บทที่ 20 : กวาดล้างบรรพต รับสมบัติ และเส้นทางสู่มหาทวีปศูนย์กลาง!
สายลมที่เคยบ้าคลั่งด้วยพายุหมอกพิษ บัดนี้สงบนิ่งลงราวกับหวาดกลัวต่ออำนาจของผู้ที่ยืนตระหง่านอยู่กลางสมรภูมิ ท้องฟ้าที่เคยมืดครึ้มด้วยปราณมาร ค่อยๆ เปิดทางให้แสงตะวันสาดส่องลงมากระทบเรือนผมสีดำขลับและเสื้อคลุมสีขาวขลิบทองที่โบกสะบัดของซูหลงอวิ๋น
เบื้องหน้าของัหนุ่ม คือกองทัพแห่งสำนักหมอกบรรพตนับพันชีวิต ที่บัดนี้ทิ้งอาวุธและคุกเข่าหมอบกราบลงกับพื้นศิลาที่อาบชโลมไปด้วยเื หน้าผากของพวกมันแนบชิดกับพื้นดิน ตัวสั่นเทิ้มประดุจใบไม้ร่วงกลางฤดูเหมันต์ ไร้ซึ่งความกล้าที่จะเงยหน้าขึ้นมองสบตากับมัจจุราชผู้เพิ่งจะบดขยี้ประมุขระดับิญญาก่อกำเนิดของพวกมันจนแหลกสลาย
ความเงียบงันครอบงำลานประลองรับอรุณอยู่เนิ่นนาน จนกระทั่งซูหลงอวิ๋นเป็ผู้เอ่ยทำลายความเงียบนั้น
"ในโลกของผู้ฝึกยุทธ์ ผู้อ่อนแอย่อมตกเป็เหยื่อของบุรุษผู้แข็งแกร่ง สำนักหมอกบรรพตของพวกเ้าเลือกที่จะเปิดฉากา วันนี้เมื่อพ่ายแพ้ ย่อมต้องชดใช้ด้วยราคาที่สาสม"
น้ำเสียงของซูหลงอวิ๋นราบเรียบ ทว่ากลับแฝงไปด้วยพลังปราณิญญาที่แทรกซึมเข้าไปถึงกระดูกดำของผู้ฟัง
"เหล่าผู้าุโของสำนักหมอกบรรพตที่ยังมีชีวิตอยู่ จงก้าวออกมาเบื้องหน้า"
ผู้าุโระดับแก่นแท้ทองคำที่เหลือรอดเพียงสองคน และผู้าุโระดับสร้างรากฐานอีกนับสิบคน ค่อยๆ คลานเข่าออกมาเบื้องหน้าอย่างหวาดผวา ใบหน้าของพวกมันซีดเผือดไร้สีเื
"ทะ... ท่านเทพสังหาร... ได้โปรดละเว้นชีวิตพวกเราด้วยเถิด พวกเราเพียงแค่ทำตามคำสั่งของประมุขมั่วถูเท่านั้น หาได้มีเจตนาล่วงเกินท่านไม่!" ผู้าุโคนหนึ่งโขกศีรษะจนเือาบวิงวอนขอชีวิต
ซูหลงอวิ๋นมองดูพวกมันด้วยแววตาเ็า "ทำตามคำสั่งงั้นรึ? ในยามที่พวกเ้าเข่นฆ่าศิษย์สำนักกระบี่์ พวกเ้าเคยลังเลหรือไม่? มือของพวกเ้าเปื้อนเืมามากพอแล้ว และรากเหง้าแห่งความแค้น หากปล่อยทิ้งไว้ ย่อมเติบโตเป็หนามแหลมในภายภาคหน้า"
ชิ้ง!
เพียงแค่ซูหลงอวิ๋นสะบัดปลายนิ้ว รังสีดาบที่มองไม่เห็นก็พุ่งทะยานแหวกอากาศ!
ฉัวะ! ฉัวะ! ฉัวะ!
ศีรษะของเหล่าผู้าุโแห่งสำนักหมอกบรรพตทั้งหมด หลุดกระเด็นออกจากบ่าพร้อมกันในชั่วพริบตา! เืสีแดงฉานพุ่งกระฉูดขึ้นสู่อากาศ ก่อนที่ร่างไร้ิญญาจะล้มตึงลงกับพื้น ท่ามกลางเสียงหวีดร้องด้วยความหวาดกลัวของเหล่าศิษย์ระดับล่างที่เหลืออยู่
"ส่วนพวกเ้าที่เหลือ..." ซูหลงอวิ๋นกวาดสายตามองศิษย์นับพัน "จงทำลายฐานพลังบ่มเพาะของตนเองลงครึ่งหนึ่ง และสาบานตนเป็ทาสรับใช้ของสำนักกระบี่์ไปชั่วชีวิต ผู้ใดขัดขืน... ตาย!"
