“โอ๊ะ! เวลาขนาดนี้แล้วแฮะ งั้นผมขอกลับก่อนละกันนะครับ” ผมมองเลยไปที่นาฬิกาด้านหลังคลูสที่บอกเวลาว่าใกล้จะห้าโมงเย็นแล้วจึงกล่าวขอตัวลากลับ เนื่องจากใกล้ได้เวลาทานข้าวกับที่บ้านแล้ว
“เราเองก็ขอลาเช่นกัน”เมื่อเห็นผมลุกขึ้นมา เฟอร์เองก็ขอลากลับ ก็ไม่แปลกละนะครับเพราะถ้าเฟอร์กลับดึกกว่านี้ละก็ มีหวังประตูวังได้ปิดแน่ๆ
ฝ่ายคลูสเองก็ทำเพียงแค่โบกมือหยอยๆประมาณว่ารีบๆกลับไปเลยจนผมกับเฟอร์หัวเราะกันเบาๆ ก่อนที่เฟอร์จะเอาหน้ากากของตนขึ้นมาใส่ ส่วนผมก็เอาผ้าโพกหัวของชาวทะเลทรายขึ้นมาสวมแล้วดึงผ้าขึ้นมาปิดใบหน้าส่วนล่างเอาไว้ ก่อนจะเปิดประตูห้องออกไป
“ลิซ่าเ้าให้ข้าเข้ามาในส่วนนี้ของหอสมุด เ้าจะไม่โดนท่านผู้ดูแลหอสมุดว่างั้นรึ?”เสียงของใครบางคนดังขึ้นจากตรงทางเดินก่อนถึงหน้าห้องที่พวกผมอยู่ ฟังจากเสียงน่าจะเป็ผู้หญิงแถมผมเองก็ดูเหมือนจะคุ้นๆเสียงนั้นอยู่เหมือนกัน...ว่าแต่ ลิซ่านี่ใครเนี่ย?
“เธอไม่ต้องกังวลไปหรอกน่าเซลิน่าไอบ้านั่นมันไม่บ่นอะไรหรอก ขอแค่ชั้นไม่พาเธอเข้าไปในห้องรับรองก็พอ” เสียงของบรรณารักษ์รักษาการประจำวันสาวดังลอยตามมา อ้อหล่อนชื่อลิซ่านี่เอง แต่เอ...ตะกี้ผมฟังไม่ผิดใช่ไหม?ผมว่าผมได้ยินชื่อของยัยแม่ทัพนั่นนะ...ขอให้แค่หูฝาดฟังผิดไปทีเถอะ...
“เ้าจะเรียกท่านผู้ดูแลหอสมุดว่าไอบ้าไม่ได้นะอย่าลืมสิว่าเขาตำแหน่งสูงกว่าเ้าขนาดไหน” จากนิสัยของทั้งสองคนผมก็ไม่ค่อยจะแปลกใจละนะว่าทำไมคุณบรรณารักษ์รักษาการประจำวันหญิงคนนั้นจะเรียกคลูสว่าแบบนั้นแถมเท่าที่ฟังมาจากปากคู่อริหล่อนเองด้วย...หล่อนแค่นินทาเ้านั่นให้คนอื่นฟังก็ดีแค่ไหนแล้ว
“เหอะ! ลองเธอได้คุยกับเ้าบ้านั่นทุกวันแบบชั้นดูสิ แล้วชั้นจะดูว่าเธอจะเรียกมันแบบไหนกัน”และแล้วสองสาวก็พ้นหัวมุมทางเดิน นั่น! ผมแดงแจ๋มาแต่ไกลนั่น!ชัดเลย! ซึ่งหล่อนเองก็ดูเหมือนจะสังเกตเห็นผมเช่นกัน...
“หือ?”จะรออะไรละ! ก็ปิดประตูน่ะสิ!
ปัง!
