วันนี้ตระกูลกู้มีแขกมาเยือนพี่ชายของเ้าบ้านตระกูลกู้ กู้หวังตัน เขาเป็คหบดีใหญ่มีกิจการเหมืองทองอยู่ที่เมืองซินโฮว ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของ มณฑล ตะวันตกไกลเดินทางมาติดต่อการค้าที่เมืองผิงตง ขากลับเลยแวะมาเยี่ยมผู้เป็น้อง ในขบวนของเขามีลูกชายชื่อกู้ไป่ อายุ สิบปี มีวรยุทธ์ขั้นปราณธรรมชาติระดับห้า แล้วยังมีผู้คุ้มกันชื่อเฉียนเป่า เฉียนเปาคนนี้มีชื่อเสียงไม่น้อย ฉายาถล่มเขาไท้ซาน เขาสยบจอมยุทธ์มานับไม่ถ้วนมีพลังยุทธ์สูงส่งขั้นปราณิญญาระดับสาม อาวุธที่ใช้คือ ฆ้อนดาวตกเล่มหนึ่ง ปรกติกู้หวังตันไว้วางใจเขามากนอกจากนี้ยังมีผู้ติดตามจำนวน สิบสี่คน ล้วนเป็ผู้มีฝีมือ ระดับขั้นยุทธ์ต่ำสุดถึงกับอยู่ในขั้นพนึกยุทธ์ระดับสามเนื่องจากสองพี่น้องไม่ได้พบกันนาน ประกอบกับหนทางยาวไกล กู้หวังตันจึงตกลงพำนักอยู่ที่บ้านตระกูลกู้ถึงเจ็ดวัน
ผ่านไปเพียงแค่ สามวัน เด็กน้อย กู่ไป่รู้สึกเบื่อหน่ายจึงชักชวนสองพี่น้องไปเที่ยว ประกอบกับเป็วันหยุดเรียนของสองพี่น้องพอดีพากันออกไปเที่ยวป่า บริเวณเชิงเขาอินทรีกำสรวล คณะท่องเที่ยวของคุณชาย ตระกูลกู้ประกอบด้วยบ่าวไพร่และผู้อารักขาจำนวน หกคน กู้หวังตันได้ยินว่า ถึงแม้เป็แค่ชายป่าบางครั้งก็มีสัตว์อสูรดุร้าย ออกมาเพ่นพ่าน เขาไม่วางใจ จึงให้เฉียนไป่มาอารักขาคุณชายด้วยรวมทั้งคณะทั้งหมดสิบคน
ท่องเที่ยวริมป่า อากาศสดชื่นทิวทัศน์แปลกตากู้หงซวน แสดงฝีมือล่าไก่ฟ้าห้าสีได้สองตัว เมื่อใกล้เที่ยงวัน เหล่าคุณชายน้อยเริ่มเบื่อหน่ายผู้ติดตามคนหนึ่ง เสนอให้ไปกินอาหารเที่ยงที่ริมทะเลสาบซือหยู่ หากโชคดีหลังกินข้าว อาจสามารถเช่าเรือนั่งเที่ยวชมวิวทะเลสาบ
เทียนหลงเสร็จการฝึกภาคเช้า วันนี้เขาตั้งใจไปหาสมุนไพรแบกชะลอมใบเล็กสะพายพลองเดินทางเข้าป่า พึ่งเดินเข้ามาได้กิโลเมตรเศษก็มาพบกับคณะตระกูลกู้ที่กำลังจะออกจากป่า ต่างคนต่างเดิน พอหักมุมโขคหินก็มาประจันหน้ากันที่จริงเทียนหลงได้ยินเสียงคนแต่ไกล แต่คิดว่าเป็หมู่ชาวบ้านออกมาหาของป่า ไม่เคยคิดเลยว่าจะเจอพี่น้องตระกูลกู้ในที่แบบนี้?
