กลิ่นคาวเืที่คละคลุ้งผสมกับกลิ่นดอกราตรีเข้มข้นจนแทบสำลัก ธนาผลักประตูห้องน้ำเข้าไปด้วยมือที่สั่นเทา แทนที่จะพบกริชหรือใครสักคนที่อยู่ด้านใน เขากลับพบเพียงความมืดสลัวและบรรยากาศที่เย็นเยือกผิดปกติ แสงไฟกะพริบถี่จากหลอดนีออนเก่าคร่ำคร่าสะท้อนเงาตะคุ่มบนพื้นกระเบื้องที่เฉอะแฉะ กริชหายไปแล้ว... และที่พื้นหน้าห้องน้ำมีเพียงรอยเืสีคล้ำที่ลากยาวเข้าไปในเงามืดลึกเข้าไปด้านในห้องส้วมที่ปิดสนิท ความเงียบที่ปกคลุมพื้นที่นี้ช่างวังเวงเสียจนเขาได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นรัวเป็กลองรบ
“กริช... มึงอยู่ข้างในใช่ไหม?” เสียงของธนาแหบพร่า เขาพยายามรวบรวมความกล้าที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด ก้าวเดินตามรอยเืนั้นเข้าไปในส่วนที่ลึกที่สุดของห้องน้ำ มือหนึ่งกำหยกขาวที่คอไว้แน่นจนข้อนิ้วซีดขาว
ทว่าทันทีที่เขาเอื้อมมือไปแตะบานประตูห้องส้วมที่เย็นเฉียบ บรรยากาศรอบตัวก็พลันบิดเบี้ยว ลมหมุนประหลาดหอบเอาความหนาวเหน็บเข้าปะทะร่างจนเขาเสียหลักล้มลงกับพื้นห้องน้ำที่เปียกชื้น เสียงหัวใจเต้นโครมครามผสมกับเสียงหัวเราะแ่เบาแต่ก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทดังมาจากเื้ั มันคือเสียงที่เขาเพิ่งจะได้ยินเมื่อครู่... เสียงของเรยา
“จะรีบไปไหนล่ะคะธนา... งานเลี้ยงของเรายังไม่จบเลยนะ”
เขารีบหันกลับไปมองในกระจกเงาที่ร้าวราน แต่กลับพบเพียงความว่างเปล่า ทว่าััจากมือที่เย็นเยือกราวกับศพกลับทาบลงบนไหล่ของเขาอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ร่างของเรยาจะปรากฏขึ้นท่ามกลางเงาสลัวในคูหาห้องน้ำ ใบหน้าของเธอไม่ได้ดูบิดเบี้ยวเหมือนก่อนหน้า แต่มันกลับคืนสู่ความงามหยดย้อยที่ดูเย้ายวนเกินมนุษย์ ทรวงอกอวบอิ่มภายใต้ชุดรัดรูปบดเบียดเข้าหาแผ่นหลังของเขาอย่างตั้งใจ ดวงตาของเธอหวานฉ่ำทว่าลึกลงไปกลับเป็หลุมดำที่ไร้ก้นบึ้ง
“คุณปล่อยเพื่อนผมไปเดี๋ยวนี้!” ธนาตวาดด้วยความกลัวที่เปลี่ยนเป็ความโกรธ
“เพื่อนของคุณน่ะเหรอ... เขากำลัง ‘พักผ่อน’ อยู่ในที่ที่ปลอดภัย” เรยากระซิบข้างหู ลมหายใจของเธอไม่มีความอุ่นแม้แต่น้อย ปลายลิ้นเรียวเล็กแตะไล้ที่ใบหูของเขาจนธนาขนลุกซู่ “แต่ตอนนี้... ฉัน้าคุณมากกว่า พลังชีวิตที่พลุ่งพล่านอยู่ในตัวคุณ มันช่างหอมหวานจนฉันแทบคลั่ง”
โดยที่เขาไม่ทันตั้งตัว เรยาพุ่งเข้าหาเขาด้วยความเร็วที่ตาเปล่ามองไม่ทัน เธอตรึงร่างของเขาไว้กับผนังกระเบื้องห้องน้ำที่เย็นเฉียบ แรงมหาศาลจากแขนเรียวเล็กนั้นทำให้ธนาขยับเขยื้อนไม่ได้ หยกขาวที่คอของเขาพยายามจะทอแสงอีกครั้ง แต่เรยากลับใช้ปลายนิ้วที่เล็บยาวแหลมกรีดลงบนแผ่นหยกนั้นเบาๆ พร้อมกับส่งแรงอาถรรพ์เข้าครอบงำจนแสงสีทองดับวูบลงราวกับถูกมนต์ดำสะกด
