ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ 86 ขออนุญาตตระกูล
เป็นจริงตามที่ซีเลียคาด คาลอสมีสีหน้าเปลี่ยนไปทันทีที่ฟังคำอธิบายของหญิงสาว นี่นับเป็นโอกาสใหญ่จริงๆ อย่างที่หญิงสาวได้บอก
ไม่ใช่เพียงสมบัติภายในมิติลึกลับเท่านั้นที่น่าดึงดูดใจ แต่ยังเป็นโอกาสที่จะช่วยเหลือบรรพบุรุษอีกทาง ถึงจะเป็นแค่โอกาสเล็กๆ ที่ไม่รู้ว่าเป็นไปได้หรือไม่ แต่มันก็น่าเสี่ยงไม่ใช่น้อย
บรรพบุรุษช่วยเหลือตระกูลมามากมายหลายครั้ง พัฒนาตระกูลให้ก้าวหน้าขึ้นอย่างว่องไว หากไม่มีบรรพบุรุษ ป่านนี้ตระกูลพีไรซ์อาจจะยังล้าหลัง ถูกกดขี่ข่มเหงจากตระกูลบัตส์ หรือไม่ก็ถูกศัตรูอื่นทำลายล้างจนต้องหนีหัวซุกหัวซุนกันไปหมดแล้ว
“ข้ารู้ว่าที่นั่นอันตราย แต่ข้ารู้ดีว่าความสามารถเจ้านั้นมีไม่น้อยเลย ต่อให้เป็นอเวกระดับที่แปดก็ใช่ว่าจะสู้เจ้าได้ง่ายๆ หากรักษาตัวให้ดี การกลับออกมาไม่ใช่เรื่องยาก และข้าก็มั่นใจในตัวเจ้า” สายตาของซีเลียจ้องมองไปที่คาลอสอย่างมั่นใจ มันเป็นสายตาที่นิ่งสงบ เธอหมายความตามที่พูดจริงๆ
คาลอสรับความรู้สึกที่ส่งมาจากอีกฝ่ายได้เต็มๆ นอกจากครอบครัวและบรรพบุรุษแล้ว ก็เห็นจะมีแต่หญิงสาวตรงหน้านี่แหละที่เชื่อมั่นในตัวเขามากขนาดนี้
ร่างของชายหนุ่มผ่อนคลายมากขึ้น สีหน้าไม่ได้นิ่งเฉยอีกต่อไป ดูเป็นธรรมชาติกว่าก่อนหน้านี้
“ขอบคุณสำหรับข่าวของเจ้า ข้ายอมรับเลยว่ามันทำให้ข้าอดประหลาดใจไม่ได้ และอยากจะลองไปที่นั่นดูสักครั้ง แต่อย่างไรก็ตาม ข้าอาจจะต้องถามความเห็นส่วนรวมของคนในตระกูลเสียก่อนโดยเฉพาะหัวหน้าตระกูล อาจจะให้คำตอบได้ภายในวันพรุ่งนี้ เจ้ารอได้หรือไม่เล่า?” คาลอสตอบกลับไปด้วยสีหน้าจริงจัง
ชายหนุ่มพูดออกไปตามจริง แต่ที่ไม่ได้บอกออกไปก็คือเขาจำเป็นต้องถามความคิดเห็นของบรรพบุรุษด้วย
ตอนนี้เขาเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในตระกูล อย่างน้อยก็ช่วยแบ่งเบาภาระบรรพบุรุษได้บ้าง ที่ผ่านมามีเหตุการณ์มากมายเกิดขึ้นกับตระกูลไม่รู้จบ หากเขาต้องเดินทางไกลเป็นระยะเวลานาน อาจทำให้หลายฝ่ายเกิดความกังวล
“วันพรุ่งนี้? นี่ค่อนข้างกระชั้นชิดทีเดียว... ถ้าให้คำตอบได้ในวันพรุ่งนี้ เจ้าอาจจะต้องรีบเดินทางไปพร้อมข้าในวันพรุ่งนี้เลย เพราะสถาบันของข้าก็ใกล้เปิดภาคการศึกษาแล้ว เจ้าเตรียมตัวทันหรือไม่เล่า?” ซีเลียตอบกลับไป น้ำเสียงดูมีความกังวลใจเล็กน้อย
