ตอนที่2 ตามหาแม่นม
โธ่เว้ย!ข้าอยากจะบอกว่าข้าหิว! ข้าอยากกินอะไรก็ได้พวกเ้าไปหามาให้ข้ากินเสียที ทำไมเสียงข้าร้องเป็แบบนี้?!ช่วยข้าที!!!
เทพผู้อาภัพได้แต่คิดสงสารตัวเองเพราะไม่คาดฝันว่าจะถูกลงทัณฑ์ให้มาผจญทุกข์อยู่ในภพโลกอันแสนอัตคัคพลังปราณซึ่งมีน้อยเกินกว่าจะใช้บรรเทาความหิวโหยหรือแม้แต่ใช้บำเพ็ญตบะให้แข็งแกร่งดังเดิมได้มิหนำซ้ำยังอยู่ในร่างทารกแรกเกิดซึ่งไม่รู้ว่าจะมีชีวิตรอดได้อย่างไรประการสำคัญยังไม่รู้ว่าหากเสียชีวิตไปแล้วจะฝ่าด่านทั้งหลายกลับขึ้นสู่แดนเซียนได้เหมือนเดิมหรือไม่
“อุแว้! อุแว้! อุแว้! อุแว้! อุแว้!”
เทพซุนเสวี่ยมี่แผดเสียงร้องดังลั่นยิ่งกว่าเดิมเพราะหิวโหยจนแทบทนไม่ไหวแล้วทั้งหงุดหงิดใจต่อผู้ช่วยเหลือเพราะทั้งสามคนยังไม่มีทีท่าว่าจะตื่นในเวลาอันใกล้นี้สักคน
กระทั่งไม่กี่วินาทีต่อมาหลี่หนิงหวงผู้ผอมแกร็นสะดุ้งตื่นเสียงร้องไห้ของทารกพลางเหลือบเห็นทารกในห่อเสื้อถังจวงสีแดงแผดเสียงร้องดังลั่น จนใบหน้าน้อย ๆกลายเป็สีแดงก่ำ เขารีบปลุกพี่รองในกลุ่มซึ่งเอนตัวหลับพิงไหล่พี่ใหญ่อยู่ฝั่งตรงข้ามให้ตื่นขึ้นมา
“พี่รอง! พี่รอง! เ้าก้อนแป้งตื่นแล้ว!”
“ไหน?! ไหน?! ใครตื่น.....ใครร้อง?!”
หลี่หนิงอันร่างใหญ่สะดุ้งตื่นเสียงร้องไห้และเสียงเรียกของน้องเล็กในกลุ่มพลางผินหน้าเห็นน้องรองเอนตัวนั่งตรงด้วยท่าทางงัวเงียโดยมีทารกน้อยอยู่ในอ้อมแขนซึ่งกำลังแผดร้องดังจ้าอยู่ก่อนนึกขึ้นได้ถึงที่มาทารกและเหตุวุ่นวายจากเมื่อคืนนี้
“ต้องไปหาน้ำนม”
หลี่หนิงหลงนั่งเหยียดขาตัวตรงพร้อมหายง่วงเป็ปลิดทิ้งพอได้ยินเสียงร้องของน้องน้อยในอ้อมกอดเขาพูดขึ้นมาอย่างเข้าใจเพราะรู้ดีว่าทารกแรกเกิดควรได้รับน้ำนมหล่อเลี้ยงให้เติบใหญ่พลางเหลือบมองสองพี่น้องหวังให้เข้าใจเจตนาตนแล้วเร่งรีบช่วยกันหาอาหารให้กับทารกโดยเร็ว
“น้ำนม!”หลี่หนิงอันและหลี่หนิงหวงต่างอุทานเสียงดังใเพราะหลงลืมไปว่าทารกจำเป็ต้องดื่มนมแทนอาหารปกติ
“ตายแล้ว! พวกเราจะไปหาน้ำนมที่ไหนกันละเนี่ย”
หลี่หนิงอันพูดพร้อมหันรีหันขวางอย่างทำอะไรไม่ถูกเขาไม่เคยมีประสบการณ์เลี้ยงดูทารกสักครั้งแม้แต่การอุ้มหรือหยิบจับทารกตัวน้อยนิดยังไม่มีความกล้ามากพอครั้นได้ยินถึงการหาน้ำนมมาเลี้ยงทารกยิ่งทำตัวไม่ถูกขึ้นมาทันทีทันใด
“แย่ละสิ! แค่จะหาอาหารกินให้รอดไปวัน ๆฉันก็ลำบากพอแรงแล้ว นี่ยังจะต้องไปหาน้ำนมมาอีก แล้วจะหาที่ไหนกันล่ะ”
หลี่หนิงหวงโวยวายด้วยความกังวลใจพลางใช้สองมือขยุ้มศีรษะซึ่งมีแต่ผมสั้นเกรียนด้วยความหงุดหงิดใจต่อสถานการณ์อันน่าหนักใจตรงหน้าเขาไม่กล้าตำหนิพี่รองผู้เป็คนนำตัวทารกน้อยมาด้วย ทว่ายังคิดไม่ออกว่าควรไปหาน้ำนมมาจากแหล่งใด
“..........”
