ผมเข้าห้องน้ำเพิ่งทำธุระหนักเสร็จ
ผมไม่ได้เข้าห้องน้ำแบบนี้มาเป็ 10 ปี แน่นอนว่าตอนเด็กผมทำแต่พอโตแล้ว ผมไม่ได้เข้าห้องน้ำหนักเลย
ทำไมมันเป็อย่างนี้ล่ะ?
ธรรมชาติโลกเก่ากับโลกนี้มันไม่เหมือนกันหรือ? ผมสงสัยมากโดยที่ตอนนี้ผมไม่รู้จะถามใคร
“สื่อนกหาวีดีกว่า”
เมื่อไม่รู้จะหาใครก็ไปถามซี้สมัยเด็ก
“พี่วารี? สื่อนกมาเร็วจัง”
เพราะผมสื่อนกเร็วกว่าปรกติ เธอสงสัยและถามผมมา
“วันนี้มันมีความสงสัยกระทันหันอ่ะ พี่ไม่รู้จะถามใคร”
“อย่างนั้นเหรอ มีอะไรล่ะ?”
เมื่อผมบอกวีอย่างนั้นเธอถามผมว่ามีอะไร
“ขอถามแปลกๆหน่อยสิ เอิ่ม วีกับวิวเข้าห้องน้ำทำธุระหนักกันมั้ย?”
วีเงียบไปอยู่นาน
“พี่ถามเื่นั้นเลยเหรอ?”
เมื่อวีถามมาผมรู้สึกผิดที่ถามเื่แบบนั้นกับเธอ
เสียงเธอดูโกรธๆเล็กน้อย แต่ยังไม่ได้โกรธชัดมาก แต่รู้ได้ว่าเธอไม่ชอบ
จากนั้นเธอถอนหายใจยาว
“เฮ้อ หนูไม่เข้าส่วนวิวเข้าบางครั้ง เธอไม่ได้บอกแต่หนูรู้”
“อ๋อ อย่างนี้นี่เอง”
เมื่อเธอบอกว่าเธอไม่ได้เข้าแต่วิวเข้าบางครั้งอยู่ แต่ไม่ได้บอกวี
สงสัยมันเป็จมูกวีที่ดีกว่ามนุษย์
“ถ้าอย่างนั้นวิวเข้าและวีไม่เข้าเหรอ? ทำไมมันเป็อย่างนั้นล่ะ? พี่ไม่ได้เข้ามาเลยเป็ 10 ปีเลยอ่ะพี่สับสน”
“เฮ้อ เพราะปรกติแล้วคนไม่เข้าห้องน้ำธุระหนักกันหรอก!!”
“แล้วทำไมวันนี้พี่อยากเข้าอ้ะ? อยู่ดีๆมันก็อยากเฉยเลย”
เมื่อเธอบอกว่าปรกติคนไม่เข้า ผมถามเธอที่อยู่ดีๆวันนี้อยากเข้า
“ถ้าพี่มีตะหงิดในใจเื่นั้น หรืออยู่ดีๆอยาก มันจะปวดขึ้นมาเองหลังจากนั้น! นั่นเื่ปรกติ”
เมื่อวีบอกเกี่ยวกับความปรกติของโลกนี้ ผมตัดสินใจได้ว่า ธรรมชาติโลกเราไม่เหมือนกัน
“อย่างนั้นเหรอ งั้นเื่นั้นแค่นี้แหละ ทำอะไรอยู่ล่ะ?”
“เปลี่ยนเื่ซักที กว่าจะพูดเื่อื่น”
เมื่อผมเปลี่ยนเื่วีดูอยากพูดเื่อื่นมากกว่าแล้ว
“วันนี้ทำอะไรกันมั่ง”
“ฮี่ฮี่ วันนี้เราซ้อมกันเริ่มหนักขึ้น แต่วิวเริ่มจับหนูทุ่มยากและวันนี้หนูชนะบ่อยกว่า”
เมื่อผมถามวีเกี่ยวกับวันหนึ่งวันนี้ของเธอ เธอเริ่มพูดมาเพื่ออธิบาย
“เก่งกันเนาะ!”
