King of world ราชันแห่งพิภพ

    ไส้เดือนกระหายเลือด

    ​

    ตอนนี้วาสกำลังอยู่ในที่ราบกว้างใหญ่ที่แห้งแล้งจนแทบไม่มีหญ้าขึ้นสักต้น ด้านหลังของเขาเต็มไปด้วยซากทัพจำนวนไม่น้อยที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นมาจากการล่าระหว่างที่เดินทาง

    พื้นดินถูกปะปนไปด้วยกรวดทราย หากมองเผินที่นี่อาจจะไม่ต่างกับบ่อทรายที่มีไว้สำหรับให้เด็กเล่นสักเท่าไหร่

    แต่ที่ต่างคือบ่อทรายยักษ์แห่งนี้เต็มไปด้วยหลุมลึกมากมายเต็มไปหมด และปากหลุมนั้นกว้างใหญ่พอที่จะให้ช้างตัวโตๆเดินเข้าออกได้สบาย

    วาสมองตรงไปยังที่ราบอย่างเงียบสงบ

    "ที่ตรงนี้ค่อนข้างเสี่ยงไม่น้อยเลย โล่งแจ้งไร้ที่กำบัง ถ้าเราล่าแถวนี้อาจจะมีมนุษย์บางคนเดินทางมาเห็นเราเข้าก็ได้"วาสบ่นพึมพำอยู่คนเดียว

    ต่อให้สถานที่แห่งนี้ห่างไกลจากตัวเมืองเท่าไหร่ ต่อให้สถานที่แห่งนี้ไม่ถูกบันทึกลงในข้อมูลของสมาคมนักสำรวจ

    ก็ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสที่คนจะเดินทางผ่านมา ยังมีคนจำนวนไม่น้อยที่รักการผจญภัยที่แม้จะอันตรายจนเสี่ยงที่จะต้องแลกด้วยชีวิต

    ตัวเขานั้นแม้จะแต่งกายปกปิดตัวตนเต็มที่ แต่เขาก็ไม่อยากเสี่ยงให้ใครมาพบตัวเข้าเท่าไหร่

    แต่สิ่งที่วาสไม่อยากให้ผู้คนพบยิ่งกว่าตัวเขานั้นก็คือเหล่าซากทัพของเขา

    สกิลซากทัพถือเป็นสกิลที่เหมาะสำหรับการสร้างกองทัพอย่างมาก แม้Lv.1ความสามารถของสกิลจะค่อนข้างน้อย แต่มันก็ขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้น

    ยิ่งเลเวลของสกิลเพิ่มขึ้น ความสามารถของมันก็จะเพิ่มขึ้นตาม ซากทัพของเขาจะทวีความน่ากลัวขึ้นเรื่อยๆ

    แต่หากคนอื่นรู้ว่าเขามีสกิลซากทัพก็จะต้องพยายามชวนเขาให้เข้าร่วมกองกำลังของตัวเองแน่นอน

    แต่วาสเป็นคนที่ไม่ชอบอยู่ภายใต้อำนาจใคร มีเพียงเขาเท่านั้นที่จะสั่งการตัวเองได้

    ถ้าหากชวนเขาเข้าร่วมไม่ได้แล้วจะเกิดอะไรขึ้นละ?

    หากชวนไม่ได้ก็มีแต่จะต้องฆ่าเขาทิ้งซะ เพื่อป้องกันไม่ให้วาสไปเข้าร่วมกับฝ่ายที่เป็นศัตรู

    ซึ่งนั่นจะทำให้วาสจะต้องเผชิญกับการตามล่าที่มากขึ้นกว่าเดิม



    "ดูท่าคงต้องเสี่ยงลงไปล่าในหลุมนั้นสินะ"

    วาสเดินหน้านำเหล่าซากทัพของเขามุ่งหน้าไปที่ปากหลุม

    วาสก้มหน้าลงมองไปยังหลุมลาดชันแต่ยังพอเดินลงไปได้แต่มันกลับลึกจนไม่เห็นก้น

    วาสล้วงหยิบของบางอย่างมาจากถุงมิติมันคือคบเพลิงทั่วๆไปที่เขาซื้อมา

    วาสจุดไฟบนคบเพลิงอย่างรวดเร็ว ก่อนจะแจกจ่ายให้กับเหล่าซากทัพที่พอจะพกพาได้ ก่อนจะสั่งให้ซากทัพที่เป็นหมาป่าขนสีน้ำตาลตัวหนึ่งที่คาบคบเพลิงไว้ว่า