หลี่หนิงหลงผู้อุ้มทารกน้อยอยู่ในอกเขาได้แต่ถอนหายใจต่อปัญหาอันเกิดจากการกระทำอย่างตั้งใจของตน พลางกวาดตามองพี่น้องแล้วก้มลงดูทารกในอ้อมแขนซึ่งกำลังแผดเสียงร้องไห้จนตัวแดงอย่างไม่รู้จะทำอย่างไรเช่นกัน
สามพี่น้องร่วมสาบานไม่รู้ตัวสักนิดว่าพวกตนวิ่งหนีเหตุร้ายจากศาลเ้าร้างมาไกลแค่ไหนตอนนี้แต่ละคนรู้เพียงว่าต้องแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อนโดยเฉพาะเสียงร้องไห้ดังลั่นของทารกน้อยซึ่งอาจเรียกผู้คนให้เข้ามายังสถานที่หลบซ่อนแห่งนี้ได้
ขณะเด็กหนุ่มทั้งสามคนซึ่งมีอายุสิบห้าปีสิบสี่ปี และสิบสามปีกำลังหันรีหันขวางคิดหนักต่อสถานการณ์เลวร้ายตรงหน้าพลันมีเสียงะโดังลั่นออกมาจากภายนอกโรงเก็บธัญพืชซึ่งทำให้คนทั้งหมดต่างสะดุ้งใแล้วกระเถิบเข้ามานั่งชิดกันแน่นเพราะรู้ดีว่าไม่สามารถหลบหนีได้อีกต่อไปต่างหวังให้ผู้คนกำลังเข้ามาไม่ทำร้ายพวกตนจนเสียชีวิตไปก่อน
“เฮ้ย! ใครอยู่ในนั้นน่ะทำไมมีเสียงเด็กร้องด้วย”
พ่อบ้านตระกูลโจวอันมั่งคั่งที่สุดในหมู่บ้านตงกวงเขามากับคนงานสองคนเพื่อนำกระสอบบรรจุแป้งสาลีและมันฝรั่งไปให้แม่ครัวปรุงอาหารสำหรับเ้านายทว่าเมื่อเดินเข้าใกล้โรงเก็บธัญพืชพลันได้ยินเสียงร้องไห้ของทารกดังขึ้นจึงะโถามออกไปก่อนแล้วพยักพเยิดส่งสัญญาณให้คนงานชายสองคนบุกเข้าไปตรวจสอบภายในทันที
ครั้นคนงานบุกเข้าไปในโรงเก็บธัญพืชตำแหน่งมีเสียงทารกแผดร้องดังลั่นพลันเหลือบเห็นเด็กหนุ่มสามคนสวมชุดเหมือนกันนั่งขดตัวซุกอยู่ตรงกลางช่องว่างระหว่างชั้นเก็บกระสอบธัญพืชทั้งหลายโดยมีทารกน้อยอยู่ในอ้อมกอดเด็กชายตรงกลางพลางะโบอกสถานการณ์ให้พ่อบ้านรับรู้ว่า
“พ่อบ้านหูครับในนี้มีพวกเด็กเหลือขออยู่สามคน แล้วก็มีทารกคนหนึ่งด้วยครับ”
พ่อบ้านหูชายวัยกลางคนรีบผลุนผลันเข้ามายังตำแหน่งคนงานแจ้งสถานการณ์ก่อนเห็นเด็กชายสามคนนั่งจ้องมองมายังตนด้วยแววตาอ้อนวอนและมีเนื้อตัวสั่นเทาหวาดกลัวโดยมีร่างทารกน้อยกำลังร้องไห้จ้าอยู่ในผ้าห่อสีแดงเก่าซีด
