ตอนที่ 1 — ปีกหงส์ร่วงหล่น
กลิ่นหอมแห้งเฉาของดอกซ่อนกลิ่นที่ตกค้างบนโต๊ะหินอ่อนกลางห้องโถงใหญ่ คล้ายจะเป็สิ่งเดียวที่ยังคงยืนยันว่าคฤหาสน์ศิริกุลวานิชแห่งนี้เคยผ่าน่เวลาแห่งความรุ่งโรจน์อันอบอุ่นมาก่อน ก่อนที่พายุฝนกระหน่ำในยามบ่ายจะพัดพาทุกสิ่งทุกอย่างให้จมดิ่งลงสู่ความมืดมน เสียงหยาดน้ำฝนซัดสาดกระทบกระจกหน้าต่างบานใหญ่ด้านทิศตะวันตกดังระงมไม่ขาดสาย คล้ายเสียงกรีดร้องเงียบงันของโชคชะตาที่กำลังเยาะเย้ยคุณหนูทายาทคนสุดท้ายของตระกูล
ณิชารินทร์ ศิริกุลวานิช ยืนนิ่งอยู่หน้ารูปถ่ายกรอบทองขนาดใหญ่ของบิดามารดา แววตาสนิ่งสงบดุจผิวน้ำที่เยือกแข็งไร้รอยกระเพื่อม ปลายนิ้วเรียวสวยลูบไล้แผ่นกระดาษแข็งสีหม่นในซองจดหมายที่เพิ่งถูกส่งมาเมื่อเช้าอย่างแ่เบา มันเป็เอกสารทวงถามหนี้สินจากนายหน้าจำนองนอกระบบที่เป็นอมินีของลูกพี่ลูกน้องสารเลวของเธอ บิดาและมารดาของเธอเพิ่งเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถยนต์ตกคอสะพานเมื่อสามสัปดาห์ก่อน ท่ามกลางฝนหลงฤดูที่ตกกระหน่ำอย่างรุนแรง อุบัติเหตุทางถนนธรรมดาที่ทางตำรวจสรุปว่าเป็ความประมาทและสภาพทัศนวิสัยที่ย่ำแย่ แต่ความสูญเสียกะทันหันนี้ทิ้งตะกอนคำถามเงียบงันปนความแค้นใจไว้ในก้นบึ้งของหัวใจลูกสาวคนเดียวผู้ไร้ที่พึ่งพิง
สี่ทศวรรษแห่งความมั่งคั่งของศิริกุลวานิชพังทลายลงในชั่วพริบตา ไม่ใช่เพราะการบริหารงานที่ล้มเหลว แต่เกิดจากการเตรียมการโอนสิทธิ์และทรัพย์สินอย่างน่าสงสัยของคนใกล้ชิดในยามที่ตระกูลของเธอตกต่ำที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "ที่ดินท่าเรือเก่าศิริกุลวานิชริมแม่น้ำเ้าพระยา" ซึ่งเป็ที่ดินร่องน้ำลึกผืนใหญ่ยุทธศาสตร์มูลค่าตลาดกว่าสองพันล้านบาท ที่ดินผืนงามนี้ตั้งอยู่ติดกับอาณาเขตท่าเทียบเรือตู้สินค้าหลักของอัศวภาคินกรุ๊ป ซึ่งบิดาของเธอปฏิเสธที่จะขายให้แก่คิรินทร์มาโดยตลอด บัดนี้อัครพลและทนายประจำตระกูลกำลังวางแผนฉ้อโกงเพื่อบีบบังคับเอาที่ดินผืนนี้ไปขายต่อให้แก่กลุ่มวัชรไพศาลซึ่งเป็คู่แข่งอันดับหนึ่งของอัศวภาคินกรุ๊ป
หญิงสาวขยับตัวช้า ๆ เสื้อผ้าเดรสเข้ารูปไหมยาวสีดำสนิทเน้นทรวดทรงสรีระและส่วนโค้งเว้าตามธรรมชาติของร่างกายอย่างมิดชิด แต่สะกดสายตาทุกคู่ที่มองมาอย่างช่วยไม่ได้ ผิวบ่าขาวเนียนสะท้อนแสงไฟสลัวจากโคมระย้าคริสตัลที่กำลังจะถูกตัดไฟถอดถอนออกไปในอีกไม่ช้า ร่างบางสูดหายใจเข้าลึก ๆ ซึมซับกลิ่นอายสุดท้ายของบ้านที่เธอเติบโตมา ั้แ่ชั้นล่างไปจนถึงห้องนอนบนสุดที่เคยมีความทรงจำแสนหวาน บัดนี้กลับกลายเป็พื้นที่ว่างเปล่าที่พร้อมจะปิดตายลงชั่วนิรันดร