“แน่นอน!”
เมื่อผมชมวี เธอพูดยืนยัน
ถ้าอย่างนั้นวิวเริ่มจับวีทุ่มยากแล้ว
ผมอยากรู้ว่าวิวจะเลือกไปทางไหน จับทุ่มให้เก่งขึ้นหรือใช้หมัดกับขาทำคะแนนให้สูงขึ้น
“แล้วพี่วันนี้ทำอะไรมาบ้าง?”
“วันนี้พี่อยู่ที่ฟาร์มสัตว์ที่น้ำลายมันเอาไว้ทำถุงป้องกันเวลาผู้ชายกับผู้หญิงอยู่กันส่วนตัว”
ผมบอกเื่ฟาร์มอูริจิเมื่อวีถามและพูดต่อ
“ตัวมันนะเหมือนหมูมีขนและใส่หน้ากากไว้วางหน้ามันเพื่อให้น้ำลายมันไหลลงถังเอาไว้เก็บตอนท้ายวัน”
“โห ตัวอะไรอ่ะ แปลกดีจัง”
เมื่อผมอธิบายถึงตัวอูริจิ วีเสียงดูตื่นเต้น
“มันเปิดในตัวเมืองแถวชานเมืองพี่เลยไปมาตลาดได้ ทำเลมันดีสุดๆเลยล่ะ”
“โห มันมีข้อเสียอะไรมั้ยเนี่ย?”
“พี่ต้องแปรงมันวันละ 3 ครั้งเพื่อให้น้ำลายมันออกมากกว่าปรกติน่ะ มันต้องทุ่มเวลาเลี้ยงอยู่บ้างไม่ได้เปล่อยไว้เฉยๆ ได้ แต่มันขี่ได้นะ”
เมื่อวีตื่นเต้นแล้วถามถึงข้อเสียในการเลี้ยงอูริจิ ผมบอกเธอไปทั้งหมด
ข้อเสียมันไม่มากและมันได้น้ำลายเอามาใช้ประโยชน์ต่อได้
“ก็เลี้ยงยากเหมือนกันนะ ไม่ใช่ง่ายๆ”
“อืม ใช่ ถ้าจะทำให้ดีต้องหมั่นแปรงมันหน่อยแหละ”
เมื่อวีพูดผมเห็นด้วยกับเธอ
“แล้ววันนี้จะพี่ไปตลาดแล้วเจอหินแปลกๆที่ปล่อยกระแสไฟฟ้าด้วยล่ะ!”
“กระแสไฟฟ้าคืออะไรเหรอ?”
เมื่อผมเล่าเื่ตลาดและบอกเื่หิน วีถามถึงกระแสไฟฟ้า
“มันเป็แหล่งพลังงานไว้ทำให้ร้อน หรือใช้ขยับอะไรต่างๆโดยไม่ได้จับ มันต้องทำอุปกรณ์ก่อนจะเอามาใช้จริงได้”
“เอ๋? มีอย่างนี้ด้วยเหรอ? อยากเห็นอ่ะ”
เมื่อผมอธิบาย วีอยากเห็นขึ้นมาทันที
“ไว้ปีหน้าเดี๋ยวเอาให้ดูนะ ว่ามันทำอะไรได้”
“จริงๆนะพี่? เย้ๆ”
เมื่อผมจะให้วีดูเมื่อปีหน้าเธอพูดเหมือนดีใจ
ผมเล่าเื่ของกินที่ผมเจอและวีพูดมาเหมือนอยากกิน
“กินอะไรกันล่ะวันนี้?”
“วันนี้พี่อลิสทำผัดตับ มันมีก้านผักกับตับอย่างเดียว หนูกินไปเยอะเลยล่ะ มันหวานๆด้วยล่ะ”
เมื่อวีพูดว่ากินผัดตับ มันทำให้ผมอยากกินอาหารที่พี่อลิสทำ
“อืม กินเยอะๆวี”
“ได้เลยหนูกับวีกินกันเยอะ! อาหารพี่อลิสอร่อยอยู่แล้ว!”