ขณะเด็กชายนั่งอุ้มทารกอยู่ตรงกลางจ้องมองตนเขม็งคล้ายหวงแหนทารกในอ้อมกอดหนักหนาเขาััได้ว่าทั้งสามคนไม่ได้มีเจตนาร้ายจึงสอบถามที่มาด้วยความสงสัยใคร่รู้ว่า
“เ้าเด็กน้อย...ไปเอาทารกมาจากที่ไหนแล้วทำไมพากันมาซ่อนอยู่ในนี้ล่ะ”
หลี่หนิงหลงลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอกเพราะััได้ว่าชายวัยกลางคนในชุดเสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีฟ้ากางเกงขายาวสีดำ หัวเถิกท่าทางใจดีตรงหน้า คงไม่คิดจับพวกตนส่งตำรวจหรือคิดร้ายต่อทารกน้อยจึงตอบตามจริงโดยละบางเื่ไว้อย่างตั้งใจว่า
“ช่วยพวกเราทีครับนี่คือน้องสาวพวกเรา ครอบครัวเรายากจนมาก พอคลอดน้องสาวออกมาแม่ก็ตายทันทีช่วยหาน้ำนมให้น้องผมทีครับ ช่วยทีครับ!”
หลี่หนิงหลงไม่สนใจอาการอ้าปากค้างของสองพี่น้องแต่วางทารกน้อยไว้บนพื้นต่อหน้าแล้วรีบผุดลุกขึ้นนั่งคุกเข่าก่อนก้มศีรษะโขกคำนับร้องขอความช่วยเหลือทันทีเขาคิดว่านี่คือโอกาสรอดของทารกและพวกตนซึ่งอาจเป็เพียงโอกาสเดียวเท่านั้นโดยไม่มีเวลาอธิบายให้พี่น้องอีกสองคนเข้าใจ
อย่างไรก็ตามด้วยไหวพริบในการแก้ไขปัญหาของสามพี่น้องร่วมสาบานพอหลี่หนิงอันและหลี่หนิงหวงเห็นว่าพี่รองก้มหัวคำนับขอความช่วยเหลือทั้งยังพูดเยอะที่สุดเป็ประวัติการณ์จึงพากันทำตามอย่างโดยละเื่สงสัยต่อประวัติเพิ่งสร้างขึ้นโกหกไว้ก่อนเพราะรู้ดีว่าต้องหาทางเอาตัวรอดในสถานการณ์อันน่าหวาดหวั่นให้จงได้
“ช่วยพวกเราทีครับ! แม่พวกเราตายแล้ว!”สองพี่น้องร่วมสาบานะโแข่งกันเพื่อร้องขอความช่วยเหลือจากพ่อบ้านทันที
ทันใดนั้นทารกน้อยนอนอยู่ในห่อผ้าบนพื้นคล้ายรับรู้ได้ถึงสถานการณ์ตึงเครียดต่อหน้าพลันเปลี่ยนเสียงร้องไห้เป็เสียงหัวเราะร่าโชว์เหงือกแดงมีความสุขขึ้นมากะทันหันแล้วยังดิ้นถีบผ้าห่อหุ้มร่างกายออกด้วยท่าทียินดีต่อการพบเห็นพ่อบ้านยิ่งนัก
ถือว่าข้าช่วยพวกเ้าสามพี่น้องละกันจะแสดงละครเอาตัวรอดให้ชม หน็อยแน่!เกิดมาก็เจอโจทย์ยากซะแล้วหวังว่าข้าจะรอดจนสามารถบำเพ็ญตบะกลับคืนสู่แดนเซียนได้ซะทีนะ เฮ้อ! ข้าจะรอดไหมเนี่ย?!
