ถ้าจะมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นกับเทียนกัลยาคงเป็เื่ที่หญิงสาวบินกลับมาเมืองไทย ไฟล์ทเดียวกันกับ ดินแดน ชายหนุ่มผู้พิชิตความบริสุทธิ์ของเธอ
ทว่าทั้งสองยังไม่เจอกันที่สนามบินสุวรรณภูมิต่อเมื่อต่อเครื่องมาเชียงใหม่ก็ยังแคล้วคลาดกันอย่างอัศจรรย์ อนุมานได้ว่าคำอธิษฐานจากโบสถ์ในเมืองเก่ายังไม่คลายจวบจนล้อเครื่องบินแตะถึงสนามบินเชียงใหม่ นั่นแหละทั้งคู่ถึงได้พบกันอีกครั้ง
ระหว่างรอกระเป๋า หญิงสาวคิดถึงชายหนุ่มขณะที่ชายหนุ่มก็ยังคงตัดใจจากหญิงสาวผู้ที่เขาพร่าผลาญพรหมจรรย์ไปไม่ได้เหมือนกัน
กระเป๋าเดินทางถูกลำเลียงมาตามสายพานหญิงสาวคนหนึ่งตัวโค้ง ตัวงอ ยกกระเป๋าจากสายพานสองใบ สามใบไปจนถึงใบที่สี่ก็ยังไม่หมดสิ้น จนแทบจะปวดหลังก่อนที่ใบสุดท้ายจะแล่นผ่านไปหน้าตาเฉย
เธอร้องตามเสียงดังจนชายหนุ่มที่ลากกระเป๋าผ่านมาได้ยิน เกือบจะเดินออกแล้ว แต่ิญญาสุภาพบุรุษสะกดเขาให้ช่วยเธอก่อน เขาวิ่งไปตามกระเป๋าเดินทางใบนั้นมาส่งให้ ทันทีที่ส่งไปอีกฝ่ายก็ผงะ
“นี่คุณเองเหรอเป็ไปได้ยังไง” เทียนกัลยาถึงกับทำอะไรไม่ถูก
“ครับผมเอง ไม่น่าเชื่อในที่สุดเราก็ได้เจอกันอีก” ชายหนุ่มสีหน้าแววตาดีใจเหลือล้น ขณะที่หญิงสาวอายแทบแทรกแผ่น ดินหนี
“โลกนี้ตั้งกว้างใหญ่เราเจอกันอีกครั้งในเวลาติดๆ กันได้ยังไง”
“บุพเพสันนิวาสไงครับเขาเรียกอย่างนั้น เรียนเมืองนอกไม่กี่ปี ทำไมจำไม่ได้ล่ะค่ะ”
“เื่นั้นฉันไม่เชื่อ”
“แต่หลังจากนี้คงต้องเชื่อเพราะสิ่งที่เราสองคนประสบ มันไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นง่ายๆ คิดดูสิคุณคิดจะไปเสียตัวทิ้งๆ ขว้างๆ แต่กลับเป็ว่า์โยนชายคนนั้นมาให้อยู่ใกล้ๆไม่เสียแรงที่ก่อนกลับผมไปอธิษฐานที่โบสถ์”
“ห๊า……” เธอใที่เขาทำเหมือนกัน “อธิษฐานว่าอะไร”
“ให้ผมได้เจอคุณอีก”
“ทำไมพระเ้าฟังคุณไม่ฟังฉันล่ะ”
“ฮั้นแน่ คุณอธิษฐานว่าไม่อยากเจอผมอีกงั้นเหรอฮ่าๆ พระเ้าคงฟังเสียงหัวใจครับ คุณไม่ได้อธิษฐานออกมาจากก้นบึ้งหัวใจ”
“คุณมีใจให้กับผู้หญิงที่นอนด้วยทุกคนหรอ”
“ไม่ใช่ถ้าผมไม่ได้เป็ผู้พิชิตเธอเป็คนแรก ผมคงไม่รู้สึกผูกพันกับคุณขนาดนี้”
“นี่คุณ นี่มันที่สาธารณะพูดอะไรอย่างนั้น สมควรแล้วที่ฉันกลัวจะเจอคุณ เพราะคนอย่างคุณ ปากโป้งแน่ๆทำไมนะอธิษฐานแล้วอธิษฐานอีก ไม่เป็ฉันที่สมใจ”
