ่ง ชะโงกศีรษะเข้าไปดูที่นั่งฝั่งคนขับ
ณัฐธัญก็เดินมาอีกฝั่งดูสภาพรอบ ๆ ไม่มีศพหรือร่องรอยต่อสู้อะไร
เทเรซ่าดูบริเวณแผงหน้าปัดรถเห็นขีดบนหน้าปัดน้ำมันอยู่ถัดจากตัว F แค่ขีดเดียว บ่งบอกว่าน้ำมันยังเหลือเฟือ
“รถเสียหรือเปล่านะ”เทเรซ่าวิเคราะห์
“แต่เสียพร้อมกันเป็สิบคันนี่ก็บังเอิญมากเลยนะ”ณัฐธัญก้มมองดูใต้รถ ก็ไม่เห็นมีคราบน้ำมันเครื่องหรือของเหลวอื่น ๆ ซึ่งอาจจะจอดไว้นานเกินไปจนคราบหายไปแล้ว
“เ้าของลองเอามือทาบตัวรถฉันจะช่วยสแกนรถและเช็กสภาพให้เองค่ะ” เสียงเฉยชาดังขึ้นในหัว
พอณัฐธัญได้ยินก็ประหลาดใจไม่คิดว่าจะทำแบบนี้ได้ด้วย จึงวางมือทาบกับตัวรถทันที
ไม่นานนักเสียงของผู้ช่วยก็ดังขึ้น “ระบบแบตเตอรี่เสื่อมสภาพยางลมอ่อน น้ำมันหมด น้ำมันเครื่องตกตะกอน...”
ผู้ช่วยสาธยายอาการต่างๆ แต่ณัฐธัญพอฟังแล้ว นอกจากน้ำมันหมดอาการอื่นล้วนเป็อาการที่เกิดจากการจอดรถทิ้งไว้นานโดยไม่ใช้งาน
และการที่เข็มหน้าปัดบ่งบอกว่ายังมีน้ำมันมีสาเหตุอยู่สองประการ หนึ่งคือหน้าปัดเสีย สองคือรถดับก่อนแล้วจึงถ่ายน้ำมันออกจากรถ ซึ่งความเป็ไปได้มากที่สุดคืออย่างหลัง
เมื่อไล่ดูรถทุกคันพบว่าหน้าปัดน้ำมันแสดงเหมือนกันหมด นั่นคือชี้ไปที่ขีดด้านล่างตัว F
คราวนี้ไม่ว่าจะเป็สาเหตุหนึ่งหรือสาเหตุสองก็เป็เื่ที่บังเอิญเกินไป
หลังจากวนเวียนอยู่รอบๆ ทั้งสามคนก็ยังไม่ทราบสาเหตุ
“ช่างมันแล้วกัน”ณัฐธัญเลิกคิด เขารู้สึกว่าไม่ใช่เื่ที่ต้องใส่ใจ อย่างไรก็ไม่เกี่ยวกับพวกเขาอยู่แล้วจึงใช้หลังข้อมือเคาะรถ แล้วรถที่จอดอยู่ก็เรืองแสงสีเหลืองก่อนจะหายไป
ณัฐธัญเดินไล่เคาะเพื่อเก็บวัสดุในเมื่อมีวัสดุประทานให้ตรงหน้า เขาก็ขอน้อมรับไว้
ใช้เวลาไม่นานนัก เขาก็เก็บรถเข้าคลังวัสดุจนหมด ถนนกลับมาโล่งอีกครั้ง
ทั้งสามคนกลับขึ้นรถบ้านเพื่อออกเดินทางต่อส่วนณัฐธัญรีบกลับขึ้นไปเพื่อจะสานสิ่งที่ค้างไว้ต่อกับเทเรซ่า
ทว่ายังไม่ทันเดินก้าวเดิน เสียงของนาตาเลียก็ดังขึ้น
“นายมาอยู่หน้ารถเผื่อเจอเหตุการณ์เมื่อกี้อีก”
“เธอตัดสินใจเอาเองแล้วกันฉันมอบหน้าที่ให้เธอเป็คนจัดการแล้ว” ณัฐธัญโยนหน้าที่ ในเมื่อมีระบบช่วยขับรถให้แล้วยังจะต้องนั่งหน้ารถทำไมอีก ถ้าต้องคอยดูทางตลอดแบบนี้ แล้วจะต่างอะไรกับขับเอง..?