“ของเล่นชิ้นนี้ใช้กับฉันไม่ได้ผลหรอกจ้ะ... ถ้าฉันตั้งใจจริง”
เธอบังคับให้เขาเชิดหน้าขึ้น รอยยิ้มพรายปรากฏบนริมฝีปากสีชาด ก่อนที่เธอจะโน้มใบหน้าลงมาประทับจูบลงบนริมฝีปากของธนาอย่างหนักหน่วง รสจูบนั้นคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นคาวเืและความหิวกระหาย มันไม่ใช่จูบที่มอบความรัญจวนใจ แต่มันคือััของการถูกสูบิญญาอย่างรุนแรง ธนารู้สึกเหมือนมีท่อขนาดใหญ่กำลังดูดกลืนเรี่ยวแรงและจิติญญาออกจากร่างกายผ่านทางริมฝีปาก เสียง "ซวบ... อื้มมม" ดังแทรกความเงียบเมื่อเธอดูตวงความหวานจากิญญาเขา ดวงตาของเขาเบิกโพลง ภาพตรงหน้าเริ่มพร่าเลือน หัวใจที่เคยเต้นรัวกลับเริ่มแ่ลงเรื่อยๆ ร่างกายของเขาเบาหวิวคล้ายกำลังจะแตกสลายกลายเป็ธุลี
ในห้วงแห่งความตายที่กำลังรุกคืบเข้ามาภายในห้องน้ำที่มืดมิด ความทรงจำและสติสัมปชัญญะของธนากำลังจะหลุดลอยไป...
**“หยุดเดี๋ยวนี้! นังพรายชั้นต่ำ!”**
เสียงตวาดที่ทรงอำนาจและเยือกเย็นยิ่งกว่าน้ำแข็งขั้วโลกดังขึ้นพร้อมกับรัศมีสีนวลลึกลับที่สว่างวาบขึ้นมาจากเงาดำที่มุมห้องน้ำ แสงนั้นไม่ได้แผดเผาเหมือนแสงอาทิตย์ แต่มันกลับให้ความรู้สึกคุ้มครองและอบอุ่นอย่างประหลาด
ร่างของเรยาถูกกระชากออกจากตัวธนาด้วยแรงลึกลับจนเธอกระเด็นไปกระแทกกับโถสุขภัณฑ์พังพินาศเธอกรีดร้องด้วยความเ็ป ิัที่เคยสวยงามเริ่มพุพองและหลุดลอกออกเผยให้เห็นเนื้อในสีดำคล้ำที่น่าสยดสยอง
ธนาทรุดตัวลงกับพื้นห้องน้ำที่นองไปด้วยน้ำและเื หอบหายใจเอาอากาศเข้าปอดอย่างโหยหา เขามองผ่านม่านตาที่พร่ามัว เห็นร่างหนึ่งยืนขวางอยู่เบื้องหน้าเขา... หญิงสาวในชุดไทยสีนวลตาสละสลวย เส้นผมยาวสลวยพริ้วไหวแม้ไร้ลม ผิวพรรณของเธอผุดผ่องราวกับแสงจันทร์วันเพ็ญที่ตัดกับความสกปรกโสมมของสถานที่แห่งนี้
“นวล...” ธนาครางชื่อเธอออกมาเบาๆ
นวลไม่ได้หันมามองเขา ดวงตาที่คมซึ้งทว่าดุดันของเธอจ้องเขม็งไปที่เรยาที่กำลังตะเกียกตะกายลุกขึ้นจากเศษกระเบื้อง “เ้ากล้าดีอย่างไรมาแตะต้องคนของข้า? พลังของพระยาโสกทำให้เ้ากำเริบเสิบสานถึงเพียงนี้เชียวหรือ?”
“นวล! นังิญญาหัวแข็ง!” เรยาคำราม เสียงของเธอตอนนี้แหบแห้งคล้ายเสียงฉีกกระดาษ “เ้าจะปกป้องมันไปได้นานแค่ไหน? นายท่าน้าตัวมัน และไม่มีใครขวางอำนาจของพระยาโสกได้!”
“อาจจะจริงที่ข้าขวางนายของเ้าไม่ได้ตลอดไป... แต่สำหรับเ้าในตอนนี้ ข้ามีอำนาจพอที่จะส่งเ้าไปลงนรกขุมที่ลึกที่สุด!”