สิ้นคำประกาศิต ศิษย์สำนักหมอกบรรพตต่างรีบโคจรลมปราณกระแทกจุดตันเถียนของตนเองทันที เสียงกระอักเืดังก้องไปทั่วลานประลอง แม้จะต้องสูญเสียพลังไปครึ่งหนึ่งและตกเป็ทาส ทว่าเมื่อเทียบกับการถูกสังหารจนิญญาแตกซ่านเยี่ยงประมุขและผู้าุโของพวกมัน นี่คือความเมตตาที่มากที่สุดแล้ว
ทางด้านสำนักกระบี่์ ท่านเ้าสำนักและผู้าุโเจี้ยนที่เพิ่งได้รับการประคองให้ลุกขึ้นยืน ต่างทอดสายตามองแผ่นหลังของเด็กหนุ่มด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก ทั้งภาคภูมิใจ หวาดหวั่น และเคารพยำเกรงอย่างสุดซึ้ง
เ้าสำนักกระบี่์ก้าวเดินเข้ามาหาซูหลงอวิ๋น แม้ร่างกายจะาเ็สาหัส ทว่าท่านกลับประสานมือคารวะเด็กหนุ่มอย่างลึกซึ้งด้วยท่าทีของผู้ที่ด้อยกว่า
"ศิษย์หลานซู... ไม่สิ ท่านซูหลงอวิ๋น วันนี้หากมิได้ท่านยื่นมือเข้าช่วยเหลือ สำนักกระบี่์ที่มีประวัติศาสตร์นับพันปี คงต้องล่มสลายกลายเป็เพียงเถ้าถ่าน บุญคุณช่วยชีวิตและรักษาสำนักในครั้งนี้ ยิ่งใหญ่เทียมฟ้า!" เ้าสำนักกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
"ท่านเ้าสำนักมิต้องมากพิธี ข้าคือศิษย์ของสำนักกระบี่์ ย่อมต้องปกป้องสถานที่แห่งนี้" ซูหลงอวิ๋นรีบประคองแขนของเ้าสำนักขึ้นมา แม้เขาจะโอหังต่อศัตรู ทว่ากับผู้ที่ปฏิบัติดีต่อเขา เขาย่อมตอบแทนด้วยความเคารพ
"การกวาดล้างทรัพยากรและดินแดนของสำนักหมอกบรรพต ขอมอบหมายให้ท่านเ้าสำนักและเหล่าผู้าุโจัดการเถิด พวกมันสูญเสียขุมกำลังหลักไปหมดสิ้นแล้ว บัดนี้แคว้นวายุคลั่ง ย่อมตกอยู่ภายใต้การปกครองของสำนักกระบี่์แต่เพียงผู้เดียว"
"ข้าเข้าใจแล้ว ข้าจะเร่งส่งคนไปยึดครองสันเขาหมอกพิษและเหมืองหินปราณิญญาทั้งหมดในทันที" เ้าสำนักพยักหน้ารับคำ
ซูหลงอวิ๋นพยักหน้าตอบ ก่อนจะโบกมือเบาๆ รวบรวมแหวนมิติและถุงิญญาจากซากศพของมั่วถูและเหล่าผู้าุโสำนักหมอกบรรพต ลอยเข้ามาตกอยู่ในฝ่ามือของเขา "ข้าขอตัวกลับไปพักผ่อนที่ยอดเขาัผงาดสักระยะ หากมีเื่อันใดเร่งด่วน ให้คนไปแจ้งข้าได้"
กล่าวจบ ร่างของซูหลงอวิ๋นก็เลือนหายไปกลายเป็เพียงเงาสายลม พุ่งทะยานกลับสู่ยอดเขาส่วนตัว ทิ้งให้เ้าสำนักและเหล่าผู้าุโจัดการกับเศษซากของาและเฉลิมฉลองชัยชนะอันยิ่งใหญ่
...
