ตอนที่15 นางแบบตัวน้อย
“น้องรอง.....อยู่นี่แล้ว”
พี่ใหญ่เปิดถุงใบหนึ่งให้น้องรองดูสิ่งของภายในซึ่งเป็อุปกรณ์สำคัญตามแผนการของพวกตนนั่นคือสมาร์ตโฟนรุ่นราคาประหยัดซึ่งมีอยู่ทั้งหมดสามเครื่องโดยพร้อมใช้งานทั้งหมดเหลือแค่รอเวลาแจกจ่ายให้แต่ละคนไว้ใช้งานหลังเสร็จสิ้นภารกิจเพิ่มชื่อเข้าทะเบียนบ้านเสร็จเรียบร้อย
ซูหนิงหลงเหลือบมองไปทางซ้ายมือพอเห็นสิ่งของภายในถุงพลางพยักหน้าเข้าใจเขารู้สึกดีที่แผนการแรกประสบความสำเร็จเพราะจำเป็ต้องให้พี่น้องมีอุปกรณ์ไว้สื่อสารระหว่างกันก่อนมีความพร้อมมากกว่านี้หรือได้รับความเห็นชอบจากชายชราถึงจะซื้อแล็ปท็อปคอมพิวเตอร์ให้แต่ละคนไว้ใช้งานต่อไป
อนึ่งน้องรองรู้ดีว่าในยุคปัจจุบันนี้การมีอุปกรณ์เทคโนโลยีกลายเป็สิ่งจำเป็ในการดำรงชีวิตหรือแม้แต่การเรียนการสร้างอาชีพและรายได้ฉะนั้นจึงไม่ปฏิเสธต่อการใช้เงินจากกล่องสมบัติให้เกิดประโยชน์ประการสำคัญเขายังมีอีกหนึ่งเหตุผลในการจำเป็ต้องมีเครื่องมือเหล่านี้ไว้ใช้งานนั่นคือการลบร่องรอยพวกตนให้หมดจดจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าหรือเหตุการณ์ร้ายแรงต่างๆ ระหว่างทาง เพื่อลดปัญหาต่อการมีตัวตนใหม่ในครอบครัวซูด้วย
เมื่อครอบครัวซูเดินทางมาถึงสำนักงานเขตเมืองตงหยิงทุกคนต่างทอดตาเห็นชายวัยกลางคนรูปร่างสูงโปร่งในชุดสูทสุภาพสีน้ำเงินเข้มกำลังยืนรอต้อนรับชายชราด้วยท่าทางนอบน้อม
ครั้นทุกคนลงจากรถแท็กซี่เสร็จเรียบร้อยเหล่าพี่น้องร่วมสาบานต่างเหลียวมองสบตากันด้วยความอยากรู้ว่าชายคนดังกล่าวเป็ใครก่อนชายชราจะเป็คนเฉลยพร้อมแนะนำทุกคนให้รู้จักกับรองนายกเทศมนตรีเมืองตงหยิงว่า
“เด็ก ๆนี่คือคุณโหวซื่อหยุน เป็รองนายกเทศมนตรีที่นี่”
“สวัสดีครับคุณโหว!”สามพี่น้องรีบกล่าวทักทายพร้อมก้มศีรษะเล็กน้อยอย่างสุภาพให้แก่ชายคนดังกล่าว
“สวัสดีทุกคนเชิญทางนี้เลยครับท่านหมอซู ผมให้เด็กเตรียมเอกสารไว้ั้แ่เช้าแล้วคาดว่าคงไม่มีปัญหาอะไรหรอกครับ”
โหวซื่อหยุนกล่าวทักทายเด็กหนุ่มทั้งหลายแล้วบอกถึงแผนเตรียมการให้ชายชรารับรู้เขารู้สึกดีที่มีโอกาสได้ช่วยเหลือเป็การตอบแทนชายชรา เนื่องจากในอดีตซูเกอเคยช่วยปรุงยาวิเศษจนทำให้ภรรยาตั้งครรภ์สำเร็จโดยปัจจุบันตนมีบุตรชายอายุได้สิบสี่ปีแล้วเมื่อได้รับการร้องขอความช่วยเหลือเพิ่มชื่อสมาชิกในครอบครัวซูตนจึงไม่ลังเลให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มกำลัง
