จ้าวหยางผมเผ้ายุ่งเหยิงมองไปที่ฉือหางด้วยสายตาที่เหลือเชื่อ นางยื่นมือออกไปทึ้งเสื้อผ้าของฉือหางสุดแรงราวกับต้องการจะระบายอารมณ์
“เจ้าไปให้พ้นใครบอกให้เจ้าเข้ามา!” จ้าวหยางยกมือขึ้นต้องการข่วนใบหน้าของฉือหาง
ฉือหางมองไปที่จ้าวหยางเช่นนี้ร่องรอยของความเบื่อหน่ายฉายแววในดวงตาของเขา เขายกมือขึ้นปิดหน้า
ฟางซื่อที่ยืนอยู่อีกด้านหนึ่งมองดูฉือหางหลบไปหลบมามุมปากของนางยกโค้งขึ้นฉายรอยยิ้มพึงพอใจ
ความไม่พอใจก็ฉายผ่านหว่างคิ้วหลินกู๋หยู่แวบหนึ่ง
เดิมทีฉือหางเป็นคนซื่อดังนั้นโดยธรรมชาติแล้วเขาจะไม่ใช้กำลังกับผู้หญิง
หลินกู๋หยู่ย่อตัวลงยังคงอุ้มโต้ซาไว้ในอ้อมแขน ดังนั้นจึงไม่สะดวกที่นางจะต่อสู้
“โต้ซาเด็กดี” หลินกู๋หยู่ต้องการวางโต้ซา แต่โต้ซากอดนางแน่นเกินไป “อย่ากลัวเลย”
ใบหน้าเล็กๆของโต้ซาแดงก่ำจากการร้องไห้ขณะเดียวกันเด็กน้อยมองไปที่หลินกู๋หยู่ด้วยน้ำตาคลอเบ้าคว้าเสื้อผ้าของหลินกู๋หยู่ไม่ยอมปล่อย
เดิมทีเฉิงอันอันเข้าไปลากตัวจ้าวหยางออกมาแล้วแต่ไม่คาดคิดเลยว่านางจะถูกจ้าวหยางผลักออกไปจนล้มลงกับพื้น
หลินกู๋หยู่เอื้อมมือไปแตะที่ใบหน้าเล็กๆของโต้ซา และพูดอย่างทุกข์ใจว่า "ไม่เป็นไรแล้ว ไม่ต้องกลัวจะไม่มีใครตบตีเจ้าได้อีก"
เมื่อเห็นดวงตาที่น้ำตาไหลรินของโต้ซาหลินกู๋หยู่ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเจ็บที่หัวใจ
อาจเป็นเพราะการเกลี้ยกล่อมของหลินกู๋หยู่ได้ผลในที่สุดโต้ซาก็ยอมปล่อยมือ
“เจ้าชอบคนใหม่เกลียดคนเก่าข้าไม่ดีตรงไหน ผู้หญิงคนนั้นแต่งงานเข้ามาไม่ถึงครึ่งปีแต่ตอนนี้เจ้ากลับเข้าข้างผู้หญิงต่ำตมนั่น เจ้ามันไม่ใช่มนุษย์ข้าอยู่กับเจ้านานมากขนาดนั้น ..."
ฟังจ้าวหยางพูดจาเหลวไหล ชาวบ้านต่างมุงดูด้วยความบันเทิงอย่างมีอรรถรส
โจวซื่อยืนอยู่อีกด้านหนึ่งนางเคยเห็นจ้าวหยางตบตีคนมาก่อน ดังนั้นนางจึงไม่กล้าก้าวไปข้างหน้านางจับมือของซ่งซื่อไว้แน่น "เจ้ารีบเข้าไปสิ เข้าไปดึงคนออกมาเร็วเข้า!"
