บทที่ 5 คุณดีใจเร็วเกินไปแล้ว
ณ เมืองเจียงเฉิง ภายในห้องรับรองพิเศษของสโมสรระดับไฮเอนด์แห่งหนึ่ง
ชายวัยราว 30 ปีเงยหน้าขึ้น หายใจด้วยความโลภ มองบรรยากาศรอบกาย ถูกรายล้อมไว้ด้วยกลิ่นหอมของดอกไม้อบอวล
หญิงสาวในชุดยวนใจข้างกายเขาขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด พร้อมพูดว่า “พี่ไฉ กำลังทำอะไรอยู่เหรอคะ? ”
ติงอี้ไฉค่อย ๆ มองไปยังหล่อน เชยคางของเธอขึ้นมาเบา ๆ พร้อมริมฝีปากที่ถูกประดับด้วยรอยยิ้มเย้ายวน
“รู้ไหม อำนาจสำคัญแค่ไหนสำหรับผู้ชาย?”
ติงอี้ไฉพูด หญิงสาวไม่เข้าใจ เธอซบลงไปบนตัวของเขา สายตาอ่อนหวานหยาดเยิ้ม
“จริง ๆ แล้วเธอไม่จำเป็ต้องเข้าใจหรอก แค่รู้ไว้ว่าั้แ่วันนี้เป็ต้นไป หลินกรุ๊ปจะเป็ของฉัน… ติงอี้ไฉก็พอ!”
ใบหน้าของเขาเชิด เผยให้เห็นความหยิ่งผยองยากอธิบาย
หล่อนงุนงง เธอรู้ดีว่าหลินกรุ๊ปเป็ตัวแทนของอะไร
ประธานของกลุ่มบริษัทนี้คือหลินโหรว ส่วนประธานกรรมการคือ ‘หลินเทียน’ ทั้งหมดล้วนเป็บุคคลสำคัญประจำเมืองเจียงเฉิง
การจะแย่งหลินกรุ๊ปไปจากมือของสองคนนี้ ยากยิ่งกว่าการปีนบันได์
ติงอี้ไฉเล่าแผนที่เขาวางไว้เพื่อทำกับหลินโหรวออกมาชนิดหมดเปลือก
ซึ่งพอผู้ฟังได้ยินคำพูดเหล่านี้ ดวงตาของเธอจึงพลันเปล่งประกาย “พี่ไฉ แบบนี้ก็หมายความว่า พี่จะกลายเป็เ้าของคนใหม่ของหลินกรุ๊ปในไม่ช้าสินะ”
“ใช่แล้ว ดังนั้นถ้าเธอดูแลฉันดี ๆ ผลประโยชน์ย่อมไม่มีทางขาดหายไปจากเธอแน่นอน! ”
ติงอี้ไฉไม่กังวลเลยว่าจะมีการถูกเปิดโปงความลับ ในเมื่อที่นี่เป็สโมสรส่วนตัวของเขาอยู่แล้ว รอบบริเวณมีการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด การที่คนทั่วไปจะบุกเข้ามา เรียกได้ว่าเป็ไปไม่ได้เลย
แต่ในตอนนั้นเอง เสียงจากด้านนอกพลันดังขึ้น
มันเป็เสียงปัง เหมือนมีอะไรบางอย่างถูกโยนเข้ามา
ติงอี้ไฉขมวดคิ้ว “เกิดอะไรขึ้น”
ในขณะที่ชายหนุ่มกำลังทอดสายตาเพื่อสำรวจความเป็ไป เขากลับพบว่ามีชายหนุ่มอายุประมาณยี่สิบกว่าปีคนหนึ่งเดินเข้ามา
ซึ่งเขาไม่ใช่คนที่ติงอี้ไฉรู้จัก
แต่ผู้หญิงที่อยู่ด้านหลังชายแปลกหน้า ติงอี้ไฉกลับคุ้นเคยเป็อย่างดี ด้วยทั่วทั้งเมืองเจียงเฉิง ไม่มีใครไม่รู้จักเธอ
เธอคือหลินโหรว สาวงามอันดับหนึ่งแห่งเจียงเฉิง หญิงในฝันของชายหลายคน
กับผู้หญิงที่อยู่ข้างๆ เขา ถึงแม้จะสวย แต่เมื่อเทียบกับหลินโหรวย่อมโดนทิ้งห่างไปชนิดไม่เห็นฝุ่น
ติงอี้ไฉรู้สึกงุนงงเล็กน้อย “ประธานหลิน คุณมาได้ยังไง”