ทันใดนั้นเทพตัวน้อยพลันลืมตาตื่นขึ้นมานางเอี้ยวคอมองไปยังทิศทางที่อยู่ของโหวซื่อหยุนพลางลอบพยักหน้าพอใจแล้วครุ่นคิดเกี่ยวกับตัวชายชราซูเกอด้วยความสนใจยิ่งขึ้นว่า
เอ๋! ผู้ชายคนนี้ก็ไม่เลวเลยแฮะตาแก่นี่มีแต่คนใช้ได้อยู่รอบข้าง นับว่าเป็คนมีวาสนาดีทีเดียวแต่ทำไมลูกชายถึงได้หนีหายไปเสียล่ะ เื่นี้ชักมีกลิ่นทะแม่ง ๆ เสียแล้ว
เทพซุนเสวี่ยมี่เชื่อในสัญชาตญาณทั้งยังมั่นใจว่าลูกชายคนเดียวของชายชราหายตัวไปจากครอบครัวซูนั้นย่อมมีเหตุผลมากกว่าแค่การอกตัญญู ทว่านางยังไม่คิดสืบค้นหาความจริงในตอนนี้จนกว่าร่างกายจะแข็งแกร่งและเติบโตพร้อมทำอะไรด้วยตัวเองได้เสียก่อน โดยเฉพาะทักษะเวทมนตร์ซึ่งจะมีขึ้นเมื่อพลังปราณแข็งแกร่งมากพอเท่านั้น
ต่อจากนั้นทุกคนเดินตามหลังรองนายกเทศมนตรีไปยังชั้นสองซึ่งเป็สถานที่ให้บริการเพิ่มชื่อหรือคัดคนออกจากทะเบียนบ้านโดยเปิดทำการทุกวันไม่มีวันหยุด ฉะนั้นวันนี้เป็วันเสาร์จึงสามารถมารับบริการได้ตามปกติ
โหวซื่อหยุนเดินนำทุกคนเข้าไปในห้องทำงานโดยมีเ้าหน้าที่นั่งทำงานอยู่ภายในเคาน์เตอร์สี่เหลี่ยมผืนผ้าเพียงสองคนแต่ละคนต่างมีคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะประจำตัวในพื้นที่ส่วนกลางห้องขณะพื้นที่โดยรอบเป็ที่นั่งรอของผู้มาใช้บริการซึ่งตอนนี้มีคนกำลังรอใช้บริการอยู่สามคน
โหวซื่อหยุนพาทุกคนไปหาเ้าหน้าที่หญิงวัยกลางคนท่าทางใจดีคนหนึ่งซึ่งนั่งอยู่เคาน์เตอร์หมายเลขหนึ่งโดยมีเคาน์เตอร์สีขาวตัวยาวขวางกั้นระหว่างเ้าหน้าที่กับผู้มาใช้บริการสูงเพียงเอวพอทุกคนทรุดนั่งบนเก้าอี้หน้าเคาน์เตอร์แล้วรองนายกเทศมนตรีพูดกับชายชราด้วยท่าทางเขินอายเล็กน้อยว่า
“ท่านหมอซูครับพอดีมีสายเรียกให้เข้าประชุมด่วน ผมช่วยประสานเื่เอกสารไว้รอแล้วอาจไม่ได้ช่วยอำนวยความสะดวกให้ต่อนะครับ ยังไงเ้าหน้าที่จะแนะนำขั้นตอนให้อีกทีรับรองว่าไม่มีปัญหาอะไรแน่ครับ”
“ไปเถอะช่วยไว้แค่นี้ก็ดีมากแล้ว ขอบใจมากนะคุณโหว”
ชายชราโบกมือเป็เชิงไม่ต้องกังวลใจต่อจากนี้เพราะััได้ชัดเจนว่าเ้าหน้าที่หญิงตรงหน้ามีใจบริการเต็มเปี่ยมพลางเหลือบเห็นสายตาเ้าหน้าที่หญิงจ้องมองหลานสาวในอ้อมกอดตนด้วยความรักใคร่ซึ่งตนเพิ่งรับหลานตัวน้อยมาจากหลานชายขณะเดินเข้ามาในห้องนี้พอดี ฉะนั้นจึงมั่นใจว่าความน่ารักของหลานสาวย่อมสะกดใจผู้คนให้บริการดีเยี่ยมอย่างแน่นอน
