บทที่ 9 การสืบทอดวิถีเซียนกระบี่ปรากฏ วาสนาของลูกสาวแสนดีเริ่มต้น
"ฟังก์ชันใหม่! ระบบยังสามารถปลดล็อกฟังก์ชันใหม่ได้ด้วย! ข้าเองก็มีแผงสถานะเหมือนกัน!
ก็นั่นน่ะสิ คนอื่นมีกันหมด ข้าจะไม่ให้มีได้อย่างไร!"
เมื่อได้ยินเสียงแจ้งเตือนของระบบดังขึ้นข้างหู นอกจากความประหลาดใจแล้ว หลินม่อยังมีความคาดหวังบางอย่างที่ยากจะบรรยาย
เขาอยากจะเห็นนักว่าแผงสถานะของตนเองจะเป็อย่างไร!
"แผงสถานะ" เขาเรียกเบา ๆ
ทันใดนั้น หน้าจอโปร่งแสงก็กะพริบและปรากฏขึ้นในครรลองสายตาของหลินม่อ
[โฮสต์ : หลินม่อ]
[อายุ : สามสิบหกปี]
[ฐานะ : ลูกเขยแต่งเข้าตระกูลซู]
[ระดับพลัง : สร้างรากฐานขั้นที่หนึ่ง]
[พร์ : รากิญญาแปดธาตุ (พิการ), สร้างรากฐานขั้นสูงสุด]
[กายา : ไม่มี]
[วิชาอาคม : ไม่มี]
[พร์พิเศษ : ไม่มี]
[เป้าหมายผูกมัด : ซูชิงลั่ว]
[คำประเมิน : สามสิบปีอยู่ฝั่งตะวันออก สามสิบปีอยู่ฝั่งตะวันตก อย่าได้ดูแคลนพ่อเลี้ยงที่ยากจน!]
"นี่คือแผงสถานะของข้าเองหรือ? เมื่อเทียบกับของชิงลั่วแล้ว ดูเหมือนจะมีอะไรเพิ่มมามากกว่าเล็กน้อย
ไม่เลว อย่างน้อยแบบนี้ก็ทำให้ข้ารับรู้ถึงความแข็งแกร่งของตนเองได้อย่างชัดเจน"
หลังจากดูแผงคุณสมบัติของตนเองแล้ว หลินม่อก็รู้สึกพึงพอใจอยู่บ้าง
ทว่า เมื่อเห็นช่องพร์และคำประเมินสุดท้าย เขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกปวดใจ
"รากิญญาแปดธาตุคืออะไรกัน? พร์เช่นนี้ก็บำเพ็ญเซียนได้ด้วยหรือ? ไหนว่าที่แย่ที่สุดคือรากิญญาห้าธาตุไม่ใช่หรือ? แถมยังติดคำว่าพิการอีก?"
หลินม่อพูดไม่ออก พร์ของเ้าของร่างเดิมห่วยแตกขนาดนี้ ยังได้เป็ลูกเขยแต่งเข้าอีก
อะไรกัน เดี๋ยวนี้การเป็ลูกเขยแต่งเข้าไม่มีข้อกำหนดแล้วหรืออย่างไร?
โชคดีที่ตอนนี้เขาอยู่ระดับสร้างรากฐานขั้นสูงสุด ไม่เช่นนั้นหากมีเพียงรากิญญาแปดธาตุอย่างเดียวคงน่าอับอายเกินไป...
