
ตอนที่33 คำสั่งพลั้งมือฆ่าองค์ชายสิบสี่
"องค์ชายสิบสี่..ราชโอรสแห่งองค์ฮองเฮาฝ่ายขวาเสด็จแล้ว...." เหล่าพวกทหารต่างก้มลงให้ความเคารพ
กริชเพชรตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแบบปัจจุบันทันด่วน ไม่รู้ว่าพวกเขาให้ความเคารพใคร
"เป็ไปได้ยังไงนี่องค์ชายสิบสี่ปรากฏตัว เขาไม่ได้ตายไปแล้วหรือ..."
เสียงชายชุดดำพูดรำพึงขึ้นในมือก็ปรากฏแสงหิ่งห้อยเล็กๆ แล้วส่งกระแสจิตรายงานไปหาเ้านายที่อยู่เื้ัเขา
"องค์ชายสิบสี่ปรากฏตัวแล้ว.."กระแสจิตของชายชุดดําประทับรายงาน แสงหิ่งห้อยที่อยู่ในมือมันเป็ผนึกดอร์ ที่แปรสภาพเป็อุปกรณ์สื่อสารโทรจิตที่พวกอสูรใช้สื่อสารกัน ทหารที่อยู่หน้าประตูเมืองคนหลังสุดไว้หนวดเขียวครึ้ม
เขาก็ถอยหลังไปหลบที่ต้นเสาพลิกข้อมือขึ้น แสงหิ่งห้อยผนึกดอร์ก็ส่งรายงานไปเช่นกัน แต่คนละฝั่งกับชายชุดดำ
"นายเหนือข้า นายน้อยองค์ชายสิบสี่ ปรากฏตัวแล้วเขายังไม่ตาย..."
เขาโทรจิตส่งไปอย่างรวดเร็วณ.ตำหนักด้านในห้องบรรทมรักษาอาการตรอมใจของฮองเฮาฝ่ายขวานางข้าหลวงนั่งอยู่ด้านข้างคอยปรนนิบัติพระองค์
"ฮองเฮาเพคะ..มีรายงานด่วนเข้ามาเ้าค่ะ..."
เสียงนางข้าหลวงขยับเข้าไปกระซิบ บอกองค์ฮองเฮาฝ่ายขวาพระนางเ้าจิงจง
"เ้าว่าอะไรนะเหมยหยวนลูกของข้าใบที่สี่เขาเป็ผู้ชายอย่างนั้นหรือ...."
เสียงหญิงสาววัยกลางคนหน้าตาอิดโรยใส่ชุดลำลองสำหรับผู้ป่วยนอนอ่อนระโหยโรยแรงติดเตียงอยู่ตอนนี้หัวใจของนางกลับพองโต มีชีวิตชีวาขึ้นอย่างเหลือเชื่อ องค์ฮองเฮาฝ่ายขวาขยับตัวลุกขึ้นพิงหมอน หันหน้ามาถามนางข้าหลวงสาวรับใช้คนสนิท
"เพคะไข่ของพระนางใบที่สี่เป็องค์ชายเพคะ..."
หญิงสาว ยิ้มแย้มอย่างดีใจ เพราะนางเองเป็พระพี่เลี้ยงดูแลไข่ใบนี้ นางเอาไข่ใบที่สี่ไปซ่อนไว้ในท่อนโพรงต้นไม้นั่นเองเพราะไข่ไปนี้ช่างน่าสงสารมันมีขนาดเล็กกว่าไข่ใบอื่น
"แล้วลูกของข้า อีกสามใบมิได้กลับมาด้วยรึ มีเขากลับมาคนเดียวอย่างนั้นหรือเหมยหยาง..." เสียงพระนางเศร้าสร้อยลงในความดีใจกับมีความเศร้าโศกปนเปกันอยู่ นางคาดหวังไว้ไข่ทั้งสี่ใบของพระนางจะเกิดมาเพื่อสืบเชื้อสายให้กับพระสวามี และช่วยพยุงฐานะของตระกูลนางในราชสำนัก องค์ฮองเฮาต้องใช้เวลาบวงสรวงขอลูกเกือบร้อยปี
ถึงแม้ว่านางจะเป็พระมเหสีฝ่ายขวา ที่ถูกแต่งตั้งขึ้นอย่างเป็ทางการ แต่ความรักความเมตตากับได้น้อยนิด เพราะความลำเอียงของพระสวามี ที่รักพระชายาฝ่ายซ้ายมากกว่า