กริ๊ง— เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าถือดังขึ้นทำลายความเงียบงัน หน้าจอแสดงชื่อของ ‘ลุงธวัชชัย’ ทนายความประจำตระกูลที่สนิทสนมและคอยดูแลเธอมาั้แ่เด็ก ทายาทสาวมองหน้าจอเงียบ ๆ อยู่ชั่วอึดใจ ก่อนจะกดตัดสายทิ้งอย่างไม่ใยดี ในวินาทีนี้ เธอไม่หลงเหลือความเชื่อใจให้ใครหน้าไหนอีกแล้ว แม้แต่ลุงทนายแสนดีที่คอยแสร้งมาตักเตือนพฤติกรรมของอัครพลด้วยความหวังดี เพราะเธอเพิ่งพบร่องรอยการโอนย้ายทรัพย์สินมรดกบางส่วนที่พ่อของเธอทิ้งไว้ให้หลังความตาย ซึ่งมันเชื่อมโยงเข้าหาบัญชีปลายทางที่เป็สิทธิ์ถือครองส่วนตัวของทนายประจำตระกูลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
แกร็ก— เสียงกลอนประตูด้านหน้าคฤหาสน์ถูกปลดล็อกกางปีกต้อนรับผู้บุกรุก ตามมาด้วยเสียงฝีเท้ากระแทกหนัก ๆ ของชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งที่เดินเข้ามาในโถงใหญ่โดยไม่เกรงใจเ้าของบ้าน หญิงสาวหันกลับมามองอย่างช้า ๆ มือเรียวบางลดลงข้างลำตัว แผ่นหลังเหยียดตรงอย่างสง่างามดุจหงส์ป่าที่ไม่ยอมงอหัวให้แก่ภัยอันตรายใด ๆ
อัครพล ศิริกุลวานิช เดินนำหน้าเข้ามาพร้อมกับบอดี้การ์ดสองคนในชุดสูทสีเข้ม ใบหน้าของลูกพี่ลูกน้องคนสนิทเต็มไปด้วยความแสยะยิ้มอันน่ารังเกียจ ขณะที่ด้านหลังของเขามีทนายธวัชชัยเดินตามเข้ามาด้วยสีหน้าห่วงใยและเคร่งเครียด
“ไง ณิชา... ยังอาลัยอาวรณ์บ้านหลังนี้อยู่อีกเหรอ” อัครพลแสยะยิ้มกวาดสายตามองรอบห้องอย่างจงใจเหยียบย่ำ “เก็บของเสร็จหรือยังล่ะ คฤหาสน์หลังนี้กับที่ดินท่าเรือศิริกุลวานิชกำลังจะโดนยึดแล้วนะ ตามตั๋วสัญญาใช้เงิน* กับหนังสือรับสภาพหนี้ฉบับนี้เลย พ่อแกเซ็นค้ำประกันหนี้ก้อนโตไว้ก่อนตาย และตอนนี้ฉันเป็เ้าหนี้รายใหญ่ที่มีสิทธิ์ยึดทุกอย่าง!”
ชายหนุ่มร่างสันทัดโยนแฟ้มเอกสารสัญญากู้นอกระบบและหนังสือรับสภาพหนี้ที่ปลอมแปลงลายมือชื่อของบิดาณิชาลงบนโต๊ะกระจกหรูด้านหน้าหญิงสาวดังปัง อัครพลขยับตัวประชิดเตรียมจะกระชากไหล่บางข่มขู่เพื่อให้เธอขนของออกไปทันที
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ อัครพล!” ทนายธวัชชัยก้าวเข้ามาร้องห้ามเสียงดัง ก่อนจะยกมือขึ้นผลักอกอัครพลให้ถอยห่างออกไปจากตัวหลานสาว แววตาของทนายความวัยกลางคนเต็มไปด้วยความไม่พอใจอย่างสุภาพ “หนูณิชาเพิ่งเสียพ่อแม่ไปไม่ถึงเดือน แกยังมีสำนึกความเป็พี่น้องอยู่บ้างไหม เอกสารจำนองพวกนี้ยังมีช่องโหว่ทางกฎหมายที่ต้องสู้กันในศาลอีกนาน!”