“ฮ่ามันเป็บุพเพสันนิวาสปนกับปาฏิหาริย์ คุณต้องยอมรับในแสนยานุภาพมันแล้ว”
ชายหนุ่มยื่นมือมาเช็กแฮนด์“ผมชื่อดินแดน คุณล่ะ ชื่ออะไรครับ”
“ไม่จำเป็ต้องรู้จักกันหรอกเพราะเราจะจะไม่เจอกันอีก”
“คุณนี่นะเป็ปรปักษ์กับบุพเพสันนิวาสและปาฏิหาริย์เสียจริง เดี๋ยวก็โดนมันเล่นงานอีกหรอกเอาโทรศัพท์คุณมา ผมจะกดเบอร์ผมให้”
“ไม่ต้องนายฟังไม่รู้เื่หรือไง ฉันไม่อยากเจอนายอีก”
“ทำไมล่ะครับกลัวตัดใจจากผมไม่ได้งั้นเหรอ ใช่สิ คืนนั้นที่อัมสเตอร์ดัม ผมทำเต็มที่ สุดฝีมือ”
“หยุดเลยนะนี่คือสิ่งที่ฉันกลัวที่สุดถึงไม่อยากเจอนายอีกเื่แบบนี้ใครเขาเอามาพูดเล่นกัน”
“ไม่จำเป็ต้องตีตัวออกห่างเพียงเพราะเราได้กันแล้วมีคนได้กันแล้วเป็เพื่อนกันเยอะแยะ เราเริ่มเป็เพื่อนกันก่อนได้”
“ตามลำดับความสัมพันธ์ของชายหญิงเขาก็เริ่มจากเพื่อนทั้งนั้นแหละ แต่คุณกับฉัน ไปจนสุดสายปลายทางแล้วไม่จำเป็ต้องมาเริ่มต้น”
“สุดสายปลายทางคืออะไรครับเซ็กส์อย่างนั้นเหรอ คุณนี่หัวโบราณ สมัยนี้มีพีระมิดหัวกลับ ใช้มันเป็จุดเริ่มต้นความสัมพันธ์ได้”
“กลับมาแล้วกี่หัวนายนี่มันมากรักจริงๆ ฉันไม่น่าเสียตัวครั้งแรกให้กับนายเลย”
“ถ้าผมไม่มีประสบการณ์ก็คงทำให้คุณประทับใจไม่ได้ อย่าโทษอดีตเลยครับ เพราะมีผลกับปัจจุบันมันใช้สร้างผลงาน อย่าบอกนะว่าคุณไม่ทึ่ง!” ชายหนุ่มยุแหย่เพราะล้อเล่นกับเธอแล้วสนุกดี
หญิงสาวไม่มีอะไรจะพูด เดินไปเอารถเข็นชายหนุ่มตามไปช่วย และยกมันขึ้นรถเข็นสองคัน
“ผมลากให้คุณเอง ส่วนคุณลากของผมแล้วกัน ใบนิดเดียว” ชายหนุ่มเสนอตัว หญิงสาวทำตาม คิดแค่ว่าออกมาจากสนามบินก็จะพ้นๆกันแล้ว
ผ้าม่านในห้องใหญ่เปิดกว้างหนุ่มวัยกลางคน ใบหน้าหล่อเหลา สะอาดสะอ้านริ้วรอยแห่ง่วัยน้อยกว่าหนุ่มในวัยเดียวกันสะท้อนถึงความเนี๊ยบและการดูแลตัวเองมาตลอดห้าสิบปี ที่ผ่านมาเตียงอันหนานุ่มของเขาไม่เคยได้ต้อนรับเพื่อนร่วมสังเวียนมานานมากแล้ว
การแต่งงานครั้งใหม่เป็เหมือนดีลลับๆที่ต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์ แต่ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะทำตัวแสนดีเลยเถิดขนาดเป็ธุระจัดหา “นายบำเรอ” มาให้
ไม่มีใครในอาณาเขตแห่งนี้ที่รู้ว่าทั้งสามหนุ่มถูกจัดจ้างมาบำเรอกามให้กับ “มนชัย” บอสตัวจริง เมื่อคืนเขาไม่ได้เลือกใครเพราะถูกใจไปหมด ที่สุดเลยจัดทดลองงานทั้งสามคนไปพร้อมกัน