ณ ตำหนักบนยอดเขาัผงาด
ซูหลงอวิ๋นนั่งขัดสมาธิอยู่บนแท่นหยกภายในห้องลับ ค่ายกลดาราจักรกลืน์ทำงานอย่างเต็มกำลัง ดึงดูดปราณิญญามาหล่อเลี้ยงร่างกายของเขาที่อ่อนล้าจากการฝืนใช้พลังมิติและการต่อสู้ข้ามขอบเขต
เมื่อลมปราณในทะเลสีทองคำฟื้นฟูกลับมาจนสมบูรณ์แบบ เขาก็หยิบเอา 'แหวนมิติสีดำ' ของประมุขมั่วถูขึ้นมาพิจารณา
แหวนมิติวงนี้สลักลวดลายหัวกะโหลก แฝงไปด้วยรอยประทับิญญาระดับิญญาก่อกำเนิด หากเป็ผู้ฝึกยุทธ์ระดับสร้างรากฐานทั่วไป คงต้องใช้เวลาหลายสิบปีในการกะเทาะรอยประทับนี้ ทว่าสำหรับซูหลงอวิ๋น ผู้มีิญญาแห่งจักรพรรดิเทพยุทธ์คอยหนุนหลัง เขาเพียงแค่ส่งกระแสจิตััที่แฝงไปด้วยเพลิงเยือกแข็งกระดูกปรโลกเข้าไป รอยประทับของมั่วถูก็ถูกแช่แข็งและแตกสลายไปในพริบตา!
"ให้ข้าดูหน่อยเถิด ว่าเ้าสำนักที่ชั่วร้ายที่สุดในแคว้นวายุคลั่ง จะซุกซ่อนสมบัติอันใดไว้บ้าง"
ซูหลงอวิ๋นถ่ายทอดจิตััเข้าไปภายในแหวนมิติ พื้นที่ภายในกว้างขวางเทียบเท่ากับูเาทั้งลูก! กองหินปราณระดับกลางนับหมื่นก้อนส่องประกายระยิบระยับ หินปราณระดับสูงอีกนับร้อยก้อนที่อัดแน่นไปด้วยพลังงานบริสุทธิ์ ตำราพิษและเคล็ดวิชามารนับพันเล่มถูกจัดเรียงไว้อย่างเป็ระเบียบ
ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตาของเด็กหนุ่มมากที่สุด มิใช่หินปราณหรือเคล็ดวิชา ทว่ามันคือ 'กล่องไม้จันทน์หอมสลักลายเมฆา' ที่ถูกวางแยกเอาไว้อย่างระมัดระวังบนแท่นหยกกลางพื้นที่มิติ
ซูหลงอวิ๋นนำกล่องไม้นั้นออกมา เมื่อเปิดฝากล่องออก กลิ่นอายความเก่าแก่และลี้ลับก็พวยพุ่งออกมา สิ่งที่นอนนิ่งอยู่ภายใน คือแผ่นโลหะสีดำที่มีรอยขรุขระ... มันมีลักษณะเหมือนกับ 'เศษแผ่นโลหะแผนที่' ที่เขาพบในคลังสมบัติของตระกูลหลินไม่ผิดเพี้ยน!
"ชิ้นส่วนที่สองของแผนที่ดาราจักรา!"
ซูหลงอวิ๋นรีบนำเศษแผ่นโลหะชิ้นแรกออกจากจุดตันเถียนมาวางประกบกัน ทันทีที่ขอบรอยหยักของทั้งสองชิ้นัักัน อักขระสีทองบนแผ่นโลหะก็เปล่งแสงสว่างวาบ หลอมรวมแผ่นโลหะทั้งสองให้กลายเป็เนื้อเดียวกันอย่างน่าอัศจรรย์!
แสงสว่างพุ่งทะลวงเข้าสู่หว่างคิ้วของเขา นำพาข้อมูลชุดใหม่เข้าสู่ทะเลิญญา!
[ เศษแผนที่ดาราจักรา : หลอมรวม 2/4 ชิ้น... ค้นพบเส้นทางสู่ 'ทะเลมหันตภัยนิรันดร์' ณ 'มหาทวีปศูนย์กลางเซียนหยวน' สถานที่ผนึก 'เพลิงิญญาธาตุ์' ดวงที่เจ็ด... เพลิงสุริยันผลาญเอกภพ! ]
"มหาทวีปศูนย์กลางเซียนหยวน! ทะเลมหันตภัยนิรันดร์!"
