“พ่อหนุ่มเฉินอวี้ ผอมลงไปเยอะเลย เขาทำใจเื่พ่อกับแม่ได้หรือยังนะ”
“จางเฉินอวี้ ลูกชายจางเฉินซ่ง น่าสงสารนะ ตัวคนเดียว พ่อแม่ก็ไม่อยู่เสียแล้ว”
“พี่อวี้นี่มองมุมไหนก็หล่อนะ หันหลังยังหล่อ”
ในขณะที่จางเฉินอวี้กำลังทำความสะอาดหน้าร้าน เขาได้ยินเสียงรอบตัว เขาจึงวางงานในมือลงแล้วค่อยๆ กันหลังกลับมามอง เสียงที่เขาได้ยินเป็เสียงในความคิดของคนเหล่านี้ นี่คือความสามารถพิเศษที่ท่านเทพมอบให้เขามา จริงสินะ...คำอธิษฐานก่อนตายเขาขอไว้ว่าขอให้เขารู้ถึงความคิดและจิตใจคนอื่น เพราะมันจะเป็เกราะป้องกันตัวให้เขาได้ แล้วเขาก็ได้ความสามารถพิเศษนี้มาจริงๆ
“สวัสดีครับลุงโจว สวัสดีครับป้าหวัง” ชายหนุ่มทักทายด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม “อาเทียน อาหยาง มิ่งมิ่ง พวกเธอก็สบายดีนะ”
“โอ้!!! เฉินอวี้ หนุ่มน้อยของป้าหวัง ป้าหวังนึกว่าเธอจะทำใจเื่พ่อกับแม่เธอไม่ได้เสียแล้ว” ป้าหวังพูดด้วยน้ำตาคลอเบ้า เพราะพ่อแม่ของจางเฉินอวี้ ป้าหวัง และลุงโจว เป็เพื่อนบ้านกันมาหลายสิบปี ช่วยเหลือกันมาั้แ่พวกเขาได้มาตั้งรกรากที่เมืองนี้ พวกเขาจึงมีความรักใคร่ผูกพันกันเป็อย่างมาก
“จางเฉินอวี้ จางเฉินอวี้” ลุงโจวเรียกชื่อเขาซ้ำๆ อยู่อย่างนั้น พร้อมกับเดินเข้าไปกอดและพูดด้วยเสียงสั่นเครือ “ลุงไม่ได้พบเธอมาสักพักแล้ว พวกลุงเป็ห่วงเธอมาก เธออย่าคิดอะไรมาก ใช้ชีวิตต่อไปให้ดี เสี่ยวซ่งและแม่ของเธอคงมองเธอจากบน์ อยากให้เธอใช้ชีวิตอย่างมีความสุขต่อไป มีอะไรให้พวกเราช่วยเหลือ เธอบอกพวกเราได้”
“ครับ” จางเฉินอวี้มองหน้าผู้าุโทั้งสอง ก่อนตอบรับช้าๆ ในความทรงจำของร่างเดิม ลุงโจว กับป้าหวัง เป็ผู้ที่คอยดูแลเขาเวลาที่พ่อกับแม่ทำงานยุ่งกันทั้งคู่
“พี่อวี้ ผมยังนึกเป็ห่วงพี่อยู่เลย อยู่ดีๆ หลังเสร็จงานลุงจาง พี่ก็หายไปเลยครับ” โจวเฟยหยาง หลานชายลุงโจวถามชายหนุ่ม
“พี่เทียนกับพี่หยางคอยเฝ้าพี่ที่หน้าประตูบ้านทุกวันจริงๆ ค่ะ แต่ว่านะพี่อวี้ ถึงพี่จะผอมลงไปนิด พี่ก็ยังหล่อเหมือนเดิมเลยนะคะ” หวังเจียวมิ่ง หลานสาวป้าหวังพูดขึ้น
“มิ่งมิ่ง ดูหน้าหล่อๆ ของพี่ยังไม่พออีกหรือ เื่แค่นี้ไม่ต้องรบกวนใบหน้าพี่อวี้หรอกมั๊ง” โจวเฟยเทียน พูดพลางเก็กหน้าหล่อใส่น้องสาว
ทุกคนได้ฟังบทสนทนาของพวกเขาแล้วก็ได้แต่อมยิ้ม เพราะพวกเขาเติบโตมาด้วยกัน จึงมีความสนิทสนมกันมาก
โจวเฟยเทียน กับโจวเฟยหยาง เป็พี่น้องฝาแฝด เกิดจากลูกชายเพียงคนเดียวของลุงโจว พ่อของฝาแฝดเป็ทหาร เสียชีวิตจากการออกไปปฏิบัติภารกิจพิเศษ ส่วนแม่ของทั้งคู่ได้หย่ากับพ่อของพวกเขาไปั้แ่ก่อนที่พ่อของพวกเขาจะเสียชีวิตแล้ว ลุงโจวเลี้ยงดูพวกเขามานับจากนั้น
หวังเจียวมิ่ง เป็หลานสาวของป้าหวัง พ่อกับแม่ของหวังเจียวมิ่งทำธุรกิจส่วนตัวอยู่ที่เซี่ยงไฮ้ หวังเจียวมิ่งมีพี่ชายและน้องชาย ทั้งคู่อาศัยอยู่กับพ่อแม่ที่เซี่ยงไฮ้ ซึ่งลูกชาย ลูกสะใภ้ และหลานชาย จะกลับมาเยี่ยมป้าหวังใน่ปีใหม่ หรือมีบางครั้งใน่ปิดเทอมหลานชายก็จะมาอาศัยอยู่กับป้าหวังด้วย ส่วนเหตุผลที่หวังเจียวมิ่งมาอยู่กับป้าหวังก็เป็เพราะลูกชายกลัวว่าป้าหวังจะเหงา จึงส่งเธอมาอยู่ที่นี่
จางเฉินอวี้ ทำความสะอาดเก็บกวาดบ้านอยู่อย่างนั้นจนใกล้ถึงวันที่หลี่เยว่ซินจะมาหาแล้ว เขาก็เริ่มกระวนกระวายและตื่นเต้นมาก เขาอยากเจอหน้าหญิงสาวเร็วๆ
………………………………………………………….
