บทที่ 2 ของขวัญจากพ่อกับแม่ (รีไรต์)
‘ฉิงเทียนลูกสาวสุดที่รัก เมื่อลูกได้อ่านจดหมายฉบับนี้ แสดงว่าลูกได้เปิดใช้งานแผ่นหยกแล้ว พ่อกับแม่มีเื่สำคัญจะบอกนั่นก็คือวันสิ้นโลกกำลังจะมาถึง’
‘พื้นที่แห่งนี้คือที่พักพิงสุดท้ายที่พ่อกับแม่จะมอบให้ลูกได้ ส่วนข้าวของเครื่องใช้ในนี้ พ่อกับแม่ก็เตรียมไว้ให้ในเวลาอันจำกัด อาจจะไม่ครบถ้วน แต่เงินที่เราทิ้งไว้ให้ลูกน่าจะเพียงพอสำหรับการซื้อหาสิ่งของเพิ่มเติม’
‘นอกจากนี้ เพื่อให้ลูกสามารถป้องกันตัวเองได้ พ่อกับแม่ยังเตรียมของขวัญชิ้นอื่นไว้ให้ลูกด้วย เพียงแค่เปิดใช้งานชิป มันจะช่วยให้ลูกมีชีวิตรอดในยุคแห่งวันสิ้นโลกนี้ ลูกสาวที่รัก จงเข้มแข็งขึ้นเถิด พ่อกับแม่จะรออยู่ที่ฐานทัพอนาคต’
จดหมายสั้น ๆ ฉบับนี้ ทำให้ลั่วฉิงเทียนรู้สึกสับสนปนเปไปหมด หลังจากที่ใช้ชีวิตเป็เด็กกำพร้ามานานแสนนาน ใครจะไปคิดว่าแท้จริงแล้วเธอยังมีพ่อแม่ จิตใจของเธอเต็มไปด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย อธิบายไม่ถูก
ทั้งดีใจ เสียใจ โกรธเคือง และมีความหวัง ที่แท้แล้วเธอก็ไม่ได้ถูกทอดทิ้ง ไม่ได้เป็เด็กกำพร้า พ่อกับแม่รู้เื่วันสิ้นโลกตั้งนานแล้ว แต่ชาติก่อน เธอไม่เคยได้ยินเื่ฐานทัพอนาคตมาก่อนเลย หรือว่าเธอพลาดอะไรไป?
ขณะที่กำลังครุ่นคิดอยู่นั้นเอง สายตาของลั่วฉิงเทียนพลันสังเกตเห็นเศษชิ้นส่วนเล็ก ๆ บนโต๊ะกำลังเปล่งประกายระยิบระยับอยู่ จึงเอื้อมมือไปััมันเบา ๆ ทันใดนั้นเองเศษชิ้นส่วนนั้นก็พุ่งเข้ามาในแขนของเธอในทันที
วินาทีถัดมา รู้สึกราวกับมีบางสิ่งบางอย่างไหลทะลักเข้ามาในร่างกาย ก่อนที่ร่างกายนี้จะเต็มไปด้วยพลังอย่างล้นเหลือ ประสาทััทั้งหมดไวขึ้นอย่างมาก จนลั่วฉิงเทียนมั่นใจได้เลยว่า ต่อให้ไม่ขยับไปไหน ตัวเธอก็สามารถรับรู้ทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวได้อย่างชัดเจน
[พลัง ‘นักล่า’ ถูกปลุกขึ้นแล้ว!]
ถ้อยคำเ่าั้ปรากฏขึ้นในหัว ทำให้หญิงสาวตกตะลึงอย่างที่สุด ‘นักล่า’ นี่มันพลังอะไรกัน?