แสงแรกที่มองออกไปเห็นเงาของชายที่มีโครงสร้างแข็งแรงกล้ามเนื้อเด่นชัด โดยเฉพาะหัวไหล่และหน้าท้องของเขา แข็งแรงเป็มัดๆ ได้สัดส่วนใบหน้าของเขาเหมือนชายที่เดินตามท้องถนนทั่วไป แต่เรือนกายของเขาเข้าขั้นพระเอกฮอลลีวูด
“มอร์นิ่งครับท่าน”บัญชาพูดพร้อมโค้งแรก หลังจากที่เมื่อคืน ท่านน่าจะโค้งให้! เขาบริสุทธิ์ใจขนาดเปิดอาวุธตระหง่านกระทั่งเปิดม่านแล้วววว
ถัดไปที่หน้าประตูอีกหนึ่งบุรุษถอดเสื้อคลุมร่าง สวมแค่ Jockstrap เป็กางเกงในชายที่ได้รับความนิยมในหมู่นักกีฬา ข้างหน้าปิดเฉพาะส่วนแต่ด้านหลังของกางเกงใน มีเพียงขอบกางเกงประคองแก้มก้นด้านหลัง คนที่เล่นกีฬาหนักๆมักสวมแบบนี้เพราะระบายความร้อนและอับชื้นได้ดี หลังๆ หนุ่มผู้คร่ำหวอดในการให้บริการก็เลือกสรรมา ใช้เพื่อเอาใจลูกค้า เหตุผลคือมันดูยั่ว!
ไม่ใช่แค่หนั่นเนื้อนวลเนียนเพียงถ่ายเดียวความแข็งแรงของบุรุษก็เอามายั่วกันได้เช่นกัน
หนุ่มกานต์ยังเพิ่มพร็อพติดโบว์สีดำที่คอประหนึ่งบริการเสิร์ฟอาหารเช้าให้กับเ้านายถึงเตียง
“บริการกันถึงขนาดนี้เลยเหรอ” มนชัยถามสองหนุ่ม
“นายหญิงสั่งมาครับ ทำให้ท่านพึงใจมากที่สุด”
“แล้วเมื่อคืนเป็ยังไงบ้างครับ”
สองหนุ่มถามความพึงพอใจ มนชัยได้แต่ส่ายหน้าแล้วหัวเราะเอาตามตรงชีวิตนี้ก็ไม่เคยได้ใกล้ชิดกับชายที่น่าพิศมัยมานานแล้ว ด้วยเหตุที่ต้องหลบซ่อนมาเปิดตอนสูงวัยหัวใจก็เตลิด
“พูดไปก็อายเด็ก”
“อย่าอายเลยครับท่าน”เสียงหนุ่มนิรนามอีกคนไม่มีใครรู้ว่าเขาอยู่ไหนจนเขาเลิกผ้านวมที่ห่ม่ล่างของท่านออกมาเท่านั้นแหละถึงได้ทราบว่ามีนายบำเรอคนหนึ่ง แอบปฏิบัติการทำคะแนน นำหน้าใน่เช้า
หลักฐานยังแข็งโด่! ท่านรีบปิดผ้านวมกลับ
“ฮ่าๆ เช้าวันนี้จะมีใครมีความสุขเท่าๆ กับผมอีกนี่” มนชัยหัวเราะเสียงดังทั้งสามหนุ่มเดินเข้ามาประชิด กานต์ถึงตัวก่อนวางอาหารเช้ากับโต๊ะเล็กที่ยกมาบนเตียงของท่าน
บัญชาเดินมาจากระเบียง รีบขึ้นเตียงล้มทับผ้าห่มที่ซุกกายของนายบำเรอผีผ้าห่ม ชอบเล่นไม่ซื่อ
“ทับกูทำไม ไอ้เชี่ยปล่อยกู กูอยู่ในนี่” บัญชากระแทกก้นลงไปอีกรอบเป็คำตอบสำหรับมัน
กานต์รีบป้อนอาหารท่านเพื่อเป็การเอาใจแผนที่ซ่อนไว้ คือไม่ให้สนใจไอ้ผีผ้าห่ม คิดจะขโมยซีนเพื่อน!
