ตอนที่ 14 รับฟังคำสั่งจากผู้อื่น!
จิ้งเยี่ยหรี่ตามองอ้านจิ่วแวบหนึ่ง พลางเอ่ยถาม “ข้าได้ยินเื่หนึ่งมา มิรู้เ้าพอจะทราบเื่หรือไม่”
“หากผู้น้อยทราบ ย่อมบอกท่านโดยไม่ปิดบังขอรับ” อ้านจิ่วกล่าวเสียงเข้ม
“รัชทายาททิ้งองครักษ์เงาสองนายไว้ที่จวน ก่อนหน้านี้พวกเ้าองครักษ์ลับคงทราบแล้วกระมัง” จิ้งเยี่ยเดินขึ้นหน้าไปหลายก้าว อ้านจิ่วเองก็เดินเข่าตามติด
ซู่ชิงอ๋องขมวดคิ้วมองอ้านจิ่วครู่หนึ่งแล้วกล่าว “ลุกขึ้นเถอะ”
อ้านจิ่วลุกขึ้นอย่างว่าง่าย ขณะเดินตามอยู่เื้ัจิ้งเยี่ยโดยเว้นระยะห่างเพียงก้าวเดียว “ขอรับ พวกองครักษ์ลับทราบเื่แล้ว”
“เหตุใดไม่มีใครรายงานข้า” จิ้งเยี่ยพอถามจบก็โบกมือวูบ “ไม่ต้องตอบแล้ว พวกเ้าหาใช่คนของข้า แต่เป็คนของเสด็จพ่อ ไม่จำเป็ต้องรายงานเื่เช่นนี้กับข้า”
แม้จะทราบว่าที่ตนเองพูดมาเป็ความจริง แต่จิ้งเยี่ยยังหวังว่าอ้านจิ่วจะอธิบายสักหลายคำ แน่นอนว่าสุดท้ายก็ไม่ได้ฟังในสิ่ง้า จึงผิดหวังอยู่บ้าง
“เ้าคงทราบอยู่แล้วว่าข้า้าถามอะไรกระมัง” จิ้งเยี่ยหยุดฝีเท้า อีกฝ่ายหยุดลงตามเช่นกัน “อ้านจิ่วไม่ทราบขอรับ”
“เ้าซื่อบื้อ” จิ้งเยี่ยบ่นงึมงำกับตัวเองแล้วกล่าว “ได้ยินว่าพวกเ้าองครักษ์ลับไปมีเื่กับองครักษ์เงาของรัชทายาท องครักษ์เงาสองคนนั่นออกไปจากจวนอ๋องแล้ว พวกเ้าทราบหรือไม่ว่าทำเช่นนี้จะเป็เหตุให้ข้าบาดหมางกับรัชทายาท ไม่แน่ว่าตอนนี้เสด็จพี่อาจฟ้องเื่นี้กับเสด็จพ่อไปแล้ว ว่าข้าละเมิดพระราชอำนาจ ออกคำสั่งให้องครักษ์ลับลงมือกับองครักษ์เงาของเขา พวกเ้าองครักษ์ลับคิดให้ร้ายข้าหรือ”
จิ้งเยี่ยเพิ่งกล่าวจบ อ้านจิ่วก็คุกเข่าลงดังปึก พร้อมกันนั้นข้างกายยังมีชายชุดดำอีกคนปรากฏตัว
“ผู้น้อยอ้านอี ถวายบังคมท่านอ๋องขอรับ” อ้านอีก็คือผู้ที่คุกเข่าอยู่ด้านข้างอ้านจิ่ว
ซู่ชิงอ๋องไม่หันมามองด้วยซ้ำ พอเงยหน้าขึ้นก็เห็นผลของต้นโก่ว “อ้านจิ่ว ข้ายังอยากกินผลไม้เมื่อครู่อีก เ้าไปเด็ดมาให้หน่อย”
