ตอนที่ 29: ผู้นำตระกูลเซียว
ประตูอัลลอยสีทองบานใหญ่ั์ของคฤหาสน์ตระกูลเซียวค่อยๆ เลื่อนเปิดต้อนรับรถยนต์พอร์ชสีดำคันหรูของผมที่ทะยานก้าวล่วงเข้าสู่พื้นที่ของคฤหาสน์หลักอันกว้างขวางตระการตา กลิ่นอายความมั่งคั่ง ขุมพลังอำนาจบารมี และความหรูหราของตระกูลใหญ่อันดับหนึ่งของมหานครโชยเตะจมูกตลอดเส้นทางสวนหย่อมปูด้วยหินแกรนิตและรายล้อมด้วยพรรณไม้ล้ำค่าราคาแพง ตัวคฤหาสน์หลักถูกออกแบบด้วยการผสมผสานศิลปะจีนโบราณและสถาปัตยกรรมตะวันตกยุคใหม่ได้อย่างลงตัวและโอ่อ่าอลังการ ทว่า ทันทีที่ผมก้าวเท้าลงจากรถยนต์หรูโดยมีคนรับใช้ชายหญิงในชุดฟอร์มเรียบร้อยยืนโค้งคำนับต้อนรับเป็แถวยาว หน้าจอแจ้งเตือนสแกนของระบบผู้ฝึกสอนศิลปะระดับเทพพลันสว่างวาบกะพริบเรืองแสงสีทองอร่ามสะกดสายตาในม่านตาของผมทันที จับภาพเป้าหมายคุณภาพสูงรายถัดไปที่มีค่าความสวยงามสูงเฉียดฟ้าถึง 9.3!
[วิ้ง! ตรวจพบเป้าหมายคุณภาพสูงอันดับที่ 5]
【ชื่อเป้าหมาย: หลินซื่ออวี่ (คุณหนูตระกูลหลิน - แพทย์หญิงส่วนตัวประจำผู้นำตระกูลเซียว)】
【อายุ: 25 ปี | ความสวยงามระดับ: 9.3】
【สถานะร่างกาย: สภาพชีพจรหยินแห้ง (Yin Deficiency) มีอารมณ์เก็บกดเคลือบแคลงปนใคร่กามารมณ์แฝงเร้น】
【ทัศนคติต่างหาก: เคลือบแคลงสงสัยในตัวโฮสต์ระดับ 80% (ต้องทำการสอนรักละลายทัศนคติ)】
ผมคลี่ยิ้มแสนเ้าเล่ห์ซ่อนแววตาประกายทองในม่านตาชั่วอึดใจ ก่อนจะเดินก้าวเข้าไปในโถงนั่งเล่นรับแขกสุดโอ่อ่าตระการตาของคฤหาสน์ตระกูลเซียวที่ปูพื้นด้วยหินอ่อนขัดมันวาวสะท้อนเงาโคมไฟคริสตัลระย้า พร้อมกับเซียวรั่วเสวี่ยที่ยังคงเดินควงแขนเบียดอกนุ่มแนบชิดกับผมอยู่ไม่ห่าง คอยสวมบทบาทสตรีผู้ภักดีเคียงข้างผมอย่างเต็มเปี่ยมและเปิดเผยความรักเสน่หาที่มีต่อผมต่อหน้าบริวาร
ภายในห้องโถงกว้างมีคุณปู่เซียว ผู้นำตระกูลเซียวคนปัจจุบันนั่งคอยอยู่บนเก้าอี้ไม้โรสวูดแกะสลักโบราณราคาแพงลิบลิ่ว และข้างๆ ชายชราคือร่างระหงของแพทย์หญิงสาวสวยสะคราญคนหนึ่งในชุดเสื้อกาวน์สีขาวสะอาดทรงเนี้ยบยาวคลุมเข่า ทว่าเสื้อกาวน์สีขาวนั้นกลับไม่อาจบดบังทรวดทรงโค้งเว้าอันแสนอวบอัดเย้ายวนใจของเธอได้เลย เสื้อเชิ้ตผ้าไหมสีฟ้าเข้ารูปด้านในเน้นย้ำทรวงอกคู่โตอูมเต่งเต้าสวยชูชันดุนดันเนื้อผ้าจนเกือบจะปริออก กางเกงสแล็กสีดำรัดรูปขับเน้นหน้าท้องราบเรียบ เอวคอดกิ่ว และสะโพกกลมกลึงผายสะดุดตาที่รับกับเรียวขาเรียวยาวสวมรองเท้าส้นสูงสีดำขลับที่ทำให้ท่วงท่าเธอดูดุดันและมั่นใจ เธอมีใบหน้าสะสวยคมเฉี่ยว ดวงตากลมหงส์ปานเหยี่ยวซ่อนแววตาหยิ่งยโสและเย่อหยิ่งทระนงตัว ดุจสตรีผู้มีความรู้สูงที่ไม่มีวันยอมสยบก้มหัวให้ผู้ชายคนไหนง่ายๆ