ทันทีที่เห็นเทียนหลงชัดตา กู้หงซวนสั่งผู้ติดตาม “ล้อมมันไว้” เมื่อเห็นหน้าเทียนหลงความแค้นปะทุขึ้นมาในใจท่วมท้น หลังประลองยังเจอกันในสถานศึกษาพวกเขาไม่กล้าทำอะไร วันนี้ต้องขอบคุณโชคชะตา บันดาลให้เจอกับเหยื่อตัวนี้ในป่าพวกเขาจะทำอะไรก็ได้ ไม่มีใครรู้เห็น ยิ่งเห็นเทียนหลงมาคนเดียวกลางป่า ยิ่งหมั่นไส้อิจฉาในความกล้าหาญของฝ่ายตรงข้าม
เทียนหลง ประเมินสภาพรอบข้างแล้วพูดกับคนที่ขวางทาง “ข้ามีธุระต้องไปทำรบกวนพวกท่านช่วยหลีกทาง..”
กู้หงซวน“เ้าจะรีบไปไหน จะรีบไปเก็บเศษใบไม้ ลูกไม้ มาต้มกินนะรึข้าว่าเ้าลืมอะไรไปอย่างแล้ว ...ไอ้หินโง่”
“ข้ามั่นใจ ข้าไม่ได้ลืมอะไรพวกเ้าหลบทางให้ข้าผ่านไปเถอะ” ปากพูดในใจคร่ำครวญ“ทำไมข้าไม่ดูดวงก่อนออกจากบ้านนะ ป่าออกกว้างใหญ่ เท้าบัดซบไม่เดินไปที่อื่นกลับมาเจอพวกมันกลางป่า รอบๆนี่ก็ไม่มีคนซะด้วย เป็ความซวยจริงๆ นี่เรียกว่า คู่แค้นทางคับแคบ*ซินะ”
กู้คุนต้ากระซิบกับ กู้ไป่และเฉียนเป่า บอกเล่าที่มาและสาเหตุที่พวกเขามีความแค้นในตัวเทียนหลงแน่นอนมีความจริงไม่ถึงครึ่งหนึ่ง
กู้หงซวนคุกคาม “ไอ้ขยะ คราวนี้ข้าจะสั่งสอนเ้า อย่าคิดว่าโกงข้าในการประลองแล้วจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น..”
เทียนหลง เดินเลี่ยงออกไปด้านข้างเขาคิดว่าถ้าไม่ตอบโต้ก็คงไม่มีเื่ราวอะไร พึ่งเดินหลบไปก็ถูกกู้ไป่เดินมาขวางทาง “ได้ยินว่าเ้ามีพลังยุทธ์สูงส่งข้ากู้ไป่ อยากเห็นกับตาว่า เก่งกาจถึงระดับใด” ยังพูดไม่ขาดคำเขาออกหมัดต่อยหน้าเทียนหลงทันที เทียนหลงหลบยังไม่คิดตอบโต้เพียงใช้ตัวเบาพุ่งเบียดด้านข้าง กระแทกกู้ไป่ กระเด็นไปไกลถึงสามเมตร
กู้ไป่ เซถลาไปด้านข้างโกรธจนหน้าเขียว “ไอ้บัดซบ ท่านอาเฉียน ช่วยจับมันให้ข้าที” เฉียนเป่าก้าวมาด้านหลังเทียนหลง ใช้พลังผนึกพระเมรุ ตรึงร่างเทียนหลงไว้ทันที ด้วยพลังขั้นปราณิญญาระดับสามของเฉียนเป่า มันสูงกว่าเทียนหลงถึงสองขั้นใหญ่ ต่างกันราวฟ้ากับก้นเหว เมื่อใช้พลังผนึกร่างของเทียนหลงฝ่ายตระกูลกู้ทุกคนรู้ว่า ไม่มีทางที่เทียนหลงจะเคลื่อนไหวได้อย่าว่าแต่ขยับตัวเลย กะพริบตายังลำบาก ในขณะนี้เทียนหลงเหมือนถูกตรึงด้วยกางเขนก่อนที่กู้ไป่ จะออกหมัดสั่งสอนเทียนหลง กู้คุนต้า ขยับตัวเข้ามาก่อน “พี่กู้ไป่ เื่นี้ข้าขอลงมือเอง ข้ายังมีบัญชีที่ต้องคิดกับไอ้หินโง่นี่เล็กน้อย”
กู้คุนต้า ซัดหมัดไปที่ท้องของเทียนหลงดังโครมใหญ่ “นีเป็แค่เงินต้น” แล้วตวัดเท้าเตะอีก สามครั้งซ้อนไปที่ ขา เอว และหลังของเทียนหลง “นี่เป็ดอกเบี้ยส่วนแรก”