อัครพลพ่นลมหายใจขึ้นจมูก แสยะยิ้มแต่ยอมถอยหลังไปยืนกอดอกข้างการ์ดร่างั์ แสร้งส่งเสียงจิ๊ปากในลำคอราวกับขัดใจในความหวังดีของทนายความ
“ณิชา... ฟังลุงนะ หนี้สินจำนองกับเื่คดีอุบัติเหตุของพ่อแม่มันซับซ้อนเกินกว่าที่หนูจะจัดการเองไหว” น้ำเสียงของธวัชชัยสั่นเครือ แสร้งแสดงความห่วงใยสุดซึ้ง “ทางเดียวที่ลุงจะช่วยคัดค้านตั๋วเงินปลอมของอัครพลในศาล และปกป้องสิทธิ์มรดกทั้งหมดของหนูได้ คือหนูต้องลงชื่อในหนังสือมอบอำนาจแต่งตั้งทนายและผู้จัดการทรัพย์สินฉบับนี้ ลุงจะเข้ามาดูแลเื่เอกสารและคุมกฎหมายให้หนูทุกอย่างเอง”
ทนายความวัยกลางคนยื่นเอกสารสีขาวสะอาดและปากกาด้ามทองเหลืองหรูมาตรงหน้าคุณหนูตกยาก แววตาของเขาแฝงความคาดหวังระคนกดดันอย่างประหลาด มันเป็ประกายตาเรียบเฉียบที่พยายามซ่อนความกระหายตราสารมรดกเอาไว้ลึกสุดหยั่ง
ทายาทสาวมองเอกสารสีขาวใบนั้น แววตาของเธอยังคงนิ่งสนิทดุจผิวน้ำที่เยือกแข็ง เธอสังเกตพบประกายตาอันโลภโมโทสันของธวัชชัย และการหันไปสบประสานสายตาส่งซิกแบบเงียบเชียบกับอัครพลเื้ั รอยยิ้มสมรู้ร่วมคิดแ่เบาที่พวกร้ายสองคนพยายามเก็บงำทำลายละครฉากนี้ลงอย่างสิ้นเชิง
แท้จริงแล้ว... ทั้งสองคนต่างเล่นบทตำรวจดีและตำรวจเลว (Good Cop, Bad Cop) อัครพลรับหน้าที่คุกคามขับไล่กดดันให้เธอกลัว ส่วนลุงทนายสวมหน้ากากคนดีเข้ามารองรับเพื่อให้เธอเซ็นเอกสารโอนอำนาจการจัดการทรัพย์สินมรดกและเอกสารที่ดินผืนงามให้แก่พวกลวงโลกอย่างราบรื่นและสมัครใจ
“ถ้าฉันเซ็น... พวกคุณคงจะแบ่งสมบัติและปิดคดีอุบัติเหตุของพ่อแม่อย่างมีความสุขสินะคะ” หญิงสาวพูดขึ้นเบา ๆ น้ำเสียงหวานลื่นแต่นิ่งเรียบประหนึ่งสายลมฤดูหนาวที่พัดผ่านธารน้ำแข็ง
“ณิชา! หนูพูดเื่อะไรกัน ลุงเป็ทนายของพ่อหนูนะ ลุงพยายามช่วยหนูอยู่!” ลุงทนายรีบขัดขึ้น สีหน้าเปลี่ยนเป็เคร่งเครียดปนตระหนกยามที่สังเกตพบแววตารู้ทันของหลานสาว
