ทุกอย่างรอบตัวของฉันมันมืดมิดไปหมดั้แ่ที่ฉันยังจำความได้ ฉันไม่รู้ว่าที่นี่คือที่ไหนแล้วตัวฉันคืออะไร ั้แ่ฉันจำความได้...รอบตัวของฉันมีแต่หนาวเย็นและความมืดมิด...มืดสนิท ทำไมทุกอย่างถึงได้มืดมนอย่างนี้ล่ะ? ฉันคอยถามตัวเองซํ้าแล้วซํ้าเล่าแต่ไม่มีใครตอบหรือแม้กระทั่งเสียงสะท้อนกลับมา เสียงของฉันนั้นส่งไปไม่ถึงใครเลยแม้แต่นิดเดียว ไม่ว่าจะหันไปทางไหน... ฉันก็มองไม่เห็นอะไรเลย แม้แต่จะพยายามขยับร่างกายของฉันดู...ฉันยังทำไม่ได้เลย
ทุกวินาทีที่ฉันรู้สึกตัว ฉันรู้สึกทรมานจากความโดดเดี่ยวเดียวดายอย่างมาก แม้แต่จะร้องไห้ออกมา...ยังทำไม่ได้ ฉันเป็ใคร... หรือที่จริงฉันเป็ตัวอะไรกันแน่? แล้วทำไมฉันต้องมาทนทุกข์กับอะไรแบบนี้ด้วย...
บางครั้งบางคราว ฉันจะได้ยินเสียงของใครบางคนดังขึ้นมา เสียงนั่นเป็เสียงของหญิงสาวคนหนึ่ง...เป็เสียงที่นุ่มนวลอย่างมาก
'อ...อา-'
ฉันพยายามส่งเสียงเรียกแต่ว่าฉันไม่รู้ว่าฉันควรจะพูดอะไรหรือแม้แต่พูดยังไง... เธอพูดอะไรหลายอย่างที่ฉันไม่เข้าใจและฉันทำได้แต่พยายามพูดตามเธอเรื่อยมา ดูเหมือนว่าเธอพยายามสอนอะไรบางอย่าง... ทั้งคำสั้นๆ ง่ายๆ เสียงต่างๆ รวมถึงการออกเสียงแปลกๆ ที่ฉันทำได้แค่พยายามเลียนแบบ ถึงแม้จะมีคำถามหลายอย่างที่ไม่เข้าใจ ฉันก็ไม่สามารถถามกลับไปได้
ฉันพยายามพูดตามเธอไปเรื่อยๆ จนกระทั่งรู้สึกตัวอีกทีก็พอจะจับใจความอะไรหลายๆ อย่างได้ เธอคนนั้นเริ่มที่จะสอนอะไรหลายอย่างให้ฉันนอกจากแค่การพูด ทั้งการคำนวณและความรู้พื้นฐานต่างๆ มากมาย แต่ว่าทั้งหมดนั่นล้วนเป็สิ่งที่ฉันไม่สามารถเข้าใจได้เลย... ฉันไม่เข้าใจว่าอะไรคืออะไร
"นี่จ้ะ นี่คือแอปเปิลนะ ลองกินดูสิ เดียวแม่ปอกเปลือกให้"
'อ-แอปเปิ้ล'
ไม่ใช่สิ
'แอปเปิล...สินะ'
ฉันพูดชื่อที่ได้ยินออกมา ความสงสัยก่อตัวในใจฉันมากมาย
อะไรคือแอปเปิล?
'ค-คุณแม่ อะไรคือแอปเปิล'
ไม่มีเสียงตอบกลับมา คุณแม่ยังคงพูดต่อไปเรื่อยๆ ในขณะที่ฉันก็คอยพูดตาม เหมือน'คุณแม่'จะพูดอยู่กับใครสักคนแต่ที่แน่ๆ คงไม่ใช่ฉัน นั่นสินะ... ฉันมันไม่มีตัวตนนี่นะ ฉันได้ยินชื่อของกินต่างๆ มากมาย พวกมันฟังดูน่ากินมากๆ เลยล่ะ คงจะน่าจะอร่อยน่าดูเลย ฉันละอิจฉาคนที่ได้กินของกินเหล่านี้จริงๆ
อยากจะลองกินดูสักครั้งจัง...