บัญชาสไลด์ตัวไปกับผ้านวมไล่ไปจนเจอบริเวณศีรษะเขาเหน็บมันเอาไว้ในอ้อมกอด“รอเวลามานานแล้วที่จะเล่นคนปากดีๆ อย่างมึง อันนี้เป็บทเรียนข้อแรก ไม่พอใจต่อยกันได้ทุกเมื่อ” ว่าแล้วอ้อมแขนเขาก็กระชับแน่นบีบศีรษะอีกฝ่ายไว้ภายใต้ผ้าห่ม หายใจไม่ออกเกือบตาย
“เช้าวันนี้ท่านจะไปไหนครับ”กานต์ถามมนชัย ก่อนที่เขาจะตะลึงเพราะคิดขึ้นมาได้
“วันนี้ผมต้องไปรับยัยหนูนี่”เขาเลิกผ้าห่มแล้วเดินไปที่ประตูก่อนจะถึงอยู่แล้วก็นึกขึ้นได้อีกอย่าง ถ้ามีใครเห็นสามคนนี้ในห้องคงไม่เหมาะ
“อย่าห่วงเลยครับพวกเราเข้าออกห้องท่านผ่านประตูพิเศษถ้าไม่มีใครทะเล่อทะล่าเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาตก็จะไม่มีใครได้เห็นพวกเราแน่ครับ” บัญชาตอบเ้านาย เขาถึงสบายใจสิรีเตรียมการได้ไร้ที่ติ
ทางออกสนามบินเชียงใหม่มีคนเขียนป้ายชื่อ “เทียนกัลยา” บ่งบอกว่าเป็คนสำคัญขนาดมีคนมารอรับหญิงสาวเดินตรงไปทำให้เขารู้เลยว่าเธอชื่ออะไร??
“เทียนกัลยาคือชื่อของคุณ” ชายหนุ่มเอาตัวมาขวางก่อนที่หญิงสาวจะถึงจุดหมายคนขับรถที่ยืนรออยู่ไม่ไกล
“ไม่ต้องพูดอะไรมากเสร็จธุระของนายแล้ว” หญิงสาวยื่นกระเป๋าเดินทางคืนให้เขามือก็คว้ารถเข็นกระเป๋าของตัวเองทั้งสองคันรถ
“เดี๋ยวสิผมอยากเจอคุณอีก ผมต้องทำยังไง”
“คุณนี่มันหน้าด้านตามตื๊อไม่เลิก ฉันบอกแล้วไง ว่าฉันไม่อยากเห็นคุณ ไม่อยากจดจำคุณอีกต่อไปแล้ว”
“ทำไมคุณไม่เลือกเื่ราวดีๆให้สมองจดจำ ผมอยากรู้จังว่าในหัวคุณตอนนี้มีเื่อะไร”
“ที่แน่ๆไม่ใช่เื่ของคนอื่น เหมือนที่นายกำลังคิดอยู่ หลบไป ไม่งั้นฉันชนนายจริงๆ ด้วย”หญิงสาวพูดพลางกระชับ ด้ามจับรถเข็นชายหนุ่มยืนขวาง แต่เธอก็ดันไปข้างหน้าอย่างไม่สนใจไยดี โชคดีที่เขาหลบทัน
“นี่คุณ ใจคอจะชนกันจริงๆหรือไง”
หญิงสาวปรี่ไปข้างหน้าชายหนุ่มยังสนิทสิเน่หา เขาตามตื๊อเธอไม่หยุด
บุญชัยถือป้ายชื่อ เทียนกัลยารอรับคุณหนูแห่งไร่ภุมรินทร์มาระยะหนึ่งแล้ว เมื่อเธอไปถึงเขากล่าวทักทายบอกให้หญิงสาวรอที่นี่ ก่อนจะไปเลื่อนรถมารับ รถของเขามีโลโก้ติดป้ายอ่านชัดว่า“ไร่ภุมรินทร์”
ชายหนุ่มยิ้มกริ่ม“ที่นั่นอาจเป็จุดหมายที่เขาจะไป ชื่อไร่เดียวกันกับที่แม่ผมอยู่”ชายหนุ่มวิ่งปรู๊ดดดด แต่ก็ไม่ทัน รถตู้คันนั้นได้เลื่อนออกไปไกลแล้ว