“แล้วถ้ามีรถขวางแบบเมื่อกี้อีกล่ะนายไม่คิดจะเก็บแล้วหรือไง” นาตาเลียไม่รู้ว่าเขาจะเก็บพวกซากรถหรือรถที่พังแล้วไว้ทำไมแต่ดูจากที่เขาอยากได้มาก แสดงว่ามันต้องมีประโยชน์มาก
ณัฐธัญตระหนักได้เขาต้องใช้เหล็กจำนวนมหาศาลเพื่อขยายพื้นที่รถ และวันสิ้นโลกแบบนี้ต้องมีรถจอดขวางถนนอยู่นับไม่ถ้วนแน่ แต่เขาก็ไม่อยากมาคอยนั่งดูถนน จึงถามผู้ช่วย“ผู้ช่วย มีอะไรที่พอช่วยจัดการอุปสรรคที่ขวางถนนได้ไหม หรือจำพวกเครื่องเคลื่อนย้ายที่ใช้เก็บวัสดุระยะไกลได้”
ณัฐธัญอยากทำให้ทุกอย่างเป็ระบบอัตโนมัติให้หมดอุตส่าห์มีเทคโนโลยีล้ำยุคทั้งที ต้องใช้ให้เป็ประโยชน์
“สามารถทำได้เ้าของต้องซื้อเครื่องเคลื่อนย้ายวัสดุทดแทนระยะไกลราคา 2,000 แต้ม แต่ต้องมีคนสั่งการว่า้าใช้กับสิ่งใด”ผู้ช่วยตอบกลับ
ณัฐธัญกดซื้อโดยไม่ลังเลแน่นอนว่าคนสั่งการย่อมเป็นาตาเลีย
เมื่อเขาอธิบายเกี่ยวกับเครื่องเคลื่อนย้ายวัสดุทดแทนระยะไกลให้เธอฟังเธอก็มองเขาด้วยสีหน้าตื่นเต้น ก่อนจะถามว่า “นายสร้างเทคโนโลยีได้ทุกอย่างเลยเหรอ”
“ใช่” ณัฐธัญตอบ
“แล้วทำไมไม่ทำให้รถคันนี้บินได้เลยล่ะ”คำถามนี้อย่าว่าแต่นาตาเลีย คนอื่น ๆ ในรถก็อยากรู้เหมือนกัน ทว่าคนอื่นทราบถึงเงื่อนไขการใช้พลังของณัฐธัญจึงรู้ว่าการที่รถจะบินได้ขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้น
ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากทำให้รถบินได้อันที่จริงเขาสามารถทำได้แล้ว แต่ปัญหาหลักคือการใช้พลังงาน เขาเคยถามผู้ช่วยเื่นี้แล้วคำตอบก็คือการจะยกรถบ้านหนักหลายสิบตันให้ลอยขึ้นได้ ต้องใช้พลังงานเฉลี่ย 800 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง และถ้าอยากจะอัปเกรดแบตเตอรี่ผลิตไฟฟ้าให้ถึงระดับนั้นต้องใช้แต้มความสุขถึง 80,000 แต้ม
ซึ่งแน่นอนว่าหากเขามีแต้มจำนวนขนาดนี้เขาเลือกขยายพื้นที่รถให้ยาวสักสิบกว่าเมตรเหมือนรถทัวร์ดีกว่า แล้วสร้างห้องมิติต่างๆ อีกหลายสิบห้อง ยังดูมีประโยชน์มากกว่าให้รถบินได้เพียงอย่างเดียว
“ตอนนี้พลังยังไม่พอ ยิ่งเทคโนโลยีล้ำสมัยยิ่งใช้พลังงานเยอะ ถ้ามันใช้ได้ง่ายขนาดนั้น ป่านนี้ฉันสร้างให้เป็ยานอวกาศไปแล้ว”ณัฐธัญตอบ เขาไม่รู้จะอธิบายแต้มความสุขให้ฟังอย่างไร จึงบอกว่าเป็พลังงานแทน