เขายังระดมต่อยไม่ยั้งอีก สี่ร้อยแปดสิบหมัดระดมเตะอีกสามร้อยหกสิบเท้า เขาระดมทุบตีเทียนหลงที่หลบหลีกไม่ได้อย่างหนักหน่วงทุกหมัดเท้าออกแรงเต็มพลัง ร่างเทียนหลงกระดอนไปมา แต่เนื่องจากถูกปราณผนึกร่างอยู่ไม่เพียงไม่ล้มลงยังตั้งตรงเป็เป้านิ่ง กู้คุนต้า ระดมออกหมัดเท้าเป็เวลานาน จนรู้สึกเหนื่อยอยู่บ้างเขาหยุดโจมตีปากกลับร้องขึ้นมา “ท่านพี่อย่าให้มันพัก อัดมันต่อ”
กู้หงซวน เดินเข้ามา ตบหน้าเทียนหลงเบาๆพร้อมเย้ยหยัน “ทำไม..เ้าไม่แสดง วิชาตัวเบาปัญญาอ่อนนั้นออกมาละไอ้ขยะ ข้าแค่ออกแรงตบเบาๆ เ้ายังไม่มีปัญญาหลบ วันนี้ข้าจะสั่งสอนว่า คนที่บังอาจเผยอหน้ามีเื่กับพวกข้าจะเป็อย่างไร”
กู้หงซวนทำท่าเดินออกไปทันใดเขาใช้ลูกเตะกลับหลัง กระแทกเข้าที่ท้องเทียนหลง เสียงดังสนั่น“ตูม..” หลังจากนั้นเขาใช้วิชาหมัดพยัคฆ์ลำพอง ซ้อมเทียนหลง ต่อเนื่อง “ตูม..พลักๆ..ตูม..ตูม.......” ผ่านไปราวห้าอึดใจไม่มีจุดตำแหน่งไหนในร่างกายเทียนหลงไม่ถูกตบตีกระแทก เขาจึงหยุดหอบหายใจ หันมาหากู้ไป่ “เ้าก็เล่นบ้างซิ”
กู้ไป่ ที่ดูอยู่ด้านข้างมานาน พลันร้องเสียงแปร่ง“มัน…แปลก..พิกล...ทำไม...มัน”
กู้คุนต้าหันมาถาม “พี่ไป่ อะไรแปลก? ก็แค่พวกข้าซ้อมมือ กับก้อนหินโง่ก้อนหนึ่ง..”
“พวกเ้าว่าไม่แปลกรึเ้าทั้งสองพีน้อง ระดมต่อยระดมเตะไปไม่รู้กี่หมัดกี่เท้าแต่เหมือนไอ้ก้อนหินของพวกเ้า มันไม่รู้สึกอะไรเลย”
กู้คุนต้าและกู้หงซวนมองดูเทียนหลง เห็นเป็อย่างที่ กู้ไป่บอกนอกจากหน้าและผิวนอกร่มผ้าของเทียนหลงแดงก่ำขึ้นมาแบบผิดปรกติเล็กน้อย ก็ไม่เห็นร่องรอยพกช้ำใดๆไม่มีแผลปูดบวมเจ่อ ไม่มีเื ไม่มีร่องรอยอะไรที่ดูเหมือนว่าโดนต่อยหรือโดนเตะ มีเพียงรอยเปรอะเปื้อนจากหมัดเท้าบนเสื้อผ้าเท่านั้นและั้แ่พวกมันลงมือ ไม่มีเสียงใดๆลอดออกมาจากปากเทียนหลง ให้ได้ยินแม้แต่น้อยกลับเป็ดวงตาคู่นั้น มันส่องแสงวาว ราวกับคบเพลิง มันทำให้พวกเขาที่ถูกจ้องมองหวาดผวาเกิดความกลัว
กู้คุนต้ากลัวจนโกรธ ใช้นิ้วทิ่มไปที่ดวงตาเทียนหลง“ข้าไม่ชอบสายตาแบบนี้ อย่าเอามันไว้เลย” นิ้วยังไม่ทันถึงดวงตาได้ยินเสียง เฉียนเป่าอุทาน “นายน้อยระวัง” อยู่ดีๆพลังที่เขาพนึกเทียนหลงอยู่ก็โดนอัดกระแทกจนแตกกระจาย เขาโดนพลังอัดจนกระเด็นถอยหลังล้มไปไกลถึงห้าเมตรแล้วกระอักเืออกมาทันที สามพี่น้องตระกูลกู้ยังไม่ทันขยับตัว เทียนหลงเหมือนเสือร้ายหลุดจากจั่นขยับกายวูปวาบ ชกอกพวกมันคนละหนึ่งที ทั้งสามกระเด็นไปคนละทิศคนละทาง ไกลถึงยี่สิบเมตรส่วนเทียนหลง พุ่งแหวกวงล้อมของผู้ติดตาม เข้าไปในราวป่าไผ่ข้างทางเพียงชั่วพริบตาก็หายตัวไป