“แน่นอนว่าข้าไม่มีปัญหาเรื่องการเตรียมตัว สัมภาระทุกอย่างของข้าก็มีไม่มาก สำหรับอาหารการกินตระกูลก็สามารถเตรียมพร้อมให้ได้เสมอ” คาลอสตอบกลับไปอย่างสบายๆ ไม่ได้รู้สึกว่าการเตรียมตัวเป็นเรื่องยากลำบากอะไร
“เช่นนั้นก็ดีแล้ว บอกคนในตระกูลเจ้าได้เลยว่าข้าจะรับผิดชอบการเดินทางของเจ้าเอง ขากลับเจ้าก็มาพร้อมขบวนรถของข้าได้ หลังจากที่พวกเขาไปส่งข้าที่สถาบันอเวกเคนเนอร์ ข้าจะให้พวกเขาไปรอเจ้าที่หน้ามิติลึกลับ เมื่อเจ้าออกมาจะได้เดินทางกลับมาพร้อมกันเลย” ใบหน้าของหญิงสาวสดใสอย่างยิ่งเวลาพูดคุยกับชายหนุ่ม
ทีแรกชายหนุ่มก็เกรงใจเล็กน้อย แต่ไม่นานก็ยินยอม เพราะตระกูลของเขาก็ไม่มีความพร้อมมากพอในการเดินทางระยะไกลขนาดนั้น ทั้งยังเป็นพื้นที่ต่างอาณาเขตอีกด้วย จำเป็นต้องใช้เวลาค่อนข้างนาน ป่านนั้นมิติลึกลับอาจจะปิดตัวลงไปแล้วก็ได้
“เช่นนั้นข้าขอตัวไปแจ้งหัวหน้าตระกูลเรื่องนี้ก่อน มาเถอะให้ข้าไปส่งเจ้าที่เรือนพัก” เมื่อพูดคุยกันจนเข้าใจ คาลอสก็ลุกขึ้นมายืนอยู่ด้านข้างของหญิงสาว รอให้อีกฝ่ายเดินทางไปพร้อมกับตน
ซีเลียลุกขึ้นจากเก้าอี้ช้าๆ สายตาก็จ้องใบหน้าอีกฝ่าย พร้อมกับส่งยิ้มไปให้
ใบหน้าของคาลอสแดงเรื่อขึ้นมาเล็กน้อยก่อนจะหันสายตาไปทางอื่น แต่ยังคงยืนรอให้หญิงสาวเดินไปพร้อมกับตน
ทั้งคู่พากันเดินออกจากเรือนรับรองแขก ซึ่งผู้ติดตามของซีเลียก็เดินตามมาด้านหลังด้วย ทุกคนมุ่งหน้าไปยังเรือนพักที่ตระกูลพีไรซ์จัดไว้ให้กับแขกทุกคน
…
หลังจากแยกกับหญิงสาว คาลอสก็มาพบหัวหน้าตระกูลและเหล่าผู้อาวุโส เล่าเรื่องราวตามที่ตนได้ฟังมาจากซีเลีย
ผู้อาวุโสหลายคนเห็นด้วยกับการเดินทางครั้งนี้ แม้จะมีอันตราย แต่คนหนุ่มรุ่นใหม่อย่างคาลอสควรไปเสาะหาโอกาสและประสบการณ์ในชีวิต นอกจากนี้ยังมีเรื่องเกี่ยวกับหญิงสาวที่บรรพบุรุษต้องการตามหามาเกี่ยวข้องอีก ผู้อาวุโสหลายคนคิดว่าคาลอสสมควรไป บางส่วนก็ให้เป็นการตัดสินใจของคาลอสเอง
หัวหน้าตระกูลอย่างมาคัสจ้องทุกคนเงียบๆ ก่อนจะเอ่ยปากพูด
“จงจำไว้ว่าความปลอดภัยของตัวเจ้าสำคัญที่สุด ไม่ว่าสิ่งล่อใจจะมากแค่ไหนก็ไม่คุ้มเสี่ยงหากต้องแลกด้วยชีวิต หลังจากนี้เจ้าก็อย่าลืมแวะไปเยี่ยมบรรพบุรุษที่ศาลบรรพชนด้วย บอกกล่าวพวกท่านสักหน่อยว่าเจ้าจะไปไหนทำอะไร” มาคัสกล่าวด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง ในใจก็คิดว่าหากไม่มีเหตุการณ์พิเศษอะไร บรรพบุรุษก็คงไม่ได้ห้ามการเดินทางในครั้งนี้
“ขอรับท่านหัวหน้าตระกูล ข้าก็คิดว่าจะไปไหว้บรรพชนอยู่แล้วเหมือนกัน” คาลอสผงกหัวรับคำของอีกฝ่าย