วีชมพี่อลิส มันทำให้ผมอยากกินอาหารเธอมากขึ้น
แต่ผมต้องอาศัยอยู่นอกบ้านแล้ว แม้อยากกลับไปกินก็ต้องอดใจไว้
เมื่อเราคุยกันนานแล้วผมบอกลาวี
“ไปล่ะ เจอกันมะรืน บาย”
“บาย ไปก่อนนะ พอแล้วนก”
“พอแล้วนก”
ผมลาวีและคุยเสร็จสำหรับวีวันนี้
ถ้าอย่างนั้นมันไม่เข้าห้องน้ำกันเป็ปรกติ ผมไม่ได้แปลก มันโล่งใจที่มันเป็ปรกติโลกนี้
พอหลังโตมันจะไม่เข้าห้องน้ำและต้องมีความอยากหรือตะหงิดอยากทำขึ้นมาก่อน
ผมย้อนนึกดูมันน่าจะเป็ที่ผมสงสัยเกี่ยวกับฟาร์มที่ไม่มีความเหม็นของสัตว์
เพราะผมอยู่ดูมันทั้งวันและในฟาร์มไม่ได้มีของเสียอยู่เลย
จะว่าไปมันก็ดีแต่เพราะบางครั้งคนก็มีความอยาก แต่โลกนี้อยากเมื่อไหร่ก็ได้เข้า
มันคนละแบบกับโลกเก่าและมันไม่เหมือนเดิมเลยที่คนปรกติจะเข้าห้องน้ำทุกวัน
ผมต้องเรียนพื้นฐานร่างกายใหม่เพราะความรู้เก่าที่โลกเก่ามันใช้ไม่ได้แล้ว
เมื่อผมคิดอนาคตได้ผมเริ่มรู้แผนของตัวเอง
ผมต้องไปเรียนพื้นฐานของร่างกาย ผมต้องไปสาขานั้น
ผมหยิบนกรักท่านหญิงมาสื่อนกหาท่านหญิง
“ว่าไงน้อง?”
“พี่ครับ วันนี้ผมได้รู้อะไรบางอย่าง”
ท่านหญิงเสือดำถามผมและผมบอกสิ่งที่รู้และต้องออกไปหาความรู้
“เอิ่ม ท่านหญิงครับ ผมไม่ได้เข้าห้องน้ำหนักมาเป็ 10 แล้ววันนี้ผมเข้าห้องน้ำครั้งแรก”
“จึ นั่นมันก็ปรกตินี่ เธอพูดเื่แบบนี้ทำไมกัน”
เธอพูดเหมือนเริ่มรำคาญ และผมไปต่อแทบไม่ถูก
สติ! มีสติ!
“เอิ่ม ผมต้องไปเรียนเื่พื้นฐานร่างกาย ผมต้องไปเรียนหมอครับ!”
หลังผมพูดท่านหญิงเงียบไปนาน
“แกเพิ่งทำงานจริงๆได้กี่วัน”
ผมไม่รู้จะตอบอย่างไรให้ไม่โดนต่อว่าจริงๆ ผมเลิกทำกลัวการถูกต่อว่าและรับสภาพจริงๆ
ผมหายใจลึกๆ มันมีเสียงและท่านหญิงเสือดำน่าจะได้ยิน
เมื่อผมหายใจรับลมเข้าไปเต็มที่ ผมเริ่มพูด
“วันเดียวครับ”
“ใช่! วันเดียว ไอ้- ฮึ่ย! ทำงานวันเดียวเสร็จอย่างดีแล้วบอกว่าต้องไปเรียนหมอ เป็อะไรของแก!”
ท่านหญิงโกรธผมมากแต่ผมไม่มีความคิดที่จะต่อว่าอะไรเธอเลย แล้วไม่มีเสียงอะไรมาหลังจากนั้น
มันเหมือนๆผมสมควรโดนอยู่
“บอกเหตุผลมา!”