ซ่งซื่อยืนอยู่ข้างๆหันไปมองที่เฉิงอันอันซึ่งล้มอยู่บนพื้นด้วยใบหน้าซีดด้วยความเจ็บปวดด้วยความวิตกกังวลนางไม่รู้ว่าจะเข้าไปจัดการอย่างไร
ความก้าวร้าวของจ้าวหยางเป็นที่รู้กันทั่วทั้งหมู่บ้านผู้ใหญ่บ้านจึงตะโกนว่า "หยุดใช้กำลังได้แล้ว"แต่กระนั้นเขาก็ไม่กล้าที่จะก้าวไปข้างหน้า
หลินกู๋หยู่ยืนขึ้นช้าๆขมวดคิ้วแน่นยิ่งขึ้น เดินไปด้านหน้าฉือหางแล้วจับผมของจ้าวหยางดึงไปด้านข้างอย่างสุดแรง
จ้าวหยางร้อง "อ๊ะ"ด้วยความเจ็บปวด มือข้างหนึ่งกุมที่ศีรษะ มืออีกข้างหนึ่งเหยียดออกไปหาหลินกู๋หยู่
เมื่อจ้าวหยางกำลังจะเข้ามาหลินกู๋หยู่ก็เตะด้านข้างจ้าวหยางอย่างสวยงามร่างกายของจ้าวหยางโซซัดโซเซล้มลงไปด้านข้าง จากนั้นจึงเตะที่ด้านในขาขวาและขาซ้าย
จ้าวหยางถูกหลินกู๋หยู่เตะจนล้มลงกับพื้นเสื้อผ้าของนางปกคลุมไปด้วยฝุ่นดิน แผดเสียงร้อง "จะฆ่าคนแล้ว จะฆ่าคนแล้ว!"
เมื่อเห็นการเคลื่อนไหวที่ว่องไวและเป็นธรรมชาติของหลินกู๋หยู่ฉือหางจึงขยับขาเล็กน้อย เมื่อเปรียบเทียบการเคลื่อนไหวของนางเขาพบว่าการเตะรอบหลังดูเหมือนจะมีพลังมากกว่าการเตะเมื่อก่อนของเขาเสียอีก
เขามองดูการเคลื่อนไหวของหลินกู๋หยู่ด้วยความฉงนสนเท่ห์รู้สึกว่ากู๋หยู่ดูเหมือนจะมีความลับมากมายอย่างอธิบายไม่ได้
“เจ้ายังตายไม่ได้หรอก” หลินกู๋หยู่เดินไปหาจ้าวหยาง มัดมือไพล่หลัง หายใจเข้าลึกๆแล้วพูดด้วยเสียงเบาอย่างราบเรียบ “ข้าจะรักษาเจ้าให้หายเองแต่ถ้าเจ้ายังคิดไม่ซื่อ ข้าก็ไม่ว่าอะไรที่จะจัดให้เจ้าอีกสักสองสามครั้ง"
หลังจากได้ยินคำพูดของหลินกู๋หยู่หลายคนที่กำลังมุงดูเหตุการณ์ต่างอดไม่ได้ที่จะก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว
พวกเขาทุกคนต่างรู้ว่าทักษะทางการแพทย์ของหลินกู๋หยู่นั้นดีมากแต่พวกเขาไม่เคยรู้มาก่อนว่านางเก่งกาจในการต่อสู้ถึงเพียงนี้
จ้าวหยางสงบเงียบทันทีนางสูดอากาศอย่างแรง มองไปที่ผู้คนรอบตัวด้วยความโกรธแค้น
หากหลินกู๋หยู่สามารถปราบนางในครั้งแรกได้นั่นก็ถือเป็นโชค แต่ตอนนี้ไม่ใช่เพราะโชคอย่างแน่นอน
หลินกู๋หยู่ก็มัดจ้าวหยางเสร็จแล้วก็ลุกขึ้น
ฟางซื่อที่ยืนอยู่ข้างๆมองไปที่หลินกู๋หยู่ที่ยืนอยู่ด้วยความประหลาดใจ ใบหน้าของนางซีดลงด้วยความตกใจ
พอเห็นว่าในที่สุดหลินกู๋หยู่ก็หยุดแล้วโต้ซาก็วิ่งไปหาหลินกู๋หยู่ด้วยขาสั้น ร้องไห้เบาๆ พร้อมกอดคอของหลินกู๋หยู่แน่น
"ลูกชายของข้าเจ้าปล่อยลูกชายของข้า อย่าแตะต้องลูกชายของข้า!"จ้าวหยางมองไปที่การกระทำของโต้ซา ลุกขึ้นอย่างกระวนกระวาย นางตะโกนใส่หลินกู๋หยู่"อย่าแตะต้องลูกชายของข้า คืนลูกของข้ามาให้ข้า!"