“มีอะไรงั้นหรือนาธาน?ทำไมหน้าซีดแบบนั้นละ?” เฟอร์ที่ยังไม่ทันได้เดินตามผมออกไปถามผมอย่างเป็ห่วงก็ไม่แปลกละนะ เพราะหน้าของผมตอนนี้คงกำลังแตกตื่นอย่างสุดๆแหงเลย
ทางคลูสเองก็เลิกคิ้วมองมาที่ผมอย่างสงสัยเช่นกันก่อนจะเปลี่ยนเป็คิ้วกระตุกรัวๆเมื่อได้ยินเสียงนินทาเข้ามาใกล้หน้าประตูห้อง เ้าตัวจึงลุกขึ้นพร้อมกับโบกมือให้ผมหลบออกมาจากประตูด้วยใบหน้าเหี้ยมเกรียม
“นินทาชั้นสนุกปากเลยนะยัยบ้าลิซ่า!”หนุ่มแว่นกระชากประตูให้เปิดออกพร้อมกับขึ้นเสียงเหี้ยมใส่บรรณารักษ์รักษาการประจำวันสาวที่เดินมาพร้อมกับยัยแม่ทัพดูเหมือนหล่อนจะสะดุ้งไปเหมือนกันที่อยู่ดีๆคลูสกระชากประตูออกมาด่าเช่นนั้นก่อนจะตั้งสติสวนกลับไป โดยมีสาวผมแดงยืนส่ายหน้าอย่างอ่อนใจอยู่ด้านหลัง
“ชั้นจะนินทานายแล้วมันจะทำไมยะไอบ้าคลูก้า!”โอ้...เหมือนผมจะเห็นเส้นเืเต้นตุบๆที่ข้างกระหม่อมคลูสแล้วแฮะ
“ชั้นเป็หัวหน้าหล่อนนะเฟ๊ย!”
“แล้วมันทำไมยะ!หัวหน้าที่ไม่น่าเคารพแบบนี้ชั้นไม่สนใจหรอก!”
“งั้นหล่อนก็ถามพ่อหล่อนสิฟ่ะว่าทำไมถึงได้ยัดตำแหน่งบ้าๆนี่ให้ชั้นน่ะฮะ!ยัยกระดาน!”
“กระดานบ้าอะไรยะ!อย่างชั้นน่ะเรียกว่ากำลังโตย่ะ! นายนี่มันตาถั่วซะจริงๆ!”
“ว่าใครตาถั่วฟ่ะยัยอกแบนราบไม่ต่างกับกระดานเอ๊ย!”
“หน่อย!อีมนุษย์ตาถั่วขาดกระจกมีขาเกี่ยวแล้วมองไม่เห็นน่ะเงียบไปเลย!”
“โหยยยยยยยยย!เชยจังนะยัยกระดาน! ไอนี้เขาไม่ได้เรียกว่ากระจกมีขาเกี่ยวเฟ๊ย!เขาเรียกว่าแว่นตา! เป็ถึงนักปราชญ์แต่กลับไม่ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมเนี่ยนะ!สมแล้วที่แพ้ชั้นทุกครั้งที่มาท้าแข่งน่ะ!”
“หน่อย!ไอถั่ว!”
“จะมีเื่ใช่ม่ะยัยกระดาน!”
ดูเหมือนว่าสองคนนี้จะไม่ยอมหยุดง่ายๆแฮะผมกับเฟอร์เลยตัดสินใจไปหิ้วปีกคลูสออกมาโดยฝั่งหญิงสาวที่เป็คู่กรณีเองก็ได้เพื่อนจับล็อคแยกคู่นี้ออกจากกัน
“พอๆๆๆๆๆๆสต๊อปเลยครับคลูส ใจเย็นๆหน่อยสิครับ”
“ใจเย็นก่อนสิคลูสใช้สติหน่อยสิ เ้าเป็ถึงผู้ดูแลหอสมุดเลยนะอย่าอารมณ์ขึ้นง่ายๆกับเื่แบบนี้เลย” ทางฝั่งคลูสผมกับเฟอร์ที่หิ้วปีกกันคนละข้างพยายามเกลี้ยกล่อมให้คนที่พึ่งอาละวาดเมื่อครู่ใจเย็นลง
“ลิซ่าเ้าใจเย็นๆก่อนได้ไหม ไม่สมกับเป็เ้าเลยนะ นักปราชญ์ต้องใจเย็นไม่ใช่รึ”ดูท่าทางฝั่งนั้นเองก็ได้สติกลับมาแล้วสินะเกือบได้มีคนตีกันกลางห้องรับรองแล้วไหมละ
“ชิ!” ดูเหมือนคลูสจะอารมณ์ยังไม่ค่อยดีนัก ก็เล่นเบ้ปากซะขนาดนั้น เป็ใครใครก็ต้องรู้นั่นละ
“ขอโทษทีนะเซลิน่า”ทางฝั่งคุณลิซ่าหันไปขอโทษเพื่อนด้วยสีหน้าสำนึกผิด ก่อนจะหันกลับมาจ้องตาดุใส่คลูส...เฮ้อ...คู่นี้มันอะไรกันนักหนาเนี่ย...
