ในฐานะที่ฉินลู่เป็นักฆ่ามือสมัครเล่นระดับล่างและทำงานนี้มาหลายปี แต่นี่เป็ครั้งแรกที่เขาต้องมาเจ็บหนักขนาดนี้!
ต้องโทษที่ตัวเขาเอง เพราะติดนิสัยจากการทำงานมาใช้ใน่เวลาวิกฤติทำให้อีกฝ่ายได้โอกาสโจมตีเขา ยิ่งไปกว่านั้นเขายังสะกิดาแของฝ่ายตรงข้ามอีกด้วย
ภารกิจครั้งนี้ก็มีเป้าหมายเหมือนครั้งก่อนๆนั่นก็คือพวกค้ามนุษย์ที่ชั่วร้าย มันขโมยเด็ก ลักพาตัว และเอาไปขายเด็กบางคนที่ขายไม่ได้ มันก็จะตัดแขนตัดขาแล้วสั่งให้ไปเป็ขอทาน มีคุณพ่อคนหนึ่งตามหาลูกตัวเองมานานถึง4 ปี สุดท้ายบังเอิญไปเจอว่าลูกกลายเป็คนพิการ ซ้ำยังสติไม่ดีจนพูดไม่รู้เื่แล้วด้วยจึงทำให้เกิดภารกิจในครั้งนี้ขึ้น!
ด้วยค่าตอบแทนหนึ่งล้านหยวน และแบ่งเปอร์เซ็นต์กับองค์กรคนละครึ่ง
“จะผิดพลาดแบบเดิมอีกไม่ได้เด็ดขาด!”
เมื่อนึกย้อนไปถึงเื่ที่เกิดขึ้นในวันนั้น ฉินลู่ก็เตือนตัวเองในใจอีกครั้งการเปลี่ยนตัวตนเป็เื่ที่สำคัญมาก มันจะเป็ปัญหาได้หากเปลี่ยนตัวตนผิดหรือใช้ตัวตนปะปนกัน!
ตอนนั้นที่เขาสู้กับคนร้าย คนร้ายคนนั้นลงไปนอนกองอยู่ที่พื้นแล้วในตอนที่ฉินลู่กำลังจะก้มลงไปแทงคนร้ายนั่นเองเขาก็พบว่าตาของคนร้ายดูล่องลอยเล็กน้อย ที่ตาขาวมีเส้นเืเต็มไปหมดแถมยังเหลืองอีกด้วย ขอบตาก็หมองคล้ำ ชัดเจนว่าตับกำลังมีปัญหาบวกกับคนร้ายคนนี้หนักประมาณร้อยกว่ากิโล เขาทั้งอ้วนและไขมันเยอะถ้าปล่อยให้เป็แบบนี้ไปเรื่อยๆ มีโอกาสสูงที่จะเป็ตับแข็งได้
อีกอย่าง ใบหูของเขาก็แห้งและคล้ำ เกิดจากสภาวะที่ไตทำงานหนักเกินไป สัญชาตญาณความเป็หมอของฉินลู่ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะพูดออกมาว่า
“ผมว่าคุณน่ะนะ ใจดำยังไม่พอ ไตก็ไม่ดี ตับก็ยัง…เวรเอ๊ย!”
ฉินลู่พูดยังไม่ทันจบ แถมยังไม่ทันได้ออกใบวินิจฉัยโรคไอ้หมูอ้วนที่นอนกองอยู่ที่พื้นก็ประชิดตัวเข้ามาหาเขาโดยไม่แคร์น้ำหนักตัวเลยไม่รู้ว่าเขาไปเอามีดสั้นมาจากไหน แต่จู่ๆ ก็เอามีดในมือแทงเข้าไปที่ท้องของฉินลู่
ฉินลู่มีการตอบสนองที่ฉับไว เขาใช้มือขวาจับข้อมือของคนร้ายไว้ได้แต่ว่าปลายแหลมของมีดนั้นก็แทงเข้าไปที่ท้องน้อยของฉินลู่แล้ว
“โชคดีที่ไหวตัวทันไม่อย่างนั้นภารกิจครั้งนี้อาจล้มเหลวได้ เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจในครั้งนี้แล้ว ก็จะได้พักยาวๆ ทั้งเดือนเลย”
ฉินลู่หยิบเข็มฝังเข็มที่ตกทอดมาจากบรรพบุรุษออกมาจากโต๊ะกระจก เขามองไปที่ถุงดำใต้โต๊ะก่อนพยักหน้าเบาๆ อย่างมีความสุข
เขาใช้มือข้างหนึ่งกดแผลไว้ ส่วนอีกข้างก็หยิบเข็มเล็กเรียวยาวออกมาเล่มหนึ่งเขามองเข็มนั้น ก่อนจะฝังลงไปที่ตำแหน่งบนแผลของตน
เข็มฝังเข็มแบ่งเป็ 5ส่วน ปลายเข็ม ตัวเข็ม รากเข็ม ด้ามจับเข็ม และหางเข็ม