อ้านจิ่วรีบเหินกายขึ้นไป พริบตาเดียวก็ประคองผลไม้สีแดงหลายลูกมาตรงหน้าจิ้งเยี่ย ท่านอ๋องหยิบใส่ปากลูกหนึ่ง ที่เหลือนั้นให้อ้านจิ่วถือไว้
จิ้งเยี่ยเดินมาตรงหน้าอ้านอีแล้วถามอย่างเรียบง่าย “เ้าคืออ้านอีหรือ ได้ยินว่าพวกเ้าองครักษ์ลับหลังได้รับบัญชาให้เข้าสู่ตำหนักและจวนต่างๆ แล้ว จะรับฟังคำสั่งอ้านอีเพียงผู้เดียว ปกติอ้านอีจะรายงานทุกเื่ต่อผู้บัญชาการองครักษ์ลับโดยตรงมาตลอด เ้าก็คือคนผู้นั้นที่ควบคุมดูแลเหล่าองครักษ์ลับทั้งหลายเป็การชั่วคราวหรือ”
“ทูลท่านอ๋อง ใช่แล้วขอรับ ระหว่างนี้ผู้น้อยเป็คนดูแลองครักษ์ลับในจวน”
จิ้งเยี่ยหยิบผลไม้สีแดงอีกลูกเข้าปาก “เช่นนั้นเขาล่ะ อยู่ภายใต้การดูแลของเ้าด้วยสินะ” เขาพูดพลางเตะหลังมืออ้านจิ่วที่ประคองผลไม้อยู่ ทว่าเ้าตัวยังคงประคองของในมือไว้ได้อย่างมั่นคง มิคลอนแคลนเลยแม้แต่น้อย
ซู่ชิงอ๋องแอบนึกทอดถอนใจ เ้าอ้านจิ่วนี่มีฝีมือไม่เลว แท้จริงแล้วเขาใช้กำลังภายในไปหนึ่งส่วน หากเป็คนปกติ เกรงว่ากระดูกข้อมือคงหักนานแล้ว อีกฝ่ายกลับแข็งแกร่งยิ่งกว่าหิน ไม่ระคายเคืองเลยแม้แต่น้อย
“ทูลท่านอ๋อง อ้านจิ่วอยู่ภายใต้การดูแลของผู้น้อยขอรับ”
“อ้อ ช่างน่าหงุดหงิดใจนัก” จิ้งเยี่ยบ่นงึมงำเบาๆ เมื่อรู้ว่าอ้านจิ่วยังต้องรับฟังคำสั่งจากผู้อื่น คิดแล้วก็ให้โมโหนัก ขณะที่อ้านจิ่วกับอ้านอีไม่กล้าถามซู่ชิงอ๋องว่าเ้าตัวหมายความเช่นไร
“ข้าเหนื่อยแล้ว” จิ้งเยี่ยพูดจบ หลินถงก็รีบสั่งให้คนไปยกเก้าอี้มา ท่านอ๋องกลับส่ายหน้าไม่ยอมนั่ง
อ้านจิ่วค้อมกายลง พยายามทำให้แผ่นหลังราบเรียบ ทว่าสองมือกลับไม่ััพื้นดิน เนื่องจากยังประคองผลไม้ของเ้านายเอาไว้
จิ้งเยี่ยมองดูแผ่นหลังราบเรียบแวบหนึ่งที่เป็ราวเก้าอี้ให้ตนนั่ง พลางขมวดคิ้วน้อยๆ ชี้ไปทางอ้านอีแล้วกล่าว “เ้าไปยกเก้าอี้มาให้ข้า” เดิมทีเขาคิดจะให้อ้านอีเป็เก้าอี้ให้ตนนั่ง แต่พอคิดว่าคนที่จะนั่งไม่ใช่อ้านจิ่ว ท่านอ๋องก็นั่งไม่ลง อีกทั้งตอนนี้ยังไม่อาจหักใจนั่งบนหลังอีกฝ่ายได้