นอกจากหัวข้อของกินที่ทำให้ฉันอยากลองกินดูแล้ว ยังมีหัวข้ออื่นที่ยากเกินความเข้าใจฉันอีกมากมาย ทั้งชื่อคน ชื่อเมือง เผ่าพันธุ์ต่าง ๆ ตามแต่ละพื้นที่ เวทมนตร์ และอีกหลายหัวข้อที่ฉันไม่เข้าใจ
แต่ว่าคำบรรยายจากคุณแม่นั่นมันไม่เพียงพอที่จะทำให้ฉันเข้าใจได้ว่าอะไรคืออะไร แต่การฟังเื่พวกนี้แทบจะทำให้ฉันลืมเื่ความมืดมิดรอบตัวฉันไปได้เลย... แค่แทบจะนะ
"หืม~ หืม~ หืม~"
'หืม~ หืม~ หืม~'
นานๆ คุณแม่จะร้องเพลงให้ฟัง แล้วฉันก็จะพยายามร้องตามเธอเสมอ
เสียงฮัมเพลงของคุณแม่นั่นแม้จะเบา แต่ก็ทอดยาวเป็ทำนองของมันเอง อ่อนโยนและไพเราะมากๆ เลย
ตอนแรกที่ได้ยินคุณแม่ร้องเพลงนั่นฉันใมากเลยล่ะว่าเธอกำลังทำอะไร แต่ว่าพอฟังไปเรื่อยๆ แล้ว... มันทำให้ฉันรู้สึกดีอย่างไม่น่าเชื่อเลยล่ะ
'ฮืม~ ฮืม~ หืม.. หืม~ หืม~ หืม...'
ฉันมักจะฮัมเพลงตามจังหวะที่ได้ยินมาเสมอเวลาที่ทุกอย่างเงียบสงบ เพราะว่าทั้งความโดดเดี่ยว... แล้วก็ความหนาวเย็นที่ฉันรู้สึกนั่นหายไปเหมือนโดนลบออกไปเลยล่ะเวลาที่ได้ร้องเพลง
พอฉันทำตามท่านแม่ไปเรื่อยๆ ตอนนี้ฉันไม่ได้แค่ฮัมเพลงเป็แล้วล่ะ บางครั้งฉันก็ร้องออกมาเป็เนื้อเพลงจริงๆ
'ฮืม~ ฮืม~ ฮืม...'
'ฉันว่าเธอร้องเสียงต่ำไปนะเมื่อกี้นะ แม่ไม่ได้ร้องท่อนนี้แบบนี้ไม่ใช่เหรอ'
มีอีกเสียงดังขึ้นแทรกทันที หลังที่ฉันร้องจบ
'มันต้อง ฮืม~ หืม~ หืม~ ไม่ใช่เหรอ'
เสียงนั้นพูดต่ออย่างมั่นใจว่านั้นคือสิ่งที่ท่านแม่ร้อง
ใช่แล้วล่ะ... ่หลังๆ มานี้มีเสียงอีกเสียงเพิ่มเข้ามา เธอคอยพูดกับฉันมาเสมอและก็ดูเหมือนว่าเธอจะอยู่ในสถานะเดียวกับฉันเลยตอนแรกที่ฉันรู้จักกับเธอนั่น ฉันพยายามสอนสิ่งที่ฉันรู้มาจากท่านแม่ให้เธออยู่เรื่อยๆ เสมือนเธอเป็น้องของฉันเลยล่ะ ฉันรู้สึกดีมาก... ที่อย่างน้อยฉันได้เจอคนที่สามารถพูดคุยกับฉันได้ตลอดเวลา แต่ว่า...
'ไม่ ไม่ ไม่! อันนี้แม่อ่านว่า 'เรโซแนนซ์' เร-โซ-แนน รวมกันเป็ 'ไพรมัล เรโซแนนซ์''
'ร-เร-โซ... ห่ะ? ท่านแม่ไม่ได้อ่านแบบนั้นหรอกเหรอ...'