ผมรีบหาเหตุผลมาพูดต่อกับท่านหญิงเสือดำ
“ผมไม่ได้เข้าห้องน้ำหนักมาเป็ 10 ปีและพอได้เข้า ผมสื่อนกไปถามน้องๆ และน้องๆตอบมาว่าปรกติมันเป็อย่างไร ผมคิดมาตลอดว่าคนเข้าห้องน้ำปรกติทุกวันและไม่ได้เป็ 10 ปีครั้งหรือตอนที่อยากอย่างเดียวเท่านั้น มันแปลกมากสำหรับผมและผมรู้เหตุผลแล้ว”
ท่านหญิงเสือดำฟังเงียบๆและสื่อนกมาอือออเพียงอย่างเดียว
“มันเพราะความรู้เมื่อตอนเด็กกับเื่จริงตอนโตมันไม่เหมือนกัน มันเลยทำให้ผมอยากเรียนพื้นฐานของร่างกายคนั้แ่แรกๆ ผมต้องไปเรียนทางนั้นครับ!”
ผมตอบท่านหญิงเสือดำยาว ท่านหญิงเสือดำคิดอยู่สักพัก
“เห้อ มันเพราะผลงานเธอหรอกนะ ถ้าไม่มีสิ่งประดิษฐ์ที่บอกในห้อง ป่านนี้ฉันเลิกคุยไปแล้ว จำไว้ ฉันอยากได้ผลงาน”
“มันเป็เื่ที่ทำได้ไม่ยากครับ”
เมื่อผมบอกความยากง่ายท่านหญิงไม่ได้อยากว่าอะไร
“ถ้าจะไปเรียนจริงๆ ทำงานข้างนอกให้เสร็จๆปีหนึ่ง และไปเข้าเรียนหมอ! ฉันไม่ออกค่าเรียนให้ ออกเองซะ”
“ได้ครับ เื่นั้นสำหรับผมไม่มีปัญหา”
เพราะผมมีเงินก้อนมากับตัว มันทำให้เงินผมมีอยู่ถ้าจะเบิกไปใช้จริงๆ
และค่าเรียนหมอผมไม่รู้ว่าเท่าไหร่ แต่ผมพร้อมจ่ายแม้มันจะเสียมากนิดหน่อย
“จ่ายค่าแก้วที่แตกไปด้วย! พอแล้วนก”
คงเป็เสียงที่สื่อนกไม่ได้รับมาสื่อให้ได้ยิน
“ได้ครับ พอแล้วนก”
ท่านหญิงเสือดำบอกว่าเธอทำแก้วแตกโดยที่ผมไม่ถามอะไรเกี่ยวกับรายละเอียดมาก
แค่จ่ายๆมันไปเถอะ
ค่าแก้วมันแพงกว่าปรกติ โดยที่ผมต้องส่งเงินไปให้ท่านหญิงพรุ่งนี้ ผมไม่รู้ว่าจะให้ตอนไหน เพราะผมยังทำงานที่ฟาร์มอูริจิไม่ถึงเต็มวัน
เราเลิกสื่อนกกันโดยที่ผมไม่ได้เตรียมการอะไรสำหรับพรุ่งนี้เลย
เท่านี้ผมก็ได้ตัดสินใจอนาคตแล้ว โดยที่ผมต้องทำงานนอกดงเสือดออกเล่นน้ำ 1 ปี จนถึงอายุ 15 แล้วจากนั้นส่งตัวเองเรียนหมอ
ผมประกอบกล่องที่มีเครื่องช็อตไฟฟ้าไว้ข้างในและเอาผ้าพันปุ่มไว้ให้มันเปิดค้างไว้
มันมีหลอดไฟไว้ดูว่าไฟติดอยู่ตลอดเวลา
ผมซื้อหลอดไฟมาจากร้านขายของเก่า มันเป็ของเก่าั้แ่ยุคสร้างโดยที่ไม่มีใครรู้วิธีใช้เพราะไม่มีใครนำไฟฟ้ามาใช้