    "แกเดินช้าๆเข้าไปเรื่อยๆซะ ไม่ต้องหยุดเดินละ"ซากทัพหมาป่าเดินเข้าไปอย่างว่าง่าย

    ผ่านไปครู่หนึ่งวาสก็เดินตามเข้าไปโดยมีซากทัพทั้งหลายคุ้มกันเขาอยู่รอบๆ

    ชายหนุ่มเดินหายเข้าไปในหลุมมืดอย่างระมัดระวัง ดวงตาจ้องมองแสงไฟที่มาจากซากทัพหมาป่าที่เดินนำหน้าอยู่ และระหว่างทางเขาทำสัญลักษณ์ไว้ที่กำแพงหลุมเพื่อป้องกันการหลงทาง

    กรี๊ซซ! วูบ!

    เดินไปสักครู่หนึ่งภายในหลุมก็เกิดเสียงร้องขึ้น ก่อนที่เปลวไฟที่นำทางวาสอยู่จะดับไปในทันที

    "เฮ้ พวกแก2ตัวรีบวิ่งไปข้างหน้า"วาสร้องสั่งซากทัพสองตัวที่มีคบเพลิงอยู่

    พวกมันรีบวิ่งไปตามคำสั่งอย่างรวดเร็ว

    วาสไม่รอช้าวิ่งตามไปพร้อมกับเหล่าซากทัพที่วิ่งตามคุ้มกันเขา

    เสียงร้องดังขึ้นอีกครั้งก่อนที่ร่างของซากทัพสองตัวจะถูกหั่นกลายเป็นชิ้นๆ แต่ตอนนี้วาสได้เห็นตัวการแล้ว มันคือสิ่งมีชีวิตที่มีรูปร่างคล้ายไส้เดือนขนาดยักษ์ที่มีฟันแหลมคมกริบเรียงเต็มปากของมัน ผิวสีแดงของมันถูกห่อหุ้มด้วยชั้นเมือกบางๆที่ถูกขับออกมาจากร่างกาย

    ชื่อของมันคือมอนเตอร์ไส้เดือนกระหายเลือด น่าเสียดายที่ตอนนี้เขามีข้อมูลของมันแค่ชื่อที่ถูกตั้งโดยคนของสมาคมนักสำรวจเท่านั้น เขาไม่รู้ความสามารถอื่นๆของมันเลย

    วาสฟันฉับไปที่ไส้เดือนกระหายเลือดตัวนั้นขาดเป็นสองท่อน ก่อนจะออกเดินต่อไป

    อยู่ๆหลุมที่วาสเดินอยู่ก็กว้างขึ้น ก่อนเขาจะพบว่าตอนนี้เขาคล้ายอยู่ในห้องใต้ดินที่มีลักษณะเป็นวงกลมขนาดใหญ่ที่มีเพียงความมืดมิดและมีทางเข้าออกเพียงทางเดียว

    แต่จากแสงเรือนรางจากคบไฟทำให้เขาพบว่าเบื้องหน้าของเขาตอนนี้เต็มไปด้วยไส้เดือนกระหายเลือดจำนวนมหาศาลยั้วเยี้ยเต็มไปหมด

    วาสย่นหน้าเมื่อได้กลิ่นเหม็นเน่าของซากศพที่ตลบอลอวลอยู่ภายใน สายตาเขากวาดไปเห็นซากสิ่งมีชีวิตและโครงกระดูกต่างๆมากมายวางระเกะระกะอยู่ทั่ว

    วาสหันหน้าไปมองไส้เดือนกระหายเลือด เขาเลียริมฝีปากแล้วเอ่ยเสียงเรียบว่า

    "ไปฆ่าพวกมันซะ!"สิ้นคำร่างวาสและเหล่าซากทัพของเขาก็วิ่งตะลุยไปหาไส้เดือนกระหายเลือดทั้งหลายอย่างบ้าคลั่ง

    กรี๊ซซซซซซ!

    ไส้เดือนกระหายเลือดร้องเสียงแหลมบาดหู พวกมันอ้าปากที่เต็มไปด้วยเขี้ยวแหลมคมก่อนจะงอตัวแล้วดีดกายพุ่งตรงมาหาพวกวาสอย่างต่อเนื่องราวกับห่าฝน

    ชายหนุ่มเบี่ยงตัวหลบไส้เดือนกระหายเลือดตัวหนึ่งที่อ้าปากกว้างหมายจะขย้ำเนื้อของเขาอย่างรวดเร็วพร้อมกับฟันฉับไปที่ร่างของมันจนขาดออกเป็น 2 ส่วน และใช้สกิลซากทัพใส่ซากศพของมันทันที

    "ตัวมันเปราะบางมาก แต่การโจมตีค่อนข้างอันตรายพอสมควรเลยแฮะ"วาสพูดเบาๆกับตัวเอง หางตาเหลือบไปมองซากทัพตัวหนึ่งที่ถูกไส้เดือนกระหายเลือดเกาะเต็มตัว ฟันของพวกมันกระชากเนื้อของซากทัพออกเป็นชิ้นๆราวกับเป็นเพียงกระดาษบางๆเท่านั้น

    เลือดสีดำที่พ่นกระเซ็นออกมาจากร่างของซากทัพฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ

    ซากทัพของวาสกำลังถูกเข่นฆ่าอย่างรวดเร็ว แต่ชายหนุ่มไม่สนใจเขายังคงตั้งหน้าตั้งตาจัดการกับไส้เดือนกระหายเลือดไปเรื่อยๆพร้อมกับใช้สกิลซากทัพใส่ซากศพของพวกมัน

    ชายหนุ่มวาดดาบในมือทั้งสองข้างไปทั่วทุกทิศทางด้วยสีหน้าเฉยเมย ของเหลวสีขาวขุ่นจำนวนมากที่ออกมาจากปากแผลของไส้เดือนกระหายเลือดรดลงบนตัววาส ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกขยะแขยงกับมันไม่น้อย

    ผ่านไปเพียงครู่เดียวแต่วาสสามารถสังหารไส้เดือนกระหายเลือดไปได้นับสิบตัวแล้ว

    ดูเหมือนเหล่าไส้เดือนกระหายเลือดจะรู้แล้วว่าเขาคือตัวอันตรายจึงพร้อมใจระดมพุ่งเข้ามาหาวาสอย่างบ้าคลั่ง

    แต่ด้วยสกิลสุดยอดสัญชาตญาณทำให้วาสสามารถหลบคมเขี้ยวของพวกมันได้แทบทุกครั้ง มีเพียงบางครั้งที่พวกมันพุ่งเข้ามาพร้อมกันในหลายทิศทางจึงทำให้ชายหนุ่มไม่สามารถหลบได้หมด

    แต่กระนั้นเขาก็ยังมีเสื้อเกราะที่สวมใส่อยู่ภายในเสื้อตัวนอกที่ช่วยป้องกันร่างกายของเขาได้ไม่น้อย

    แรงปะทะจากการพุ่งโจมตีของพวกมันก็รุนแรงพอสมควร ชายหนุ่มรู้สึกจุกทุกครั้งที่ถูกพวกมันพุ่งกระแทกใส่

    เวลาผ่านไปบาดแผลตามร่างกายของวาสกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แม้บริเวณลำตัวจะใส่เกราะอยู่แต่บริเวณอื่นนั้นไม่ใช่

    ถ้าจะให้เขาใส่ชุดเกราะหนักเต็มตัวดังเช่นตอนสู้กับอสรพิษสองหัวก็คงจะไม่ได้ เพราะจะทำให้วาสเคลื่อนไหวไม่สะดวกและอาจจะโดนพวกมันรุมทับจนเคลื่อนไหวไม่ได้นอนกลายเป็นผักรอความตายแน่นอน

    ยิ่งวาสมีเลือดไหลออกมากขึ้นเท่าไหร่ไส้เดือนกระหายเลือดก็ยิ่งทวีความบ้าคลั่งมากขึ้น ราวกับกำลังมีความสุขที่เห็นเลือดสีแดงคล้ำที่ไหลออกมา ปากที่เต็มไปด้วยฟันแหลมคมส่งเสียงร้องแหลมออกมาอย่างกระหายเลือด

    วาสกัดฟันข่มความเจ็บปวดจากการคาดเดาคร่าวๆ จำนวนของไส้เดือนกระหายเลือดที่อยู่ภายในห้องใต้ดินแห่งนี้ใกล้จะหมดเต็มทีแล้ว

    ชายหนุ่มร้องคำรามปลุกใจดังลั่น ระดมเหวี่ยงแขวนฟาดฟันไส้เดือนกระหายเลือดไปรอบทิศทางราวกับคนเสียสติ



    ในที่สุดวาสก็สามารถฆ่าไส้เดือนกระหายเลือดจนเหมด ชายหนุ่มทิ้งตัวนั่งลงกับพื้นเพื่อพักฟื้นเรี่ยวแรง

    เลือดที่ไหลออกบาดแผลของมากมายเริ่มหยุดไหล ชายหนุ่มคว้ายารักษาที่พกมาทาไปทั่วกาย

    ระหว่างรอบาดแผลสมานตัวเขาก็สั่งให้ซากทัพของเขานำคบไฟไปอยู่ยังจุดต่างๆ

    ในที่สุดภายในห้องใต้ดินแห่งนี้ก็มีแสงสว่างพอที่จะมองเห็นได้อย่างชัดเจน

    บนพื้นเต็มไปด้วยซากศพของไส้เดือนกระหายเลือดและเหล่าซากทัพของวาส

    ของเหลวที่ออกมาจากตัวไส้เดือนกระหายเลือดและเลือดสีดำที่ออกมาจากตัวซากทัพเจิ่งนองเต็มไปหมด

    การต่อสู้ครั้งนี้วาสเสียซากทัพเดิมที่มีอยู่ไปถึงครึ่งหนึ่ง แต่เขาก็ได้ซากทัพไส้เดือนกระหายเลือดมาไม่น้อยเช่นกัน จนทำให้ซากทัพของเขามีจำนวนเพิ่มขึ้นเล็กน้อย

    วาสมองซากศพของไส้เดือนกระหายเลือดที่ยังไม่กลายเป็นซากทัพด้วยความเสียดาย

    ตอนนี้วิญญาณทมิฬของเขาหมดลงแล้วทำให้เขายังไม่สามารถใช้สกิลซากทัพต่อได้

    นั่งพักอยู่ครู่หนึ่งวาสก็นึกถึงบางเรื่องออกมาได้

    ชายหนุ่มเดินไปชำแหละซากศพของไส้เดือนกระหายเลือดที่นอนตายอยู่รอบด้านเพื่อหาของมีค่า

    ตอนนี้เขาไม่สนใจที่จะเก็บคอร์อีกต่อไปแล้ว เนื่องจากมีคอร์จำนวนมากที่ได้จากเจคอยู่

    แต่ที่เขาชำแหละดูพวกมันก็เพราะเผื่อว่าในพวกมันบางตัวอาจจะมีเมล็ดสกิลอสูรอยู่

    น่าเสียดายหลังจากที่ชำแหละออกหมดเขาก็ยังไม่เจอเมล็ดสกิลอสูรที่ต้องการ

    ชายหนุ่มเตะก้อนหินที่อยู่ใกล้เท้าออกไปด้วยความผิดหวังเล็กๆ

    ก้อนหินก้อนนั้นกระเด็นไปโดนหัวของซากทัพตัวหนึ่งเข้าเต็มเปา

    วาสเหลือบตาไปมองซากทัพตัวนั้นด้วยหางตา

    เขาเคยทดลองชำแหละซากทัพเพื่อหาดูคอร์มาก่อน แต่เขาพบว่าคอร์ของพวกมันหายไปจึงทำให้เขาล้มเลิกความคิดที่จะผ่ากะโหลกซากทัพทุกตัวของเขาเพื่อหาเมล็ดสกิลอสูร

    วาสสะบัดแขนขายืดกล้ามเนื้อ ก่อนจะตัดสินใจเดินออกมาจากหลุมของไส้เดือนกระหายเลือดที่เขาพึ่งฆ่าล้างบางไปหมาดๆ

    และเดินไปหลุมต่อไปพร้อมซากทัพของเขา...