หลินโหรวยังคงครุ่นคิดถึงคำพูดของเซียวเฉินจึงไม่ได้ตอบ
กลับเป็ฝั่งเซียวเฉินเสียเองที่ยิ้มออกมาบาง ๆ “ติงอี้ไฉใช่ไหม? ทำไมล่ะ? พอเห็นพวกเราแล้วดูไม่ค่อยแฮปปี้เลยนะ ในสายตาของคุณ พวกเราคงเหมือนกับคนที่ตายไปแล้วใช่ไหม? ”
คำพูดดังกล่าวไม่ต่างไปจากการตบหน้าผู้ฟังอย่างจัง
ม่านตาของติงอี้ไฉหดเกร็ง เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ได้คาดคิดถึงกรณีแบบนี้เอาไว้
“จะเป็ไปได้ยังไง คุณพูดเพ้อเจ้ออะไรของคุณ” เขารีบแก้ตัว
ทว่าเซียวเฉินกลับสวนไปอย่างชืดชา “แต่คุณยังดีใจได้เร็วไปหน่อยนะ เพราะแผนการของคุณถูกพวกเราจับได้แล้ว ตอนนี้รีบสารภาพมาดี ๆ เถอะ ไม่อย่างนั้นก็อย่ามาหาว่าฉันหยาบคายแล้วกัน”
คำพูดของเซียวเฉินฟังดูน่าเกรงขามมาก
ส่วนหลินโหรวที่ยืนอยู่ด้านหลังค่อนข้างเสียดาย เธอไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าเซียวเฉินจะเป็คนแบบนี้ เขาแตกต่างจากภาพลักษณ์ในใจของเธอโข
ตอนนี้เซียวเฉินสามารถควบคุมสถานการณ์ตรงหน้าได้อย่างสมบูรณ์
ติงอี้ไฉเองก็ไม่ได้ตั้งใจจะยอมแพ้ง่าย ๆ เช่นกัน มือของเขาถูกยกขึ้นมาปรบเป็จังหวะ “ดีมาก ไม่คิดเลยว่าจะถูกพวกคุณจับได้”
แผนการที่ติงอี้ไฉวางไว้ถือว่าสมบูรณ์แบบมาก
แต่สุดท้ายก็ยังความแตกจนได้ ถึงอย่างนั้นติงอี้ไฉก็ไม่ค่อยสนใจนัก เพราะนั่นหมายความว่าาเขาสามารถลงมือทำตามแผนได้อย่างเปิดเผยแล้ว
“หึ น่าสนใจ แต่พวกคุณบุกมาในถิ่นของฉันแล้วพูดพล่ามเื่พวกนี้ คิดว่ามันเหมาะเหรอ? ”
เขาพูดไปพลางหยิบวิทยุสื่อสารออกมา แล้วส่งสารอะไรบางอย่างออกไปประโยคหนึ่ง
ไม่นานชายร่างกำยำในชุดเครื่องแบบราวยี่สิบคนก็วิ่งเข้ามา พวกเขาต่างถือกระบองไฟฟ้าไว้ในมือ ท่าทางดูน่าเกรงขามมาก
“ติงอี้ไฉ นายปฏิบัติต่อหุ้นส่วนของตัวเองแบบนี้เองเหรอ”
หลินโหรวไม่พอใจมาก เนื่องจากเธอไม่เคยเอาเปรียบติงอี้ไฉเลย
แต่สุดท้ายแล้ว กลับคาดไม่ถึงว่าติงอี้ไฉจะทำเื่แบบนี้ได้ลงคอ
ชายหนุ่มหัวเราะออกมาทันใด “ฮ่า ๆ หุ้นส่วน? อย่าบอกนะว่าเธอไม่รู้จักกฎเหล็กปลาใหญ่กินปลาเล็ก ไม่รู้จริง ๆ ว่าเธอจะอาการหนักถึงขนาดนี้ ขึ้นมาเป็ประธานบริษัทหลินได้ยังไงเนี่ย”
ติงอี้ไฉเยาะเย้ยความซื่อบื้อของหลินโหรว ส่วนหญิงสาว ความข้องใจกำลังคับอกจนแทบล้นออกมา
พลันหลินโหรวนึกถึงคำพูดของเซียวเฉินก่อนหน้านี้ขึ้นมาได้
มีเพียงเซียวเฉินเท่านั้นที่มองเห็นสถานการณ์ได้ทะลุปรุโปร่งที่สุด
“คุณ้าอะไรกันแน่?”