ด้วยพระนางเป็พี่สาวคนโตของวงเครือญาติในสมัยนั้น นางจึงถูกคัดเลือกจากมหาจักรพรรดิอสูรเทพวารี ผู้เป็ปู่องค์ใหญ่ผู้ปกครองอาณาจักรทั้งมวลในเขตอสูรวารี ซึ่งเป็ลูกพี่ลูกน้องกับปู่ของนาง อวยยศให้นางเป็พระมเหสีฝ่ายขวา
ดังนั้นจึงสร้างความไม่พอใจให้แก่พระมเหสีฝ่ายซ้าย ซึ่งเป็คนรักของพระสวามี ทั้งสามจึงอยู่ด้วยกันแบบหวานอมขมกลืน กษัตริย์ผู้ปกครองเมืองอสูรวารีน้ำจืด มีกายเทพอสูรระดับหนึ่ง จึงจำเป็ต้องอยู่ในโอวาทของพระบิดา ผู้ครองอาณาจักรอสูรวารี ตามกฎของเมืองนี้
แต่ด้วยความขัดแย้งเื่ความรักที่ราชบิดาของตน ไม่เห็นชอบที่จะแต่งตั้งคนรักญาติผู้น้องขึ้นเป็มเหสีฝ่ายขวา แต่กลับเลือกญาติผู้พี่ให้เป็มเหสีเอกแทน
จึงสร้างความไม่พอใจให้กับกษัตริย์อสูรวารีน้ำจืด จนไม่ยอมร่วมหลับนอนกับพระมเหสีฝ่ายขวาเกือบร้อยปี จนต้องใช้พระอาญาบวงสรวงของพระนาง จึงได้กำเนิดไข่ขึ้นกับพระองค์แค่สี่ใบ และหลังจากหนึ่งปีที่นำไข่ทั้งสี่ใบขององค์ฮองเฮาฝ่ายขวา ไปฟักที่น้ำตกศักดิ์สิทธิ์ไข่ของพระนางก็หายสาบสูญไป สร้างความเสียใจให้กับพระนางฮองเฮาฝ่ายขวาอย่างรุนแรง จนล้มป่วยเจียนตาย
"พระนางเพคะ..แต่ตอนนี้เกิดเื่ใหญ่แล้ว ตอนที่องค์ชายสิบสี่ปรากฏตัวขึ้นจะเข้าเมือง หน่วยองครักษ์ทมิฬของมหาอำมาตย์ บิดาพระมเหสีฝ่ายซ้าย ก็ปรากฏตัวนำองค์ชายเก้าจะเข้าเมืองมาเหมือนกัน คล้ายกับว่าพวกเขาเกิดความขัดแย้งกับองค์ชายสิบสี่ อาจจะมีอันตรายกับองค์ชายได้เพคะ..."
เสียงนางข้าหลวงกระซิบบอกพระนางอย่างแ่เบา ดวงตาขององค์ฮองเฮาฝ่ายขวามีน้ำเอ่อสั่นระริก ก่อนที่จะทะลักไหลลงอาบแก้ม
"มิได้นะ..เ้าจงไปตามผู้ตรวจการแผ่นดินท่านจิงจูบิดาของข้า ลงไปรับหลานชายโดยด่วนอย่าให้เขาเกิดอันตราย ก่อนที่องค์ชายสิบสี่จะถูกประทับตราขึ้นเป็ราชโอรสอย่างเป็ทางการ ไม่เช่นนั้นเขาอาจจะเสียชีวิตโดยไม่มีใครสามารถปกป้องเขาได้ ตอนนี้องค์ชายยังไม่ได้เป็ราชโอรสตามกฎมณเฑียรบาล ก่อนที่พระราชบิดาของเขาจะประทับตรา จงแจ้งข่าวให้บิดาข้ารีบไปรับด่วน"
หญิงสาวพูดละล่ำละลักพร้อมกับยันตัวลุกขึ้นนั่ง รู้สึกอบอุ่นในทรวงอก เพราะเส้นใยชีวิตเส้นสุดท้ายของนาง กลับฟื้นฟูร้อนผ่าวมีชีวิตชีวาขึ้น อย่างน่าอัศจรรย์ใจ ยังไงนางก็ต้องรักษาชีวิต เพื่อปกป้องบุตรชายให้ถึงที่สุด
"เหมยหยวน..เ้าก็ไปรับลูกชายข้าด้วย เอาปิ่นปักผมอาญาสิทธิ์คืนชีวิตสามครั้งของท่านปู่ใหญ่ ไปป้องกันชีวิตเขาอย่าให้ใครทำอันตรายลูกข้าได้ นำองค์ชายกลับมาโดยด่วน..."
