บทที่ 29 พี่สามร้องลั่น น้องสาว ช่วยชีวิตพี่ด้วย! (รีไรต์)
ด้วยเหตุนี้ หลังจากย่างกรายเข้าสู่พงไพร เสี่ยวหยวนเป่าจึงถูกต้าเป่าอุ้มไว้ในอ้อมอกตลอดทาง
แต่อุ้มไว้เพียงนั้นนางยังบ่นว่าเตี้ยไป ต้าเป่าจึงต้องเปลี่ยนท่าให้นางขึ้นไปนั่งสงบเสงี่ยมอยู่บนบ่าแทน
"ว้าว! บนต้นไม้นี้มีเห็ดด้วยเ้าค่ะ! พี่ใหญ่ ดูนั่นเร็ว..."
เหนือศีรษะของเ้าก้อนแป้งน้อยมีกิ่งไม้ใหญ่ยื่นออกมา บนง่ามไม้นั้นมีเห็ดสีขาวนวลขึ้นเป็กลุ่มก้อน...
ช่างเป็การเริ่มต้นที่โชคดียิ่งนัก!
"ดวงของน้องสาวนี่ดีจริง ๆ"
เสี่ยวหยวนเป่าขยับจมูกน้อย ๆ สูดดมกลิ่นหอม พลางหัวเราะร่วนด้วยความชอบใจ
ต้าเป่าประคองน้องสาวไว้มั่น ให้นางเอื้อมมือน้อย ๆ ไปเก็บเห็ดเ่าั้ลงมา
ซานเป่าเห็นดังนั้นก็ไม่ยอมน้อยหน้า เขาพยายามกวาดสายตาหาตามพื้นดินจนพบเห็ดอีกกลุ่มหนึ่ง "ทางนี้ก็มีเ้าค่ะ! นี่คือเห็ดลายเสือ..."
หวังเทียนโกวเองเมื่อมาถึงแล้ว ก็ไม่ปล่อยให้เวลาเสียเปล่า เขาเริ่มสอดส่ายสายตาค้นหาเช่นกัน และเขาก็หาพบในไม่นาน
ทุกคนต่างมีผลงานติดมือ
พวกเขาทั้งสี่เดินตามรอยการงอกเงยของเห็ดลึกเข้าไปเรื่อย ๆ จนเริ่มแยกตัวออกจากกันไปตามทิศทางของตนเองโดยไม่รู้ตัว
เสี่ยวหยวนเป่านั้นวาสนาดีนัก นางนั่งอยู่บนบ่าของต้าเป่าจึงมองเห็นได้ไกลกว่าผู้อื่น นางจึงตั้งหน้าตั้งตาเก็บแต่เห็ดที่อยู่บนที่สูง
เพียงไม่นาน ตะกร้าจิ๋วบนหลังของนางก็เกือบจะเต็มปรี่
ไม่ใช่เพียงแต่เห็ดเท่านั้น นางยังค้นพบรากของพืชป่าอื่น ๆ อีกด้วย
อาทิเช่น รากบัวหิมะที่ต้าเป่าขุดขึ้นมาได้หลายหัวแล้วโยนใส่ตะกร้าของตนเอง ทว่า...สัตว์ป่าสักตัวกลับยังไม่ปรากฏให้เห็น
"นั่นคือสิ่งใดหรือเ้าคะ พี่ใหญ่ หญ้านี้ช่างดูประหลาดนักเ้าค่ะ!"
"นี่คือเถียนชี *[1] เป็สมุนไพรชนิดหนึ่ง... ขุดไปขายให้ร้านขายยาแลกเงินได้ไม่น้อย..."
"เช่นนั้นพวกเราก็ขุดกันเถิดเ้าค่ะ..."