โหวซื่อหยุนกล่าวขอบคุณชายชราอีกครั้งก่อนหมุนตัวเดินเร็วจากไปยังทิศทางลิฟต์เพื่อขึ้นไปห้องประชุมชั้นบนเขาถอนหายใจด้วยความโล่งอกที่ชายชราผู้มีพระคุณเข้าใจแล้วยังไม่แสดงท่าทางหงุดหงิดทั้งััได้ว่าบรรดาเด็กหนุ่มผู้จะเข้ามาร่วมเป็สมาชิกใหม่ของครอบครัวซูนั้นแต่ละคนต่างมีท่าทางสุภาพเรียบร้อยซึ่งไม่เหมือนเด็กเหลือขอหรือเด็กเกเรทั้งหลายฉะนั้นจึงไม่จำเป็ต้องช่วยชายชราตรวจสอบประวัติเด็กเ่าั้ซ้ำอีก
เ้าหน้าที่หญิงประจำโต๊ะหมายเลขหนึ่งจ้องมองทารกน้อยในอ้อมกอดของชายชราพลางก้มหน้าดูเอกสารในมือซึ่งเพิ่งจะได้รับจากรองนายกเทศมนตรีไม่นานนักเธอขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจเพราะเห็นว่าทารกตัวอวบอ้วนเกินวัยจึงถามอีกครั้งเพื่อความแน่ชัดว่า
“ในเอกสารบอกว่าทารกเกิดวันที่สิบเอ็ดเดือนกุมภาพันธ์ นี่เพิ่งจะผ่านมาแค่สองสามวันเอง แต่ทำไมหลานสาวคุณตาถึงได้ตัวใหญ่น่ารักยังกะทารกอายุสองสามเดือนละคะ”
ชายชราหัวเราะร่วนอย่างอารมณ์ดีเพราะมั่นใจว่าการที่หลานสาวตัวใหญ่รวดเร็วนั้นอาจเนื่องมาจากการดื่มนมเยอะจนทำให้ร่างกายเติบโตเร็วกว่าเด็กทารกคนอื่นเขาตอบยืนยันถึงวันเกิดของหลานสาวอย่างหนักแน่นว่า
“เกิดวันที่สิบเอ็ดจริงๆ แต่คงกินจุไปหน่อย ก็ไม่ได้เลี้ยงด้วยนมแม่นี่นาพอเลี้ยงนมวัวแทนแล้วมันก็มีรสชาติอร่อยกว่า ก็เลยกินจุน่ะตัวเลยอ้วนและใหญ่กว่าทารกทั่วไปนั่นซี”
ซูเกอตอบด้วยท่าทางปกติคล้ายไม่กังวลใจต่อความแตกต่างของหลานสาวกับทารกคนอื่นเขาทอดตาเห็นทารกอีกคนเพิ่งตามหลังมาซึ่งน่าจะเพิ่งคลอดเช่นกันทว่ามีขนาดตัวเล็กกว่าหลานสาวตนมากนักจึงไม่ได้พูดท้วงอะไรออกไปถึงแม้ก่อนหน้าเขาจะลอบสังเกตการณ์ดื่มนมของหลานสาวเป็ระยะแล้วพบว่าหลานดื่มมากกว่าปกติแต่เขาคิดว่าหลานสาวคงจะกินจุตามประสาทารกผู้ชื่นชมนมวัวมากกว่านมหญิงหลังคลอดทั่วไปนั่นเอง
“อย่างนี้นี่เองว่าแต่คุณตารีบกลับไหมคะ พอดีทางสำนักงานเขตเพิ่งมีโครงการพิเศษออกมาผู้บริหารให้คัดเลือกทารกเป็นายแบบและนางแบบตัวน้อยน่ะค่ะ ตอนนี้คู่แต่งงานใหม่ไม่ค่อยพากันอยากมีลูกอัตราเกิดต่ำมาหลายปีแล้วค่ะ ก็เลยมีโครงการชักชวนให้พ่อแม่มือใหม่ตั้งครรภ์ไม่ทราบว่าคุณตาสนใจให้หลานสาวเป็นางแบบไหมคะ”
เ้าหน้าที่หญิงรีบกล่าวชักชวนชายชราให้นำหลานสาวเข้าร่วมโครงการพิเศษทันทีเธอเพิ่งเข้าร่วมประชุมรับทราบนโยบายจากผู้บริหารเมื่อวานตอนเย็นพอได้เห็นร่างกายและหน้าตาน่ารักน่าชังของทารกน้อยจึงอดพูดคะยั้นคะยอให้เข้าร่วมไม่ได้
“ไม่ครับ!”