“ไม่เป็ไรแล้วก็...ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้งค่ะ ท่านผู้ดูแลหอสมุดลิเทียร์รวมถึงท่านก็เช่นกันค่ะ ท่านดยุคอันบรา ไม่น่าเชื่อนะคะ ว่าข้าจะมาเจอท่านที่นี่”สาวผมแดงในชุดเกราะเต็มยศหันไปทำความเคารพผู้สูงศักดิ์ทั้งสองในห้องก็น้า...ถ้านับกันจริงๆทั้งเฟอร์ทั้งคลูสถือว่าเป็หนึ่งในขุมอำนาจของอาณาจักรเลยทีเดียวไม่ค่อยจะแปลกใจเท่าไหร่ละนะที่ยัยนี่จะนอบน้อมซะขนาดนั้น
“อาๆ สวัสดีๆ”คลูสตอบรับการทักทายจากแม่ทัพสาวอย่างไม่ใส่ใจนัก แถมทำท่าเบื่อหน้าหล่อนเอาซะด้วยสิดูท่าคงจะไม่อยากจะคุยด้วยเต็มที่เลยมั้ง
“การที่เราจะไปไหนหรือพบใครมันก็เป็เื่ของเรามิใช่รึท่านแม่ทัพวัลคอร์ต?” หวาย...เฟอร์กลับไปสวมมาดดยุคเต็มสูบเลยแฮะ...แถมปล่อยแรงกดดันซะบรรยากาศในห้องอึดอัดขึ้นสุดๆแถมดูเหมือนว่าเ้าตัวจะไม่ค่อยพอใจซะด้วยที่ยัยนั่นก้าวก่ายเื่ส่วนตัวแบบนี้
“ต้องขออภัยด้วยค่ะท่านดยุคอันบราข้าแค่แปลกใจเท่านั้นที่ผู้มีสิทธิชิงตำแหน่งจักรพรรดิลำดับที่6เช่นท่านมาพบท่านผู้ดูแลหอสมุดลิเทียร์เช่นนี้...แต่ว่า...ชายคนนี้เป็ใครกันคะ?”แม่ทัพผมแดงคู่อริของผมกล่าวขอโทษแก่เฟอร์ด้วยท่าทีนอบน้อมสุดๆก่อนที่หล่อนจะจ้องเขม็งมาทางผมที่ปิดหน้าปิดตาซะมิดชิดอยู่คนเดียวในห้อง
“เอ่อ...เขาเป็แขกของคลูก้าน่ะเซลิน่า...”บรรณารักษ์รักษาการประจำวันสาวตอบแทนผมด้วยท่าทีอึดอัดแต่นั่นดูเหมือนว่าจะไม่ช่วยให้หล่อนเลิกจ้องเขม็งมาที่ผมอยู่ดี เฮ้ย! ผมไม่ใช่คนร้ายนะเฟ๊ย!
“เช่นนั้นหรือคะท่านผู้ดูแลหอสมุดลิเทียร์?”
