่ฤดูร้อนในเวลาเที่ยงวันความร้อนยิ่งทวีไอร้อนรุนแรง
โลกฝูอวิ๋น เมืองม่อหยาง บ้านตระกูลเยี่ยน
“ลั่วซิง!” เด็กหญิงอายุสิบเอ็ดสิบสองปีะโในขณะที่ลุกขึ้นนั่งบนเตียง
หญิงสาวใบหน้ากลมเล็กในเวลานี้ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเื
คิ้วเรียวบนหน้าผากถูกปกคลุมภายใต้ผมหน้าม้าดวงตาคู่กลมโตเบิกกว้างไม่มีจุดรวมสายตาท่าทางตื่นตระหนกเหมือนเพิ่งกลับมาจากความตาย
มือเล็กสีซีดของนางจับผ้าห่มบนหน้าอกไว้แน่นริมฝีปากบางที่ซีดไร้โลหิตเช่นเดียวกันอ้าออกสูดลมหายใจเข้าออกจนหน้าอกเคลื่อนไหวรุนแรง จี้หยกที่ผูกติดกับสร้อยถักสีแดงรอบลำคอเผยออกมา
พู่เล็กสวยงามบนผ้าม่านคลุมเตียงสั่นไหวสะบัดพลิ้ว
ภายนอกห้อง เหล่าสาวใช้ไม่ได้นอนกลางวันต่างแลกเปลี่ยนสายตาแปลกใจให้กัน
“คุณหนูเ้าคะ ท่านลืมแล้วหรือ ลั่วซิงติดตามคุณชายใหญ่ไปเมืองหลงอิ่นยังไม่กลับมาเลยเ้าค่ะ!” สาวใช้ในชุดสีฟ้าลุกขึ้นยืนเดินไปที่ประตู พยายามที่จะยกเท้าเข้าไปข้างใน แต่เมื่อนึกถึงคำสั่งของนายในที่สุดก็หยุดเท้าและกระซิบผ่านม่านประตูแทน
“ข้ารู้แล้ว ออกไปได้!” เยี่ยนชิงหยางกดหน้าอกที่หัวใจเต้นแรง หายใจเข้าลึกเค้นลมหายใจพูดออกมาอย่างยากลำบาก
“เ้าค่ะ!” หญิงรับใช้รีบตอบ
เมื่อเยี่ยนชิงหยางพูดประโยคนี้จบก็พลันล้มตัวลงไปนอนบนเตียงอีกครั้งเงยหน้าขึ้นมองด้วยการเปิดตากว้างดูลวดลายบนหลังคาเตียง
ถึงแม้ว่ามันจะเป็เวลาเที่ยงวันแสงแดดส่องผ่านเข้ามาทางหน้าต่าง ทำให้ห้องสว่างสดใส แต่นางก็ยังคงฝันร้าย!
ไม่สิ นั่นไม่ใช่ฝันร้ายนั่นคือชีวิตในชีวิตที่แล้วของนาง
พูดให้ถูกก็คือ มันเป็ชาติก่อนของนางแต่ว่านางเกิดใหม่กลับมาเป็เด็ก ในตอนนี้ทุกอย่างยังคงไม่เกิดขึ้น
แต่นางก็ยังไม่สามารถกำจัดฝันร้ายเ่าั้ได้เพราะพวกมันเคยเกิดขึ้นจริง!
ภายนอกห้อง สาวใช้ต่างกระซิบกระซาบ
“คุณหนูคิดถึงลั่วซิงหรือได้ยินนางละเมอร้องะโตั้งหลายครั้ง”
“คุณหนูช่างดีต่อลั่วซิงนักไม่เพียงแต่นางได้รับอนุญาตให้ใช้ชื่อตัวเองยังให้นางได้ไปเที่ยวเล่นกับคุณชายใหญ่ที่เมืองหลงอิ่นด้วย”
“เชอะ ลั่วซิงมีอะไรดีก็แค่เด็กเร่ร่อนคนหนึ่ง ได้รับการช่วยเหลือจากคุณหนู แล้วยังใช้อุบายปีนขึ้นไปเป็คนรับใช้ส่วนตัวของคุณหนูอีกไม่เพียงแค่นั้นยังไปทำตัวสนิทชิดเชื้อกับคุณชายใหญ่ ข้าว่านางทะเยอทะยานเกินไปแล้ว”
“ชู่วอย่าให้คุณหนูได้ยินว่าพวกเราพูดว่าร้ายลั่วซิง นางเห็นลั่วซิงเป็เหมือนพี่น้อง”
เยี่ยนชิงหยางที่กำลังนอนหงายได้ยินคำพูดเ่าั้ ในแววตาบังเกิดความเกลียดชัง
ใช่นะสิ ตนเห็นลั่วซิงเป็พี่น้องที่ดีมาโดยตลอด!