เฉียนเป่า ลุกขึ้นตะเกียกตะกายวิ่งไปหากู้ไป่ยังไม่ถึงตัวทั้ง กู้ไป่ กู้หงซวน กู้คนต้า ต่างพากันกรีดร้องโหยหวน ดิ้นพราดๆเกลือกกลิ้งไปมาบนพื้นทันที เสียงร้องนั้นโหยหวนนัก ที่น่าใคือผิวกายของนายน้อยทั้งสาม แดงฉานไปทั้งตัว มีไอร้อนแผ่ออกมาเสื้อผ้าแห้งกรอบบางส่วนถึงกับมีควันพุ่งขึ้นมา ในพริบตาอุณหภูมิในบริเวณ ถึงกับร้อนเหมือนอยู่ในเตาเผา
เฉียนเป่า ใจนหน้าซีดเผือด “พิษ...นายน้อยทั้งสามถูกพิษ...เป็พิษร้อนที่ร้ายกาจ..” พลางร้องสั่งลูกน้อง “รีบพานายน้อยกลับบ้านโดยเร็ว นายท่านน่าจะมียาช่วย ส่วนข้าจะไปตามล่าไอ้เด็กเปรตนั้นเพื่อเค้นหายาขจัด” แล้วเฉียนเป่าก็พุ่งตามเทียนหลงไปทันที
บ่าวไพร่และผู้ติดตาม ต่างเข้ามาช่วยกันหอบหิ้วนายน้อยตระกูลกู้ทั้งสามเดินทางกลับหมูตึกตระกูลกู้ อย่างเร่งรีบ
ทันทีที่เทียนหลงถูกเฉียนเป่าผนึกพลังปราณในร่างไม่สามารถใช้งานได้ พลังปราณจอมยุทธ์ขั้นปราณิญญาระดับสามเทียบกับปราณธรรมชาติระดับสาม แล้วต่างกันมหาศาลนัก เมื่อถูกผนึกเป็ไปไม่ได้ที่ผู้ถูกผนึกจะทำสิ่งใดได้ทำได้แค่รับการจัดการจากฝ่ายตรงข้าม หรือเรียกว่ารอความตายนั้นเอง
แต่นั่นสำหรับผู้อื่นไม่ใช่เทียนหลงแรงผนึกอัดนี้เทียบกับพลังอัดของหลุมดินแล้วยังเทียบไม่ได้ยิ่งไม่ต้องไปเทียบกับแรงกดดันในดาวตกที่เขาเคยผ่านมา เพียงชั่วพริบตา หลังถูกผนึกเทียนหลงก็สามารถโคจรพลังวัตรได้แล้วทันทีที่หมัดแรกของ กู้คุนต้า ต่อยมาโดนตัว เขากลับรู้สึกสบายตรงตำแหน่งนั้นรู้สึกว่าคลื่นความร้อนที่เกาะผิวกายบริเวณนั้นหลุดออก ไหลตามพลังปราณที่โคจรความร้อนนี้ไม่ได้สลายมาเป็พลังวัตรแต่เป็ก้อนความร้อนที่แปลกแยก ควบคุมได้แต่ผสานไม่ได้เขานึกรู้ในทันทีว่า มันคือพิษหยาง ของปลาไหลหิมะธนูเพลิง จากนั้นสามเท้าของกู้คุนต้าก็ได้กะเทาะพิษที่เกาะในจุดเ่าั้ให้หลุดออกมา มันถูกพลังปราณเนี่ยวนำให้โคจรไปรอบกายจุดที่พิษหยางหลุดออกรู้สึกปลอดโปร่งโล่งสบาย ยิ่งพี่น้องตระกูลกู้โจมตียิ่งเป็การกะเทาะพิษหยาง เหมือนสองพี่น้องนำลังนวดสปาร้อนให้เขา เบาสบายไปทั้งตัวส่วนพิษหยางทีหลุดออกมา กลับจับกันเป็ก้อนหยาง โคจรตามพลังวัตรของเขา
เมื่อทั่วร่างปราศจากพิษหยางเกาะกุมคล้ายกำแพงแก้วถูกทลาย พลังวัตรพุ่งสูงขึ้นตามธรรมชาติ พลังปราณของเทียนหลงพุ่งทะลุทะยานข้ามไปถึงห้าระดับย่อย เข้าสู่ปราณธรรมชาติระดับที่แปด ในทันที ส่วนพลังปราณัพสุธาภาคห้าจากขั้นต้นพลันบรรลุเข้าสู่ขั้นสูงตามไปด้วย
