“เห๊ยแกน่ะ จะเป็ลูกน้องของฉัน หรืออยากตาย”
ดอนเดินเข้าไปขู่บังคับจากหนุ่มมนุษย์หมาป่าด้วยความดุดัน
“คะ ครับ! ผมจะเป็ลูกน้องคุณครับ!”
เขาตอนออกมาโดยไม่ลังเลสักนิก เพราะเขากลัวว่าหากตอบช้าหรือทำท่าทีลังเล ไอ้กิ้งก่าบ้านั่นมันคงจับเขาไปทำเป็อาหารเย็นแน่
“เป็ตัวเลือกที่ดี ว่าแต่แกชื่ออะไรแนะนำตัวซะ”
ดอนพยักหน้าพอใจในตำตอบที่ชายหนุ่มเลือก ถึงความจริงถ้าเขาเลือกที่จะปฏิเสธก็ไม่ตายหรอก แต่อาจจะเสียแขนหรือขาไปสักข้าง หรือสองข้างดีนะ
“ผมชื่อเกรย์โกสต์ครับ! เกรย์โกสต์ เกเกอลี่!”
เขาตอบออกมาเสียงดังฉะฉาน สร้างความพึงพอใจให้กับชาวหมู่คณะเป็อย่างมา แต่ดูเหมือนจะมีคนนึงไม่ค่อยพอใจซะเท่าไหร่
“มะม๊า หนูจะนอน”
โซเฟียที่ตื่นขึ้นมาแบบไม่เต็มอิ่มก็เริ่มร้องไห้งอแงใส่ดอนน่าจนเธอหันมามองแรงใส่เกรย์โกสต์ที่เสียงดังมากเกินไป เธอเลยต้องกล่อมโซเฟียให้นอนหลับอีกครั้ง
“ขะ ขอโทษครับ…”
เกรย์โกสต์ลงไปนั่งคุกเข่าขอโทษพร้อมกับเสียงที่เบาต่างจากตอนแรก ส่วนในของเขาแม่งโครตช็อคที่เห็นลูกเดรกอัคคีอยู่ในอ้อมอกของหญิงสางผมแดง และยิ่งช็อคขึ้นไปอีกระดับที่ได้ยินเดรกตัวน้อยเรียกเธอว่าแม่ ถ้าหากเมื่อครู่เขาทำให้เธอไม่พอใจคงโดนเธอปี้เหมือนแมลงแน่
“ว่าแต่นายไปได้โซ่นั่นมาจากไหนอะ”
ทูซเข้าไปถามเกรย์โกสต์ด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“ตกมาจากฟ้าไง คนอย่างฉันคงจะมีปัญญาซื้อมันหรอก”
เขาตอบกลับมาด้วยหน้าซื่อๆ มันเป็ความจริงที่นานๆทีจะมีอาร์ติแฟกต์ตกลงมาจากท้องฟ้า และก็ไม่ใช่ของที่พวกัโยนทิ้งลงมากจากเกาะด้วย เพราะเกาะมันอยู่ห่างจากชายฝั่งไปไม่ใช่น้อย ซึ่งทูซก็ทำหน้าแบบไม่เชื่อคำพูดของเขา‘ของแบบนี้เนี่ยนะตกมาจากฟ้า’
โป๊ก!
“ทำไมต้องเป็ตูอีกแล้ว”
ตุบ!