จากปลายเข็มจนถึงรากเข็ม มีความยาวประมาณ 1.5 เท่าของด้ามจับเข็ม
เข็มฝังลงไปบริเวณรอบแผล ถูกดันเข้าไปในร่างกายจนถึงส่วนของรากเข็มฉินลู่ใช้นิ้วโป้งกับนิ้วชี้หมุนที่หางเข็มไปมาสามทีแล้วจึงค่อยหยิบเข็มฝังเข็มอีกเล่มออกมาจากแผงเข็ม
ฉินลู่ทำแบบเดิมอีก 5 ครั้ง เข็มฝังเข็ม 5 เล่มก็ถูกฝังอยู่บนตัวของฉินลู่ที่บริเวณรอบๆแผล ทำให้แผลของเขาในตอนนี้ไม่มีเืไหลออกมาแล้ว
จากนั้นเขาก็หยิบขวดเล็กสีดำจากโต๊ะกระจก แล้วค่อยๆ เทผงยาที่อยู่ข้างในลงบนแผลฉินลู่คว้าเอาปลาสเตอร์มาแปะลงบนแผลที่เพิ่งโรยผงยาอย่างลวกๆจากนั้นก็ดึงเข็มทั้งหมดออก
หลังจากที่ทำแผลเรียบร้อยแล้ว ฉินลู่ก็เปลี่ยนชุดอย่างรวดเร็วเขาทิ้งเสื้อเชิ้ตที่มีรอยมีดแทงและเปื้อนเืตอนถูกแทงลงในถังขยะทันที
เขาเปิดถุงดำออก ในนั้นมีของอยู่สามอย่าง ทองคำ เงินสด และซองเอกสาร
ในซองเอกสารมีสมุดเล่มหนึ่งฉินลู่เปิดอ่านได้เพียงหน้าเดียวก็ไม่อยากอ่านต่อแล้ว
“ทำเื่ไม่ดีแล้วยังเขียนลงไดอารี่อีก ประสาทจริงๆ!”
เขาโยนสมุดเล่มนั้นเข้าไปในตู้เซฟอีกตู้ที่อยู่ใต้โต๊ะกระจกก่อนจะเริ่มไปทำสิ่งที่ชอบที่สุดด้วยสีหน้ายิ้มแย้มและมีความสุข
“หนึ่งหมื่น สองหมื่น…แสนสาม แสนสี่ แสนห้า เงินสดทั้งหมดมีแสนห้าทองคำแท่งกับเครื่องประดับพวกนี้ รวมกันก็น่าจะประมาณ 6.7 ชั่ง[1] หรือก็คือ 3,350 กรัมราคาทองคำปัจจุบันอยู่ที่ประมาณกรัมละ 285 หยวน เทียบเป็เงินก็จะเท่ากับ954,750 หยวน รวยแล้วเรา”
ฉินลู่ทำหน้าตาน่าสงสาร เขาคิดว่าช่างคุ้มจริงๆที่ได้ไปทำภารกิจครั้งนี้
“เงินทั้งหมดที่ได้จากภารกิจครั้งนี้คือ หนึ่งล้านหกแสนกว่าๆฉันจะเอาไปบริจาคสักแปดแสนห้า ก็ยังมีเงินเหลือๆ เลยนะ!”ฉินลู่ยิ้มอย่างร่าเริงแล้วนำเงินสดกับทองคำทั้งหมดใส่เข้าไปในตู้เซฟก่อนสวมชุดกาวน์สีขาวอีกครั้ง แล้วทำหน้าที่หมอต่อไป
จริงอยู่ที่งานในห้องพยาบาลไม่ได้หนักหนาอะไร แต่ก็ไม่ทำให้ใครได้มีโอกาสเห็นพร์ของฉินลู่เลยกระนั้น ฉินลู่เองก็ไม่สามารถขัดคำสั่งอาจารย์ที่บอกไว้ว่า “อดทนไว้ให้เขาทำงานที่ห้องพยาบาลนี้สักสามปีก็แล้วกัน”
เพราะคำพูดของตาแก่ที่บอกว่าต้องจ่ายค่าประกันอุบัติเหตุให้กับสังคมเป็จำนวนร้อยละ 50 ของค่าจ้าง นับั้แ่ที่เขาเริ่มทำงานเป็นักฆ่ามาเขาจึงต้องบริจาคเงินครึ่งหนึ่งทุกครั้งที่ทำภารกิจเสร็จสิ้น ช่วยไม่ได้เพราะเขาขัดอาจารย์ไม่ได้นี่นา
“ถ้าไม่ใช่เพราะโรคนั้น…ฉันก็คงแข็งแกร่งกว่าตาแก่ไปแล้ว”
ฉินลู่ถอนหายใจออกมาอย่างหัวเสีย โรคที่เป็ั้แ่เกิดมันรักษาได้ไม่ง่ายเลยจริงๆตอนนี้ก็ต้องรอดูงานวิจัยของตาแก่ว่าจะช่วยอะไรได้บ้างไหม
“เอ๋”