แล้วยังมีประโยคที่ว่า สามสิบปีอยู่ฝั่งตะวันออก สามสิบปีอยู่ฝั่งตะวันตกอีก
เหตุใดพอเห็นประโยคนี้แล้ว ถึงอดไม่ได้ที่จะนึกถึงเ้าคนแซ่เซียวคนนั้น
ดูท่าจะไม่ค่อยดีแฮะ
ทว่า ซูชิงลั่วตัดสินใจเด็ดขาดแล้ว หากเขาขัดขวางอย่างรุนแรงอีก นอกจากจะไม่มีผลลัพธ์ใด ๆ ยังอาจจะทำให้ฝ่ายตรงข้ามโกรธจัดได้ง่าย ๆ
"เฮ้อ ช่างเถอะ! ที่ลูกสาวแสนดีของข้าพูดก็ถูก การบำเพ็ญเซียนก็เพื่อให้ตนเองเป็นายของชีวิตไม่ใช่หรือ ถอยก็ถอย! ข้าไม่เชื่อหรอกว่า พ่อที่ทะลุมิติมาพร้อมสูตรโกงอย่างข้า จะพ่ายแพ้ให้กับพระเอกเ้าถิ่น!"
หลังจากครุ่นคิดครู่หนึ่ง ในที่สุดหลินม่อก็เลิกลังเล
จะเป็พระเอกหรือไม่แล้วอย่างไร เขามีสูตรโกง!
หากยังขี้ขลาดอยู่อีก คงเสียชื่อพ่อที่ทะลุมิติหมด
"แต่ในเมื่ออย่างไรก็ต้องเผชิญหน้ากับเ้าเด็กนั่น สู้สืบข่าวล่วงหน้าไว้ก่อนจะดีกว่า
รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง!
อืม! ถูกต้อง!
เป้าหมายหลักในตอนนี้คือทำให้ชิงลั่วััได้ถึงความรักอันล้นปรี่ของคนเป็พ่อต่อไป ส่วนเป้าหมายรองก็คือ... เฝ้าดูให้ดีว่าเ้าคนแซ่เซียวคนนั้นเป็พระเอกจริงหรือไม่ และมีไพ่ตายอะไรบ้าง
หากฝ่ายตรงข้ามมีตาแก่ในแหวนจริง ๆ นั่นคงไม่ค่อยดีนัก..."
เมื่อจัดระเบียบความคิดได้แล้ว หลินม่อก็ไม่ลังเลอีกต่อไป เขาลุกขึ้นเดินกลับไปยังห้องของตนเอง
เขายังคงนึกถึงสิ่งของตอบแทนของวันนี้ที่ยังไม่ได้รับ แหวนศักดิ์สิทธิ์เซียนกระบี่วงนั้น แค่ชื่อก็รู้แล้วว่าไม่ใช่ของธรรมดา ไม่แน่ว่าข้างในอาจจะซ่อนสมบัติพลิกฟ้าเอาไว้
ถึงตอนนั้น...
หึ หึ หึ หึ หึ...
ยิ่งคิด ดวงตาของหลินม่อก็ยิ่งเป็ประกาย เขารีบลุกขึ้นกลับห้องนอนทันที
หลังจากปิดประตูห้องสนิท หลินม่อก็เอ่ยเบา ๆ "ระบบ รับสิ่งของตอบแทน"
วูบ~
สิ้นเสียงของหลินม่อ เสียงหึ่ง ๆ ของระบบก็ดังขึ้นทันที
ทันใดนั้น แหวนสีขาวที่เปล่งแสงเซียนอันศักดิ์สิทธิ์และบริสุทธิ์ก็ปรากฏขึ้นในมือของหลินม่อ
ตัวแหวนเป็รูปทรงกลม ประณีตอย่างยิ่ง รอบ ๆ สลักลวดลายต่าง ๆ ที่ดูมีชีวิตชีวา
หลินม่อพินิจดูอย่างละเอียด ลวดลายบนพื้นผิวของแหวนกลับเป็ดอกบัวกระบี่ทีละดอก
ดอกบัวกระบี่เหล่านี้ดูเหมือนจริงและเหมือนฝันในเวลาเดียวกัน ราวกับสามารถลอยขึ้นได้ทุกเมื่อ แต่กลับไม่ยอมแยกจากพื้นผิวแหวน
"นี่คือ..." เมื่อมองดูแหวนสีขาว หลินม่อก็ชะงักไป
เขาเอื้อมนิ้วออกไปััแหวนโดยสัญชาตญาณ ในชั่วพริบตาที่ปลายนิ้วัั แหวนสีขาวก็สั่นะเือย่างรุนแรงราวกับกำลังตื่นจากการหลับใหล
หลินม่อรู้สึกได้ว่านิ้วของตนสั่นสะท้าน จากนั้นแหวนก็บินเข้าสู่นิ้วของเขาโดยตรงและสวมเข้าได้อย่างพอดี
กระแสความเย็นจาง ๆ สายหนึ่งไหลเข้าสู่ฝ่ามือ
ทันใดนั้น ภาพเบื้องหน้าของเขาก็พลันมืดดับลง!