“เออเป็ไปตามที่ยัยลิซ่าพูดนั่นละ หมอนี่มันเป็เพื่อนชั้นกับดยุคอันบรา ฉะนั้นเลิกจ้องเพื่อนชั้นแบบนั้นซะที ไอบ้านี่มันมาจากต่างแดน ชั้นเลยเชิญมันมาพบก็เท่านั้นไม่มีอะไรหรอก” คลูสตอบกลับไป พร้อมกับวางมาดเข้มยังกะมาเฟีย
“ถ้าเช่นนั้นข้าขออนุญาตตรวจเอกสารคนเข้าเมืองกับเื่ผู้รับรองหน่อยได้ไหมคะท่านผู้ดูแลหอสมุดลิเทียร์ท่านดยุอันบรา” ดูเหมือนว่าหล่อนจะไม่ยอมปล่อยง่ายๆแฮะแต่ก่อนที่ผมจะได้ทำอะไร เฟอร์ก็สวนออกมาก่อน
“โทษทีนะท่านแม่ทัพวัลคอร์ตเราเป็คนรับรองให้กับเขาเองนั่นละรวมถึงเป็คนดูแลเอกสารให้กับเพื่อนของเราเองด้วยแต่เนื่องจากเอกสารนั้นอยู่ที่ตำหนักล่องลมของเรา คงจะไม่ว่าอะไรใช่ไหมถ้าเราเอามาให้ท่านดูไม่ได้”
“แต่ว่า...”ทางนั้นเองก็ดูท่าจะไม่ยอมง่ายๆเช่นกัน
“ไม่เชื่อที่เราพูดงั้นรึท่านแม่ทัพวัลคอร์ต?”เฟอร์ถามกลับด้วยสีหน้าเรียบนิ่งทั้งสองจ้องกันอยู่นานจนดูเหมือนว่าคลูสเองก็จะทนไม่ไหวแล้วเช่นกัน
“เฮ้! นี่เธอไม่เชื่อในสัจจะของคนที่ดำรงตำแหน่งดยุคหรือยังไงหะคุณแม่ทัพวัลคอร์ต?เธอคิดว่าคนที่มีตำแหน่งสูงแบบดยุคอันบราจะโกหกหรือไง” สิ้นคำพูดของคลูสที่ท้าวแขนมองหน้ายัยแม่ทัพผมแดงด้วยสายตาหงุดหงิดเ้าหล่อนก็เงียบไปสักพัก ก่อนจะหันกลับมามองหน้าผมอีกครั้ง
“เพื่อความสบายใจของทุกฝ่ายข้าขอให้สหายของพวกท่านทั้งสองช่วยเปิดหน้าให้เห็นหน่อยจะได้หรือไม่-”
“เฮ้ย!นี่เธอจะก้าวก่ายเพื่อนชั้นมากไปแล้วนะคุณแม่ทัพวัลคอร์ต” ยังไม่ทันที่หล่อนจะพูดได้จบดีนักคลูสก็ขัดขึ้นมาก่อนด้วยน้ำเสียงที่ส่อแววหงุดหงิดเต็มทนทำให้สาวผมแดงต้องยอมถอยออกมาแต่โดยดี
“ลิซ่า!”คลูสกระชากน้ำเสียงเรียกหญิงสาวที่พาตัวปัญหาเข้ามาทันทีเพื่อไม่ให้เื่มันบานปลายไปมากกว่านี้
“ค่ะ!”ทางฝ่ายเ้าตัวเองที่ถูกบรรยากาศอึดอัดทำให้นิ่งเงียบทำอะไรไม่ถูกอยู่นานก็เผลอตอบหนุ่มแว่นกลับด้วยคำสุภาพ
“พาเพื่อนเธออกไปได้แล้ว!ส่งแขก!” ไม่ใช่แค่คลูสเท่านั้นที่สั่งฝ่ายเฟอร์เองก็ใช้สายตาจ้องไปที่ลิซ่าให้ทำตามแต่โดยดีจนหล่อนรีบดันหลังเพื่อนสาวผู้ดำรงตำแหน่งแม่ทัพออกจากห้องรับรองพร้อมกับปิดประตูให้อย่างรวดเร็ว
ปัง!