ทันใดนั้นพี่ชายทั้งสามคนต่างตอบเ้าหน้าที่พร้อมกันเสียงดังหนักแน่นทุกคนต่างคิดไม่แตกต่างกันเนื่องจากตอนนี้เพิ่งจะสร้างตัวตนใหม่ยังไม่เสร็จเรียบร้อยฉะนั้นไม่ควรเปิดเผยตัวตนเร็วเกินไปเพราะอาจนำภัยมาสู่น้องสาวตัวน้อยได้ เนื่องจากแต่ละคนยังคงจดจำเหตุการณ์ร้ายแรงอันเกิดขึ้นกับครอบครัวเก่าของน้องสาวได้นั่นเอง
“พวกเขาตอบไปแล้วขอโทษด้วยนะ ฉันเองก็ไม่อยากให้หลานสาวต้องเป็นางแบบหรอก อีกเดี๋ยวก็คงหิวนมแล้วถ้างอแงขึ้นมาพวกเราจะเอาไม่อยู่นั่นซี”
ชายชรายิ้มแห้งให้เ้าหน้าที่พลางตอบตามจริงเขาเริ่มััได้ถึงความผิดปกติบางอย่างจากหลานชายและหลานสาวโดยพบว่าหลานสาวกินจุมากกว่าทารกทั่วไปฉะนั้นจึงไม่อยากให้ผู้คนพบเห็นแล้วเอาไปพูดว่าร้ายในทางเสียหายจึง้าทำภารกิจให้เสร็จสิ้นโดยเร็วแล้วรีบกลับบ้านไปป้อนนมให้หลานสาวที่บ้านดีกว่าซึ่งจะช่วยให้ปลอดภัยสำหรับทุกคนไปในตัว
สามพี่น้องร่วมสาบานต่างหันหน้าลอบสบตากันอย่างพอใจเพราะผู้ปกครองคนใหม่ปฏิเสธให้น้องสาวเป็นางแบบทุกคนต่างรู้ดีว่าอีกไม่นานน้องสาวจะต้องหิวนมแล้วอาจเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงไม่คาดคิดได้เพราะน้องแตกต่างจากทารกคนอื่นดังนั้นต่าง้าให้การเพิ่มชื่อเข้าทะเบียนบ้านเสร็จเรียบร้อยโดยเร็ว
“น่าเสียดายจังเลยนะคะถ้าเปลี่ยนใจก็แจ้งผ่านมาทางเว็บไซต์ของสำนักงานเขตได้ยังมีเวลาถึงสิ้นเดือนนี้ค่ะ มีค่าตอบแทนให้มากโขเชียวนะคะถ้าสนใจก็สแกนคิวอาร์โค้ดตรงประตูไว้ได้เลย”
เ้าหน้าที่หญิงยังไม่ละความพยายามพลางชี้นิ้วตรงไปยังป้ายรูปคิวอาร์โค้ดฝั่งติดประตูทางเข้าออกซึ่งเป็กระจกบานเลื่อนอัตโนมัติเธอยังพูดถึงค่าตอบแทนหวังจูงใจให้ชายชราเปลี่ยนใจนำทารกน้อยเข้าร่วมถ่ายแบบพลางเอียงหน้ายิ้มเอ็นดูเพราะเหลือบเห็นทารกยิ้มโชว์เหงือกแดงท่าทางอารมณ์ดีให้อยู่
เอ๋! ถ่ายแบบเหรอ มันเป็ยังไงกันนะแต่พี่ชายข้าคัดค้าน นั่นแสดงว่ามันอาจไม่ดีสำหรับตัวข้าก็ได้เชื่อพี่ชายไว้ก่อนละกัน