ทั้งสามหนุ่มชายบำเรอไม่มีสิทธิ์ที่จะเข้าบ้าน มาทางประตูหน้าเหมือนคนทั่วไป ต้องเดินทางผ่านประตูหลัง ตามเนื้องานของพวกเขานั่นแหละ! โดยสิรีได้วางผังและจัดการใหม่ ให้ด้านหลังห้องของมนชัยกั้นเป็สัดส่วน หลังห้องแต่งตัว มีบานประตูลับให้ชายหนุ่มทั้งสามเข้าออกโดยเฉพาะแต่ละคนมีคีย์การ์ดคนละใบ จะเข้าห้องพิเศษได้ต้องมีหมายเรียก
สิรีตั้งไลน์กรุ๊ปว่า “หนุ่มๆ ภุมรินทร์”
ความจริงภายในบ้านสวนหลังใหญ่โตนี้ไม่มีสมาชิกใหม่มาเนิ่นนานแล้ว มีแต่คนใช้เก่าแก่สองคน และคนสวนอีกหนึ่งคนที่ได้เข้าออกวนเวียน
นอกจากนั้นจะไปอยู่ที่บ้านพักคนงานบุญช่วย เองก็เป็หนึ่งในนั้น เขาเป็เ้าของห้องเพียงคนเดียวที่ผ่านมาเลยไม่มีใครสนใจและรู้ว่า ชายผู้นี้ไม่เคยอยู่ห้อง ตกดึกก็นอนห้องสิรี ทำหน้าสามีตัวจริงไม่ใช่แต่ในนามเหมือนมนชัย
ฉะนั้นจะว่าไป ประตูพิเศษสิรีไม่ได้ทำเพื่อมนชัยเพียงคนเดียว แต่ทำเพื่อตัวตัวเองด้วยเธอมอบคีย์การ์ดเข้าออกให้ผู้ชาย ทั้งสี่คนรวมถึงบุญช่วยที่ได้คีย์การ์ดไปเป็คนแรกมาหลายปี! พอประตูเปิดแล้วจะเป็ทางแยกซ้ายขวา ซ้ายเป็ห้องสิรี ขวาคือห้องของมนชัย ใช้คนละผนังกันและมีโถงชั้นสองตรงกลางเป็ตัวกั้น
ชั้นบนยังมีอีกสองห้องส่วนหน้าเอาไว้รับแขกซึ่งใช้แต่บันได ไม่มีประตูหลัง ที่เป็ความลับอัศจรรย์เช่นนี้! ปล่อยให้คนดีๆ ปกติ เขาอยู่กันข้างหน้า
“ทำไมไม่มีใครปลุกผมวันนี้ต้องไปรับยัยหนูไม่ใช่เหรอ” มนชัยเดินลงมาข้างแล้วสภาพเขายังไม่ได้แต่งตัวเลย
ป้าแมวพอได้ยินว่าคุณหนูเทียนจะกลับมาก็ใเพราะเป็คนใช้เก่าแก่แต่รุ่นแม่ รอวันคุณหนูกลับมามือไม้ของป้าสั่นเทาด้วยความดีใจ ไม่นานน้ำส้มที่รินไว้ก็ล้นแก้วหก! ใส่มือคน ถือรอ
สิรีร้องกรี๊ดด้วยความเย็นของวิตามินซีวางแก้วแล้วลุกพรวดขึ้นสะบัดมือ “ซุ่มซ่าม เงอะงะ ไม่ระมัดระวังอยากจะไม่มีที่ซุกหัวนอนหรือไง??” สิรีเผลอตวาดลั่นป้าแมวตัวสั่น
“ขอโทษค่ะคุณผู้หญิง” เหมียวหลานสาวป้าแมว วิ่งเอามาผ้าขาวมาซับน้ำส้มที่เลอะมือให้ ทั้งสองเป็สาวใช้ที่อยู่บ้านหลังนี้มาเนิ่นนานก่อนที่มนชัยจะแต่งเข้ามาเป็เขยเสียด้วยซ้ำ
ในอดีต เบญจมาศ เมียเก่าของมนชัยแม่ของเทียนกัลยา เลี้ยงเอาไว้ เมื่อเธอจากไป สิรีคิดจะจัดการคนใช้ทั้งสองคอยหาเื่ไล่ออกตลอดเวลา ข้อหาขวางหูขวางตา แต่มนชัยไม่ยอม เพราะสงสารลูกสาวเทียนกัลยา กำพร้าแม่แล้วไม่อยากให้กำพร้าเพื่อน อย่างน้อยทั้งสองคนก็เลี้ยง “คุณหนูเทียน”มาั้แ่เด็ก