เ้าก้อนแป้งน้อยเอ่ยถามไม่เกรงใจด้วยสิ่งของในป่าล้วนเป็สิ่งที่นางไม่เคยพบเห็น พฤกษาในโลกมนุษย์ช่างแตกต่างจากภพภูมิเบื้องล่างนัก ทำให้นางรู้สึกตื่นตาตื่นใจยิ่ง
ทางด้านซานเป่าและหวังเทียนโกว เดิมทีทั้งคู่ช่วยกันเก็บเห็ดอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกัน ทว่าซานเป่าผู้มีความคล่องตัวสูงและกำลังคึกคะนอง กลับวิ่งนำหน้าไปไกลจนหายลับสายตา
เขาวิ่งลึกเข้าไปในป่าทึบโดยไม่ได้สังเกตเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงรอบตัว
"เอ๊ะ!! เจอเห็ดพุ่มใหญ่อีกแล้ว!" ซานเป่าร้องอย่างดีใจพลางวิ่งเข้าไปหา
ที่ตรงนั้นเป็แอ่งดินต่ำ เต็มไปด้วยพุ่มหนามรกรุงรัง ทันทีที่ย่างกรายเข้าไป กลับมีไอเย็นเยือกแผ่ซ่านออกมา ซานเป่าห่อไหล่กระชับเสื้อหญ้าสานของตนโดยสัญชาตญาณ
ทว่าความยินดีที่พบเห็ดบดบังประสาทััจนสิ้น เขาหาได้สังเกตเห็นเงาดำทมิฬที่ซุ่มซ่อนอยู่ในพงหญ้า ซึ่งกำลังจ้องมองเขาพลางน้ำลายสออยู่
ซานเป่ายังคงเอ่ยพึมพำอย่างมีความสุข "เห็ดที่เก็บได้วันนี้กินไม่หมดแน่ พรุ่งนี้ยังกินต่อได้อีก ซ้ำยังต้มน้ำแกงเห็ดใส่ไข่ให้น้องสาวกินได้ด้วย..."
ในพริบตานั้นเอง เงาดำเยือกแข็งในเงามืดก็พุ่งเข้าใส่เขาอย่างกะทันหัน! ซานเป่าร้องลั่นด้วยความขวัญเสีย
"ไอ๊หยา! นี่มันตัวอะไรกันนี่!"
ชั่วพริบตาต่อมา...
เหม็น!
เหม็นเน่าเหลือทน!
ซานเป่าถูกกลิ่นสาบนั้นจู่โจมจนหน้ามืดตาลาย แขนขาพลันอ่อนแรงประหนึ่งขี้ผึ้งลนไฟ คิดจะวิ่งหนีทว่าร่างกายกลับไม่กรรโชกตามใจสั่ง
เรี่ยวแรงหายสิ้น
ลมหายใจติดขัดประหนึ่งจะสิ้นสติ ขวัญที่เคยมีอยู่สามกระเจิดกระเจิงไปเสียสอง ทว่าในจังหวะที่เงาดำนั้นจะเข้าถึงตัวซานเป่า กลับมีแสงทองเจิดจ้าปะทุออกมาจากอกเสื้อของเขา!
ดูเหมือนเงาดำนั้นจะเกรงกลัวแสงทองยิ่งนัก ทันทีที่แสงนั้นสาดส่อง เงาดำก็แผดเสียงกรีดร้องด้วยความเคียดแค้นและเร้นกายหนีไปอย่างลนลาน ซานเป่าจึงเริ่มได้สติ เขาสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่
"พี่ใหญ่! น้องสาว! ช่วยด้วย! ผีหลอกกกก!! น้องสาว! เสี่ยวหยวนเป่า!!!"
เขาร้องะโเสียสติ
เนื่องจากที่นี่เป็หุบเขาเล็ก ๆ เสียงเพียงแ่เบาก็เกิดเสียงสะท้อน วาจาของซานเป่าจึงดังกังวานไปไกลแสนไกล
ต้าเป่าที่กำลังสอนน้องสาวจำแนกสมุนไพรเมื่อได้ยินดังนั้น ก็รีบอุ้มเสี่ยวหยวนเป่าพุ่งทะยานไปยังต้นเสียงทันที
ทางด้านหวังเทียนโกวซึ่งอยู่ใกล้ซานเป่ามากกว่าจึงไปถึงเป็คนแรก
ซานเป่าเมื่อเห็นเขาก็ราวกับเห็นเทพบุตรมาโปรด "เร็วเข้า! พี่เทียนโกว! มาช่วยบังให้ข้าที! ท่านมีเก้าชีวิตไม่ใช่หรือ รีบมาช่วยข้าเร็ว ผีมีจริง ผีมีจริงนะท่าน!"
