สำนักเซียนตระกูลมู่
"คุณชายวาดอันใดหรือเ้าค่ะ"ถิงถิงพูดขึ้นเมื่อเดินเข้ามาที่ศาลาสวนดอกไม้และเห็นมู่ซ่งหยวนกำลังวาดรูปอย่างตั้งใจ
"ข้าจะวาดท่านอาผู้นั้นพบเจอกันครั้งหน้าข้าจะมอบให้กับเขาเพื่อตอบแทนที่ท่านอาผู้นั้นซื้อขนมให้ข้า"มู่ซ่งหยวนยิ้มเมื่อนึกถึงใบหน้าที่เรียบเฉยดูดุดันแต่จิตใจอ่อนโยนของอู๋ซินหยาง(ในมุมความคิดของ มู่ซ่งหยวน)
"ท่านผู้นั้นอาจเป็แค่คนมาร่วมงานประมูลจากต่างเมืองเพียงเท่านั้นคุณชายจะรู้ได้เช่นไรว่าจะเจอกันอีกครั้ง" ถิงถิง
"ลางสังหรณ์ของข้าคิดว่าจะได้เจอท่านอาผู้นั้นอีกในเร็วๆนี้" มู่ซ่งหยวน
"เ้าค่ะ"ถิงถิงไม่อยากเอ่ยขัดเพราะใบหน้าของชายปริศนายังคงตราตรึงอยู่จริงๆใบหน้าที่หล่อเหลา ถึงจะดูดุและแฝงไปด้วยอันตรายแต่ก็สง่างามทำให้ผู้คนที่พบเห็นลุ่มหลงได้ไม่แปลกที่คุณชายของตนจะรู้สึกชื่นชอบคนผู้นั้น
ณ.วังมาร
"เตรียมตัวอีกสามวันข้างหน้าจะมีการเดินทาง"อู๋ซินหยางพูดเสียงเรียบเมื่อเดินมาถึงยังลานยิงธนู
"เ้าต้องยืนหลังตรง มืออย่าสั่น มีสมาธิ"เหย้าผิง
"ข้าจะมีสมาธิหากเ้าไม่ยืนประกบตัวข้าแบบนี้เห็นไหมทั้งอสูรและมารน้อยพวกนั้นมองมาทางเรา"จางลี่เจียงรู้สึกอับอายเป็อย่างมากเพราะเหย้าผิงพาจางลี่เจียงมาฝึกยิงธนูที่สนามฝึกสำหรับอสูรและมารเด็ก
"ก็เ้าบอกเองมิใช่หรือไงว่าอยากยิงธนู"เหย้าผิงมองคนในอ้อมแขน
สืบเนื่องมาจากวันที่ล่ากระต่ายจางลี่เจียงวิ่งจับกระต่ายไม่ได้สักตัวมีมารคนหนึ่งอยู่ดีๆก็โผล่มาและยิงกระต่ายด้วยธนูทำให้จางลี่เจียงรู้สึกว่าเวลายิงมันเท่มาก และตนก็อยากเก่งแบบนั้นเหย้าผิงจึงพามาฝึกขั้นพื้นฐานกับเด็กๆ แต่ท่าก็ไม่ได้ ฝีมือก็ห่วยแตก บอกไปก็ทำแบบเก้ๆกังๆ
เหย้าผิงจึงตัดสินใจสอนั้แ่การยืนถือธนูโดยประกบคอยจัดท่าทางให้แบบถึงเนื้อถึงตัวซึ่งในสภาพตอนนี้เหย้าผิงแทบจะสิงร่างเขาอยู่แล้ว
"หยุดพลอดรักกันได้แล้ว"อู๋ซินหยางพูดเสียงดังอีกครั้งเพราะดูเหมือนทั้งสองจะไม่สนใจเขาเลย
เหย้าผิงและจางลี่เจียงสะดุ้งรีบผลักออกจากกัน
"คารวะท่านจอมมาร" เหย้าผิง
"อืม...อาเหย้าและเ้าควรเตรียมตัวอีกสามวันจะมีการเดินทาง"อู๋ซินหยาง
"เดินทางไปไหน" จางลี่เจียง
"มู่ซ่งหยวนจะเดินทางไปมอบของขวัญให้กับผู้อวุโสตระกูลมู่ดังที่เ้าเคยบอกไว้อสูรที่ข้าส่งไปแจ้งข่าวมา" อู๋ซินหยาง
"เช่นนั้นเราก็ต้องอำพรางตัวเพราะถ้าไปในสภาพนี้ใครเห็นก็มองออกว่าพวกเรามาจากเผ่ามาร" จางลี่เจียง
อู๋ซินหยางมองเหย้าผิงที่ตอนนี้มีปานที่หน้าสีดำ มีหู มีหางและจางลี่เจียงที่ผมสั้นไม่เหมือนคนในโลกใบนี้ ก็ทำให้คิดขึ้นได้ว่า 'ทั้งสองคนดูไม่ปกติจริงๆ ต้องอำพรางตัว' อู๋ซินหยางคิด
"แล้วให้ข้าจัดกำลังพลไปกี่ตนดีขอรับ"เหย้าผิง
"ไปแค่พวกเราสามคนก็พอเื่นี้ข้าไม่อยากให้มารตนอื่นรู้ ยิ่งรู้น้อยยิ่งดี"อู๋ซินหยางจริงๆเขาไปคนเดียวก็ได้แต่ในเมื่อจางลี่เจียงที่เป็คนออกความคิดอยากไปเห็นมู่ซ่งหยวนเขาจึงพาอีกฝ่ายไปให้เห็นก่อนที่อู๋ซินหยางจะสังหารมู่ซ่งหยวน
เมื่อถึงวันเดินทางอู๋ซินหยางมาถึงศาลาริมสระบัวโลหิตตามที่นัดหมายเพื่อออกเดินทางก็ต้องใเมื่อเห็นการปลอมตัวของเหย้าผิงและจางลี่เจียง
"พวกเ้าทำอันใด" อู๋ซินหยาง
"ปลอมตัวไง เป็ไงบ้าง ไม่มีใครดูออกแน่นอน555"จางลี่เจียงพูดด้วยความภูมิใจแต่เหย้าผิงเอาแต่ก้มหน้าไม่มั่นใจเลยสักนิด
จางลี่เจียงมีผ้าสีดำพันรอบศีรษะและปล่อยชายลงมาให้เหมือนเส้นผม คิ้วถูกวาดเข้มสีดำหนา หน้าขาว ปากแดงด้วยสีชาดมีสีแดงเป็วงกลมสองข้างแก้มซ้ายขวา
ส่วนเหย้าผิงก็ถูกทาหน้าขาวเพื่อปกปิดรอยปานดำ คิ้วหนา ปากแดงมีสีแดงถูกทาเป็วงกลมที่แก้ม ทั้งสองสวมใส่ชุดสตรีสีแดงสด
อู๋ซินหยางเห็นหน้าทั้งสองถึงกับคิ้วกระตุกอยากปล่อยพลังเผาให้ตายทั้งสองคน
"พวกข้าแต่งกายเป็หญิงรับใช้ ติดตามนายท่านสวยใช่ไหมล่ะ ถึงกลับพูดไม่ออกเลย555" จางลี่เจียง
"แต่งแบบนี้ยิ่งประหลาดเข้าไปใหญ่ข้าไม่กล้าเดินกับพวกเ้าแน่ แต่งเหมือนพวกวิปลาส" อู๋ซินหยาง
"ขออภัยขอรับท่านจอมมาร"เหย้าผิงพูดกับอู๋ซินหยาง
"เห็นไหมล่ะการแต่งตัวแบบนี้ไม่เหมือนมนุษย์จริงๆด้วย" เหย้าผิงหันไปพูดกลับจางลี่เจียง
"ก็สวยดีนี่ แปลกตรงไหน" จางลี่เจียง
'กริ๊ก' สิ้นเสียงดีดนิ้วเหย้าผิงก็กลับสู่สภาพปกติแต่ปานดำที่หน้า หูและหางหายไปเผยให้เห็นหน้าตาหล่อเหลาดังมนุษย์ทั่วไปเสื้อผ้าถูกเปลี่ยนเป็สีดำดูเหมือนองครักษ์ของมนุษย์
ส่วนจางลี่เจียงกลายร่างเป็พังพอนตัวขาวขนฟูนุ่ม
"ไม่ยุติธรรม ทำไมเหย้าผิงดูดี ดูหล่อแต่ข้ากลับเป็พังพอนอะ" จางลี่เจียง
"เ้าไม่มีพลังเวทย์ อาวุธก็ใช้ไม่เป็วิชาตัวเบาก็ไม่มี เป็พังพอนให้อาเหย้าดูแลนะดีแล้ว" อู๋ซินหยาง
"โห่....พูดขนาดนี้ไม่ด่าว่าตัวถ่วงเลยล่ะ"จางลี่เจียง
อู๋ซินหยางี้เีพูดเลยเปิดมิติเพื่อย่นระยะทางเพราะเขาเสียเวลากับจางลี่เจียงมากเกินไปแล้ว
เมื่อมิติถูกเปิดเหย้าผิงก็อุ้มพังพอนและเดินเข้าไป และตามมาด้วย อู๋ซินหยาง
ในครั้งนี้จางลี่เจียงซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดของเหย้าผิงจึงไม่ได้รู้สึกเคว้งคว้างปวดหัวเหมือนครั้งที่แล้ว
พอมาถึงภาพตรงหน้าก็แปรเปลี่ยนเป็ต้นไม้ใหญ่สองข้างทางมีทางสำหรับรถม้าและเกวียนวิ่งผ่านตัดตรงกลาง
"พามาที่ไหนเนี่ย"จางลี่เจียง
"ดักรอระหว่างทางพอรถม้าผ่านมาเราค่อยออกมาขวางและเอาตัวมู่ซ่งหยวนมา"อู๋ซินหยางอธิบายและยื่นผ้าสีดำเพื่อปกปิดใบหน้าให้เหย้าผิง ตอนนี้การแต่งกายของทั้งสองคนเหมือนกันคือชุดสีดำไร้ลวดลายเข้ารูปไม่รุ่มร่าม เหมือนที่มือสังหารของมนุษย์ใส่กัน
นั่งรออยู่นานรถม้าก็ไม่มา เหย้าผิงไปหาผลไม้มานั่งป้อนพังพอนจนกระทั่งพระอาทิตย์ใกล้จะลับขอบฟ้า
"รถม้าช้าขนาดนี้เลยหรอ" พังพอนจางลี่เจียง
"ผิดปกติ จริงๆน่าจะถึงได้แล้ว"อู๋ซินหยางครุ่นคิด
"เดี๋ยวข้าจะไปดูว่าเกิดอันใดขึ้น" เหย้าผิง
"ไม่...เราไปพร้อมกัน เจอเมื่อไหร่ก็สังหารทันทีบังอาจให้ข้าที่เป็ถึงจอมมารรอสมควรตาย" อู๋ซินหยางพูดด้วยความหงุดหงิดลุกขึ้นและรีบใช้วิชาตัวเบาะโไปทันที เหย้าผิงเห็นดังนั้นก็ะโตามโดยอุ้มจางลี่เจียงที่เป็พังพอนไปด้วย
พอมาได้สักพักก็พบรถม้าตระกูลมู่ถูกทำลายตกอยู่ตรงไหล่ทางมีคนคุ้มกันถูกฆ่าตายนอนอยู่ข้างรถม้าหลายคน
"ถูกโจมตี มีคนชิงตัดหน้าพวกเรา" เหย้าผิง
"ใครอะในนิยายที่ผมแต่งไม่มีเหตุการณ์แบบนี้นะ" จางลี่เจียง
"แยกกันตามหามู่ซ่งหยวนร่องรอยการต่อสู้เพิ่งเกิดขึ้นไม่นาน มีรอยวิ่งเข้าไปในป่าข้าจะไปดูส่วนพวกเ้าไปหารอบๆ" อู๋ซินหยางพูดจบก็ใช้วิชาตัวเบาไปตามร่องรอยทันที
ในระหว่างทางมีร่องรอยการต่อสู้และศพของคนตระกูลมู่เป็ระยะยิ่งเห็นแบบนั้นอู๋ซินหยางยิ่งคิ้วขมวดเป็ปมและเพิ่มความเร็วเข้าไปอีก
"เพี้ย...บอกมาเอาตัวเด็กไปซ่อนที่ไหน"ชายสวมชุดสีดำปกปิดใบหน้าตบไปที่ถิงถิงอย่างแรง
"ถุย...ต่อให้ข้าตายข้าก็ไม่มีวันบอกเ้า"ถิงถิงพ่นเืใส่หน้านักฆ่าคนนั้น
"หึ เช่นนั้นระหว่างรอพวกข้าหาเด็กนั้นเ้าก็จงบำเรอกามให้ข้าไปก่อนละกัน"นักฆ่าคนนั้นพูดจบก็เข้าไปลวนลามถิงถิงทันที
ถิงถิงต่อสู้ดิ้นล้นและส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือจนถูกตบไปหลายทีจนเืกลบปาก หน้าบวมเป่ง เสื้อผ้าถูกฉีกขาดนักฆ่าคนนั้นก้มลงซุกไซร้ตามซอกคอและขย้ำยอดอกอย่างบ้าคลั่งในระหว่างที่ร้องและดิ้นจนหมดแรง น้ำตาแห่งความสิ้นหวังก็หยดออกมาหยดแล้วหยดเล่า
เพียงแค่ภาวนาในใจหวังว่าคุณชายน้อยจะหนีไปได้นางคงไม่ได้อยู่รับใช้จนคุณชายน้อยของนางเติบใหญ่ตามที่เคยตั้งใจไว้
"ฉึบ"เืพุ่งไหลเต็มใบหน้าถิงถิงที่นอนอยู่คนข้างบนเหลือเพียงตัวแต่ศีรษะกับกระเด็นไปไกล
"กรี๊ด...."ถิงถิงใและผลักร่างไร้หัวออกไปจากตัว หันไปมองหน้าผู้ช่วยชีวิตนาง
'คุณชายผู้นั้น' ถิงถิงดีใจรีบคลานไปหาทันทีโดยไม่สนใจมือของคนที่ช่วยชีวิตว่ามีหยดเืตกลงมาจากการใช้กรงเล็บตัดศีรษะของนักฆ่า