มีเสียงคุยจ้อกแจ้กดังมาจากด้านนอกของห้องพยาบาลฉินลู่หันไปมองมุมห้องที่เขาเพิ่งได้นั่งทำแผลเมื่อกี้ว่าเก็บกวาดเรียบร้อยดีหรือยังหลังจากที่เห็นว่าทุกอย่างเรียบร้อยดี เขาจึงค่อยหันไปมองที่นอกประตูนั้น
หลังผ้าม่าน มีขาเรียวยาวและผิวขาวเนียนที่สวมรองเท้าส้นสูงสีดำเงาวับวิ่งมาที่ประตูห้องพยาบาลอย่างเร่งรีบ เห็นแค่นี้ก็รู้แล้วว่าจะเป็ใครไปไม่ได้นอกจากอาจารย์เฉียนเชี่ยน
“หมอฉินคะ หมอฉิน นักศึกษาหัวแตก ช่วยไปดูกับฉันหน่อยสิคะ”เฉียนเชี่ยนที่วิ่งเข้ามาเปิดผ้าม่านออก พอเห็นตำแหน่งที่ฉินลู่นั่งอยู่ปุ๊บก็รีบวิ่งเข้าไปหาทันที
การแต่งกายของอาจารย์ที่เห็นได้ตามภาพยนตร์ทั่วไป มักสวมแว่นตากรอบดำขนาดใหญ่ถ้าเป็เวลาปกติ ฉินลู่ก็คงพูดแซวไปแล้วว่า “อาจารย์เฉียนไม้เรียวของเธอไปไหนแล้วล่ะ”
แต่ว่าตอนนี้…เขาไม่กล้าแล้ว ถ้าทำให้อาจารย์เฉียนโมโหขึ้นมา เธออาจจะคว้าไม้เรียวมาตีเขาก็ได้
“อาจารย์เฉียน เกิดเื่อะไรขึ้นเหรอ ใจเย็นๆ ก่อน ค่อยๆ พูด”ฉินลู่เผลอมองไปที่หน้าอกของอาจารย์เฉียนโดยไม่ได้ตั้งใจก็เห็นว่ามันเด้งขึ้นลงอย่างแรง น่าเสียดายที่ติดกระดุมเม็ดแรกเอาไว้ฉินลู่ยังจำได้ดีว่า เมื่อไม่กี่ปีก่อนทางมหาวิทยาลัยกำหนดให้แต่งกายแบบเดียวกันหมด ทำให้อาจารย์เฉียนที่เป็พวกแต่งตัวมิดชิดคิดไม่ตกอยู่นาน
“นักศึกษาชายสองคนในห้องของฉันทะเลาะกัน คนหนึ่งหัวแตกเืไหลรถพยาบาลติดอยู่ที่ถนน ฉันก็เลยให้พวกเขาพานักศึกษาคนนั้นมาหานายที่นี่นายรีบช่วยฉันคิดหาวิธีหน่อยสิ”
พออาจารย์เฉียนพูดจบ ผ้าม่านน้อยๆ ของห้องพยาบาลก็ถูกเปิดออกอีกครั้งมีนักศึกษา 4-5 คนช่วยกันแบกเพื่อนคนที่หัวแตกวิ่งเข้ามา
“วางเขาลงตรงนั้น แล้วกลับไปเรียนเถอะ”
ฉินลู่มองแล้วก็ขมวดคิ้ว
ดูจากความเร็วของเืที่ไหลออกมาจากแผลแล้วไม่น่าจะเป็แค่เพราะทะเลาะกันหรอกมั้ง
ฉินลู่ก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าวเพื่อตรวจดูาแแล้วหันไปถามนักศึกษาชายพวกนั้นว่า “หัวของเขาไปกระแทกกับอะไรเข้าหรือเปล่า”
พวกนักศึกษามองฉินลู่ที่ยังดูหนุ่มแน่น แล้วหันไปมองอาจารย์เฉียนทุกคนต่างเงียบไม่ยอมพูดอะไร เพราะพวกเขาไม่ค่อยชอบหมอที่ห้องพยาบาลเท่าไรนัก
“อาจารย์เฉียน ผมว่าเรารอรถพยาบาลดีกว่านะครับ แผลของเขาสาหัสขนาดนี้ เรามาที่ห้องพยาบาลของมหา’ลัยแบบนี้ทำไมกันใช่ว่าเราแค่ปวดหัวตัวร้อนแล้วกินยาก็จะหายนะครับ อีกอย่าง…”
ผู้ชายที่ยืนอยู่หน้าสุดยังพูดไม่จบแต่ทุกคนก็เข้าใจดีว่าเขาหมายความว่าอย่างไร ที่สำคัญคือฉินลู่ดูเด็กเกินกว่าจะเป็หมอได้ บวกกับสิ่งที่ได้เห็นในฟีดของมหาวิทยาลัย ที่มีการพูดถึงพฤติกรรมของหมอพาร์ตไทม์คนนี้อย่างไรด้วยแล้วทุกคนจึงคิดว่า ฉินลู่คนนี้เชื่อถือไม่ได้
คำพูดพวกนี้ ฉินลู่เองก็ได้ยินมาเยอะจนชิน เขาแค่ฟังผ่านๆ ไม่เก็บเอามาใส่ใจ
[1]1 ชั่ง เท่ากับ 500 กรัม