“ในเมื่อนายคิดจะใช้งานฉัน งั้นถ้าฉันขอค่าตอบแทนบ้างก็คงได้ใช่ไหม”นาตาเลียถาม เธอสบตาณัฐธัญตรง ๆ
“ฉันตกลงว่าจะช่วยเธอตามหาน้องชายดังนั้นฉันต่างหากที่ควรถามถึงค่าตอบแทน” ณัฐธัญอุตส่าห์ช่วยเธอแบบไม่มีค่าตอบแทนแต่ในเมื่อเธอเป็คนเอ่ยขึ้นมาก่อน เขาก็ต้องพูด
“ฉันก็ไม่เคยคิดจะให้นายช่วยฟรี ๆอยู่แล้ว ฉันถึงไม่ปฏิเสธที่นายใช้งานฉัน แต่ในเมื่อใช้งานฉันแล้วก็ถือว่าฉันเป็พนักงานคนหนึ่ง งั้นฉันขอใช้สิทธิ์พนักงานได้หรือเปล่า”
นาตาเลียช่างสรรหาคำพูดมาเปรียบเปรย แต่ณัฐธัญก็เห็นด้วยในเมื่อเขารับเธอขึ้นรถ ก็ต้องดูแลเธอให้ดี
“ก็ได้ ลองว่ามาสิ” ณัฐธัญตกลง
“ฉันอยากได้ระบบเรดาห์ นายติดตั้งหน้าจอเรดาห์ไว้หน้ารถได้ไหม”
ณัฐธัญไม่คาดคิดกับคำขอของเธอ ตอนแรกเขาคิดว่านาตาเลียจะขออะไรที่เป็ส่วนตัวแต่เรดาห์เนี่ยนะ..?
อันที่จริงเขาก็คิดจะติดตั้งระบบเรดาห์อยู่แล้วจึงไม่คิดว่าตัวเองจะเสียอะไร เพียงแต่สงสัยเท่านั้น “เธออยากได้ไปทำอะไร”
นาตาเลียคาดไว้อยู่แล้วว่าณัฐธัญจะต้องถามจึงตอบว่า “จะได้ช่วยหาน้องชายของฉันง่ายขึ้น ถ้าเป็ไปได้ก็ขอเรดาห์ความละเอียดสูงที่สามารถแยกแยะคนจากสิ่งมีชีวิตอื่นได้ไม่ต้องไกลมาก เอาแค่รัศมีหนึ่งกิโลเมตรก็พอ แล้วก็ขอโดรนติดกล้องด้วย”
ณัฐธัญเข้าใจทันที เขาไม่นึกว่าเธอรอบคอบขนาดนี้ตราบใดที่มีสองอย่างนี้ ต่อให้ไม่ต้องออกจากรถ ก็รู้สถานการณ์รอบนอกทั้งหมดอย่างแน่นอน
ณัฐธัญติดตั้งระบบเรดาห์และซื้อโดรนให้เธอโดยเป็เรดาห์ความละเอียดสูงที่มีรัศมีหนึ่งกิโลเมตรสามารถแยกระหว่างคนกับสิ่งมีชีวิตอื่นได้ หากเป็เรดาห์ทั่วไปจะแสดงจุดวงกลมบนหน้าจอแต่เรดาห์นี้จะปรากฏเป็รูปตามที่ตรวจจับได้ เช่นหากพบเจอคนก็จะปรากฏเป็รูปคนเจอสุนัขก็จะปรากฎรูปสุนัข และตราบใดที่ยังหายใจ ต่อให้เป้าหมายอยู่นิ่ง ๆ ก็ตรวจจับได้เช่นกัน
ส่วนโดรนนั้นมีทั้งระบบตรวจจับความร้อนและมองกลางคืนบินได้ไกลหนึ่งร้อยกิโลเมตร หากเกินกว่านั้นจะบินกลับเข้าระยะด้วยตนเอง
และทั้งสองอย่างนี้มีระบบเชื่อมต่อกันโดยถ้าอยากจับภาพที่เรดาห์ตรวจจับได้ก็สามารถสั่งให้โดรนบินไปเก็บภาพอัตโนมัติโดยไม่จำเป็ต้องควบคุมเอง