ผมแค่โชคดีที่ไปเจอมันเข้าก่อนใครซื้อหลอดไฟไปเก็บไว้
วันนี้มันทำอะไรเพิ่มไม่ได้แล้ว ผมเตรียมตัวนอนสำหรับวันนี้
ผมเอนกาย ทำตัวให้สบายๆแล้วหลับไป
ผมตื่นมาสดชื่นสุดๆ ออกกำลังกายอาบน้ำแต่งตัวพร้อม
ผมเอาอูริจิเข้ามาเดินกันในฟาร์มและแปรงมันทุกตัวตอนเช้า
จากนั้นผมไปตลาดหาซื้ออะไรกิน
ผมซื้อข้าวเนื้อย่างถุงหนึ่ง
มันไม่ได้ปรุงแบบที่ถูกปากที่ผมกินบ่อยๆ มันเป็เนื้อย่างธรรมดาๆ
ผมเอาน้ำลายอูริจิไปถังหนึ่งและไปที่สวนต้นคริสเตอร์
ผมหัดคนหม้อน้ำยางโดยเป้าหมายของผมคือทำอะไรที่เหมือนพลาสติก
โดยสัญชาตญาณผมคิดว่ามันน่าจะต้องเพิ่มใบคริสเตอร์ตอนต้ม
และเมื่อผลลัพธ์ออกมาในที่สุดมันก็เป็เหมือนที่คาดการณ์ไว้
ผมสามารถทำพลาสติกแข็งได้แบบที่ต้องแกะพิมพ์ก่อน
ผมแกะพิมพ์โดยที่เป้าหมายของผมจะเอาไว้ทำเครื่องนวดหลังแบบสั่นแรงกว่าปรกติ
ผมได้โครงหรือที่ใส่ ที่เหลือคือต้องทำภายใน
ผมกลับฟาร์มอูริจิไปพันมอเตอร์
ผมพันมอเตอร์อย่างดีที่สุดเพื่อที่จะทำไว้ให้มันสั่นแรงที่สุดเท่าที่มอเตอร์ทำได้
ผมพันมอเตอร์อยู่นานจนเสร็จแต่ยังไม่ได้ลองใส่เหล็กหมุนไว้ทำให้เครื่องสั่น
มันได้เวลาเที่ยง ผมต้องออกไปแปรงอูริจิ
ผมหยิบแปรงและออกไปเริ่มแปรงพวกมัน
เมื่ออยู่ระหว่างกำลังแปรงพี่อุลฮามา ผมทักทายและแปรงต่อ
เขาดูความเรียบร้อยของพวกอูริจิและไปตรวจดูถังน้ำลายเมื่อวาน
ผมบอกเขาเื่ที่เอาไปใช้ถังหนึ่ง
เขาดูเหมือนจะไม่ได้ว่าอะไรและนับถังนั้นเข้าไปอยู่ในจำนวนรวมด้วย
เขาดูความเรียบร้อยแล้วเหมือนพอใจกับผลงานทุกอย่าง
“เอาล่ะ ทุกอย่างมันเรียบร้อยหมด และผลงานเมื่อวานก็ดีหมด ฉันไปพักร้อนแล้วนะ”
“ได้ครับ เดินทางให้สนุกครับ”
ผมอวยพรเขาและเขาไป
ผมแปรงอูริจิจนเสร็จและขี่อูริจิไปหาอะไรกิน
ผมได้กินหมูชุบแป้งทอดราดน้ำจิ้มออกแนวญี่ปุ่น
รสชาติและกลิ่นมันเหมือนทงคัตสึ แต่เหมือนมันไม่ใช่นิดหน่อย แต่ผมไม่ได้เอะใจหรือติดขัดอะไรมาก
เมื่อเครื่องนวดเหลือแค่ประกอบผมประกอบให้เสร็จโดยใส่น้ำหนักให้เปิดและสั่นและไปสวนคริสเตอร์อีกครั้ง