ซูหลงอวิ๋นเบิกตากว้าง ั์ตาทอประกายแห่งความกระหายในการผจญภัย
"มหาทวีปศูนย์กลางเซียนหยวน คือดินแดนที่เจริญรุ่งเรืองที่สุดในโลกใบนี้ ว่ากันว่าเป็ศูนย์รวมของยอดฝีมือระดับบรรพชนศักดิ์สิทธิ์และกึ่งเทพ! สำนักกระบี่์และแคว้นวายุคลั่ง เป็เพียงดินแดนทุรกันดารชายขอบเมื่อเทียบกับที่นั่น!"
เด็กหนุ่มลูบคลำแผ่นโลหะแผนที่ที่บัดนี้สมบูรณ์ขึ้นกว่าเดิม "เพลิงสุริยันผลาญเอกภพ... เพลิงิญญาธาตุ์! หากข้าได้มันมา ผสานกับเพลิงเยือกแข็งกระดูกปรโลก ก่อเกิดเป็สมดุลหยินหยางแห่งไฟ การทะลวงสู่ขอบเขตบรรพชนศักดิ์สิทธิ์ในอนาคต ย่อมมิใช่เื่ยากเย็น!"
เป้าหมายใหม่ได้ถูกสลักลงในใจของซูหลงอวิ๋นอย่างแน่วแน่ แคว้นวายุคลั่งแห่งนี้เล็กเกินไปสำหรับัอย่างเขาเสียแล้ว ทะเลลมปราณที่กว้างใหญ่ และ์ที่ไร้ขอบเขต กำลังรอคอยการโบยบินของเขาอยู่!
ทว่า ก่อนที่จะจากไป เขาจำต้องทิ้งมรดกและจัดแจงเื่ราวเื้ัให้เรียบร้อยเสียก่อน
...
เจ็ดวันต่อมา
ความเสียหายจากาได้รับการซ่อมแซมจนเกือบสมบูรณ์ สำนักกระบี่์เข้ายึดครองทรัพยากรของสำนักหมอกบรรพต ทำให้ความมั่งคั่งและขุมกำลังของสำนักพุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด บัดนี้ ไม่มีขุมอำนาจใดในแคว้นวายุคลั่งกล้าท้าทายอำนาจของพวกเขาอีกต่อไป
ณ โถงประชุมใหญ่ของสำนัก
ซูหลงอวิ๋นในชุดคลุมสีขาว นั่งอยู่บนเก้าอี้หยกที่ถูกจัดเตรียมไว้เคียงข้างกับที่นั่งของเ้าสำนัก ซึ่งแสดงถึงสถานะที่ทัดเทียมหรืออาจจะเหนือกว่าด้วยซ้ำ เบื้องล่างคือเหล่าผู้าุโและศิษย์สืบทอดที่มองเขาด้วยสายตาเทิดทูนบูชาประดุจเทพเ้า
"ท่านซูหลงอวิ๋น" เ้าสำนักเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเคารพ "ด้วยความดีความชอบและพลังอำนาจของท่าน ข้าและเหล่าผู้าุโได้ปรึกษาหารือกันแล้ว พวกเราเห็นพ้องต้องกันว่า ตำแหน่งเ้าสำนักกระบี่์ สมควรถูกส่งมอบให้แก่ท่าน เพื่อนำพาสำนักของเราให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้นไป!"
คำกล่าวของเ้าสำนักทำให้ทั้งโถงประชุมเงียบกริบ ทว่าไม่มีผู้ใดคัดค้านเลยแม้แต่คนเดียว เพราะทุกคนประจักษ์แก่สายตาแล้วว่า ชายหนุ่มผู้นี้คือผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด!
ทว่า ซูหลงอวิ๋นกลับส่ายหน้าเบาๆ รอยยิ้มบางๆ ปรากฏบนใบหน้า "ขอบคุณในความหวังดีของท่านเ้าสำนักและทุกท่าน ทว่า... วิถีเต๋าของข้านั้นกว้างใหญ่เกินกว่าจะถูกผูกมัดไว้กับเก้าอี้ตัวหนึ่งในแคว้นเล็กๆ แห่งนี้ ข้าเกิดมาเพื่อ่ชิงสัจธรรมแห่งฟ้าดิน มิใช่เพื่อเป็ผู้ปกครองสระน้ำเล็กๆ"
คำปฏิเสธของเขาแฝงไปด้วยความเย่อหยิ่งทว่าก็เป็ความจริงที่ทุกคนยอมรับ
"อีกไม่กี่วัน ข้าจะออกเดินทางออกจากแคว้นวายุคลั่ง มุ่งหน้าสู่ 'มหาทวีปศูนย์กลางเซียนหยวน'"
สิ้นประโยคนี้ เสียงฮือฮาก็ดังขึ้น ผู้าุโเจี้ยนเบิกตากว้าง "มหาทวีปศูนย์กลาง! สถานที่แห่งนั้นเต็มไปด้วยสัตว์ประหลาดและยอดฝีมือที่สามารถะเืฟ้าดินได้ ท่านแน่ใจแล้วหรือ?"