หวังเทียนโกวเอ่ยแก้ต่างเสียงเรียบ "ยามนี้เหลือเพียงแปดชีวิตแล้ว"
ซานเป่าถึงกับชะงัก
เวลานี้ใช่เวลามาถกเถียงเื่จำนวนชีวิตหรือ!
"พี่เทียนโกว... เหม็นเหลือเกิน! ท่านได้กลิ่นเหม็นนั่นหรือไม่"
หวังเทียนโกวพยักหน้า "คราวนี้ข้าได้กลิ่นแล้ว...เหม็นจริง ๆ"
มันคือกลิ่นเหม็นเน่าของซากศพ
"มันหน้าตาเป็อย่างไร"
ซานเป่าส่ายหัวรัว "มันว่องไวนัก ข้าเห็นไม่ชัด รู้สึกเพียงแต่มันหนาวเย็นและเหม็นสาบยิ่ง เป็เงาดำวูบผ่านไป..."
หวังเทียนโกวเอ่ยถามต่อ "เ้ามี 'ยันต์คุ้มกันภัย' ที่เสี่ยวหยวนเป่ามอบให้ไม่ใช่หรือ"
ซานเป่ารีบล้วงเข้าไปในอกเสื้อ
ทว่าสิ่งที่เขาหยิบออกมากลับกลายเป็เพียงเศษเถ้ากระดาษ!
"ยันต์คุ้มครองกลายเป็เถ้าถ่านไปแล้ว!! เกิดสิ่งใดขึ้นกันแน่"
ซานเป่ายิ่งขวัญเสียกว่าเก่า ในตอนนั้นเอง ต้าเป่าและเสี่ยวหยวนเป่าก็มาถึงจุดเกิดเหตุ
เสี่ยวหยวนเป่าเหลือบเห็นสิ่งนั้นเข้าพอดี "พี่สาม ยันต์คุ้มครองรับเคราะห์แทนท่านไปแล้ว ยามนี้มันจึงสิ้นฤทธิ์เ้าค่ะ"
ซานเป่าร้องะโด้วยความตื่นเต้น "ข้านึกออกแล้ว! เมื่อครู่ยามที่เ้าสิ่งชั่วร้ายนั่นจะกินข้า มีแสงทองสาดออกมาจากตัวข้า คงเป็ยันต์แผ่นนี้เองที่ช่วยรักษาชีวิตสุนัขของข้าไว้..."
เสี่ยวหยวนเป่าขยับจมูกสูดกลิ่นในอากาศ "กลิ่นเหม็นนี้อีกแล้ว! เหอะ! บังอาจมาแตะต้องคนของข้าเสี่ยวหยวนเป่ารึ!"
เ้าก้อนแป้งน้อยเริ่มมีโทสะอย่างชัดเจน ใบหน้าฉายแววอาฆาตและเย็นเยือก แม้จะเป็เด็กน้อยท่าทางนุ่มนิ่ม ทว่าในยามที่นางพลิกโฉมเปลี่ยนสีหน้าเช่นนี้ ผู้คนรอบข้างต่างไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
นางรูดตัวลงจากบ่าของต้าเป่าอย่างว่องไว สองขาก้าวเข้าไปหาซานเป่าและหวังเทียนโกว
"พี่สาม ส่งเถ้ากระดาษยันต์มาให้ข้าเ้าค่ะ"
ซานเป่ารีบส่งเศษเถ้าในมือให้ทันที "เอาไป...เอาไปเลย..."
เสี่ยวหยวนเป่าหยิบเถ้ามาดมเพียงเบา ๆ พลางทอดสายตาไปยังทิศทางด้านหลังของซานเป่า "มันหนีไปทางทิศนี้ใช่หรือไม่เ้าคะ"
"ใช่! มันหนีไปทางนั้นแหละ!"
"มันเพิ่งจากไปไม่นาน ข้าจะไปตามล่ามัน!"