ซูเทียนเหยี่ยนยิ้มแสดงเหงือกแดงเพราะกำลังสนใจต่อคำกล่าวบางคำซึ่งไม่คุ้นหูจากชาติที่แล้วนางอยากรู้เป็อย่างยิ่งว่าการถ่ายแบบหรือเป็นางแบบนั้นหมายถึงอะไรหรือสิ่งใดทว่าััได้ถึงการคัดค้านหนักแน่นจากพี่ชายทั้งสามคนจึงตัดสินใจเชื่อฟังพวกเขา เนื่องจากในภพโลกยังมีอีกหลายอย่างที่นางต้องเรียนรู้และทำความเข้าใจให้ชัดเจนเสียก่อน
ชายชรายิ้มใจเย็นโดยไม่ว่ากล่าวอะไรอีกเขารอให้เ้าหน้าที่หญิงดำเนินการเพิ่มชื่อหลานชายและหลานสาวทั้งหลายให้เรียบร้อยเมื่อเ้าหน้าที่หญิงตรวจสอบเอกสารโดยมีลายเซ็นรองนายกเทศมนตรีรับรองให้ทุกฉบับแล้วต่อจากนั้นแจ้งให้แต่ละคนไปยืนยังมุมถ่ายภาพเพื่อบันทึกไว้ในระบบฐานข้อมูลประชากรโดยใช้เวลาดำเนินการทุกอย่างเสร็จสิ้นเกือบหนึ่งชั่วโมง
ซูเทียนเหยี่ยนอึดอัดจนทนไม่ไหวอีกต่อไปนางดิ้นและร้องงอแงเพราะอยากััอากาศหนาวเย็นแล้วทั้งยังรู้สึกหิวจนตาลายจึงดิ้นแรงเพราะไม่อยากอยู่ในอ้อมกอดของชายชราอีกเนื่องจากเขายังไม่รู้ใจตนเท่ากับพี่ชายคนรอง
“อ๊ะ! เหยี่ยนเอ๋อร์ดิ้นแรงซะจริงคราวนี้หงุดหงิดอะไรอีกล่ะ หรือว่าจะหิวนมแต่นี่ก็ใกล้เที่ยงแล้วมิน่าล่ะถึงได้ดิ้นงอแงแบบนี้”
ชายชราััได้ถึงแรงดิ้นจากทารกในอ้อมกอดพลางก้มหน้าเห็นทารกเบ้ปากไม่พอใจจึงคาดเดาว่าหลานสาวอาจหิวนมหรือ้าอย่างอื่นซึ่งเขายังไม่สามารถคาดเดาได้
ครั้นซูเกอเหลือบเห็นสัญญาณแจ้งจากเ้าหน้าที่หญิงว่าดำเนินการเพิ่มชื่อเข้าทะเบียนบ้านเสร็จเรียบร้อยจึงพยักพเยิดให้หลานชายคนโตรับเอกสารมาจากเ้าหน้าที่หญิงพลางส่งทารกน้อยไปให้หลานชายคนรองอุ้มแทนเพราะตระหนักได้ว่าหากหลานสาวอยู่กับหลานชายคนนี้แล้วอาการงอแงจะลดน้อยลงหรือไม่มีเลย
“มาครับปู่เกอเดี๋ยวผมจะช่วยอุ้มน้องให้เอง”
ซูหนิงหลงปราดเข้ามารับตัวน้องน้อยจากมือชายชราด้วยความเข้าใจด้วยรู้ดีว่าน้องสาวคงหงุดหงิดเพราะอยู่ในห้องทึบอึดอัด ขณะตนรับปากว่าจะปลดเสื้อผ้าน้องออกบางส่วนให้ััอากาศหนาวเย็นภายนอกพลางกังวลใจหากน้องต้องประสบอากาศร้อนใน่ฤดูร้อนซึ่งกำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าเหตุเพราะน้องชื่นชอบอากาศเย็นมากกว่าอากาศร้อนแน่นอน