"หากไม่ก้าวเข้าไปในดงพยัคฆ์ จะได้ลูกพยัคฆ์มาได้อย่างไร" ซูหลงอวิ๋นตอบอย่างเด็ดเดี่ยว "ทว่า พวกท่านมิต้องกังวล ข้าจะไม่จากไปมือเปล่า ก่อนไป ข้าจะทิ้งของขวัญชิ้นใหญ่ไว้ให้สำนักกระบี่์ เพื่อให้พวกท่านแข็งแกร่งพอที่จะปกป้องตนเองได้ชั่วลูกชั่วหลาน"
ซูหลงอวิ๋นสะบัดมือขวา ขวดหยกสีขาวบริสุทธิ์สามขวดก็ลอยไปตกอยู่บนโต๊ะเบื้องหน้าท่านเ้าสำนัก
"ในขวดหยกนี้ คือ 'โอสถเก้าคืนชีพ์' ที่ข้าเพิ่งหลอมขึ้นเมื่อคืน ท่านเ้าสำนัก... อาการาเ็ที่รากฐานของท่านซึ่งเกิดจากการปะทะกับมั่วถู หากกลืนโอสถเม็ดนี้เข้าไป ไม่เพียงแต่จะหายขาด ทว่ามันยังจะช่วยผลักดันให้ท่านทะลวงเข้าสู่ขอบเขต 'ิญญาก่อกำเนิด' ได้ภายในหนึ่งเดือน!"
"ิญญาก่อกำเนิด!" เ้าสำนักมือสั่นเทิ้มขณะรับขวดหยกมา น้ำตาแห่งความปีติเอ่อคลอ นี่คือความฝันชั่วชีวิตของท่าน!
"และนี่..." ซูหลงอวิ๋นลุกขึ้นยืน นิ้วชี้ขีดเขียนอักขระสีทองอร่ามนับหมื่นตัวกลางอากาศ อักขระเ่าั้พุ่งทะยานออกไปนอกโถงประชุม กระจายตัวครอบคลุมยอดเขาทั้งเก้าสิบเก้ายอดของสำนักกระบี่์!
"วิถีแห่งค่ายกลและอาคม... ค่ายกลเก้ากระบี่เทพทำลายล้าง!"
ตู้ม!!!
แสงสีทองอร่ามพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ก่อเกิดเป็ภาพนิมิตของกระบี่์เก้าเล่มที่ลอยปกปักษ์รักษาอยู่เหนือเกาะลอยฟ้า กลิ่นอายทำลายล้างที่แผ่ออกมานั้น น่าสะพรึงกลัวเสียยิ่งกว่าอาณาเขตของิญญาก่อกำเนิดนับสิบเท่า!
"ค่ายกลนี้ ข้าผสานเจตจำนงกระบี่าลงไปเป็แก่นกลาง หากมีศัตรูใดที่ระดับพลังต่ำกว่า 'กึ่งเทพ' กล้ามาบุกรุก ค่ายกลนี้จะสับสังหารพวกมันให้กลายเป็เถ้าถ่านในพริบตา! ถือเป็การตอบแทนที่สำนักกระบี่์เป็ที่พักพิงให้ข้าใน่เวลาหนึ่ง"
อำนาจแห่งค่ายกลระดับาทำให้ทุกคนในโถงประชุมต้องคุกเข่าลงกับพื้นด้วยความยำเกรงอย่างหาที่สุดมิได้! การโบกมือเพียงครั้งเดียว สามารถสร้างค่ายกลที่ปกป้องสำนักได้นับหมื่นปี นี่คือพลังของเทพเ้าชัดๆ!
"ขอบพระคุณท่านบุตรศักดิ์สิทธิ์! สำนักกระบี่์จะจารึกพระคุณของท่านไว้ในวิหารบรรพชนตราบฟ้าดินสลาย!" เ้าสำนักและเหล่าผู้าุโประสานเสียงะโก้อง พวกเขาพร้อมใจกันถวายสมญานาม 'บุตรศักดิ์สิทธิ์' ให้แก่ซูหลงอวิ๋น ซึ่งเป็ตำแหน่งที่อยู่เหนือกว่าเ้าสำนัก และเป็สัญลักษณ์สูงสุดของสำนัก
ซูหลงอวิ๋นพยักหน้ารับ รอยยิ้มบางๆ ปรากฏบนใบหน้า เขาหมุนตัวเดินก้าวออกจากโถงประชุม แผ่นหลังของเขาสะท้อนแสงตะวันยามเช้า ดูโดดเดี่ยวทว่ายิ่งใหญ่เกินจินตนาการ
...