นางกำลังกลุ้มใจที่ไม่รู้จะไปตามหามันได้ที่ใด แต่มันกลับรนหาที่ส่งตัวมาถึงหน้าประตูบ้านเองเช่นนี้ มีหรือนางจะปล่อยให้โอกาสหลุดมือไป
หากยันต์นี้ผู้อื่นเป็คนเขียน นางย่อมไม่อาจตามรอยจากเถ้ากระดาษได้ ทว่ายันต์นี้คือนางผู้ลงมือเขียนเอง ตราบใดที่มันยังหนีไปไม่พ้นร้อยลี้ นางย่อมต้องตามมันทันอย่างแน่นอน
นางประเมินสิ่งนี้ต่ำไปจริง ๆ นึกว่ามันจะออกอาละวาดเพียงยามวิกาล ไม่คาดว่ามันจะบังอาจถึงขั้นออกปรากฏตัวกลางวันแสก ๆ เช่นนี้
เ้าก้อนแป้งน้อยว่องไวปราดเปรียวปานวอก กล่าวจบก็มุดหายเข้าไปในป่าทึบทันที
ต้าเป่ากระทืบเท้าด้วยความขัดใจ ทว่าไม่มีทางเลือกอื่น เขาตัดสินใจพาซานเป่าที่ขวัญหนีดีฝ่อลงจากเขาก่อน เพื่อไปตามคนมาช่วยน้องสาว
หากเป็สิ่งเหม็นเน่าจริง ชาวบ้านกำลังตามหามันอยู่พอดี เขาจะพาคนทั้งหมู่บ้านขึ้นเขามาล้อมจับมันเสีย!
หวังเทียนโกวมองสลับไปมาระหว่างคนสองกลุ่ม เขาขบฟันแน่นแล้วตัดสินใจวิ่งตามเสี่ยวหยวนเป่าไป
ต้าเป่าลอบมองตามด้วยสายตาซาบซึ้งและประหลาดใจ
เ้าน้องหวังเทียนโกวผู้นี้ ในยามหน้าสิ่วหน้าขวานกลับพึ่งพาได้ยิ่งนัก!
ยอดเยี่ยม!
ต้าเป่าไม่รอช้า รีบพยุงซานเป่าที่ตัวสั่นงันงกมุ่งหน้าลงเขาเพื่อเรียกกำลังเสริม ด้วยความที่เขาขาขวายาวกว่าฝีเท้าจึงว่องไว การไปตามคนมาช่วยย่อมทำได้รวดเร็ว
ทางด้านนี้...
จมูกของเสี่ยวหยวนเป่านั้นไวเหลือเชื่อ ฝีเท้านางก็รวดเร็วนัก หวังเทียนโกววิ่งตามจนเหงื่อท่วมตัว กว่าจะรักษาระยะห่างไม่ให้นางทิ้งห่างไปไกลได้ก็นับว่าหืดขึ้นคอ
ระหว่างทาง กิ่งไม้และพุ่มหนามต่างขีดข่วนเสื้อผ้าของทั้งสองจนรุ่งริ่ง ไม่เพียงเสื้อผ้าเท่านั้น แม้แต่ใบหน้าอวบอิ่มก็ถูกกิ่งไม้บาดเป็รอยแดงมีเืซึมออกมาหลายแห่ง
ทว่าเ้าตัวน้อยกลับมีความมุ่งมั่นแรงกล้า เพื่อจะตามล่าไอ้ตัวเหม็นนั่น นางหาได้ใส่ใจต่อความเ็ปแม้แต่นิด
จนกระทั่งมาถึงแอ่งดินเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง เ้าก้อนแป้งน้อยก็หยุดฝีเท้าลง
สถานที่แห่งนี้มีไอดำปกคลุมหนาแน่น แม้จะเป็ยามกลางวัน ทว่าที่นี่กลับมืดมิดประหนึ่งราตรีกาล แสงสว่างไม่อาจส่องถึง
"เสี่ยวหยวนเป่า เกิดสิ่งใดขึ้น" หวังเทียนโกวเอ่ยถาม
ใบหน้าจิ้มลิ้มของเ้าก้อนแป้งน้อยฉายแววเคร่งขรึม แม้กิ่งไม้จะบาดใบหน้าจนเืซิบ แต่นางก็ไม่ได้สนใจเลยแม้แต่น้อย
[1] เถียนชี หรือที่คนไทยรู้จักกันดีในชื่อ 'ซานชี' คือสมุนไพรจีนล้ำค่าชนิดหนึ่ง จัดอยู่ในตระกูลเดียวกับ 'โสม' จนได้ฉายาว่าเป็ 'โสมเทียม' หรือ 'าาแห่งสมุนไพรบำรุงเื'