ครั้งนี้เป้าหมายของผมคือทำเอ็นยืด
ผมเจอพี่ชื่อเนตรทิพย์ที่ตลาด ผมตกลงจ้างเธอ 2 ทองต่อเดือน
เธออายุประมาณ 20 ต้นๆ
เธอเป็คนจากวาโรซีเมียเรียมาทำงานแถวชานเมืองโครอลัลเรย์เรีย
ตอนแรกเธอสู้ค่าที่ในตัวเมืองไหว แต่เมื่อทำมาซักพักและรายได้เริ่มคงที่ เธอไม่สู้ค่าที่อีกต่อไป
ผมลองฝีมือเธอแล้ว ฝีมือร้อยเครื่องประดับเธอยอดเยี่ยมเพราะเธอมีสติและสมาธิมากเมื่อผมคอยบอกตรงที่ผมเคยทำเป็ไปเรื่อยๆ
ตอนนี้เธอขายสร้อยข้อมือใส่ยาก อยู่พอกินไปวันๆ แต่เธอเลือกรับงานที่เยอะกว่าเพื่อเงินที่เยอะกว่า
ผมไปสวนต้นคริสเตอร์โดยที่เป้าหมายเป็เอ็นยืด
ผมลองทำอยู่ประมานชั่วโมงหนึ่งและมันได้เอ็นยืดที่ยืดได้ยาวและขาดยากถ้าไม่กระชากแรง
ผมพอใจกับเอ็นยืดและทำมาเก็บไว้เยอะ
ผมสอนพี่เนตรทิพย์ร้อยสร้อยข้อมือยางยืดและสอนมัดปมหลุดยากตอนจบงานเส้นหนึ่ง
เธอขอดูสองรอบและหลังจากนั้นก็เริ่มทำได้ช้าๆ และเร็วขึ้นเรื่อยๆ
ผมให้เธอไปทำสร้อยข้อมือขายที่ดงเสือดอกเล่นน้ำ
ผมติดต่อไปบอกรายละเอียดท่านหญิงเสือดำ โดยที่ท่านหญิงเสือดำพูดมาอย่างเดียวว่า ‘ฉันมีแผน’
ผมไม่รู้ว่าท่านหญิงเสือดำคิดจะทำอะไรหรือจะทำอะไรกับคนที่เอาไป
แต่ของที่ขายราคาจะแพงกว่าปรกติเพราะมันเหมือนต้องจ่ายเป็อะไรที่คล้ายภาษีให้กับท่านหญิงเสือดำ
เธอบอกว่าไม่ต้องห่วงเื่ที่ทางไว้ขายและให้เน้นสมองไปที่การผลิตชิ้นงานอย่างเดียว
ผมไม่คิดอะไรมากเกี่ยวกับรายละเอียดจุกจิกเพราะดูๆแล้วถ้าเอามาคิดมันจะเป็การคิดมากเกินไป
เท่านี้ผมก็ได้คนมาดูแลเื่เครื่องประดับแล้ว
ผมทุ่มทั้งปีให้กับงานด้านนอก แต่สถานที่มันอยู่ใกล้ๆกันมันทำให้ไปมาตลาดเดิมได้ตลอด
และเมื่อผมคิดไนล่อนได้ผมหาคนไว้ดูแลเื่การผลิตเสื้อผ้า
ผมไปเจอกับพี่สาวชื่ออเด็ป อายุประมาณ 20 ต้นๆเหมือนพี่เนตรทิพย์
เธอบอกว่าเป็พี่น้องกับคนที่ขายเสื้อผ้าอยู่ที่ศิโร ที่ตลาดใกล้บ้านกำพร้า แต่เธอไม่ชอบที่ศิโรเธอเลยย้ายมาอยู่ที่โครอลลัลเรย์เรียตอนวัยรุ่นปลายๆ