นวลยกมือขึ้น รัศมีสีนวลรอบตัวเธอกลายเป็วงคลื่นพลังที่รุนแรงพุ่งเข้าใส่เรยา พรายสาวกรีดร้องเป็ครั้งสุดท้ายก่อนที่ร่างของเธอจะสลายกลายเป็หมอกสีดำจางหายไปในอากาศ กลิ่นดอกราตรีที่เคยเข้มข้นหายวับไปในพริบตา เหลือเพียงความเงียบสงัดและกลิ่นอับชื้นในห้องน้ำเก่าๆ
นวลค่อยๆ หันกลับมามองธนา ความดุดันในดวงตาเลือนหายไป แทนที่ด้วยความอาทรที่ลึกซึ้งเธอย่อตัวลงตรงหน้าเขา แต่มือที่เธอยื่นมากลับหยุดนิ่งอยู่กลางอากาศ เธอไม่กล้าััเขาโดยตรงเพราะเกรงว่าแรงดึงดูดทางเพศของเขาจะทำร้ายตัวเธอเอง
“ท่านเป็อย่างไรบ้าง... ธนา?” เสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อย
“ผม... ผมยังไม่ตายใช่ไหม?” ธนาถามพลางพยุงตัวลุกขึ้นนั่ง ความเย็นจากนวลช่วยให้สติของเขาคืนกลับมาได้เร็วขึ้น “แล้วกริชล่ะ? กริชหายไปไหน? ผมเห็นรอยเื...”
นวลมองไปที่ประตูห้องส้วมคูหาสุดท้ายที่เคยปิดสนิท บัดนี้มันเปิดออกเผยให้เห็นกริชนอนฟุบอยู่ข้างใน “เพื่อนของท่านถูกมนต์สะกด เขาปลอดภัย... รอยเืที่ท่านเห็นเป็เพียงภาพลวงตาเพื่อล่อท่านเข้ามาในที่อับตา”
ธนารีบเข้าไปดูกริชและพบว่าเพื่อนของเขายังมีชีวิตอยู่ เพียงแค่สลบไสลไปเท่านั้น ธนาถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกก่อนจะหันกลับมาหานวลที่ยังคงยืนมองเขาด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความลับ
“นวล... ทำไมคุณถึงช่วยผม? แล้ว ‘พระยาโสก’ ที่พวกคุณพูดถึงคือใคร?”
นวลหลบสายตาของเขา เธอเดินไปยืนอยู่ที่หน้ากระจกห้องน้ำที่แตกเป็รอยร้าว “พระยาโสกคือิญญาร้ายที่ถูกจองจำมานานนับร้อยปี เขากำลังรวบรวมพลังเพื่อทำลายกำแพงระหว่างโลกของข้าและโลกของท่าน... และท่าน คือกุญแจดอกสำคัญที่เขา้า เพราะ ‘ตาเนื้อ’ และร่างกายที่แสนพิเศษของท่าน”
เธอนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะหันกลับมาสบตาธนาอย่างจริงจัง “ที่ข้าช่วยท่าน ไม่ใช่เพียงเพราะหน้าที่... แต่เป็เพราะดวงจิตของข้าผูกพันกับท่านมานานเกินกว่าที่ท่านจะจินตนาการได้ แต่จงระวังไว้ ธนา... รอยจูบของพรายเมื่อครู่ไม่ได้เพียงแค่สูบพลัง แต่มันได้ทิ้ง ‘ตราประทับ’ ไว้ในใจของท่านแล้ว”
ธนายกมือขึ้นแตะริมฝีปากตัวเอง เขารู้สึกถึงความร้อนรุ่มที่ยังหลงเหลืออยู่ลึกๆ มันไม่ใช่ความเ็ป แต่มันคือความกระหายทางกายที่แปลกประหลาดและรุนแรงขึ้น
“ตราประทับ... หมายความว่ายังไง?”
นวลไม่ตอบ เธอเพียงแต่เลือนหายไปในเงามืดของห้องน้ำ ทิ้งไว้เพียงคำเตือนสุดท้ายที่ก้องอยู่ในหัวของเขา “พระยาโสกไม่ได้ส่งมาแค่เรยา... าครั้งนี้จะใช้ตัณหาของท่านเป็อาวุธ จงรักษาใจของท่านไว้ให้ดี ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป”
ธนายืนนิ่งอยู่ท่ามกลางความมืดในห้องน้ำ มองดูเพื่อนที่สลบไสลและคำถามมากมายที่วนเวียนอยู่ในหัว เขาไม่รู้เลยว่าสิ่งที่นวลพูดถึง ‘ตราประทับ’ นั้นจะนำพาชีวิตของเขาไปสู่จุดจบหรือจุดเริ่มต้นของความสยองขวัญที่เร้าอารมณ์ยิ่งกว่าเดิม
เขารู้เพียงว่า... คืนนี้เป็เพียงจุดเริ่มต้นของฝันร้ายที่เขาไม่อาจตื่นขึ้นมาได้อีกต่อไป
**[โปรดติดตามตอนต่อไป...]**