ในไร่วันนี้อากาศร้อนมาก เธอทำงานด้วยความเหนื่อยล้า จนถึงเวลาพักกลางวัน เธอได้นำซาลาเปาไส้ถั่วแดง และซุปไข่ ขึ้นมากิน เธอทำมาเผื่อเพื่อนยุวชนคนอื่นด้วย ยุวชนแต่ละคนต่างขอบคุณและรู้สึกเกรงใจเป็อย่างมากเพราะธัญพืชที่พวกเขาแต่ละคนได้รับจัดสรรมีปริมาณไม่มากนัก แต่เธอก็ยังนำมาทำอาหารเผื่อพวกเขาอยู่บ่อยครั้ง
ยุวชนที่ถูกส่งมาอยู่ชนบทจะได้รับจัดสรรที่พักให้พักอยู่ที่เดียวกัน โดยจะแยกบ้านพักระหว่างยุวชนหญิงกับยุวชนชาย แต่ใช้ห้องครัวร่วมกัน มีการแบ่งเวรสำหรับทำอาหารและทำความสะอาดพื้นที่โดยรอบบริเวณบ้าน ส่วนห้องพักและเสื้อผ้า ยุวชนแต่ละคนจะต้องรับผิดชอบตัวเอง
หลังจากที่หลี่เยว่ซินข้ามเวลามาอยู่ในยุคนี้ เธออาสาเป็คนทำอาหาร โดยมีหลินเสี่ยวเหม่ยเป็ผู้ช่วย ซึ่งยุวชนแต่ละคนจะนำข้าว ธัญพืช และวัตถุดิบต่างๆ มาวางไว้เป็ส่วนกลาง รวมไปถึงออกไปหาปลาหรือเก็บผักป่ามาเป็วัตถุดิบเพิ่มเติม ยุวชนคนอื่นก็ไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไร เพราะหลี่เยว่ซินคนก่อนก็เป็คนขยันและมีน้ำใจกับผู้อื่นอยู่แล้ว เมื่อเห็นหลี่เยว่ซินอาสาทำอาหารให้ เพื่อนยุวชนจึงเห็นเป็เื่ปกติ
เพื่อนยุวชนมีความพึงพอใจมากจากอาหารที่เธอทำ ยังเคยพูดหยอกล้อกันเล่นว่าหากเธอไปเปิดร้านอาหาร พวกเขาจะไปเป็ลูกค้าประจำแน่นอน
หลี่เยว่ซินได้เตรียมตัวสำหรับเื่นี้ไว้แล้วว่าหากมีการปฏิรูปเศรษฐกิจและยกเลิกระบบทำงานแลกแต้ม เธอจะต้องมีธุรกิจเป็ของตนเอง เธอรู้ว่าในอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น ประเทศจะมีการพัฒนาไปอีกมาก สิ่งเหล่านี้เพื่อนยุวชนยังไม่รู้ รวมไปถึงเื่ที่จะมีการนำระบบการสอบเข้ามหาวิทยาลัยกลับมาสอบอีกครั้งในปีหน้า เธอจะบอกหลินเสี่ยวเหม่ยให้เตรียมตัวสำหรับเื่นี้
หลี่เยว่ซินพักความคิดของตัวเองไป และลงมือทำอาหารมื้อเย็น เมนูวันนี้เป็เมนูง่ายๆ เธอนำผักป่ามาผัด ทำซุปไข่ผักกาดขาว และหมั่นโถวธัญพืช จัดว่าอาหารมื้อนี้มีสารอาหารครบถ้วนเลยทีเดียว เพื่อนยุวชนชื่นชมไม่ขาดปาก