“่นี้ฝีมือทำกับข้าวของพลอยดีขึ้นนะ” คำพาเอ่ยปากชมเมื่อตักแกงผักเชียงดาใส่ปลาแห้งซึ่งเป็ฝีมือของพลอยแท้เข้าปาก
พลอยแท้ยิ้มกว้างอย่างภูมิใจ ั้แ่ย้อนมาอยู่ยุคนี้ได้สองเดือน เื่ทำอาหารนับเป็เื่ที่เธอประสบความสำเร็จที่สุดแล้ว
ั้แ่ปรับความเข้าใจกับจักรธรในวันนั้น สองหนุ่มสาวได้พยายามปรับปรุงนิสัยและปรับตัวเข้าหากันมากขึ้น จักรธรนั้นทำงานเป็คนเข็นผักที่ตลาดในตัวเมืองได้เกือบสองเดือนแล้ว รายได้แม้จะไม่มากแต่ก็สามารถจุนเจือครอบครัวให้กินอิ่มทุกมื้อ
ส่วนพลอยแท้นั้น หลังว่างจากการเลี้ยงของขวัญที่ตอนนี้อายุย่างเข้าสี่เดือนแล้ว เธอก็จะไปช่วยงานคำพาเสมอทั้งทำความสะอาดบ้าน ซักผ้า ปลูกผัก รดน้ำผัก รวมถึงทำอาหารสามมื้อให้กับสมาชิกในครอบครัว
เพราะไม่เคยทำมาก่อน เมนูต่าง ๆ ของเธอจึงหนีไม่พ้นประเภทไข่ ทั้งไข่ต้ม ไข่เจียว ไข่ตุ๋น กระทั่งได้รู้จักและสนิทสนมกับวารี เพื่อนบ้านที่อยู่ละแวกเดียวกัน วารีจึงช่วยสอนเธอทำอาหารทีละอย่างสองอย่าง จนตอนนี้เธอสามารถทำอาหารเมนูผัดและแกงแบบง่ายได้คล่องแล้ว
“อร่อยก็จริง แต่ไม่จำเป็ถึงขนาดต้องเอาใบมะยมมาผัดใส่ไข่ให้กินนะ เราไม่ได้อดอยากเหมือนเมื่อก่อนเสียหน่อย” จักรธรอดบ่นไม่ได้ระหว่างนั่งเขี่ยใบมะยมผัดไข่ที่ตั้งอยู่ข้างหน้าตัวเอง
“ถึงจะไม่อดอยากแต่ก็ยังไม่มีเงินเหลือเก็บนะ” พลอยแท้ท้วง
จักรธรสีหน้าขรึมลงทันตา
พลอยแท้ดูจะรู้ตัว เธอจึงรีบพูดปลอบ “แต่ด้วยฝีมือธร ฉันเชื่อว่าเร็ว ๆ นี้เราต้องมีเงินเก็บเยอะแยะแน่”
สีหน้าจักรธรดีขึ้นมานิดหนึ่ง
“แล้วใบมะยมผัดไข่มันก็ไม่แย่นะ อร่อยดีออก ฉันเลือกแต่ใบอ่อนมาผัด ใบมะยมกินแล้วดีนะช่วยให้หลับง่ายแล้วก็ช่วยป้องกันโรคโลหิตจางด้วย” ถึงชีวิตก่อนเธอจะไม่เคยช่วยงานที่ร้านอย่างเป็จริงเป็จัง แต่ก็ย่อมได้ยินสรรพคุณของสมุนไพรต่าง ๆ ผ่านหูมาบ้าง
เพราะต้องช่วยครอบครัวประหยัด เวลาที่ว่างจากงาน เธอมักจะเดินสำรวจไปโดยรอบบริเวณเพื่อเสาะหาพืชผักที่กินได้มาประกอบอาหาร
หมู่บ้านที่เธอและจักรธรย้อนกลับมาอยู่นี้ชื่อหมู่บ้านท้ายห้วย เป็หมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ไม่ค่อยเจริญของจังหวัด A ชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำนาปลูกข้าว ทำไร่ ปลูกผัก หาของป่าขาย และเป็ลูกจ้างคนอื่นเขา จะมีส่วนน้อยเท่านั้นที่ทำงานในหน่วยงานที่มั่นคงอย่างเช่นจาตุรนต์และพรรณี