"กระบี่ คือาาแห่งศาสตราทั้งปวง
ผู้ใช้กระบี่ คือยอดแห่งวรยุทธ์ทั้งปวง
ผู้บำเพ็ญกระบี่ คือจุดสูงสุดแห่งวิชาทั้งปวง
เซียนกระบี่ จะต้องเป็ผู้นำแห่งเซียนทั้งปวง!"
เบื้องหน้าของหลินม่อมืดมิดสนิท มีเพียงเสียงศักดิ์สิทธิ์อันทรงพลังที่ดังสะท้อนอยู่ข้างหูอย่างต่อเนื่อง เสียงนั้นราวกับสายฟ้าคำราม แฝงไปด้วยความน่าเกรงขามอย่างบอกไม่ถูก และราวกับกำลังประกาศสัจธรรมทุกสิ่ง
"ผู้บำเพ็ญกระบี่? ผู้เป็เซียน? เซียนกระบี่?"
คำศัพท์ไม่กี่คำผุดขึ้นในหัวของหลินม่อ
นอกจากความใแล้ว เขายังอยากเห็นที่มาของเสียงนั้นให้ชัดเจน
เมื่อเขานึกคิด ความมืดเบื้องหน้าก็สลายไปทันที ปรากฏเพียงกระบี่ั์ที่สูงเสียดฟ้าตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้าเขา!
"ที่นี่คือที่ไหนกัน?! ภายในแหวนวงนั้นหรือ?
แล้วกระบี่เล่มนี้คือสิ่งใดกัน?!"
ความสงสัยสามประการติดต่อกัน ทำให้หลินม่อตะลึงอยู่กับที่
กระบี่ั์เบื้องหน้าน่าเกรงขามเกินไป จนทำให้จิตใจของเขาสั่นคลอน แม้แต่ร่างกายก็อดไม่ได้ที่จะสั่นเทาเล็กน้อย
ภายใต้การจ้องมองของเขา กระบี่ั์เล่มนั้นกลับขยับเล็กน้อย ชั่วขณะต่อมา แสงสีทองสายหนึ่งพุ่งออกมาจากด้ามกระบี่ กลายเป็อักขระแปดตัวลอยเด่นอยู่กลางอากาศ
[การสืบทอดเซียนกระบี่์
วิถีของข้าไม่ได้โดดเดี่ยว!]
"นี่คือ... การสืบทอดวิถีเซียนกระบี่!
สิ่งที่ข้ามอบให้ลูกสาวแสนดีของข้า กลับเป็การสืบทอดวิถีเซียนกระบี่!"
เมื่อเห็นตัวอักษรแปดตัวนั้น มีหรือที่หลินม่อจะไม่เข้าใจ เขารับรู้ได้ในทันที แต่เมื่อลองคิดดูอีกครั้ง เขาก็พบว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง
"ไม่ ไม่ใช่! การสืบทอดวิถีเซียนกระบี่นี้ ได้มาจากคริติคอลห้าดาว
สิ่งที่ลั่วเอ๋อร์ได้รับ น่าจะเป็... การสืบทอดของเทพกระบี่?! ซี้ด!"
หลินม่ออดไม่ได้ที่จะสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความตื่นตะลึง
เทพกระบี่!