เหมยหยวนหดตัวทำความเคารพแล้วถอยออกจากห้องส่งข้อความไปหาผู้ตรวจการแผ่นดินจิงจู บิดาของพระมเหสีฝ่ายขวา
ณ.กำแพงเมือง ปรากฏแสงวาววับเป็สัญลักษณ์น้ำตกขององค์ชายสิบสี่ ฉายขึ้นบนกระจกเหล่าทหารเฝ้าประตูเมืองต่างพากันออกมาให้ความเคารพกริชเพชรถอยหลังลงจากแท่นวางมืออย่างประหม่า
"ใครเป็องค์ชายสิบสี่ ข้าไม่ได้เป็นะ..พวกเ้าเข้าใจผิดอะไรหรือไม่..."
เสียงกริชเพชรร้องถามพวกเหล่าทหารอย่างเหลือเชื่อกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน และสัญลักษณ์ที่กริชเพชร เห็นบนกำแพงเมือง มันชินตามากเพราะมันถูกประทับไว้บนลูกแก้วสีเขียวขณะที่เขา ได้ซึมซับมันสมองนกอสูรปีศาจ มันเป็ลูกแก้วลูกแรก ที่เกิดการเปลี่ยนแปลงในดวงจิตชายหนุ่ม
ลูกแก้วสีเขียวขณะนี้มันยังวนเวียนรอบบอลดวงจิตแก่นแท้ของเขาไล่ตาม ลูกแก้วทั้งหกดวงที่ไม่มีสีวนเวียนดุจดาวเคราะห์ในระบบสุริยจักรวาล ที่หมุนวนรอบดวงอาทิตย์
กริชเพชรเพิ่งรู้วันนี้นี่เองว่าสัญลักษณ์รูปน้ำตก มีอักษรประหลาดกำกับอยู่ เป็สัญลักษณ์ของการสืบเชื้อสายในราชวงศ์อสูรวารีน้ำจืด ซึ่งมันก็เป็เื่ใหญ่สำหรับชายหนุ่ม
เขา้าเป็เพียงอสูรตัวเล็กๆ หลบซ่อนอยู่ในหมู่อสูรอย่างสงบ ไม่้าสู้รบแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกับใครในวงศ์วานกษัตริย์
ชายหนุ่มอ่านนิยายจีนมาเยอะ และเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของกษัตริย์โบราณ ลูกหลานแก่งแย่งชิงดีจนเข็ดฆ่ากันนับไม่ถ้วน กริชเพชรไม่้าให้ชีวิตของเขาเข้าไปสู่แวดวงแบบนี้
ชายหนุ่มเคยนึกสะท้อนในใจเมื่อเรียนวิชาประวัติศาสตร์ เขากลับต้องมาเกิดใหม่เป็ถึงองค์ชาย คาดว่าชาตินี้คงจะหาความสงบสุขในชีวิตยากยิ่ง กริชเพชรจึงพยายามปฏิเสธความเป็ตัวตนของเขา ในชาติกำเนิดอสูรวารีน้ำจืด
'องค์ชายเก้า..นายเหนือหัวส่งข้อความมาว่า..ให้จัดการเก็บองค์ชายสิบสี่ซะที่นอกเมืองนี้ ให้เราทำเป็พลั้งมือฆ่าเขาตายเสีย..ก่อนที่องค์ชายจะถูกประทับตราเป็ราชโอรส ความผิดของพวกเราก็จะเป็เื่เล็กน้อย..นายเหนือหัวบอกให้พวกเราจัดการ..องค์ชายสิบสี่ให้สิ้นซาก..ก่อนที่จะปรากฏตัวหน้าบัลลังก์......'
เสียงหัวหน้าองครักษ์ทมิฬ ที่ใส่ชุดดำส่งกระแสจิต กระซิบบอกองค์ชายเก้าอย่างแ่เบา กับคำสั่งพลั้งมือฆ่าองค์ชายสิบสี่
เื่ที่องค์หญิงเ้าเฟิงช่วยไกล่เกลี่ยประนีประนอม ในสถานการณ์ที่ร้อนระอุขององค์ชายเก้ากับองค์ชายสิบสี่กลับอึมครึมลง รังสีการฆ่าฟันมันกลับแผ่กระจายออกจนนางััได้
"เฮ่อๆ .! ที่แท้องค์ชายสิบสี่นี่เองถึงว่าใจกล้าเหนือฟ้า..บังอาจขัดขวางขบวนเสด็จขององค์ชายเก้าองค์ชายคงคิดจะหลู่เกียรติพระเชษฐาล่ะสิ..."
เสียงหัวหน้าองครักษ์ทมิฬดังกังวาน เดินออกมาเผชิญหน้ากับกริชเพชร เขาคิดหาเื่ชายหนุ่มตรงๆ
.........................................................................................................................................................................................