ระหว่างเดินสำรวจละแวกนี้ เธอก็พบว่ามีพืชสมุนไพรขึ้นอยู่มากมาย อย่างต้นกระสัง หญ้าไก่หรือผักเบี้ยใหญ่ ซึ่งชาวบ้านมองว่าเป็วัชพืช แต่เธอรู้ว่าไม่ใช่ พวกนี้เป็สมุนไพร อาจไม่มีราคาแต่สรรพคุณถือว่าไม่ธรรมดาเลย เธอจึงมักจะหาผักเหล่านี้มาปรุงอาหารทั้งผัดหรือลวกจิ้มน้ำพริกอยู่เสมอ
ตอนแรกคำพาไม่กล้ากิน แม้พลอยแท้จะยืนยันอยู่หลายรอบแล้วว่าหลังเกิดอุบัติเหตุ เธอมีความสามารถพิเศษขึ้นมาอย่างหนึ่งคือรู้จักสมุนไพรหลาย ๆ ประเภททำให้รู้ว่าสมุนไพรไหนดี ชนิดไหนเป็พิษ ชนิดไหนสามารถนำมาประกอบอาหารได้ แต่ไม่ว่าจะมองมุมไหน คำพาก็มองว่ามันเป็แค่ต้นหญ้าไร้ค่าเท่านั้น
กระทั่งได้เห็นจักรธรและพลอยแท้กินบ่อยเข้า และไม่มีทีท่าจะเป็อะไร มิหนำซ้ำยังดูเอร็ดอร่อยกันเสียอีก เธอจึงเริ่มใจกล้ากินตามแล้วก็พบว่ามันอร่อยมาก หลังจากนั้น ไม่ว่าเมนูผักแปลกอะไรที่พลอยแท้นำมาทำ คำพาก็สามารถกินได้โดยไม่อิดออดอีก
“แต่น่าแปลกนะ ความทรงจำเื่อดีตหายไป แต่กลับได้ความรู้เื่สมุนไพรมาแทน” คำพายังคงแปลกใจไม่หายในเื่นี้ ขณะที่จักรธรและพลอยแท้ต่างพากันยิ้มแหย
“น่าเสียดายที่ยายหนูยังกินสมุนไพรบำรุงไม่ได้ ไม่งั้นย่าจะให้พลอยหามาบำรุงแกหน่อย ไม่ยอมอ้วนเลย” คำพาเหลียวมองของขวัญที่นอนหลับอยู่ตรงเบาะนอนข้างพลอยแท้ด้วยความเป็ห่วง
พลอยแท้เหลียวมองเด็กน้อยที่ตอนนี้ส่วนศีรษะดูเหมือนจะโตกว่าลำตัวอย่างวิตกเช่นกัน หลังจากเลี้ยงแกมาอย่างทุลักทุเลได้สองเดือน จะบอกว่าไม่มีความผูกพันเลยนั้นย่อมเป็ไปไม่ได้ อีกอย่าง สายเืของเด็กคนนี้ก็คือสายเืเดียวกับที่กำลังไหลวนอยู่ในร่างของเธอด้วยเช่นกัน ความผูกพันย่อมมีมากกว่าปกติ
ตอนนี้ เวลาคิดจะทำอะไร เด็กหญิงตัวผอมคนนี้มักจะอยู่ในลำดับต้น ๆ ของความคิดเธอเสมอ “พลอยคงไม่ได้บำรุงตัวเองดีพอน่ะย่า สารอาหารในน้ำนมเลยมีไม่มาก ของขวัญเลยผอมแห้งแบบนี้ เอาไว้พลอยจะเดินดูว่ามีอาหารอะไรบำรุงน้ำนมบ้าง จะได้เอามาทำกับข้าวกิน”
“หรือจะซื้ออาหารเสริมมากินดี” จักรธรเสนอ
หญิงสาวส่ายหน้า “มันแพงมาก เปลืองเงินเปล่า ๆ อีกสักเดือน พลอยว่าจะเริ่มให้ของขวัญกินอาหารอ่อนแล้ว ค่อยหาไข่แล้วก็ของดี ๆ ไปบำรุงแกตอนนั้นดีกว่า ที่จริงถึงแกจะผอมแต่ก็ไม่เคยเป็ไข้ไม่สบายอีก หมอที่อนามัยก็ยังบอกว่าแข็งแรงดี คงไม่มีอะไรน่าห่วงหรอก”
ก่อนที่จะพูดอะไรต่อ ก็มีเสียงเรียกที่หน้าบ้านเสียก่อน