แต่ว่า ลั่วซิงที่ถูกเรียกว่าพี่น้องที่ดีทำไมถึงทำกับตนเช่นนั้นกัน
ก่อนตายคำพูดโเี้ของลั่วซิงยังคงก้องกังวานในโสตประสาท
“เยี่ยนชิงหยาง เ้าคิดว่าเ้าดีต่อข้าอย่างนั้นหรือแต่ว่าข้าไม่อยากเห็นหน้าเ้า การมีอยู่ของเ้าเป็มลทินในชีวิตของข้า!ดังนั้นข้าจะทำลายเ้าซะ!”
เยี่ยนชิงหยางปิดเปลือกตาลงดวงตาปวดแสบปวดร้อน แต่ไม่มีน้ำตาไหลลงมา
น้ำตา มันได้หมดไปแล้วั้แ่ชาติก่อน!
“ท่านพ่อ ท่านพี่ข้านำหมาป่าเข้ามาในบ้าน แยกแยะระหว่างความภักดีกับการทรยศไม่เป็ ถึงได้ทำร้ายพวกท่าน!”เยี่ยนชิงหยางพึมพำ
ใช่ ในชาติก่อนลั่วซิงทำร้ายคนไปมากกว่าหนึ่งนั่นก็เพราะนางให้คนมาฆ่าคนในบ้านตระกูลเยี่ยนมากกว่าสามร้อยคนไม่เว้นแม้แต่บ่าวรับใช้ทั้งชายหญิง!
“ชิงหยาง ชิงหยาง ข้ากลับมาแล้ว!”ทันใดนั้นเสียงไพเราะเสียงหนึ่งดังขึ้น
ยังไม่ทันที่เยี่ยนชิงหยางจะได้ตอบโต้กลิ่นหอมละมุนลอยมา จากนั้นมีร่างสีชมพูพุ่งมาบนตัวนาง
“คนี้เี มันเที่ยงแล้วนะยังหลับอยู่ได้ยังไง ลุกขึ้นมาเร็วๆ เข้า”
เสียงไพเราะยังคงพูดต่อไป จากนั้น ฟึ่บ! เยี่ยนชิงหยางรู้สึกถึงความเย็นบนร่างกาย เนื่องจากผ้าห่มถูกดึงออก
เยี่ยนชิงหยางเปิดเปลือกตาขึ้นสิ่งที่เห็นคือใบหน้าเล็กงดงาม
ใบหน้าเล็กมีดวงตาแสนสดใสหางตากวาดเฉียงขึ้น ขนตายาวงอนเล็กน้อย ดวงตาสีดำขลับดั่งอัญมณีเป็ประกายส่องแสงไหลเวียนระยิบระยับ อดไม่ได้ที่จะหัวใจเต้นแรง
เป็แค่เด็กหญิงที่อายุสิบเอ็ดหรือสิบสองปีเท่านั้นใบหน้ายังไม่เติบโต แต่เริ่มปรากฏเค้าโครงงามล่มเมืองขึ้นแล้ว
เยี่ยนชิงหยางคุ้นเคยกับใบหน้านี้ดีเมื่อชาติก่อนในวันที่ถูกจองจำ ใบหน้าตอนโตของใบหน้านี้ประทับอยู่ในหัวของนางทุกวันเกลียดเข้าไขกระดูก
ลั่วซิง! นี่ก็คือลั่วซิง! ลั่วซิงในตอนที่ยังเป็เด็ก!
“ชิงหยาง เ้า...เกิดอะไรขึ้นกับเ้า” ลั่วซิงดึงผ้าห่มของเยี่ยนชิงหยางออก เห็นใบหน้าเล็กซีดเซียวแต่ว่ายิ่งทำให้นางกลัวมากขึ้นเมื่อดวงตาของเยี่ยนชิงหยางนั้นเยือกเย็นเต็มไปด้วยความเกลียดชังไม่มีที่สิ้นสุด จ้องมองตัวเองอย่างเ็า
นางไม่เคยเห็นสายตาลักษณะนี้ของเยี่ยนชิงหยาง! นี่ไม่ใช่ภาพลักษณ์ของเด็กหญิงตัวเล็กคนหนึ่งที่ได้รับความเอาใจใส่ดูแลเป็อย่างดีจะมีได้!