“อืม พรุ่งนี้ก่อนเจ้าออกเดินทาง มาเอาเสื้อคลุมและชุดเกราะที่บรรพบุรุษมอบให้ติดไปด้วย อยู่กับข้าตอนนี้มันก็ไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไร ให้เจ้าสวมติดตัวเอาไว้คงจะเหมาะสมกว่า” มาคัสตัดสินใจมอบเสื้อคลุมเคลื่อนคล้อยดาราและเกราะหนังเกล็ดโลหะให้กับคาลอส
จะให้เครื่องสวมใส่ดีๆ เช่นนี้กองอยู่ภายในเขตตระกูลเฉยๆ ไม่ได้ใช้ประโยชน์ไปไย หากมันช่วยสร้างความปลอดภัยให้กับลูกหลานได้มากกว่า ทำไมถึงจะไม่มอบให้อีกฝ่ายเล่า
“นี่...แต่มันเป็นของที่บรรพบุรุษมอบให้ท่าน......” คาลอสรู้สึกไม่ค่อยแน่ใจนัก ว่าควรจะรับมาดีหรือไม่
“ไม่ต้องเป็นห่วง บรรพบุรุษกับข้าก็เหมือนกันตรงที่ต้องการให้ลูกหลานในตระกูลปลอดภัย มอบให้เจ้าใช้ชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย เมื่อกลับมาก็ค่อยนำมาคืนข้า” มาคัสบอกให้คาลอสมั่นใจ ต่อให้ไม่มีของวิเศษสองชิ้นนั้น ตระกูลก็ยังปลอดภัยดีอยู่ แต่มันจะเพิ่มความแข็งแกร่งขึ้นอย่างมากหากอยู่ในมือคาลอส
“ขอรับ” คาลอสยินยอมแต่โดยดี การมีอุปกรณ์ป้องกันติดตัว อย่างไรก็ดีกว่าไม่มี
หลังจากพูดคุยกันเสร็จเรียบร้อย คาลอสออกจากห้องโถงใหญ่ มุ่งหน้าไปศาลบรรพชนเพื่อเคารพบรรพบุรุษ บอกเล่าเรื่องราวแบบเดียวกับที่เล่าให้หัวหน้าตระกูลและผู้อาวุโสฟัง เพียงแต่ไม่มีใครตอบรับ
ขณะที่คาลอสกำลังจะเดินออกจากศาลบรรพชนไป สายลมวูบหนึ่งก็พัดมาหาเขาจากด้านหลัง
ชายหนุ่มหันขวับมองไปยังทิศทางที่ลมพัดมาทันที มันมาจากด้านในศาลบรรพชน! ไม่มีประตูเข้าออกอื่นอีก หน้าต่างก็ปิดสนิทไม่ได้เปิดใช้งานมานานแล้ว...... ลมเมื่อครู่พัดมาจากที่ไหน?
คาลอสมองไปรอบๆ ตัว ก่อนจะโค้งตัวคำนับไปทางป้ายชื่อบรรพชนอีกครั้งหนึ่ง ก่อนจะรีบปิดประตูแล้วเดินจากไป
ดูเหมือนว่าบรรพบุรุษจะรับรู้เรื่องของเขาแล้ว และไม่ได้คัดค้านแต่ประการใด สายลมเมื่อครู่คงเป็นสัญญาณการรับรู้ของท่านกระมัง? คาลอสคิด
เวลาที่เหลือคาลอสก็ใช้ไปกับการจัดเตรียมข้าวของเครื่องใช้ที่จะนำติดตัวไปด้วย หลังจากนั้นก็กลับไปฝึกซ้อมต่อ ต้องรู้ว่าการฝึกฝนภายในเขตตระกูลจะให้ผลเป็นสองเท่า ไหนจะเม็ดโอสถเสริมพลังงานที่ซายาโกะเริ่มผลิตออกมาแจกจ่ายให้กับสมาชิกตระกูลอีก เพราะฉะนั้นคาลอสย่อมไม่พลาดโอกาสนี้เด็ดขาด
ตกเย็นคาลอสก็เชิญชวนซีเลียมานั่งรับประทานอาหารร่วมกับพ่อแม่และน้องสาวของตน ทุกคนเข้ากันได้ดีมากกับซีเลีย ดูเหมือนจะมีแค่คาลอสเท่านั้นที่ดูจะเคร่งขรึมที่สุดต่อหน้าหญิงสาว
และแล้ววันทั้งวันก็จบลง ยามราตรีมาเยือน สมาชิกและแขกในตระกูลล้วนหลับใหลอย่างมีความสุข