เธอชอบบ่นมากเลยล่ะ ถึงแม้ว่าเธอจะเรียนรู้ไวแล้วก็เก่งกว่าฉันก็ตาม... แล้วดูเหมือนเธอจะรู้อะไรเยอะกว่าฉันด้วย เพราะบางอย่างที่ท่านแม่อธิบายแล้วฉันไม่เข้าใจ เธอจะคอยพยายามอธิบายให้ฉันเข้าใจอยู่เสมอ
'ส่วนอันนี้มันคูณกันแล้วได้เท่านี้นะ ที่เธอคิดไว้มันผิดแล้วนะ'
'โห้~ เก่งจังเลยนะเธอเนี่ย'
'ก-ก็ไม่ได้ขนาดนั้นหรอก...!'
เธอพูดออกมาเสียงเบา พยายามปฏิเสธที่ฉันชม
เมื่อกี้ฉันรู้สึกได้เลยว่า...เธอกำลังเขินอายด้วยล่ะ
ดูเหมือนว่าตอนนี้... ฉันจะดูไม่เหมือนพี่สาวของเธอเท่าไรแล้วละนะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า—
ถึงเธอจะน่ารำคาญไปบ้าง แต่เธอก็เป็เพื่อนที่ดีเลย
'ว่าแต่ว่าทำไมเธอถึงเข้าใจเื่ยากๆ ที่ท่านแม่เล่าให้ฟังได้ละ?'
ฉันสงสัยมาตลอดเลยว่าทำไมเธอถึงเข้าใจเื่ต่างๆ ได้แม้จะไม่เห็นว่ามันคืออะไร จึงลองถามเธอดู
'ฉ-ฉันก็...ไม่รู้เหมือนกันนะว่าทำไมถึงรู้ว่าอะไรเป็อะไร'
เธอพูดด้วยนํ้าเสียงที่ลังเล ไม่เหมือนที่เธอพูดตามปกติ
'พอแม่พูดขึ้นมา ฉันก็เข้าใจได้เลย...แปลกดีใช่ไหมล่ะ'
'อื้อ อื้อ— แปลกสุดๆ เลยล่ะ'
ฉันตอบเธอโดยไม่ลังเลเลย ก็มันแปลกนี่นา... ฉันอยู่มานานกว่าเธอแต่กลับไม่เข้าใจอะไรได้เลย แต่แค่เธอได้ยิน... ไม่ช้าเธอก็ทำความเข้าใจได้แล้วนะ หรือว่า...นี่คือสิ่งที่ท่านแม่เรียกว่าอัจฉริยะ? ฉันล่ะอิจฉาความอัจฉริยะนี่จังเลย
หลังๆ มานี้มีหลายครั้งที่พวกเราเห็นภาพบางอย่าง มันเป็ภาพรางๆ ของโลกข้างนอกนี้ มีเงาสีขาวจางๆ ของผู้หญิงที่มีปีกสองคน ปรากฏขึ้นในความมืด... พวกเธอนั้นมักจะคุยกันอยู่เสมอเวลาที่พวกเราเห็นพวกเธอแต่เสียงที่พวกเราได้ยินกลับมีแค่เสียงเดียว เสียงของ 'ท่านแม่'
เพื่อนคนเดียวของฉันบอกว่าคนที่ตัวสูงกว่านั้นน่าจะเป็เ้าของเสียงของ 'ท่านแม่' แต่เธอไม่รู้ว่าอีกคนที่ตัวเล็กกว่าคือใคร... แต่นั่นไม่สำคัญเท่ากับที่พวกเราสามารถมองเห็นโลกภายนอกได้ การฟังท่านแม่เล่าอะไรสักอย่างนั้น กลายเป็เื่ที่ง่ายขึ้นกว่าเดิม เพราะว่าบางครั้งพวกเราก็จะเห็นภาพประกอบด้วย อย่างน้อยฉันก็ไม่ต้องมาฟังเพื่อนคนนี้บ่นใส่ฉันเวลาฉันไม่เข้าใจตลอดเวลาแล้วนะ ฮะ ฮะ ฮะ—
ไม่รู้ว่าผ่านมานานแค่ไหนแล้ว แต่ว่าเราสองคนใช้เวลาอยู่ด้วยกันมาเรื่อยๆ คอยสอนกันและกันมาโดยตลอด ไม่สิ... ต้องบอกว่าท่านแม่กับเธอคนนั้นเป็คนสอนฉันซะมากกว่าละน่ะ
'นี่ๆ—'
'หืม? มีอะไรเหรออยู่ๆ ก็เรียกแบบนี้ วันนี้มาแปลกนะ...'