ซุนเสวี่ยมี่ลอบถอนหายใจขณะคิดพร้อมหัวเราะร่ากลบเกลื่อนความผิดหวังและโศกเศร้าเสียใจต่อชะตาชีวิตเกิดใหม่นางพยายามแสดงละครอย่างเต็มที่หวังให้พ่อบ้านมองเห็นความน่ารักสดใสในร่างกายวัยทารกบ้างโดยละความอับอายต่อร่างกายอวบอ้วนขาวน่าฟัดของตนไปก่อน
ครั้นพ่อบ้านหูเหลือบเห็นอาการดิ้นหัวเราะร่ายินดีของทารกพร้อมรับรู้ว่าทารกน้อยเป็เพศหญิงซึ่งตนอยากมีบุตรสาวมานานพลางยืนอึ้งตะลึงด้วยความประหลาดใจแกมยินดีครู่หนึ่ง ก่อนกระแอมไอกลบเกลื่อนเจตนาแท้จริงแล้วบอกกับคนงานทั้งคู่ด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียดว่า
“จับกุมเ้าเด็กพวกนี้ไว้แล้วก็ไปรายงานให้นายท่านรู้ ส่วนฉันจะพาทารกนี่ไปหาน้ำนมก่อนไม่ต้องบอกนายท่านเื่ทารกล่ะ บอกแค่ว่าฉันไปทำธุระข้างนอกเดี๋ยวกลับมา”
พ่อบ้านหูไม่รอฟังคำตอบรับจากคนงานแต่ปราดเข้ามาอุ้มทารกน้อยบนพื้นแล้วผลุนผลันออกไปจากโกดังอย่างเร่งรีบโดยไม่สนใจเสียงร้องโวยวายจากหนึ่งในกลุ่มเด็กชายทั้งสามคน
ครั้นซุนเสวี่ยมี่อยู่ในอ้อมกอดของพ่อบ้านโดยตระหนักได้ว่าตนรอดชีวิตแน่จึงหยุดหัวเราะแล้วนอนหลับพักผ่อนเอาแรงแทนเนื่องจากฝืนใช้แรงมากเกินไปั้แ่แรกเกิดขณะพลังปราณในโลกมีบางเบาจนไม่สามารถหล่อเลี้ยงร่างกายให้แข็งแกร่งได้
เฮ้อ! ซวยจริง ๆ เล๊ย!ถ้าติดป้ายบอกสักหน่อยว่าผลท้อในถาดกินไม่ได้ ข้าก็จะไม่ดื้อกินก่อนเทพตนอื่นหรอกน่าแต่นี่...ไม่เห็นมีป้ายห้ามไว้นี่นา จะโทษข้าได้เยี่ยงไรเล่า ว่าแต่ไอ้เ้าลูกกลมๆ หยุ่น ๆ มันเข้าไปในปากข้า แล้วมันไปอยู่ที่ไหนกันละเนี่ย?!
เทพผู้อาภัพกำลังครุ่นคิดขณะปล่อยให้พ่อบ้านวิ่งอุ้มร่างใหม่ตนไปหาแม่นมจำเป็นางกำลังคิดสงสัยถึงบางสิ่งคล้ายขนมซึ่งกลิ้งไปมาอยู่บนพื้นแล้วบังเอิญถูกคาบเข้าปากหลังหกล้มเมื่อกินกัดกินท้อ์เข้าไปแล้วต้องวิ่งหนีกะทันหันเหตุเพราะไม่สามารถััได้ถึงการมีอยู่ของมัน ทว่าความรู้สึกััได้ชัดเจนในตอนนี้คือการหิวและหิวมากขึ้นจนแทบจะไม่สามารถอดกลั้นต่อความหิวโหยซึ่งจู่โจมเข้ามาอย่างรุนแรงได้
ข้าหิว! ทำไมข้าหิวมากขนาดนี้ข้าไม่ใช่คนตะกละนะ แต่นี่มันหิวเกินไปแล้ว วิ่งเร็ว ๆ หน่อยสิตาแก่ได้ยินไหม...ว่าข้าหิว!!!