ไม่รอให้สงสัยมากไปกว่านี้ คันธนูตกลงมาจากฟากฟ้าลงสู่หัวของลูซเ้าเดิม ทำให้เ้าตัวพูดขึ้นมาพร้อมกับดาวที่วันอยู่บนหัวจนสุดท้านก็ล้มหัวทิ่มดิน
“ฉันบอกเธอแล้ว เชื่อฉันยัง”
เกรย์โกสต์หันไปพูดกับทูซทันทีเมื่อเห็นว่าธนูตกใส่หัวลูซจนสลบไป แถมท้องฟ้าที่เปิดโล้งก็ทำให้เห็นได้ชัดว่าไม่มีสิ่งใดอยู่บนต้องฟ้าที่จะทำมันหล่นลงมา จะมาคนขว้างมารึก็ไม่ใช่เพราะมันตกลงมาเป็เส้นตก ทุกคนต่างไม่เชื่อในสายตาตนเองที่เห็นอาร์ติแฟกต์ตกมาจากท้องฟ้าจริงๆ มีเพียงแค่ดอนเท่านั้นแหละที่คุณพ่อเล่าเื่แบบนี้ให้เขาฟังจนเบื่อ
“โอ้~ อาร์ติแฟกต์ระดับกลาบซะด้วย ดูเหมือนมันจะเหมาะกับเธอนะเลย์อา”
เมื่อดอนตรวจสอบอาร์ติแฟกต์ที่ตกลงมาแล้ว เขารู้ระดับกับวิธีใช้งานของมัน ซึ่งก็ไม่มีใครในที่นี้อีกแล้วที่ยิงธนูเก่งเท่าเลย์อา เขาจึงมอบมันให้เธอแล้วบอกวิธีการใช้งาน ด้วยความที่เป็คนฉลาด มันก็ทำให้เธอสามารถใช้มันได้ในทันที
“รีบลุกขึ้นมาซะ พวกเราต้องรีบไปกันต่อ ถ้าแกไม่มีอะไรที่ต้องไปเก็บจะดีมากเลยล่ะ แล้วก็ ถ้าอยากรู้ชื่อใครก็ได้ถามเอาเองแล้วกัน”
ดอนที่เห็นเกรย์โกสต์ไม่ยอมลุกขึ้นมาสักที เขาเลยพวกออกมาแบบนั้นและกลับมาเดินทางไปยังป่าศูนย์กลางต่อไป
ระหว่างการเดินทางที่ต้องใช้เวลาถึง15วัน เกรย์โกสต์ที่มันดีดเพราะตัวมันเองหรือมันไปโดนตัวไหนมา มันก็ตีสนิทกับเขาไปเท่าจนไม่มีใครเกลียดขี้หน้า เพราะบางเื่ที่พวกลิซาร์ดแมนไม่รู้ก็ไม่ไอ้หมอนี่เนี่ยแหละที่สอนให้ในขอบเขตที่มันเข้าใจ โซเฟียเองก็ดูเหมือนจะชอบไปเล่นกับเ้านี่นะ แต่พอโดนดอนน่ากับแซนนี่ขู่หักแขนหักถ้าไปสอนอะไรไม่ดีให้โซเฟียก็เล่นเอาซะหมอนี่ต้องต้องพิจารณาทุกการกระทำของตัวเองตอนเล่นกันโซเฟียเลย
ในตอนที่ต้องไปหาซื้อเสบียงในหมู่บ้านหมอนี่ก็ไปเป็เพื่อนเออซัส แถมมันยังต่อราคาพ่อค้าจนได้ของในราคาที่ถูกลง เรียกได้ว่าจับตัวมาใช้งานซะเลยแหละ สุดท้ายก็สอนโซเฟียพูดนู้นนี่นั้นโดยมีสายตาของแม่ๆคอยจับตาดูอยู่ไม่ห่าง
“ปะป๊า เล่นกัน มาเล่นกับโซเฟีย”
โซเฟียตัวน้อยที่พอจะพูดได้หลายประโยคก็มาอ้อนให้ดอนเล่นด้วย เพราะส่วนใหญ่คนที่เล่นกับเธอก็มีแค่มะม๊าดอนน่า มะม๊าแซนนี่ เกรย์โกสต์ เลย์อา กับฝาแฝด ส่วนปะป๊าของเธอก็เอาแต่ดูแผนที่อย่างเดียวเลย
“ลงมาจากหัวป๊าเลยนะโซเฟีย”
โซเฟียที่เกาะอยู่บนหัวของดอนก็ถูกเขาหิ้วปีกลงมาวางไว้บนพื้น ถึงจะถูกหิ้วมาแล้วแต่เธอก็ยังพยายามจะปีนขึ้นไปให้ได้อีกจนดอนต้องเอาตัวเธอมาเหน็บไว้ที่แขนซ้ายเพื่อไม่ให้เล่นซนวิ่งไปวิ่งมา แต่ดูเหมือนเ้าตัวจะชอบนะ
“ไอ้นี่หรอป่าศูนย์กลาง ขนาดต้นไม้รอบนอกยังใหญ่ได้ขนาดนี้เลยหรอ”
ทันทีที่พวกเขามาหยุดอยู่หน้าป่าศูนย์กลาง ดอนก็พูดออกด้วยความตื่นเต้นออกมาเมื่อเห็นต้นไม้ขนาดใหญ่ที่อยู่ข้างหน้าของตน ถึงจะเป็ต้นไม้ที่อยู่บริเวณรอบนอกแต่ขนาดของมันกลับเท่าต้นไม้ในป่าลึกของป่าบางแห่งเลย