พวกเราทั้งสามนิ่งเงียบอยู่นานจนกระทั่งเสียงฝีเท้าของคนทั้งคู่หายไปจากโสตประสาทพวกผมก็ทรุดลงไปนั่งกับเก้าอี้ของตนพร้อมกับถอนหายใจออกมาพร้อมกันอย่างเหน็ดเหนื่อย
“เหนื่อยโว๊ยยยยยยยย!ไหงยัยแม่ทัพนั่นมันต้องจ้องเล่นแต่นายด้วยฟ่ะนาธาน!” คลูสบ่นออกมาแบบไม่เสียเวลารอเลยแม้แต่น้อยดูท่าเ้าตัวจะเหนื่อยน่าดูจากการเก๊กมาดเข้มตบตายัยนั่นเมื่อครู่
“ฟู่ว!เมื่อกี้ยังกับตอนอยู่ในท้องพระโรงเลยละ...ดูท่าเ้าจะต้องระวังตัวแล้วนะนาธาน”เฟอร์ที่เอาผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดหน้าผากก็กล่าวเตือนด้วยความเป็ห่วง
“นั่นสินะครับ...แต่ว่า...เื่เอกสารของผมเนี่ยสิ...”ผมพูดพร้อมกับทำท่าหนักใจ เนื่องจากตัวตนของนาธาน เมลฟอร์ดนั้นได้ถูกระบุว่าตายไปแล้วทำให้ตอนนี้ผมกลายเป็บุคคลไร้ชื่อ ไร้ที่อยู่ ไร้ประวัติไปเรียบร้อย
แถมยังไม่รวมถึงเื่การแอบเข้าเมืองมาอีกทำให้ทั้งเอกสารคนเข้าเมืองกับผู้รับรองเองก็ไม่มี ถือเป็ปัญหาใหญ่เลยก็ว่าได้ นี่ถ้าไม่ได้ทั้งสองคนช่วยเอาไว้เมื่อกี้ละก็ผมคงโดนยัยนั่นเล่นซะเละแน่
“นายพอจะทำอะไรได้บ้างม่ะเฟอร์?”ผู้ดูแลห้องสมุดถามพร้อมกับเอนหลังพิงพนักพิงอย่างเต็มที่ด้วยความเหนื่อย
“ถ้าเื่เอกสารคนเข้าเมืองกับผู้รับรองน่ะเราพอจะจัดการให้ได้ภายในสองสามวันนั่นละ แต่ปัญหาคือชื่อกับประวัตินี่สิ...”ดยุคหนุ่มตอบพร้อมกับทำท่าครุ่นคิด
“ประวัติมันนายก็ระบุไปว่าไอบ้านี่มาจากอาบา...อาบาอะไรนะ?” คลูสพยายามนึกชื่อแต่ก็ดูเหมือนว่าจะนึกไม่ออกผมจึงตอบแทน
“อาบาราน่าครับคลูส”
“เออๆ นั่นละ”
“น่าจะไม่มีปัญหานะครับเฟอร์เพราะตลอดปีที่ผ่านมาผมก็อยู่ที่นั่นมาตลอดด้วย” เฟอร์ที่ได้ฟังเช่นนั้นก็พยักหน้ารับอย่างว่าง่ายก่อนจะถามผมต่อ
“ว่าแต่เื่ชื่อละนาธาน?”
“เอาเป็...”ผมครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะตัดสินใจตอบไป
“ลิเบอร์ต้า ละกันครับ”
ดูเหมือนว่า...เื่วุ่นวายก่อนกลับบ้านเมื่อครู่นี้...จะทำให้ผมกลับบ้านช้ากว่าเดิมซะแล้วแฮะ
.............................................................................................................................................................
“นี่! เซลิน่า! ทำไมเมื่อครู่เ้าไปเสียมารยาทกับแขกของไอบ้านั่นกับท่านดยุคอันบราแบบนั้นละ!”เพื่อนของข้า...ลิซ่าถามข้าขณะกำลังเดินกลับจากห้องรับรองที่เกิดเื่ขึ้นเมื่อครู่
“เ้าไม่แปลกใจเลยรึว่าทำไมคนที่แทบจะไม่เคยออกไปพบใครแบบดยุคอันบรากับหัวหน้าเ้าถึงได้มีเพื่อนที่มาจากต่างแดนแบบนั้น...ยังไม่รวมถึงเื่ที่เขาทั้งสองคนสนิทกันทั้งๆที่ไม่เคยเจอหน้ากันมาก่อนอีก...อย่าบอกข้านะว่าเ้าไม่แปลกใจน่ะลิซ่า?”ข้าหันไปตอบก่อนจะเดินตรงออกจากหอสมุดโดยไม่ได้รอคำตอบจากเพื่อนของข้าที่มัวแต่ครุ่นคิดอยู่
แม้ว่าข้าจะสงสัยชายคนนั้นเื่ประเด็นนี้ก็ตามแต่ยังมีเื่ของการที่เขาปกปิดหน้าตาเสียมิดชิด แถมพยายามไม่สบตากับข้าอีก...และอีกอย่าง...ข้าจำได้ดี...
เขาคือคนที่เดินสวนกับข้าในวันนั้น...