เมื่อเขาเห็นกู้คุนต้าแสดงความชั่วร้ายจะทำร้ายดวงตา เขารีบโคจรพลังเคล็ดกระแทก พลังัพสุธาที่กระแทกออกมีกำลังทำลายล้างเพิ่มจากพลังปราณัขนดถึงสองเท่า เป็พลังระดับสองพันกิโลกรัม พลังนี้มหาศาลนักกระแทกผนึกของเฉียนเป่าแตกกระจายลมปราณแตกซ่าน เฉียนเป่ายังได้รับบอบช้ำภายในทันที
ทันทีที่ผนึกแตก เทียนหลงขยับตัวต่อยสามพี่น้องไปคนละหมัดที่น่าแตกตื่นคือ พิษหยางโคจรไหลตามพลังปราณที่กระแทกออกไปหนึ่งหมัดพิษไหลไปถึงหนึ่งส่วนสี่ คราวนี้สามพี่น้องซวยแล้วนอกจากกระดูกซี่โครงหักหลายซี่ อวัยวะภายในบอบช้ำฉีกขาดยังโดนพิษหยางของปลาไหลหิมะธนูอัคคี ...นี่ไม่ใช่เื่ล้อเล่น ในโลกนี้นอกจากเทียนหลงที่มีร่างกายประกอบด้วยธาตุพิสดาร และสามารถหลอมเืปลาไหลมาเป็พลังแล้ว ไม่มีมนุษย์คนใดสามารถทนพิษหยางจากสัตว์วิเศษระดับสี่ ได้แน่นอน
ภายในตึกตระกูลกู้ ความโกลาหลวุ่นวายเกิดขึ้นในทันที ที่ผู้ติดตามคณะท่องเที่ยว หามคุณชายผู้สูงศักดิ์เข้าประตูมา แพทย์ประจำตระกูลเร่งรักษาทั้งสามคน จนหัวหมุน ละล้าละลังไปหมด เขาให้ยาขับพิษไปถึงเก้าชนิดแล้ว ไม่มีผลทางการรักษาแต่อย่างไรไม่ว่ายาขับพิษหรือยาดับความร้อนที่กรอกเข้าไป เหมือนสาดหยดน้ำไปในปล่องูเาไฟ กลับเป็พลังความร้อนบนตัวคุณชายทั้งสามเริ่มทวีความรุนแรงขึ้น คราแรกยังแค่เสื้อผ้าแห้งกรอบส่งควันเบาบางหลังรักษาไปได้สิบกว่าอึดใจ เครื่องเรือนในห้องพยาบาลถึงกับควันกรุ่นส่งไอน้ำออกมา ราวกับถูกอบแห้งในตู้อบความร้อนสูง เสียงแผดร้องของคุณชายทั้งสามเงียบลงไปแล้วแต่ใครๆก็ดูออกว่าโดนพิษจนสลบไป ทั้งดัวแดงฉานไปด้วยความร้อนร่างกายมีวี่แววจะลุกไหม้ แพทย์ประจำตระกูลจนปัญญาหันไปมองหน้าสองพี่น้องเ้าตระกูลทั้งสอง พร้อมส่ายหัว “ข้าไม่เคยเจอพิษที่ร้อนแรงขนาดนี้มาก่อนนี่มันเกินความสามารถข้าไปแล้ว นายท่านรีบหาหนทางอื่นเถอะ ข้าไม่แน่ใจว่าสภาพจะเลวร้ายขึ้นอีกหรือไม่”
ั้แ่ คุณชายน้อยทั้งสามถูกหามเข้ามาเวลาผ่านไป หนึ่งชั่วโมงแล้ว ผู้ติดตามรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ กู้ฉินชุ่นกับกู้หวังตันทั้งสองได้รับรู้เื่ราว ถึงกับขุ่นแค้น เทียนหลงจับใจ กู้หวังตัน ถึงกับฟาดโต๊ะน้ำชาแหลกกระจายคามือ
กู้หวังตัน “บัดซบ หาตัวมันให้เจอ ไม่ว่าวิธีใด.....จงระดมคนของเราทั้งหมด ให้ออกค้นหาไอ้เด็กระยำคนนี้ให้ได้..”