ร่างบางเอื้อมมือบางเรียวสวยไปหยิบเอกสารแต่งตั้งทนายความสีขาวขึ้นมา ปลายนิ้วลูบผ่านกระดาษช้า ๆ ก่อนจะสบตากับทนายวัยกลางคนและอัครพล รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากของพญาหงส์ผู้งดงาม รอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของคนชั่วทั้งสองเต้นผิดจังหวะด้วยความหวาดเกรงในสิ่งที่เธอกำลังจะทำ
แคว่ก—
เสียงฉีกกระดาษสีขาวดังลั่นห้องโถงใหญ่ ทลายความเงียบสงบและขัดแรงพายุฝนภายนอก หญิงสาวใช้มือทั้งสองข้างฉีกเอกสารแต่งตั้งทนายความออกเป็สองซีกอย่างใจเย็น ก่อนจะพับมันทบกันและฉีกซ้ำจนกลายเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อย เธอปล่อยเศษกระดาษเ่าั้ให้ร่วงหล่นลงในถังขยะโลหะข้างโต๊ะทีละชิ้น ประหนึ่งกำลังโยนเศษซากความเชื่อใจในอดีตลงสู่ถังขยะลึก
“ณิชา! นี่แกกล้าดียังไง!” อัครพลแผดเสียงโกรธจัด ง้างมือขึ้นเกือบจะชี้หน้าด่า แต่แววตาเฉียบคมสะกดนิ่งของณิชาสะกดแขนของเขาให้ค้างอยู่กลางอากาศ
“ณิชาดูแลตัวเองได้ค่ะลุงธวัชชัย...” ทายาทสาวเอ่ยประโยคนั้นเสียงเรียบ มือบางดึงหูหิ้วกระเป๋าเดินทางใบลับขนาดกลางที่เธอเตรียมไว้เสร็จสิ้นก้าวผ่านหน้าบอดี้การ์ดทั้งสองอย่างองอาจดุจหงส์ป่าผู้หยิ่งผยองในเกียรติ “ส่วนพี่อัครพล... รักษาคฤหาสน์หลังนี้ไว้ให้ดี ๆ นะคะ เพราะอีกไม่นาน ฉันจะกลับมาทวงคืนทุกตารางนิ้ว รวมถึงที่ดินท่าเรือ และสืบหาความจริงเื้ัเื่ราวทั้งหมดด้วย”
เธอดินออกจากห้องโถงใหญ่ผ่านประตูกระจกบานเลื่อนสู่พายุฝนภายนอกโดยไม่หันกลับไปมองซากความพินาศเื้ั รถแท็กซี่คันสีขาวที่เรียกผ่านระบบแล่นเข้ามาจอดรอรับที่ขอบประตูคฤหาสน์ ณิชาขึ้นรถเดินทางหลีกหนีห่างจากพื้นที่อันตรายทันควัน
ภายในห้องโดยสารรถแท็กซี่ที่เย็นเยียบและเงียบสงบ หญิงสาวเอนหลังพิงเบาะหนังช้า ๆ หยิบสมุดบันทึกปกหนังสีดำเล่มเล็กของพ่อที่เธอซ่อนไว้ในร่องซิปด้านในสุดของกระเป๋าเดินทางออกมา ปลายนิ้วััอักษรลายมือของพ่อที่เขียนถึงเครือข่ายความมั่นคงข้อมูลของอัศวภาคินกรุ๊ป และชื่อของมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลที่คุมธุรกรรมน่านน้ำมืดของตระกูลอัศวภาคิน...