“ดูแลโซเฟียดีๆนะดอนน่า ถ้าอยู่กลับฉันล่ะก็เกรงว่าจะทำอะไรไม่ทัน”
ก่อนจะเข้าไปภายในป่า ดอนส่งโซเฟียไปให้กับดอนน่าเพราะเขาต้องอยู่ด้านหน้าสุดทำให้ไม่สามารถดูแลโซเฟียไปพร้อมกับระวังเหตุไม่คาดฝันได้ ตอนแรกเขาก็จะให้พวกคนที่แลดูค่อยพร้อมคอยอยู่ด้านนอก แต่ทุกคนกลับอยากเข้าไปพร้อมกับเขา ดอนน่าเองก็ไม่ยอมปล่อยให้เขาไปคนเดียวด้วยเช่นกัน มันเลยกลายเป็ว่าทุกคนไปด้วยกันหมดเลย
โดยการเข้าไปข้างในนั้นจะเข้าไปทางไหนก็ได้ เพราะมันเป็ป่าที่ไม่มีใครอยากเข้าไปอยู่แล้วทันจึงไม่มีสร้างทางหลักภายในป่า หากเจอทางเดินที่อยู่ในป่าล่ะก็ควรหลีกเลี่ยงอย่างยิ่งเพราะมันอาจจะเป็ทางเดินของพวกสัตว์ป่า แค่สัตว์กินพืชภายในป่าเพียงตัวเดียวก็สามารถต่อกรกับอัศวินได้สามถึงสี่คนแล้ว
“ตามมาเงียบๆล่ะ”
ทุกคนพยักหน้ารับคำของดอน โดยมีโซเฟียที่ไม่รู้สนุกอะไรพยักหน้าไม่หยุดจนดอนน่าต้องจับเอาไง้เพราะเดี๋ยวจะปวดคอเอา
ซึ่งการเข้าป่าครั้งนี้ดอนอาศัยการดมกลิ่นเพื่อตามหาพวกสัตว์ป่า เขา้ารู้ว่ามันจะเป็เหมือนสิ่งที่เขาคิดเอาไว้หรือไม่ และไม่กี่นาทีต่อมา พวกเขาก็พบเข้ากลับกระทิงที่มีขนาดใหญ่เป็สองเท่าของกระทิงปกติที่คนเลี้ยงเอาไว้ แถมกล้ามเนื้อของมันก็แน่นเด่นชัดจนไม่ต้องเข้าไปใกล้ๆเพื่อพิสูจน์แต่อย่างใด
“คุณจะทำอะไรคะ”
แซนนี่ถึงกับใเมื่อเห็นดอนเดินดุ่มๆเข้าไปหามันโดยไม่ถืออาวุธเลยสักอย่าง ซึ่งเธอก็ไม่ได้กระโจนไปรั้งเขาไว้แต่ไปอยู่ใกล้ๆโซเฟียแทบ เพราะเธอเชื่อว่าคนอย่างเขาจะต้องไม่เป็อะไรแน่นอน
“โอ้อย่างงั้นหรอ ฉันเองก็ดีใจเหมือนกันที่ได้เจอแก”
เมื่อดอนเดินไปหยุดอยู่หน้ากระทิงตัวนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นต่อมาทำให้พวกเขาตกตะลึงอย่างมากเมื่อเห็นกระทิงั์ก้มหัวลงมาให้ดอนเอามือวางไว้บนหัวของมัน โซเฟียที่เห็นอย่างนั้นก็ะโออกไปจากตัวดอนน่าแล้ววิ่งเข้าไปหาดอน ดอนน่าจึงรีบวิ่งตามไปพร้อมกับความกลัว กลัวว่าลูกสาวของเธอจะสัตว์ป่าดุร้ายนั้นทำร้าย
“หยุดเดี๋ยวนี้นะโซเฟีย!”
เอ๊ะ!
ดอนน่าะโสุดเสียงเพื่อหยุดโซเฟียที่วิ่งเข้าไปอย่างไร้เดียงสา แต่สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาก็ทำให้ทุกคนใกันอีกรอบ เพราะกระทิงั์ตัวนั้นนอนลงแล้วกดหัวติดดินเพื่อให้โซเฟียขึ้นไปขี่หลังของมันก่อนจะลุกขึ้น
“กะ กระทิงหักศิลามันเป็มิตรขนาดนี้เลยเรอะ!”
เกรย์โกสต์ะโออกมาด้วยความใที่เห็นกระทิงยิกษ์ทำตัวเชื่องขนาดนี้ เพราะเขาเคยเห็นมันมาก่อนตอนที่เขายังเด็ก มันเป็สัตว์ป่าดุร้ายที่ไล่ขวิดสิ่งมีชีวิตไม่เลือกหน้า ตอนนั้นต้องใช้อัศวินถึงสิบสองนายในการหยุดมันเพียงแค่ตัวเดียว แถมไอ้ตัวนั้นมันไม่ใหญ่เท่านี้ด้วย ส่วนที่มาของชื่อกระทิกหักศิลาก็เพราะความรุนแรงในการพุ่งชนของมัน มันสามารถทลายก้อนหินที่มีขนาดใหญ่กว่าตัวมันเกือบเท่าตัวได้ด้วยการชนเพียงครั้งเดียว และมันก็ไม่ได้รับาเ็จากการชนนั่นด้วย