“นายท่านพวกข้าไม่คุ้นเคยพื้นที่ ขนาดท่านเฉียนเป่า ยังไม่กลับมาแสดงว่าหาเด็กน้อยนั้นยังไม่เจอข้าว่าเป็เพราะท่านเฉียนเป่าไม่ชำนาญพื้นที่”
กู้ฉินชุ่น สั่งพ่อบ้าน “เ้าจงไปหา สองสุนัขเขี้ยวจันทร์ มันเป็เ้าถิ่นคุ้นเคยกับแถบนั้นดีบอกมันให้จับเป็ไอ้เด็กเปรตนั่นมา ตั้งค่าหัวมันไว้ที่ หนึ่งร้อยเหรียญทอง ...ไม่สิ...ประกาศไปให้ทั่วเมือง...ไม่ว่าใครจับมันมาให้ข้าได้นำตัวมันมารับ หนึ่งร้อยเหรียญทอง ไปได้เลย”
ทันทีที่ข่าวนี้แพร่กระจายออกไปเมืองสุ่ย เกิดความโกลาหลขึ้นทันที ค่านำจับถึงหนึ่งร้อยเหรียญทองเท่ากับ หนึ่งแสนเหรียญเงิน จำนวนเงินมหาศาลขนาดนี้ ครอบครัวธรรมดา สามารถใช้ไปได้ถึงยี่สิบปีเชียวนะพวกลักเล็กขโมยน้อยรวมไปถึงบรรดามหาโจรที่หลบซ่อนพากันเร่งออกไปไล่ล่าเทียนหลงรวมๆแล้วไม่ต่ำกว่าหนึ่งร้อย คน พอพวกโจรขยับบรรดาสายของสำนักเมืองก็ส่งรายงานไปยังผู้บังคับบัญชา
ภายในที่ทำการทหารรักษาเมือง ตงชิงหาน “เกิดอะไรขึ้น พวกมันทั้งหมดเคลื่อนไหว ออกไปนอกเมืองทั้งหมด เพราะอะไร”
เ้าพนักงานคนหนึ่ง “พวกมันคงไปตามจับคน มารับค่าหัวที่ตระกูลกู้ประกาศตั้งค่าหัวไว้ถึงหนึ่งร้อยเหรียญทอง”
“พวกมันไล่ล่าจับใคร มีความผิดอะไรทำไมตระกูลกู้ไม่แจ้งเ้าหน้าที่”
“เป็..ประกาศจับ..จางเทียนหลง..”