เธอคนนี้คือ หลินซื่ออวี่ แพทย์หญิงอัจฉริยะตระกูลหลิน จบการศึกษาปริญญาเอกแพทย์แผนจีนโบราณและแพทย์แผนตะวันตกเกียรตินิยมอันดับหนึ่งั้แ่อายุยังน้อย ทำหน้าที่เป็หมอประจำตัวคอยดูแลประคับประคองชีวิตและยารักษาโรคของคุณปู่เซียวมานานหลายปี
"คุณชายเย่เฉิน! เชิญนั่งก่อนเถอะนะ!" คุณปู่เซียวเอ่ยต้อนรับอย่างอบอุ่นเป็กันเองสุดขีด ร่างชราขยับตัวลุกขึ้นยืนต้อนรับสั่งคนรับใช้นำชาอูหลงระดับพรีเมียมราคาแพงที่ประมูลมาคัดสรรมาเสิร์ฟทันที "ค่ำวันนี้ฉันเชิญคุณชายมาที่นี่เพื่อพูดคุยตอบแทนสิ่งที่คุณช่วยชีวิตรั่วเสวี่ยหลานสาวของฉันไว้... ตระกูลเซียวขอมอบสัญญาโอนกรรมสิทธิ์หุ้นมูลค่า 2,000,000,000 หยวน (ประมาณหนึ่งหมื่นล้านบาท) ของกลุ่มโรงพยาบาลในเครือตระกูลเซียวทั้งหมด รวมถึงสิทธิ์ขาดการดูแลเพนท์เฮาส์หรูที่ปักกิ่งและคฤหาสน์พักตากอากาศให้คุณชายเป็การตอบแทนเบื้องต้น!"
คำกล่าวของคุณปู่เซียวทำเอาอาสองและบรรดาสมาชิกตระกูลคนรอบข้างที่นั่งฟังอยู่สะดุ้งตัวโยนด้วยความอิจฉาริษยาและใ ทว่าสำหรับผมกลับเพียงยิ้มรับนิ่งสงบขอบคุณเบาๆ อย่างเป็ธรรมชาติโดยไม่แสดงอาการโลภหรือลนลานใดๆ ท่าทางสุขุมสง่าผ่าเผยสะกดอารมณ์นี้ยิ่งทำให้คุณปู่เซียวชื่นชมเลื่อมใสในคุณธรรมและจิตใจอันนิ่งลึกของผมเป็อย่างยิ่ง
ผมและคุณปู่เซียวเริ่มพูดคุยแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับรายละเอียดทฤษฎีการแพทย์และการฝังเข็มแพทย์แผนจีนโบราณระดับปรมาจารย์ที่ผมใช้ในการกู้ชีวิตรั่วเสวี่ย ผมอธิบายหลักการโคจรปรับสมดุลธาตุลมปราณหยาง-หยิน และจุดเชื่อมต่อของระบบชีพจรเย็นที่ขัดขวางขั้วหัวใจอย่างละเอียดถี่ถ้วนและเป็ขั้นเป็ตอน ราวกับปรมาจารย์ผู้มีประสบการณ์ยาวนานร้อยปี จนคุณปู่เซียวรับฟังแล้วรู้สึกเลื่อมใสทึ่งในภูมิความรู้อันกว้างขวางลี้ลับระดับชาติของไรเดอร์หนุ่มเช่นผมเป็อย่างยิ่ง
ทว่า ท่ามกลางบทสนทนาอันแสนราบรื่นเปี่ยมไปด้วยบรรยากาศน่านับถือนั้นเอง เสียงใสเ็าปานน้ำแข็งของหลินซื่ออวี่พลันดังขัดขึ้นขัดจังหวะด้วยท่าทางหยิ่งยโสสะกดอารมณ์เคลือบแคลงสงสัย:
"คุณปู่เซียวคะ... หนูขอประทานอภัยที่ต้องเอ่ยขัดขวางขึ้นมากลางคันนะคะ..." แพทย์หญิงหลินซื่ออวี่ลุกขึ้นยืนตรง กอดอกสะสวยแน่นเผยเต้าอกอวบอิ่มคู่ชูชันเบียดแน่นขยับขึ้นลงตามจังหวะหายใจรัว แววตาคมกริบของเธอจ้องตรงมาที่ผมอย่างดูแคลนเหยียดหยามและไม่เชื่อถือ "หนูศึกษาเื่การฝังเข็มทองและโรคชีพจรเย็นอุดกั้นหัวใจมานานหลายปี ทั่วโลกยังไม่มีการแพทย์แผนจีนดั้งเดิมสำนักไหนที่สามารถกู้ชีพจรแช่แข็งที่ใกล้หยุดเต้นให้ฟื้นคืนและหายขาดร้อยเปอร์เซ็นต์ได้ในวันเดียวโดยไม่มีภาวะแทรกซ้อนเลย... และจากประวัติส่วนตัวของคุณเย่เฉินคนนี้... ข้อมูลระบบระบุชัดเจนว่าเขาเป็เพียงอดีตไรเดอร์ส่งอาหารซอมซ่อจนๆ ที่ไม่มีแม้แต่ใบประกอบโรคศิลปะหรือใบจบการศึกษาทางการแพทย์จากสถาบันการศึกษาใดๆ เลยด้วยซ้ำ!"
เธอก้าวเท้าส้นสูงดังตึกๆ เข้ามาประชิดโต๊ะน้ำชา จ้องมองผมด้วยความเย่อหยิ่งเฉียบคมราวจะจับโกหก "คุณปู่เซียวโดนวิชากลลวงพรางตาระดับต่ำหรือเปล่าคะ?! หรือเขาใช้ยากระตุ้นหัวใจชนิดต้องห้ามร่วมกับการลวงโลกเพื่อหวังฮุบหุ้นตระกูลเซียวกันแน่?! หนูเป็ผู้ดูแลรักษาสุขภาพตระกูลนี้ หนูไม่มีวันยอมปล่อยให้พวกนักต้มตุ๋นไร้หัวนอนปลายเท้ามาแอบอ้างความกตัญญูและเอาเปรียบคุณปู่เซียวเด็ดขาดค่ะ!"
คำท้าทายและข้อสงสัยของเธอดังสนั่นห้องโถงสร้างความอึดอัดหนักใจให้แก่ทุกคน เซียวรั่วเสวี่ยขมวดคิ้วตาคมหงส์ฉายแววโกรธเกรี้ยวเตรียมจะอ้าปากตวาดด่าปกป้องผม ทว่าผมยกมือขึ้นห้ามเธอไว้เบาๆ พลางแสยะยิ้มบางๆ บนริมฝีปากที่คาดเดาความรู้สึกไม่ได้ แววตาสีทองในม่านตาของผมจ้องมองเส้นเืและชีพจรที่สั่นไหวรอบลำคอขาวของหลินซื่ออวี่อย่างจับผิดและวิเคราะห์สภาพร่างกายเธออย่างละเอียด
"คุณหนูหลินซื่ออวี่..." ผมเอ่ยเสียงราบเรียบสบายๆ ทว่าแฝงพลังสะกดข่มที่หนักหน่วงจนเธอต้องชะงักสะดุ้งตัวเบาๆ "คุณพยายามศึกษาและตรวจสอบประวัติของผมทว่ากลับมองข้ามชีพจรแห้งเหือดหยินชี่ที่หน้าท้องน้อยและขั้วมดลูกของตัวเองเลยสินะ... ทุกคืนวันเพ็ญคุณจะมีอาการร้อนรุ่มรัญจวนที่ใจกลางความสาวลามไปถึงทรวงอก นอนไม่หลับสะดุ้งตื่นเนื่องจากชีพจรอารมณ์ขัดแย้งสะสมอัดแน่นจนเกิดภาวะพิษธาตุหยินขัดข้อง... วิชาแพทย์แผนปัจจุบันระดับเกียรตินิยมของคุณช่วยรักษาอาการสะดุ้งร้อนของตัวเองได้หรือเปล่าล่ะครับ?!"