สามวันต่อมา ณ ลานกระบี่รับอรุณ
ซูหลงอวิ๋นในชุดคลุมสีขาวขลิบทองที่คุ้นตา ยืนเอามือไพล่หลังทอดสายตามองขอบฟ้าอันกว้างใหญ่ เื้ัของเขาคือเ้าสำนัก ผู้าุโเจี้ยน และศิษย์นับหมื่นคนที่มารวมตัวกันเพื่อส่งเสด็จบุตรศักดิ์สิทธิ์ของพวกเขา
"บุตรศักดิ์สิทธิ์ซูหลงอวิ๋น... ขอให้การเดินทางของท่านราบรื่น และก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดแห่งมหาทวีป!" เ้าสำนักโค้งคำนับอย่างสุดซึ้ง
"หากมีวาสนา เราคงได้พบกันอีก" ซูหลงอวิ๋นเอ่ยสั้นๆ
เขามิได้ใช้กระเรียนิญญาเมฆา หรือพาหนะใดๆ ของสำนัก เด็กหนุ่มก้าวเท้าเดินขึ้นไปบนอากาศธาตุ! ทุกย่างก้าวที่เหยียบย่ำลงไป ก่อเกิดเป็ระลอกคลื่นสีทองคำรองรับฝ่าเท้า วิชาตัวเบาขอบเขตสร้างรากฐานที่ผสานกับวิถีเทวะ ทำให้เขาสามารถเดินเหินบนห้วงมิติได้อย่างอิสระ!
ชิ้ง!
กระบี่กลืนเงาสีดำทมิฬพุ่งออกจากฝัก ลอยอยู่เบื้องหน้าของเขา ซูหลงอวิ๋นก้าวขึ้นไปยืนบนใบกระบี่อย่างมั่นคง
"วิถีกระบี่า... ทะยานนภา!"
ซูมมม!!!
กระบี่สีดำทมิฬกลายเป็ลำแสงสีดำตัดขอบฟ้า พุ่งทะยานแหวกม่านเมฆออกเป็ทางยาว มุ่งหน้าสู่ทิศตะวันออก... ทิศทางที่ตั้งของ 'มหาทวีปศูนย์กลางเซียนหยวน'! ความเร็วของมันรวดเร็วปานอสนีบาตฟาด ทิ้งสำนักกระบี่์และแคว้นวายุคลั่งไว้เื้ัอย่างรวดเร็ว
สายลมแรงพัดปะทะใบหน้า ซูหลงอวิ๋นยืนเอามือไพล่หลังอยู่บนกระบี่บิน ั์ตาสีดำสนิทจับจ้องไปยังเส้นขอบฟ้าที่ห่างไกลออกไปนับแสนลี้
ในทะเลิญญา คัมภีร์จักรพรรดิเทพยุทธ์กำลังเปล่งแสงสีทองอร่ามราวกับกำลังตื่นเต้นที่จะได้เผชิญหน้ากับความท้าทายใหม่ เตาหลอมเก้าักลืน์ที่ลอยอยู่เคียงข้าง ก็ปลดปล่อยกลิ่นอายอันศักดิ์สิทธิ์ออกมาอย่างไม่หยุดหย่อน
"มหาทวีปศูนย์กลาง... ดินแดนแห่งอัจฉริยะนับหมื่น และสมบัติานับแสน... ข้าซูหลงอวิ๋น กำลังจะไปเยือนพวกเ้าแล้ว จงเตรียมตัวต้อนรับความบ้าคลั่งแห่งวิถีเทวะเอาไว้ให้ดีเถิด!"
ัหนุ่มได้กางปีกสยายออกสู่โลกกว้างอย่างแท้จริง การเดินทางเพื่อตามหา 'เพลิงสุริยันผลาญเอกภพ' และชิ้นส่วนแผนที่ที่เหลือ กำลังจะนำพาเขาไปพบกับการนองเื มิตรภาพ และความลับของจักรวาลที่ลึกล้ำยิ่งกว่าเดิม!
ตำนานบทใหม่แห่ง 'จักรพรรดิเทพยุทธ์' ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว!