บทที่ 18
ทะเลมันก็แค่น้ำ
"หยุดเดี๋ยวนี้!" รินเกิดบันดาลโทสะเป็อย่างมากพุ่งตัวเข้าชนไอร่าจนกระเด็น ไอร่าเสียหลักจนพุ่งทะลุกระท่อมไม้ไปด้านหลัง รินสาวเท้าเดินข้ามสิ่งปลูกสร้างไปยังร่างที่พยายามลุกขึ้นจากพื้นเธอกระชากคอเสื้อไอร่าขึ้นมา
"นั่นแกจะทำอะไร!"
ไอร่าถุยเืออกจากปาก แรงกระแทกเมื่อครู่มันทำให้ซี่โครงของเธอหัก สายตาเธอจับจ้องไปที่ชายสูงอายุผิวแทนที่มีใบหน้าดูหวาดกลัวถึงขีดสุด เขานั่งอยู่บนพื้นตัวสั่นเทาแขนสองข้างที่ดูอ่อนแรงยกขึ้นป้องกันแทบตลอดเวลา
"ฉันถามว่าแกกำลังทำอะไรอยู่!" น้ำเสียงรินมีความโมโหปนอยู่ในนั้น
ไอร่าเลือกจะไม่ตอบสิ่งใดเบือนหน้าหนีผู้ถามไปอีกทาง สายตาเธอมองต่ำลงไปยังความมืดสุดปลายท้องทะเล รินรู้สึกทนไม่ไหวเลือกที่จะเหวี่ยงไอร่าลงพื้นด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว แล้วเดินไปทางคุณลุงตรวจดูความปลอดภัย มือที่หวังดียื่นออกไปหมายพยุงร่างที่หวาดกลัวขึ้นจากพื้น
"อย่าเข้ามา! ออกไปเดี๋ยวนี้ไอ้พวกปีศาจ!" ชายสูงอายุน้ำตาไหลพรากนอนขดตัวอยู่กับพื้นด้วยความหวาดกลัว รินชักมือที่เต็มไปด้วยความหวังดีกลับคืน แล้วมองไปทางไอร่าที่เดินแบบไม่ใส่ใจออกไปจากจุดนั้น
"คือฉัน...ฉันขอโทษแทนเธอด้วย" รินสูดลมหายใจเข้าลึกพร้อมเดินจากไป สำหรับมนุษย์แล้วจะมองการมีอยู่ของพวกเธอเป็ตัวตนอันน่าหวาดกลัวก็คงไม่ได้ผิดอะไร
เกิดความเงียบขึ้นต่อบุคคลทั้งสี่ แม้แต่จุติมาก็ััได้ถึงบรรยากาศหม่นหมอง ไอร่านั่งกอดเข่าอยู่ริมหาดไม่สนใจผู้ใด ใบหน้าของเธอซุกครึ่งหนึ่งลงใต้แขน แววตาดูเศร้าเกินบรรยายมองอย่างเลื่อนลอยไปยังพื้นน้ำที่ว่างเปล่า
"นี่...นี่...ไอร่า..." เด็กน้อยเขยิบตัวเข้ามานั่งใกล้ๆ มือเล็กๆกระตุกชายเสื้อเด็กสาวผมทองเบาๆ
"ไอร่าเป็อะไรไป..." ไม่มีเสียงตอบกลับ จุติมารู้สึกทำตัวไม่ถูกไม่รู้ว่าเวลานี้ตนควรทำอย่างไรได้แต่ก้มหน้ามองพื้น
"ฉะ...ฉันเกลียดทะเล...มันทำให้รู้สึกไม่ดี"
เด็กน้อยผมแดงดูหวั่นๆชี้ไปทางผืนน้ำ
"เขาเรียกว่าทะเลเหรอ..."
"อื้อ..."
"ไอร่ารู้ตั้งหลายอย่าง ฉันนี่ไม่รู้อะไรเลย..." จุติมาฝืนฉีกยิ้มไปทางเด็กสาวผมทองหวังไว้ว่าเธอจะอารมณ์ดีขึ้นมาบ้าง แต่ไม่มีวี่แววว่าคู่สนทนาจะสนใจเลยซักนิด ทั้งคู่ได้แต่นั่งอยู่แบบนั้นให้เวลาผ่านไปเรื่อยๆ
ทางด้านของรินที่นั่งอยู่ไม่ห่างจากเด็กน้อยทั้งสอง เธอจ้องมองเป็ระยะบนโขดหินเตี้ยๆ นึกถึงความฉงนสงสัยว่าพวกเธอนั้นผ่านอะไรมาบ้าง ส่วนเฮเด้นเลือกที่จะนอนราบกับผืนทรายใช้แขนกำยำมีกล้ามเป็มัดต่างหมอน คำถามมากมายมันก่อกวนจิตใจสตรีผมสั้นถึงจะอยากหลับตาลงก็อดไม่ได้
"นายหลับแล้วเหรอ?"
"ยัง" เฮเด้นรีบตอบขึ้นมาทันที
"เวลาแบบนี้ถึงอยากจะนอนก็นอนไม่ลงหรอก" ร่างใหญ่โตพลิกตัวสลับไปมา
"คือ...ฉันไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหน...ช่วยเล่าอะไรก็ได้ที่ฉันควรรู้ที..." น้ำเสียงรินดูไม่มีความมั่นใจ เวลานี้ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็มีแต่ความว่างเปล่ากับสายลมเอื่อยๆ เฮเด้นเลิกตาขึ้นข้างหนึ่งพลางคิดตามทวนคำถาม
"แล้วไอ้ที่ว่าควรรู้ มันควรจะเป็แบบไหนล่ะ" เขาดีดตัวขึ้นมานั่งอย่างน้อยการพูดคุยมันคงดีกว่านอนเฉยๆอย่างไร้จุดหมาย
"ก็เพราะไม่รู้ถึงได้ถามยังไงเล่า!" รินเริ่มรู้สึกหงุดหงิดั้แ่เดินทางมาที่นี่เธอรู้สึกไม่ได้ดั่งใจเลยซักอย่าง
"จะว่าไป..." เฮเด้นเหมือนนึกอะไรขึ้นได้
"ฉันสงสัยมานานแล้ว เธอก็ดูเป็ผู้หญิงดีอยู่หรอก...แต่ทำไมต้องตัดผมจนสั้นขนาดนั้น" ผู้ถูกถามสะดุ้งกับคำถามที่ไม่ทันตั้งตัว
"ละ...แล้ว...นายมีปัญหาหรือไง!" โหนกแก้มของรินแดงเรื่อไม่คิดว่าจะเจอคำถามแบบนี้ เธอพยายามเก็บอารมณ์ ให้ได้มากที่สุด ก่อนนึกถึงคำตอบของคำถามมันทำให้แววตาเธอตกลงเล็กน้อย
"เมื่อก่อน..." รินเริ่มเล่าพร้อมสายตามองไกลออกไปยังท้องทะเลเวิ้งว้าง ส่วนเฮเด้นตั้งใจฟังถึงแม้ผู้พูดจะเหลือบมองไปอีกทาง
"เมื่อก่อนชีวิตฉันมีแต่การหลบหนีมาโดยตลอด หากฉันไม่ใช่ผู้หญิงก็คงไม่มีใครมาสนใจ ฉันไม่เคยรู้สึกดีเลยที่ตัวเองแตกต่างจากเด็กคนอื่น ฉันมองเด็กผู้ชายเล่นกันอย่างมีความสุขวันแล้ววันเล่า ทุกวันฉันเฝ้ามองเด็กพวกนั้นจากขอบหน้าต่าง จนถึงวันหนึ่งฉันเลือกที่จะก้าวเดินออกไป ทิ้งเส้นผมที่มันเคยสวยงามเพื่อเข้ากลุ่มกับเด็กผู้ชายทั้งหมด แต่แล้วทุกอย่างก็ถูกทำลายย่อยยับ" รินหยุดชะงักใบหน้าตกลงต่ำดั่งภาพอดีตกำลังตามหลอกหลอน
"การคัดสรรอย่างนั้นหรือ?" เฮเด้นรู้สึกเข้าใจเป็อย่างดี
"ใช่...พวกมันบุกเข้ามาเพื่อค้นหาสตรีที่มีพลัง ทุกคนที่ฉันรู้จักถูกฆ่าตายหมด ฉันวิ่งหนีออกมาด้วยพลังทั้งหมดที่มี จนมารู้ตัวอีกทีฉันก็ทิ้งสถานที่แห่งนั้นไว้ไกลแสนไกล ไม่แตกต่างอะไรกับหมู่บ้านของเด็กน้อยสองคนนั่น" รินใช้นิ้วสะกิดขอบตาเบาๆ ไม่อยากให้คู่สนทนาเห็นเธอในสภาพนี้ เธอรู้สึกว่าตนมีความผิดร้ายแรงเป็เพราะพลังที่เธอมีทุกคนจึงหายไปหมด รินกล่าวโทษตัวเองมาโดยตลอด
"เฮ่! นั่นนายจะทำอะไร!" รินร้องสุดเสียงเมื่อแขนที่มีกล้ามเป็มัดเข้าสวมกอดเธอเอาไว้ เธอทั้งดิ้นทั้งผลักแต่แรงของเธอไหนจะสู้ท่อนแขนที่มีกล้ามเป็มัดได้ จุติมาตาเป็ประกายเอียงคอมองการกระทำดังกล่าวด้วยความสนใจ
"ถ้าลูกสาวฉันยังอยู่ก็อายุไม่ต่างจากเธอนั่นแหละ..."
"ลูกสาว?" รินชะงักไปชั่วครู่เื่เหล่านี้เธอไม่เคยรู้มาก่อนเลย เธอแหงนหน้ามองชายผู้มีแววตามั่นคงชั่วครู่หนึ่ง ก่อนรีบหลบสายตา เนื่องจากความรู้สึกว้าวุ่นที่กำลังก่อตัวขึ้น
"แต่...แต่ว่า! ฉันไม่ใช่ลูกของนาย! ออกไปเดี๋ยวนี้!" รินผลักอย่างแรงจนร่างอันใหญ่โตเซล้มไปด้านข้าง เธอรู้สึกโมโหแบบหาสาเหตุไม่ได้ ปนเปกับความรู้สึกที่อธิบายออกมาไม่ถูก ร่างอันใหญ่โตนั้นนั่งกับพื้นแน่นิ่งไม่ไหวติงเหมือนภาพในอดีตกำลังตามมาหลอกหลอน
"การคัดสรร...มันมีไม่กี่วิธีหรอกถึงจะรู้ว่าใครมีพลัง...ส่วนใหญ่มันมักจะจบด้วยวิธีง่ายๆรวดเร็ว" เฮเด้นน้ำเสียงดูเศร้าปนเครียดแค้น ส่วนรินพยายามขจัดอารมณ์แปลกๆออกไปให้หมดสิ้นโดยการกอดร่างตนเองเอาไว้พร้อมสูดลมหายใจเข้าลึก
"แต่โชคไม่ดี...เธอเป็เพียงแค่เด็กผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง...ที่ตายไปโดยยังไม่เห็นโลกนี้มากพอ..." เฮเด้นกัดฟันกลั้นความรู้สึกเอาไว้ มองออกไปยังเส้นขอบฟ้าที่มันเริ่มมีแสงอ่อนๆ
รินไม่รู้ว่าในเวลาแบบนี้เธอควรจะพูดอะไรออกไปดี บางทีการมีชีวิตอยู่ในปัจจุบันโดยแบกรับอดีตอันโหดร้ายเอาไว้ สำหรับเขาหากต้องจบชีวิตมันก็จะจบลงอย่างง่ายดาย แต่สำหรับเธอการจบชีวิตลงนั้นช่างเป็เื่ที่ยากเย็น รินได้แต่จ้องมองฝ่ามือของตนเองแล้วเหลือบมองเด็กน้อยทั้งสองที่กำลังคอยใครบางคนกลับมา สำหรับพวกเธอสตรีผมหยักศกผู้นั้นคงเป็คนที่สำคัญต่อพวกเธอเป็อย่างมาก