“คุณหนูเทียนกัลยากลับมาทั้งทีใครจะลืมได้ลงคะ สิรีส่งคนไปรับที่สนามบินเรียบร้อยแล้วค่ะ คุณไม่ต้องห่วง”หญิงสาว ปรี่มารายงาน
ป้าแมว และ เหมียว มองหน้ากันเพราะกิริยาของผู้หญิงคนนี้ ช่างแตกต่าง ตอนที่พูดกับเธอทั้งสองคน ทั้งจิก กร่นด่า สารพัด แต่พอพูดกับมนชัย มีเสียงสองที่อ่อนหวานเฉย
“หนูชักจะทนไม่ไหวแล้วนะป้าให้ฟ้องคุณท่านมั๊ย” เหมียวหลานสาวบอกกับป้าแท้ๆ
“อดทนหน่อยเดี๋ยวคุณหนูเทียนของพวกเราก็จะกลับมาแล้ว ชีวิตของพวกเราทั้งสองคนคงดีขึ้น”
“แต่คุณหนูจะรับมือยัยปีศาจตีสองหน้าวาจาสองเสียง แบบนี้ได้หรือป้า คุณหนูเทียนของพวกเราน่ะ บริสุทธิ์ผุดผ่องคิดร้ายกับใครไม่เป็ซะด้วย”
“อยู่เมืองนอกตั้งสองปีอย่างน้อยมันก็ต้องมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้างล่ะว้า”
“คุณหนูคงอกแตกตายถ้าได้รู้ว่า สองปีที่ผ่านมา ยัยปลายหวีเหี่ยวนี่ทำอะไรลงไปบ้างไหนจะเื่ใหม่เมื่อคืนอีก ป้ารู้ หรือยัง”
“โฮะ พูดกันให้แซ่ดไอ้บุญช่วยแมงดา หอบเอาทายาทอสูรมาอีกสามหน่อ มาปรนเปรอยัยแม่คนนี้กินเืหนุ่มเป็อาหารซะล่ะมั๊ง” เห็นเงอะแงะ แต่ข่าวเมาท์ป้าก็ไม่พร่อง!
“ไม่ใช่เืหรอกป้ามันเป็น้ำข้นๆ เหมือนคาราเมล หญิงกำหนัดร่านสวาทเท่านั้นแหละ ที่จะกินของแบบนี้เป็อาจิณ”เหมียวบอกป้า
ทำเอาสาวแก่ที่ถือพรหมจรรย์มากว่าครึ่งชีวิตใหัวอกหัวใจไปอยู่ตาตุ่ม “ฟาดไปได้ยังไงตั้งสามคน ตรงนั้นมันเป็สะพานเหล็กหรือไงถึงได้แก่กล้า”
“เขาว่ามืออาชีพต้องฝึกฝนวันละแปดชั่วโมงนางคงอยากจะเด่นทางนี้ ร่านเป็อาชีพ เลยเอาผู้ชายมาบำเรอกามตั้งสี่คน”
“แล้วคุณท่านยอมได้ยังไงให้เมียใหม่มากินบนเรือน แต่ขี้รดบนหลังคา ซ้ำแล้วซ้ำอีก”
“นายท่านโดนสวมเขาแรกไปั้แ่ห้าปีก่อนหลังจากนั้นก็คิดเหมือนควาย ไม่ได้เป็คนแล้วล่ะค่ะ”
“เพี๊ยะ!!” ป้าแมวตบปากหลาน ก่อนสั่งสอนเบาๆ “เป็ขี้ข้าอย่านินทานายนัก”
“ตะกี้หนูยังมีแนวร่วมอยู่เลยนะ”หลานสาวเถียงเป็ไฟ
“อีกสักเพี๊ยะดีมั๊ยยยย”ป้าแมวอดสั่งสอนไม่ได้ นับวันหลานสาวยิ่งจะแก่แดด ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง แต่ก็นั่นอาจเป็เพราะสิ่งแวดล้อมถ้าอ่อนแอคงสู้กับแม่มดคนนั้นไม่ได้