ในใต้หล้าแห่งนี้ เล่ากันว่ามีเพียงผู้บรรลุระดับมหายานเท่านั้นจึงจะถูกเรียกว่าเทพได้
และเทพกระบี่ย่อมเป็มหายานเทพ ผู้บรรลุธรรมด้วยวิถีกระบี่อย่างไม่ต้องสงสัย
เขาไม่นึกเลยว่า แหวนวงนั้นจะมาจากมหายานเทพในตำนาน
เมื่อคิดได้ดังนี้ ในใจของหลินม่อก็เกิดความตื่นเต้นอย่างรุนแรง!
ซูชิงลั่วได้รับการสืบทอดเทพกระบี่ แต่สิ่งที่ตนเองได้รับคือการสืบทอดวิถีเซียนกระบี่ที่แท้จริง!
มันคือตัวตนที่นำไปสู่เส้นทางแห่งเซียนโดยตรง เป็สิ่งที่แม้แต่ผู้บำเพ็ญระดับมหายานยังถวิลหา
ชั่วขณะหนึ่ง หลินม่อตื่นเต้นจนร่างกายสั่นสะท้าน
"ขอดูหน่อยสิว่า การสืบทอดวิถีเซียนกระบี่นี้มันเป็อย่างไรกันแน่!"
หลินม่อสูดลมหายใจลึก พยายามเข้าใกล้กระบี่ั์เสียดฟ้านั้น เพื่อรับวาสนาจากการสืบทอดนี้
แต่สิ่งที่น่าแปลกคือ ไม่ว่าเขาจะเข้าใกล้เพียงใด กระบี่ั์เล่มนั้นก็ยังคงรักษาระยะห่างจากเขาอยู่เสมอราวกับเขาไม่สามารถััมันได้เลย
"เกิดอะไรขึ้น? ไม่ยอมให้ข้าเข้าถึงงั้นรึ?"
เมื่อััได้ถึงสิ่งกีดขวางระหว่างตนกับกระบี่ั์ หลินม่อก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว
เขาไม่เชื่อว่าตนเองจะไม่มีพร์เพียงเล็กน้อยนี้
"ช่างเถอะ ลองดู!"
หลินม่อตัดสินใจเด็ดขาด ใช้เจตจำนงทั้งหมดที่มีพยายามเข้าใกล้ตัวกระบี่ั์
แต่ชั่วขณะต่อมา เจตจำนงอันคมกริบสายหนึ่งก็ะเิออกมาจากตัวกระบี่ ฉีกกระชากและฟันเจตจำนงของเขาจนขาดสะบั้น!
เบื้องหน้าของเขามืดดับลงอีกครั้ง เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง เขาก็กลับมาอยู่ในห้องนอนเสียแล้ว
"นี่มัน..."
หลินม่อเบิกตากว้าง ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก
เขาไม่นึกเลยว่าการได้รับการสืบทอดวิถีเซียนกระบี่จะหยั่งรู้ได้ยากเพียงนี้
"หรือจะเป็เพราะพร์ของข้าต่ำเกินไป?
หรือเป็เพราะเดิมทีข้าไม่ใช่ผู้บำเพ็ญกระบี่?"
หลินม่อมองไปยังแหวนสีขาวบริสุทธิ์บนนิ้วชี้ด้วยความไม่ยินยอม
ความรู้สึกที่มีขุมทรัพย์มหาศาลอยู่ตรงหน้า แต่กลับไม่สามารถได้เช่นนี้ ทำให้เขารู้สึกอึดอัดใจยิ่งนัก แต่ไม่นานเขาก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้
"ไม่สิ ข้ามีลั่วเอ๋อร์อยู่ จะต้องหยั่งรู้ด้วยตัวเองไปทำไม? ต่อให้ข้าไม่มีพร์ ไม่ใช่ผู้บำเพ็ญกระบี่
แต่ว่า... ลูกสาวแสนดีของข้ามี!"