“เ้าว่าไงนะ..เป็เทียนหลง!..ไม่ผิดแน่นะ..เ้าเด็กนั้นไปทำอะไรให้ตระกูลกู้เดือดดาลขนาดนี้ไม่ได้การข้าต้องแจ้งเื่นี้ให้ท่านเ้าเมืองรับรู้”
ภายในห้องรับแขกตระกูลกู้สองพี่น้องเ้าตระกูล เดินสวนกันไปมาราวกับหนูติดจั่นทั้งสองหน้าตาเคร่งเครียดเป็วิตกกังวล อาการของลูกชายพวกเขา มีแต่เลวร้ายลง ทุกนาทีที่ผ่านไปเหมือนมีพะเนินเหล็กกดทับจิตใจของพวกเขามันหนักเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ พิษนี่เป็พิษอะไรจะแก้ไขได้อย่างไร ขนาดแพทย์ประจำตระกูลเป็แพทย์ที่มีฝีมือดีที่สุดแทบจะเรียกได้ว่าทอดตาทั่วมณฑลตะวันตกไกลนี้หาผู้เปรียบด้วยไม่ได้ ยังไม่สามารถแม้แต่บอกว่าเป็พิษอะไรท่ามกลางความวิตกกังวล หางตากู้ฉินชุ่น เห็นพ่อบ้าน มาด้อมๆมองๆ ทำลับล่อ อยู่ด้านข้างจึงตวาด“มีอะไร พูดมา”
“นายท่านข้าได้ยินมาว่าตระกูลหลี่ มีแพทย์เทวะมาเยือน ดูเหมือนเขาจะมาตรวจรักษา ญาติผู้ใหญ่ตระกูลหลี่กำลังสั่งให้หาสมุนไพรวิเศษ ข้าว่าลองไปขอร้องให้เขา มาตรวจรักษาอาการ คุณชายดีไหมนายท่าน”
กู้ฉินชุ่น ตวาด “แพทย์เทวะรึ?...เวลานี้เ้ายังมาล้อเล่นอีก...แพทย์คนไหนเก่งกาจกวานี้อีกรึ…” พลันฉุกคิดหันมาถามต่อ“เขาเป็ใคร” พ่อบ้านใกลัวอ้อมแอ้มตอบ“เขาชื่อว่า อู่ชุน”
กู้หวังตันสะท้านขึ้นทั้งร่างคว้าปกเสื้อพ่อบ้านมาตะคอกใส่ “เ้าว่า...อู่ชุ่น…มือพิสดารอู่ชุน ถึงกับเป็....มือพิสดารอู่ชุน์ช่วยข้าแล้ว น้องข้ารีบมา...รีบพาข้าไปตระกูลหลี่ พวกเราไปขอร้องให้เขาช่วยไป่ยี้กัน”พูดไม่ทันจบพลักพ่อบ้านกระเด็นไป แล้วลากแขน กู้ฉินชุ่น ออกไปทันที
ด้วยความเร็วของเฉียงเป่า ต่อให้เทียนหลงล่วงหน้าไป หนึ่งชั่วโมงเขาก็ตามทัน อย่าว่าแต่เพียงชั่วอีดใจเดียว แต่หลังจากตามมาสองอึดใจให้หลัง เฉียนป่าต้องหยุดร่างลง กลางป่าไผ่ จ้องมองไปโดยรอบ “ไอ้เด็กประหลาด หายไปไหนเร็วจัง อย่าให้ข้าจับได้นะ ข้าจะให้เ้าได้รับรู้ว่ามิชีวิตอยู่ไม่สู้ตกตายเป็อย่างไร” ภูมิประเทศโดยรอบ เป็ป่าไผ่ไม่หนาทึบมากนัก ในความคิดของเฉียนเป่า เป็ไปไม่ได้ที่เทียนหลงจะวิ่งหนีพ้นความเร็วของเขานอกจากเขาไล่มาผิดทาง มองไปรอบๆ เห็นโขคหินสูงใหญ่ ในระยะสายตา รีบพุ่งขึ้นไป “ต่อให้เ้า หลบซ่อนในป่านี้ก็ไม่น่าไกลเกินกว่าจุดนี้มากนักขอเพียงเ้าขยับตัว ข้ารู้แน่ว่าเ้าอยู่ที่ใด ล้างคอรอข้าได้เลย” ในอดีตเขาเคยตกยาก ล่าสัตว์ในป่าเขามาก่อน มีวิชาลับสามารถตรวจจับความเคลื่อนไหวในรัศมีหนึ่งกิโลเมตร ขอเพียงขยับเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อย เขาก็ตรวจพบได้ เขานั่งขัดสมาธิใช้พลังปราณอันลึกล้ำตรวจจับความเคลื่อนไหว
เื่ร้ายแรงลุกลามบานปลายที่เทียนหลงไม่ได้ก่อตอนนี้มีเพชฌฆาตขั้นปราณิญญาระดับสาม จ้องจะจับเขาประดุจเสือจ้องจับเหยื่อยังมีพวกนักล่าค่าหัวอีกร้อยกว่าคน จับจ้องอยู่โดยรอบ เทียนหลงจะรอดห้วคับขันเป็ตายนี้ไปได้อย่างไร?
คู่แค้นทางคับแคบ*(หมายถึงศัตรูมักจะเจอกันโดยบังเอิญเสมอ)