'ห่ะ? นี่...ประโยคหลังไม่ต้องพูดก็ได้มั้ง'
ฉันอยากจะถามอะไรเธอหน่อย แต่ก็สมกับเป็เธอละน่ะ เธอพูดได้ไม่ค่อย—อ้อมค้อมเลย
'โทษทีๆ ว่าแต่มีอะไรเหรอ?'
เธอขอโทษฉันแล้วก็ถามกลับมา
'เราก็อยู่ที่นี่กันมานานแล้วน่ะ... พวกเราคืออะไร? เราจะได้ออกไปจากที่นี่ไหม ฉัน...อยากเห็นที่อื่นที่ไม่ใช่ที่มืดๆ แบบนี้น่ะ-'
ฉันตัดสินใจถามเธอเพราะเห็นว่าเธอเข้าใจอะไรเก่งกว่าฉันในทุกๆเื่
'ฉัน...'
เธอไม่ได้พูดออกมาเลย เหมือนเธอไม่ค่อยอยากจะพูดสิ่งที่อยู่ในใจออกมาก
'...ไม่รู้น่ะ ั้แ่ฉันมีชีวิตขึ้นมาก็ไม่เห็นอะไรเลย น่าจะเหมือนเธอเลยด้วย ทุกอย่างที่ฉันรู้ก็รู้มาจากแม่ทั้งหมดเลย'
'ม-ไม่มีอะไรอย่างอื่นเลยเหรอ... อะไรก็ได้ที่ทำให้เราหลุดจากที่นี่ไปได้น่ะ...'
'...ขอโทษนะ'
เธอขอโทษฉันแล้วก็นิ่งเงียบไป
'ต-แต่เธอเก่งกว่าฉันทุกอย่างเลยนะ อ...อะไรก็ได้ พอจะนึกอะไรออกไหม!?'
เสียงของฉันดังขึ้นโดยที่ฉันไม่รู้ตัว ราวกับว่าเธอมีคำตอบและฉัน้าคำตอบนั่นให้ได้
'...'
เธอไม่พูดอะไรต่อและคอยฟังอยู่เงียบๆ
'อึก... ฮะ ฮะ นั่นสินะ... ฉันไม่ควรถามอะไรแบบนี้เลย'
เสียงสะอื้นเล็กๆ หลุดออกมาจากนํ้าเสียงของฉัน
'ขอโทษนะ... ฉันไม่ควรขึ้นเสียงใส่อารมณ์กับเธอแบบนั้น'
พอฉันเริ่มใจเย็นลงมานิดหนึ่งแล้ว รู้สึกตัวว่าพูดอะไรไปจึงขอโทษเธอไป ฉันทำตัวไม่สมกับเป็ตัวเองเลย อาจจะเป็เพราะฉันคิดว่าเธอพอจะรู้อะไรบ้าง แต่ฉันไม่ได้คิดเลยว่าเธอก็อยู่ที่นี่กับฉันเหมือนกัน
'ฉันเข้าใจเธอดีเลยล่ะ ฉันก็อยากออกไปเหมือนกัน'
'แต่... ฉันก็ไม่ควรไปขึ้นเสียงใส่เธอนะ ทั้งๆ ที่เราทั้งคู่ก็อยู่ด้วยกันมาตั้งนานแล้วน่ะ...'
ฉันรู้สึกผิด อย่างน้อยฉันก็อยากให้เธอว่าฉันหน่อยสักนิดหนึ่ง แต่เธอก็ยังคงนิ่งเฉยก่อนพูดต่อ
'ไม่เป็ไรหรอก นานๆ ทีก็ระบายความในใจออกมาให้ฉันฟังก็ได้นะ ฉันจะคอยฟังอยู่เสมอ'
'ขอบคุณนะ...'
ฉันรู้สึกดีที่อย่างน้อย... ฉันยังมีเธอคอยอยู่เคียงข้างฉันในที่แบบนี้
'นี่... มาสัญญากันไหม'
'หืม—สัญญา?'
'ก็นั่นไง สิ่งที่คนสองฝ่ายคุยกันแล้วก็ตกลงกันว่าจะทำอะไรร่วมกันไง'
'สัญญาเหรอ... ได้สิ แต่ว่าเื่อะไรเหรอ?'