ในชีวิตก่อน พลังของทักษะสายโจมตีที่ร้ายกาจมักจะเป็ธาตุต่าง ๆ ในธรรมชาติ อย่างเช่น พายุ ฝน สายฟ้า ไม้ โลหะ น้ำ ไฟ เป็ต้น หากใครโชคดีหน่อย ก็อาจจะได้ทักษะด้านพละกำลังหรือความเร็วมาด้วย
แต่ก็มีพลังบางอย่างที่ไร้ประโยชน์สิ้นดี อย่างพวกกวาดขยะ ที่ได้ทักษะดูดฝุ่น หรือจะเป็ทักษะจ้องตาจนร้องไห้ได้ แถมยังมีทักษะน่าขยะแขยงอีกอย่างก็คือ แค่คิดว่าอยากให้ใครผายลมใส่กางเกง คนคนนั้นก็จะท้องเสียขึ้นมาจริง ๆ แต่ก็แค่นั่นแหละ
ว่าแต่พลังของนักล่าคืออะไรกันล่ะ ระหว่างที่กำลังครุ่นคิดอยู่นั้น คำอธิบายก็ปรากฏขึ้นในหัวของลั่วฉิงเทียนอีกครั้ง
พลังของนักล่ามี หนึ่ง ทักษะยิงธนู มันมีชื่อเรียกว่าร้อยครั้งทะลุเป้า สามารถยิงลูกธนูได้พร้อมกันสามลูก คุณสมบัติยังไม่กำหนด สอง ทักษะกับดัก สาม ทักษะจิตัั
ลั่วฉิงเทียนดีใจมาก หญิงสาวรีบออกมาจากมิติเพื่อลองใช้ทักษะของเธอ เพราะแม้จะไม่ใช่พลังจากธรรมชาติ แต่เธอก็รู้สึกว่าพลังที่ได้มาต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
ทักษะยิงธนูร้อยครั้งทะลุเป้า ลั่วฉิงเทียนลองทำท่ายิงธนูไปที่กำแพง จากนั้นลูกธนูสามลูกที่มองเห็นไม่ชัดเจนก็พุ่งเข้าใส่กำแพงทันที ไม่นานลูกธนูก็หายไป เหลือเพียงรูเล็ก ๆ สามรูบนกำแพง
ลั่วฉิงเทียนมองภาพตรงหน้าด้วยความตกตะลึง ก่อนวิ่งไปที่กำแพงและใช้มือลูบรูเล็ก ๆ สามรูบนกำแพงนั้น
“นี่คือทักษะของนักล่างั้นเหรอ” ลั่วฉิงเทียนมองดูมือของตัวเองด้วยความไม่อยากเชื่อ ตอนนี้เธอแน่ใจแล้วว่าพละกำลังของเธอแข็งแกร่งขึ้น เธอจึงอยากจะศึกษาพลังของตัวเอง ทว่าทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น
“คุณลั่วครับ ผมผู้จัดการจางนะครับ ผู้ซื้อตกลงซื้อบ้านแล้วครับ 32 ล้านหยวน เดี๋ยวเย็นนี้จะโอนเงินเข้าบัญชีของคุณครับ ผู้ซื้อบอกว่าหลังจากโอนกรรมสิทธิ์แล้ว จะให้เวลาคุณย้ายออก 5 วัน คุณลั่วเห็นว่ายังไงครับ” ลั่วฉิงเทียนไม่คิดว่าผู้ซื้อจะตอบกลับมาเร็วขนาดนี้
“ตกลงค่ะ พอเงินเข้าบัญชีแล้ว เรานัดวันโอนกรรมสิทธิ์กันได้เลยค่ะ” ผู้จัดการจางได้ยินดังนั้นจึงพยายามเก็บความตื่นเต้นไว้แล้วพูด
“โอเคครับ งั้นเรานัดกันพรุ่งนี้เช้าสิบโมงได้ไหมครับ”
“ได้ค่ะ คุณจางหลังจากขายบ้านแล้ว ช่วยหาบ้านเช่าแถวชานเมืองเขตซีเฉิงให้ฉันสักหลังได้ไหมคะ ฉันอยากจะเช่าอยู่จนเรียนจบมหาวิทยาลัย ค่าเช่าจ่ายล่วงหน้าสามเดือน บ้านต้องใหญ่หน่อยนะคะ” ผู้จัดการจางได้ยินลั่วฉิงเทียนพูดเช่นนั้น จึงรีบพูดขึ้นทันที
“ได้เลยครับ พอดีผมมีบ้านให้เช่าอยู่หลังหนึ่ง เป็บ้านเดี่ยว 3 ชั้น รวมพื้นที่ทั้งหมดสามร้อยกว่าตารางเมตร แถมมีสวนด้วย พื้นที่สวนก็ใหญ่ มีเนื้อที่ประมาณสามร้อยตารางเมตร ค่าเช่าไม่แพง ถ้าคุณลั่วสนใจลองไปดูไหมครับ”
“ตกลง งั้นพรุ่งนี้โอนกรรมสิทธิ์กันเสร็จฉันจะแวะไปดู ถ้าไม่มีปัญหาอะไรฉันจะเช่าเลย” วางสายปุ๊บ ลั่วฉิงเทียนก็รีบเดินไปทั่วบ้านทันที ไม่ว่าจะเป็เฟอร์นิเจอร์หรืออุปกรณ์เครื่องครัว เธอก็เก็บเข้าไปในพื้นที่มิติหมดแล้ว รวมทั้งของในห้องหนังสือก็เก็บไปเกือบหมดเช่นกัน