หลินโหรวมองไปทางติงอี้ไฉ พูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
เมื่อเห็นหล่อนกลายเป็แบบนี้ ติงอี้ไฉกลับรู้สึกสนใจขึ้นมาทันที
เขาสนุกกับการควบคุมบงการสถานการณ์แบบนี้มาก แต่ตอนนี้ติงอี้ไฉคิดว่ายังมีเื่สำคัญอื่นให้ที่ต้องทำอยู่
เขาหยิบสัญญาฉบับหนึ่งออกมาจากโต๊ะด้านหน้า แล้วค่อยโยนไปให้หลินโหรว
“เซ็นสัญญานี่ซะ แล้วฉันจะปล่อยพวกเธอไป แต่ถ้าคำตอบคือไม่ พวกเธอก็คงรู้ดีอยู่แล้วว่าผลลัพธ์จะเป็ยังไง”
หลินโหรวรับสัญญามาดู ใจพลันรู้สึกหายวาบขึ้นมาทันที
โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับข้อความ ‘สัญญาโอนหุ้น’ ไม่กี่ตัวขนาดใหญ่ ทำให้หลินโหรวรู้สึกไม่ค่อยอยากจะเชื่อสายตาตัวเองเท่าไหร่นัก
“อย่ามองฉันแบบนั้นสิ สัญญาฉบับนี้เดิมทีเตรียมไว้ให้พ่อของเธอ แต่ตอนนี้กลายมาเป็ตาของเธอแทน งั้นก็พอดีเลย รีบเซ็นสัญญาฉบับนี้เสียสิ”
เพียงการลงชื่อ ถึงเวลานั้นติงอี้ไฉก็จะสามารถหลินกรุ๊ป และกลายเป็บุคคลทรงอิทธิพลประจำเมืองเจียงเฉิงได้ นี่คือ่เวลาที่เขาเฝ้ารอมานานแสนนาน ในที่สุดก็ใกล้จะมาถึงแล้ว
อย่างไรก็ตามเซียวเฉินกลับเป็คนรับสัญญาฉบับนั้นมา ก่อนฉีกมันทิ้งทันทีโดยไม่พูดอะไรออกมาสักคำ
การกระทำนี้ย่อมสะกิดเกาข่วนใจติงอี้ไฉอย่างแน่นอน ดวงตาของเขาวาววาบ ฉายแววโกรธเกรี้ยว จับจ้องมองไปที่เซียวเฉินอย่าเ็า “คุณทำบ้าอะไรน่ะ”
เซียวเฉินหัวเราะออกมาอย่างไม่มีที่มาที่ไป “ฮ่า ๆ น่าสนใจจริง ๆ แต่น่าเสียดายที่คุณ ๆ พวกนี้ รวมถึงคุณ… ในสายตาของผมก็เป็แค่ขยะกองหนึ่งเท่านั้น”
สิ้นประโยคดังกล่าว ติงอี้ไฉย่อมรู้สึกไม่พอใจเป็อย่างมาก
“ดีมาก ตัวกำลังจะตายอยู่แล้ว ยังกล้ามาพูดจาเหลวไหลอีกเหรอ?”
ถ้าไม่ใช่เพราะเซียวเฉิน ป่านนี้หลินโหรวอาจจะตวัดปากกาเซ็นลงไปแล้ว โชคดีที่ยังไม่เป็ไร เซียวเฉินจัดการให้จนเรียบร้อยแล้ว ส่วนเื่อื่นไว้ค่อยคิดทีหลัง
“ใครกันแน่ที่กำลังจะตาย ตอนนี้ยังให้คำตอบไม่ได้หรอก แต่ถ้าลองอ้อนวอนผมตอนนี้ บางทีผมอาจจะปล่อยคุณไปก็ได้”