หลินซื่ออวี่เบิกตากลมหงส์กว้างใบหน้าสวยสะคราญบัดนี้แดงวาบลามไปถึงใบหูและลำคอขาวด้วยความตื่นตระหนกใปนอับอายอย่างรุนแรง ความลับทางสรีระร่างกายส่วนลึกที่เธอไม่เคยบอกเล่าให้ใครฟังแม้กระทั่งคนในครอบครัว บัดนี้กลับถูกไรเดอร์หนุ่มเบื้องหน้าที่เธอเหยียดหยามมองทะลุปรุโปร่งลึกซึ้งในพริบตาเดียวนับว่าเป็เื่อัศจรรย์ใจและน่าสยองขวัญ
"แก!... แกแอบสืบลักลอบสืบประวัติร่างกายของฉันงั้นเรอะ?!" เธอตวาดถามปนน้ำเสียงลนลาน สองมือกำแน่นบีบเนินอกเต่งตึงบดเบียดกัน
"สืบเหรอ? ผมเพียงแค่มองข้อมือและจุดชีพจรลำคอด้วยตาเปล่าก็ขาดแล้วครับคุณหนูหลิน" ผมลุกขึ้นยืนก้าวเดินเข้าไปประชิดตัวเธอช้าๆ สง่างาม "หากคุณยังเคลือบแคลงสงสัยในวิชาฝังเข็มทองระดับปรมาจารย์ของผม... ทำไมเราไม่เข้าไปเจรจาทดสอบตรวจสอบรักษาพิสูจน์ความแท้จริงในห้องตรวจรักษาฝังเข็มส่วนตัวของคุณตัวต่อตัวสองต่อสองล่ะครับ?"
คำท้าทายของผมที่สะท้อนเสน่ห์ดึงดูดระดับเทพสั่นสะท้านอารมณ์ใคร่และความอายกะทันหัน ทำให้แพทย์หญิงหยิ่งยโสอย่างหลินซื่ออวี่กัดฟันกรอดด้วยความรู้สึกไม่ยอมแพ้และ้ากู้ชื่อเสียงความรู้ของตนกลับคืนมา เธอไม่มีทางเชื่อว่าขยะไรเดอร์ส่งอาหารอย่างผมจะเก่งกาจกว่าหมอปริญญาเอกอย่างเธอเด็ดขาด!
"ได้เลยค่ะเย่เฉิน!... ถ้าแกไม่มีปัญญารักษาหรือสะกดจุดฝังเข็มพิสูจน์ความจริงบนร่างกายของฉันได้จริงอย่างที่พูด... ฉันจะแจ้งสมาคมแพทย์และตำรวจให้จับแกโยนเข้าคุกข้อหาลวงโลกต้มตุ๋นทันที!"
หลินซื่ออวี่จ้องมองผมด้วยสายตาคมกริบเคลือบแคลงปนท้าทายอยากเอาชนะสะใจ ทว่าลึกลงไปในแววตาคู่นั้นกลับเริ่มทอประกายความปั่นป่วนลนลานใจอย่างสับสนปนกิเลส ก่อนที่เธอจะสะบัดชายชุดกาวน์สีขาวหรูก้าวเดินส้นสูงดังฉับๆ นำทางผมไปยังห้องตรวจรักษาฝังเข็มส่วนตัวที่มิดชิดและเก็บเสียงระดับพรีเมียมที่ตั้งอยู่ด้านหลังปีกคฤหาสน์ทันที เพื่อเตรียมพร้อมการพิสูจน์ฝีมือรักษาในรอบถัดไป ผมเดินตามหลังเธอเข้าไปในห้องตรวจอย่างใจเย็นและเงียบงัน พลางเอื้อมมือลงกลอนปิดล็อกประตูหนาอย่างช้าๆ คลี่ยิ้มพึงพอใจให้แก่เหยื่อแพทย์หญิงสุดหยิ่งที่กำลังก้าวเดินเข้ามาติดกับดักรักด้วยตัวเธอเอง...