ระหว่างที่ณัฐธัญอธิบายหลักการใช้งานนาตาเลียก็ฟังด้วยสีหน้าตื่นเต้นอย่างเห็นได้ชัด เขาสังเกตว่าเมื่อไรก็ตามที่เป็เทคโนโลยีล้ำสมัยเธอจะตื่นเต้นทุกครั้ง ให้อารมณ์เหมือนกับเทเรซ่า เพียงแต่เปลี่ยนจากเื่ชีววิทยาเป็เื่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แทน
เมื่อมอบหมายงานให้นาตาเลียเรียบร้อยณัฐธัญก็รีบกลับเข้าตัวรถ แต่ก็พบว่าลีโอนีตื่นแล้ว เธอกำลังนั่งฟังวิทยุบนโซฟากับเทเรซ่าส่วนมาน็องกับอลิเซียกำลังทำอาหารอยู่ในครัว
ณัฐธัญมองดูนาฬิกา พบว่าเวลานี้จะสิบเอ็ดโมงแล้วใกล้เวลารับประทานอาหารพอดี เขาจึงเดินมาที่โซฟาทิ้งตัวนั่งข้างลีโอนีพร้อมกับโอบเธอเข้ามากอด
แต่ผิดคาดลีโอนีปัดมือไม่ยอมให้เขาโอบเธอ “ไปไกล ๆ ฉันตื่นสายเพราะนายอีกแล้ว”
“แต่ฉันก็นอนดึกเท่าเธอนะไม่เห็นตื่นสายเลย” ณัฐธัญยังพยายามจะโอบกอดเธอ แต่ก็ไม่สำเร็จ
“ใครมันจะเหมือนนาย ทีตอนสู้ละบ่นเหนื่อยจะเป็จะตาย”ลีโอนีบ่น เพราะถึงเวลาต่อสู้ทีไร ส่วนใหญ่ต้องเป็เธอลงมือทุกครั้งในขณะที่เขาถึงจะมีส่วนช่วย แต่ก็ไม่ได้เคลื่อนไหวหนักหนาเท่าเธอ
และแน่นอนว่าเมื่อเธอใช้แรงไปกับการต่อสู้เขาก็ชอบมาสู้กับเธอต่อ แทบไม่ให้เธอมีเวลาเว้น่พัก
ณัฐธัญเห็นว่าตอนนี้คงไม่มีโอกาสจึงลุกไปนั่งอีกฝั่ง โอบกอดเทเรซ่าแทน
ลีโอนีนั่งเท้าคางเหล่สายตามองณัฐธัญพลางกล่าว “นายนี่หน้าไม่อายจริง ๆ”
ณัฐธัญทำหน้าเหมือนไม่สะทกสะท้าน มือยังคงลูบไล้คลึงคลำไปทั่วร่างของเทเรซ่าปากกล่าวว่า “ก็คนกันเองทั้งนั้น จะอายอะไร”
ลีโอนียังคงมองมาที่เขา เธอจำได้ว่าวันแรกที่เจอณัฐธัญเขาดูหน่อมแน้มกว่านี้ แต่รู้สึกว่าเขาเปลี่ยนไปหลังจากที่ติดเชื้อเอเฮส แม้ว่าเทเรซ่าจะอธิบายถึงการเปลี่ยนแปลงหลังติดเชื้อแล้วแต่เธอก็ยังคิดไม่ตก เนื่องเพราะทั้งโลกก็ติดเชื้อเอเฮสเหมือนกันหมด แต่กว่านิสัยจะเปลี่ยนแปลงได้ก็ต้องอยู่ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่เป็ใจพักใหญ่ทว่าณัฐธัญเปลี่ยนไปทันทีที่ตื่นขึ้นมา เหมือนกับมีปัจจัยอย่างอื่นนอกจากเชื้อเอเฮสมาเกี่ยวข้อง
อะไรมอบความกล้าให้เขากล้าทำในสิ่งที่วันแรกเขาไม่กล้าทำ..?
แม้จะคิดให้ตายลีโอนีก็คงไม่คิดไม่ฝันว่าสิ่งที่เปลี่ยนแปลงเขาไม่ใช่สิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวอย่างเชื้อเอเฮสแต่เป็สิ่งมีชีวิตที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น อยู่นอกเหนือจากกฎของโลกทั้งปวง