สุดท้ายก็เหลือแค่เตียงในห้อง ตอนนั้นเองที่เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น มีข้อความแจ้งโอนเงินเข้ามา
“โอนเร็วขนาดนี้เลย ดูเหมือนคนซื้อจะรีบมาก” ลั่วฉิงเทียนยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดี แล้วออกจากบ้านเพื่อไปเดินเล่นที่ตลาดกลางคืน ผ่านมาสิบปีแล้ว นานมากที่ไม่ได้กินอะไรอร่อย ๆ แบบนี้
พอมาถึงตลาดกลางคืน เธอก็เลือกโต๊ะที่ร้านข้างทางแห่งหนึ่ง สั่งอาหารเต็มโต๊ะและเนื้อเสียบไม้ย่างอีกหลายสิบไม้ ก่อนจะเริ่มกินอย่างเอร็ดอร่อย
สิบปีแล้วนะ ที่ไม่ได้กินอาหารดี ๆ แบบนี้ ระหว่างที่กำลังกินอย่างเพลิดเพลิน ก็มีเสียงหนึ่งดังมาจากที่ไม่ไกลนัก
“เฮ้ นั่นฉิงเทียนไม่ใช่เหรอ ฉิงเทียนกินข้าวอยู่เหรอ สั่งเยอะเชียวนะ”
พูดจบร่างงามสง่าก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า ทำให้ลั่วฉิงเทียนพยายามเก็บซ่อนความรำคาญไว้ในใจ เธอขมวดคิ้วจ้องมองไปยังบุคคลตรงหน้า หลิวซือฉีเพื่อนรักของเธอในชาติก่อน อีกฝ่ายทำดีกับเธอทุกอย่าง แม้แต่หานซั่ว ก็ได้ผู้หญิงคนนี้นี่แหละที่เป็คนแนะนำให้ได้รู้จัก
แต่ลั่วฉิงเทียนไม่เคยคิดเลยว่าหลังวันสิ้นโลก หลิวซือฉีกับหานซั่วจะแอบขึ้นเตียงด้วยกัน หลังจากนั้นพวกเขาก็มาหาเธอ บอกว่าพวกตนไม่ได้ตั้งใจ และจนกระทั่งตอนที่ลั่วฉิงเทียนตาย พวกเขาก็ยังจูบกันต่อหน้าต่อตาเธอ
ตอนนี้คิดดูแล้วพวกเขาอาจจะแอบคบกันั้แ่ก่อนวันสิ้นโลกแล้วก็ได้ มีแต่เธอที่โง่งมถูกพวกเขาหลอกใช้มาตลอด ว่าแล้วลั่วฉิงเทียนก็เงยหน้ามองหลิวซือฉีที่อยู่ตรงหน้า และมองไปยังหานซั่วที่ยืนอยู่ข้าง ๆ
ค่อย ๆ กลืนความเกลียดชังในใจลงไป และหันมาทานอาหารตรงหน้าต่อราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ในจังหวะนั้น… ดูเหมือนหลิวซือฉีจะคิดอะไรออก เธอดึงหานซั่วที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ให้นั่งลง
“เอ่อ…ฉิงเทียน เธอทะเลาะกับหานซั่วหรือเปล่า เธอวิ่งออกจากห้องเรียน พอหานซั่วเลิกสอนก็มาหาฉันทันที เขาเป็ห่วงเธอมากเลยนะ”
ตอนนั้นเอง หานซั่วพลันมองมาที่ลั่วฉิงเทียนอย่างระแวดระวัง และถามว่า “ฉิงเทียน ระหว่างเรามันมีเื่เข้าใจผิดกันหรือเปล่า”
ลั่วฉิงเทียนขมวดคิ้ว มองคนทั้งสองพร้อมกับเอ่ยว่า “เข้าใจผิดอะไร? ใช่ที่ฉันเข้าใจผิดที่พวกเธอสองคนออกมาเดตกันตอนกลางคืน หรือเข้าใจผิดที่พวกเธอรู้กันอยู่แล้วว่าฉันจะมาที่นี่ เพราะฉันจำไม่ได้เลยนะว่าเคยบอกใครว่าจะมาที่นี่”
แม้แต่ตัวเธอเองก็เพิ่งตัดสินใจมากินข้าวที่ร้านอาหารแห่งนี้ คนทั้งสองนี้ เห็นได้ชัดว่าแอบนัดมาเจอกัน ยังจะมาทำเหมือนเธอโง่อีกงั้นเหรอ ลั่วฉิงเทียนเงยหน้าขึ้นมองคนทั้งสองด้วยสายตาเยาะเย้ย ก่อนจะหยิบเนื้อย่างขึ้นมากินอย่างไม่สนใจใคร