เยี่ยนชิงหยางหลุบตาลงซ่อนความเกลียดชังในดวงตาเอาไว้ ค่อยๆ ลุกขึ้นนั่ง นางไม่มองลั่วซิงแต่กลับผลักผ้าห่มออกแทน แล้วลุกจากเตียงและพูดอย่างเ็า “เปลี่ยนชุด!”
ลั่วซิงไม่รู้จะทำอย่างไร ชะงักไป
ได้ยินคำพูดของเยี่ยนชิงหยาง สาวใช้ที่เดินเข้ามาั้แ่ต้นก็เข้าไปปรนนิบัติใส่เสื้อคลุมให้เยี่ยนชิงหยาง
ลั่วซิงไม่เคยทำสิ่งเหล่านี้ทั้งหมดที่นางต้องทำคืออยู่กับเยี่ยนชิงหยาง เล่นด้วยกันและหัวเราะด้วยกันดังนั้นพวกสาวใช้จึงเข้ามาทำสิ่งเหล่านี้โดยปกติวิสัย
เยี่ยนชิงหยางแต่งตัวเสร็จแล้วนั่งอยู่ที่โต๊ะพลางละเลียดจิบชาที่สาวใช้นำมาให้
ลั่วซิงที่นิ่งงันมาโดยตลอดถ้าหากเป็ปกตินางจะนั่งลง แต่ว่าวันนี้เยี่ยนชิงหยางดูแปลกไป นางจึงไม่กล้านั่ง
เยี่ยนชิงหยางจิบชากลิ่นหอมของชาลอยวนออกมาอย่างต่อเนื่อง มันคือชาอวิ๋นอู้ เป็ชาที่ลั่วซิงชื่นชอบ
ห้องทั้งห้องเงียบสงัดมีเพียงเสียงกระทบกันของถ้วยชากับฝาของมัน
บรรยากาศกดดัน สาวใช้ทุกคนต่างก้มหน้าลงไม่กล้าขยับพวกนางไม่เข้าใจ ว่าทำไมคุณหนูที่พูดจาดีกลับกลายเป็ร้ายกาจฉับพลัน
ลั่วซิงทนไม่ไหว ทำเสียงกระแอมไอและกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ชิงหยาง เดาสิ ว่าข้ากับท่านพี่เยี่ยนไปที่เมืองหลงอิ่นแล้วเห็นอะไรบ้าง.....”
เพล้ง! เยี่ยนชิงหยางเขวี้ยงถ้วยชาในมือลงกับพื้น
ทันทีที่ถ้วยชาตกแตกละเอียดเป็ชิ้นคราบสกปรกก็สาดกระเซ็นกระจายไปทั่วทุกที่
ชาอวิ๋นอู้สาดกระจายไปทั่วน้ำชาสีเขียวเข้มไหลเป็แนวคดเคี้ยวบนพื้น ไอน้ำที่ลอยขึ้นถูกลมจากนอกผ้าม่านพัดโชยหมุนตลบ ม้วนพุ่งไปยังชายกระโปรงของลั่วซิง
พวกสาวใช้ตกอกใ เหมือนกับว่าจะคุกเข่าลงทันทีตามสัญชาตญาณยกเว้นลั่วซิง
ลั่วซิงเองก็ใจนหน้าซีด ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
“ลั่วซิง” เสียงเย็นของเยี่ยนชิงหยางดังออกมาเป็เสียงที่คมชัด เห็นได้ชัดว่าเป็แค่เสียงของเด็กผู้หญิงแต่กลับหนักหน่วงรุนแรง “เ้ากำลังล้ำเส้น!”
ลั่วซิงกัดริมฝีปากแน่นและยืนตัวตรงน้ำตาแห่งความคับข้องใจเต็มดวงตา จ้องมองไปที่เยี่ยนชิงหยาง
เยี่ยนชิงหยางไม่ได้มองนางพูดออกมาเสียงเย็น “อย่าลืมว่า เ้าเป็แค่สาวใช้ของข้า คุกเข่าลง!”
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่https://www.readawrite.com/a/c054af1f144fd2b59ae896f52d0f6c37