เทพผู้น่าสงสารอยากจะกรีดร้องออกมาแต่อ่อนแรงเกินไปจึงทำได้เพียงถอนหายใจต่อโชคชะตาอันน่าหดหู่เพราะไม่คาดคิดว่าจะถูกจักรพรรดิ์ลงโทษทันทีทันใดโดยไม่สอบสวนถึงสาเหตุกระทำความผิดก่อนทว่ายังโชคดีอยู่บ้างเนื่องจากความทรงจำสมัยยังเป็เซียนมีครบถ้วนพลางตัดใจหลับตานอนพักผ่อนข่มความหิวไว้จนกว่าจะได้รับประทานนมซึ่งเป็อาหารสำหรับทารกแรกเกิดอย่างตนต่อไป
……….
สักพักหนึ่งพ่อบ้านหูวิ่งกลับบ้านมาหาภรรยาในหมู่บ้านซึ่งอยู่ห่างจากบ้านเศรษฐีโจวเกือบสองร้อยเมตรพลางผลุนผลันเข้าไปแล้วรีบปิดประตูรั้วบ้านแ่าเนื่องจากกลัวเพื่อนบ้านรู้เห็นต่อการกระทำอันผิดปกติของตนก่อนฉุดข้อมือภรรยาซึ่งเดินออกมาหาด้วยสีหน้างุนงงต่อการกลับบ้านก่อนเวลาเลิกงานเพราะ้าเข้าไปพูดคุยกันภายในบ้านด้วยน้ำเสียงกังวลใจว่า
“เข้ามานี่ก่อนช่วยพี่คิดหน่อยว่าจะเอาไงดี”
ภรรยาพ่อบ้านหูในชุดเสื้อยืดสีฟ้าแขนสั้นกางเกงผ้ายืดสีดำยาวคลุมเข่าพลันถูกฉุดข้อมือหมุนตัวลากเข้าไปในบ้านอย่างงุนงงกระทั่งเหลือบเห็นสามีนำทารกในห่อผ้าคล้ายเสื้อถังจวงมอซอสีแดงวางลงบนโต๊ะกลางห้องโถงพลางตาโตใก่อนละล่ำละลักถามถึงที่มาทารกน้อยซึ่งนอนหลับปุ๋ยด้วยสภาพร่างกายไม่เรียบร้อยเท่าใดนักว่า
“พี่คะ.....ไปเอาทารกมาจากไหนคะเนี่ยดูสิ...สะดือยังแฉะอยู่เลย นี่ไม่ติดเชื้อเข้าไปแล้วเหรอ แถมตัวก็ยังมีแต่คราบเืยังกะเพิ่งคลอดออกมานี่มันเื่อะไรกัน?!”
ภรรยาพ่อบ้านหูไม่สามารถอดกลั้นความสงสัยต่อที่มาของทารกน้อยเพศหญิงได้ถึงแม้เธอจะใจอ่อนยวบลงั้แ่ได้เห็นใบหน้าจิ้มลิ้มผิวขาวอมชมพูอวบอ้วนน่ารักน่าชัง ทว่าด้วยสภาพอันบ่งบอกได้ว่าเพิ่งผ่านการคลอดไม่นานนักทำให้ไม่สามารถปล่อยวางถึงปัญหาซึ่งอาจตามมาถึงสามีได้โดยอดคิดไม่ได้ว่าอาจเป็ลูกจากภรรยาน้อยของสามีจึงเค้นถามเสียงเข้มด้วยความกังวลใจ