‘คิรินทร์ อัศวภาคิน’
มาเฟียทรราชผู้ควบคุมข้อมูลระบบขนส่งสินค้าทางเรือของอัศวภาคินกรุ๊ป หญิงสาวจ้องมองชื่อนั้นด้วยดวงตาที่เปล่งประกายมุ่งมั่นและเย็นเฉียบ เธอรู้ดีว่าการจะสู้กับคนชั่วที่มีกฎหมายและอิทธิพลในมืออย่างลุงธวัชชัยและอัครพล เธอ้าพันธมิตรที่ทรงอำนาจและมีอิทธิพลมืดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดมาช่วยขัดขวางศัตรู
“ถ้าพวกมันคิดจะเล่นเกมนอกกฎหมาย... ฉันก็จะหาคนประเภทที่อยู่เหนือกฎหมายมาเป็เกราะป้องกันและบดขยี้พวกมันเอง”
หญิงสาวกระซิบประโยคนั้นเบา ๆ แววตาจ้องมองออกไปนอกกระจกหน้าต่างรถแท็กซี่ที่พรมไปด้วยละอองฝน มองดูเป้าหมายปลายทางคือคลับหรู VIP อัศวภาคินกรุ๊ปที่ตั้งตระหง่านอยู่ริมแม่น้ำเ้าพระยา พญาหงส์ปีกเหล็กพร้อมกางปีกบินเข้าหารังัแล้วในค่ำคืนนี้
---
ความเงียบสงบปกคลุมคฤหาสน์ศิริกุลวานิชยาวนานหลายชั่วโมงหลังจากที่คุณหนูตกยากเดินจากไป ทิ้งไว้เพียงซากปรักหักพังแห่งความละโมบของอัครพลและแววตาระแวดระวังของทนายธวัชชัย
บนเส้นทางถนนสายหลักสู่ใจกลางเมืองหลวง ท่ามกลางสภาพจราจรที่ติดขัดหนาแน่นจากน้ำท่วมขังบนพื้นผิวถนน ร่างบางนั่งเฝ้ามองหยาดน้ำฝนที่ไหลรินเป็สายบนบานกระจกหน้าต่างรถยนต์ เธอไม่ได้ร้องไห้ ไม่ยอมเสียน้ำตาแม้แต่หยดเดียวให้แก่ความพ่ายแพ้ในยกแรก สมองอันเฉียบคมกำลังประมวลผลข้อมูลของพ่อที่เธอเก็บรักษาไว้ในแฟลชไดรฟ์ขนาดเล็กที่ห้อยไว้กับพวงกุญแจส่วนตัว
พิกัดธุรกรรมที่เชื่อมโยงไปยังเซิร์ฟเวอร์บนเกาะศิลาทมิฬ ซึ่งเป็เกาะส่วนตัวของราเชนทร์ เพื่อนสนิทของคิรินทร์ ชี้ให้เห็นว่าอัศวภาคินกรุ๊ปมีช่องทางธุรกรรมลับที่ลุงธวัชชัยพยายามแฝงช่องโหว่ดักข้อมูลสัญญาร่วมค้า และคิรินทร์ อัศวภาคิน มาเฟียหนุ่มคือผู้ถือสิทธิ์ควบคุมสูงสุด หากเธอเสนอดีลความร่วมมือกับคิรินทร์เพื่ออุดรอยรั่วนี้ แลกกับการได้เขามาร่วมมือยับยั้งอัครพลในการโกงขายที่ดินท่าเรือเก่าศิริกุลวานิช ซึ่งมีอาณาเขตติดกับพอร์ตของคิรินทร์ คิรินทร์ย่อมยินดีร่วมมืออย่างแน่นอนเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจสองพันล้านบาทที่จะปกป้องคู่แข่งไม่ให้เข้ามาขัดขวางเส้นทางเดินเรือของตน
รถแท็กซี่แล่นมาจอดเทียบท่าด้านหน้าคลับระเบียงกระจกสูงหรูริมฝั่งแม่น้ำเ้าพระยา แสงไฟนีออนสลัวสีน้ำเงินเข้มและสีม่วงสะท้อนบนผิวน้ำที่ปั่นป่วนจากแรงคลื่นลมพายุ ทายาทสาวขยับเดรสไหมสีดำเข้ารูปยาวเรียบร้อย ก้าวออกจากรถด้วยความสง่างาม ดึงความสุขุมและเสน่ห์ความเซ็กซี่ธรรมชาติของพญาหงส์ที่หยิ่งผยองขึ้นมาสวมทับ เพื่อเดินเข้าสู่รังของัไร้ใจที่กำลังเฝ้ารอคอยเธออยู่ในคืนนี้
ความเยือกเย็นของกรงขังักำลังจะเริ่มต้น และเธอไม่มีวันถอยหลังกลับไปสู่กองเถ้าถ่านเดิมอีกต่อไป
---
*เชิงอรรถ: ตั๋วสัญญาใช้เงิน (Promissory Note) คือหนังสือตราสารทางการเงินประเภทหนี้ที่ผู้ออกตั๋วให้คำมั่นสัญญาว่าจะจ่ายเงินจำนวนหนึ่งให้แก่ผู้รับเงินตามกำหนดเวลาที่ระบุไว้ในตั๋ว