ผีมือตัดเย็บเสื้อผ้าเธอเก่งเหมือนพี่สาวเธอ แต่เธอไม่มีไฟออกแบบเสื้อผ้าแบบใหม่ๆแล้ว
เธอบอกอยู่ๆมาวันหนึ่งความคิดเธอมันก็ไม่แหวกแนวพอที่จะทำให้เธอมีไฟ
เมื่อผมเสนอไอเดียเื่เสื้อผ้ากีฬาเธอดูสนอกสนใจมากผมลองออกแบบแค่พื้นฐานและให้เธอไปต่อยอดเอา
ผมจ้างเธอ 2 ทองต่อเดือนและให้ไปขายเสื้อผ้ากีฬาในดงเสือดอกเล่นน้ำเหมือนกัน
เท่านี้ผมก็ได้คนดูแลเื่เสื้อผ้า
ผมเจอแม่ครัวเกือบ 30 แต่ยังไม่ถึงที่เปิดร้านขายอาหารอยู่
ผมจ้างเธอ 2 ทองต่อวัน มันแพงกว่าแต่เพื่ออาหารที่ดีผมยอม
เธอสละยอมปิดร้านเลยถ้าผมจ้างนานเพราะร้านเธอทำเลไม่ค่อยมีคน
ความคิดแรกของผมคือ หมูปิ้ง, เนื้อปิ้ง, ไก่ปิ้ง, ไก่คาราเกะ ที่ผมหาซื้อเหล้าหวานอยู่นานกว่าจะได้แหล่งส่งในตัวเมือง, และไก่ทอดพริกไทยดำน้ำจิ้มหวาน
ผมให้เธอเน้นขาย 3-4 อย่างนี้และไปขายที่ดงเสือดอกเล่นน้ำ
ผมไม่รู้ว่ามันจะไปขายอยู่ตรงไหน
ผมบอกชื่อร้านสร้อยกับท่านหญิงไปโดยที่เหลือท่านหญิงเสือดำจะเป็คนจัดเตรียม
ผมขอบคุณเธอที่ดูแลเื่ที่ขายและให้ผมขายของในที่ที่ทำเลดีคนเยอะ
ผมฝึกงานอย่างละ 2-3 เดือนไปเรื่อยๆ
เมื่อครบหนึ่งปีผมพิมพ์ถุงอูริจิเป็ถ้ามีอุปกรณ์ทุกอย่าง
จะว่าไปมันก็เป็ทักษะติดตัวที่ดีเพราะทำได้ทำเป็แล้ว
แต่ทักษะมันเฉพาะทางมากจนผมไม่รู้ว่าถ้ามันไม่เกี่ยวกับซ่องแล้วมันจะเอาไปทำอะไร
ผมต้มยางเป็ ต้มพลาสติกเป็ ทำยางแข็ง ยางนุ่มเป็ ถุงพลาสติกที่ทำจากเยื่อไม้ก็ทำเป็
แต่เมื่อจบปีและพอน้องๆผมเริ่มเดินทางมาดงเสือดอกเล่นน้ำผมหาโรงเรียนหมอดีที่สุดไว้เข้าเรียน
ผมเลือกที่ที่ดีที่สุดเพราะผมมีงบอยู่เยอะ และมันไม่เป็ไรที่เอาเงินก้อนใหญ่แลกความรู้เฉพาะทาง
เท่านี้อนาคตผมก็สบายใจเื่ความรู้ร่างกายว่ามันจะไม่เป็แบบผิดๆอีกต่อไป
ผมสบายใจที่จะไม่ให้ข้อมูลผิดๆกับวีและวิว
และอาจเป็นาด้วยบางครั้ง แต่เธอเป็คนเงียบๆที่ไม่ค่อยได้สงสัยอะไรมาก
พวกเธอจะเดินทางรถอะไรกัน? พวกเธอจะสนุกกับการเดินทางของทั้งสามคนไหม? ผมมีคำถามอยู่ในใจ แต่พวกเธอก็เริ่มโตขึ้นเรื่อยๆแล้ว
ผมวารี อายุ 15 น้องผมอายุ 14
ผมไปเรียนหมอ