ฉันเอ่ยปากถามเกี่ยวกับสัญญาที่เธอพูดถึง ฉันไม่รู้ว่าใจความสำคัญของมันคืออะไร แต่ฉันรู้สึกว่ามันจะต้องเป็สัญญาที่สำคัญสำหรับเราทั้งคู่แน่ๆ
'ถ้าพวกเราได้ออกไปจากที่นี่ เราไปทำสิ่งที่พวกเราอยากจะทำกันเถอะ เธอก็มีใช่ไหมล่ะ? สิ่งที่อยากทำข้างนอกนี่นะ'
'สิ่งที่ฉันอยากทำเหรอ... ฉันอยากลองกินอะไรหลายๆ อย่างที่ท่านแม่พูดมา ล-แล้วก็เที่ยว! ฉันอยากเห็นอะไรหลายๆ อย่างที่ท่านเคยเล่าให้ฟังน่ะ!'
นํ้าเสียงของฉันตอนนี้ฟังดูตื่นเต้นกว่าปกติมากเลยล่ะ แค่คิดว่าถ้าได้ทำอะไรหลายๆ อย่างที่ว่าไป ฉันก็รู้สึกอยู่ไม่สุขเลยล่ะ
'แล้วเธอล่ะ? เธออยากจะทำอะไรข้างนอกนั่นเหรอ?'
ฉันถามเธอกลับ แต่ว่าเธอไม่ตอบทันที ดูเหมือนเธอกำลังคิดอยู่
'ฉัน... ฉันอยากใช้ชีวิตอย่างมีความสุขนะ อยากมีที่พักดีๆ ที่ไม่มืดแบบนี้ พอท้องฟ้ามืดลงก็เข้านอน แล้วก็ตื่นมาเป็เช้าวันใหม่ที่สว่างสดใสกว่าเดิม! แล้วก็... อยากเจอกับครอบครัว ถ้าพวกเรามีละนะ'
ฉันฟังเธออย่างใจจดใจจ่อ เรามีอะไรที่แตกต่างกันเยอะมาก แต่ฉันไม่เคยคิดว่าความ้าของเธอจะดูเรียบง่ายแบบนี้
'หึ หึ ฮะ ฮะ ฮะ!'
'อ-อะไรเล่า! ทำไมถึงหัวเราะฉันล่ะ!'
'ก-ก็แบบว่า... ั้แ่อยู่ด้วยกันมา ฉันไม่คิดว่าเธอจะ้าอะไรแบบนี้เลยนะ เธอดูเป็คนที่ตรงไปตรงมามากกว่าฉันอีก ฉันนึกว่าเธอจะพูดประมาณอยากไปลุยนั่นนู่นซะอีก'
'ฉ-ฉันก็อยากใช้ชีวิตแบบสบายๆ บ้างสิ! ทีเธอยังขอได้เลยนิ!'
'ฮะ ฮะ ฮะ นั่นสินะ'
เธอดูอายกับสิ่งที่เธอพูดมากเลยล่ะ ผิดจากที่ฉันคิดไว้เยอะเลยนะเนี่ย
'ง-งั้นมาสัญญากันเถอะ! ว่าถ้าเราได้ออกไปจากที่นี่ มาทำตามที่คุยกันไว้กัน'
เธอพูดตัดบท พยายามไม่นึกถึงเื่ที่พูดเมื่อกี้
'อื้อ! เรามาทำตามที่พูดกัน! ฉันสัญญา'
'เยี่ยมเลย! งั้นเอาเป็ตามนี้ก็แล้วกันนะ! ฉันจะรอดูวันที่เราได้ทำตามที่คุยกันไว้'
'อื้อๆ ฉันก็จะรอวันนั้นเหมือนกัน'
ณ ตอนนั้น เราทั้งสองคนได้สัญญากัน ท่ามกลางความมืดมิดที่ไม่มีใครอยู่เลย
หลังจากนั้นไม่นาน ความหนาวเย็นก็ถาโถมเข้าหาเราทั้งสองคน เธอคนนั้น... แล้วก็ท่านแม่... เสียงของพวกเธอส่งมาไม่ถึงฉันอีกเลย ั้แ่นั้นมา— ฉันก็อยู่เพียงลำพัง ท่ามกลางความเงียบงันที่ไร้จุดสิ้นสุด