โจวซื่อมองไปที่หลินกู๋หยู่อย่างประหวั่นพรั่นพรึงนางเดินช้าๆ ไปข้างหน้าจ้าวหยาง
เมื่อก่อนนางเคยรู้สึกกลัวหลายส่วนเมื่อเห็นลูกสะใภ้คนนี้แต่เมื่อได้เห็นจ้าวหยางถูกมัดเช่นนี้ ในที่สุดนางก็รู้สึกโล่งใจแผ่นหลังของนางก็ยืดตรงขึ้น "เจ้า เจ้าไปแล้วไม่ใช่หรือใครเรียกให้เจ้ามาที่นี่?"
“ข้ามารับลูกชายของข้าข้าผิดด้วยหรือ?” จู่ๆ จ้าวหยางก็เงยหน้าขึ้นคำราม “เจ้าดูบ้านของพวกเจ้าสิ ทั้งยากจนและทรุดโทรม ทำไมลูกชายของข้าจะต้องมาตกระกำลำบากกับพวกเจ้าด้วย!”
หลินกู๋หยู่ยืนอยู่ข้างๆโดยมีโต้ซาอยู่ในอ้อมแขน มองดูท่าทางของจ้าวหยางขณะตบหลังของโต้ซาเบาๆ
ฉือหางเดินไปที่ด้านข้างหลินกู๋หยู่ เอื้อมมือจะอุ้มโต้ซา"ให้ข้าอุ้มดีหรือไม่?"
หลินกู๋หยู่ก็รู้สึกเหนื่อยเล็กน้อยเช่นกันในขณะที่กำลังจะส่งโต้ซาให้กับฉือหาง จู่ๆนางไม่คิดเลยว่าโต้ซาจะกอดคอของนางแน่นขึ้นเรื่อยๆไม่ยอมปล่อยไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
"หรือว่าให้ข้าอุ้มเถอะ"หลินกู๋หยู่มองไปที่ฉือหางด้วยรอยยิ้มละไม
หลินกู๋หยู่หันกลับมาและมองไปที่ผู้ใหญ่บ้านที่ยืนอยู่ตรงนั้นด้วยใบหน้าเหม่อลอยมองไปที่จ้าวหยางซึ่งกำลังก่นด่าพึมพำ "ผู้ใหญ่ ท่านดูสิ นางจะลักพาตัวโต้ซา ทั้งยังใช้กำลังด้วยข้าเสนอให้ส่งนางพบเจ้าหน้าที่รัฐ"
เมื่อผู้ใหญ่บ้านมองไปที่สภาพของจ้าวหยางเขาผงกศีรษะ "ตกลง ข้าจะสั่งให้ใครสักคนไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่รัฐ!"
“ใครจะรายงานเจ้าหน้าที่รัฐหรือ?” ทันใดนั้นก็มีเสียงแหลมลอดดังเข้ามา
หลินกู๋หยู่มองไปยังแหล่งที่มาของเสียงก็เห็นสตรีรูปร่างอ้วนสวมเสื้อผ้าสีแดงปนเขียวคนหนึ่ง บิดก้นอ้วนของนางเดินมาขณะเดียวกันนิ้วมือที่ทั้งหนาและสั้นของนางถือผ้าเช็ดหน้าสีแดงปรากฏตัวออกมาจากฝูงชน
เมื่อสตรีคนนั้นเห็นจ้าวหยางอยู่บนพื้นสีหน้าของนางก็แปรเปลี่ยนไป นางชี้นิ้วมือไปที่ผู้คนรอบๆ และด่าทอ"พวกเจ้าแต่ละคนไม่มีสมองหรืออย่างไร พวกเจ้ารู้หรือไม่ว่านางเป็นใคร?"
เมื่อจ้าวหยางเห็นสตรีคนนั้นอารมณ์ของนางยิ่งพุ่งปรี๊ดมากกว่าเดิม ตะโกนเรียกสตรีคนนั้น"ยังไม่รีบแก้เชือกให้ข้าอีก!"
หลังจากได้ยินคำพูดของจ้าวหยางหญิงอ้วนก็รีบเดินไปหาจ้าวหยางกำลังจะแก้เชือกออก
"ข้าจะถามว่า"หลินกู๋หยู่อุ้มโต้ซาไว้ในอ้อมแขน หยุดตรงหน้าหญิงอ้วน "เจ้าเป็นใครหรือ?"
เมื่อหญิงอ้วนได้ฟังคำพูดของหลินกู๋หยู่นิ้วประหนึ่งดอกกล้วยไม้ของนางก็กระตุก สะบัดผ้าเช็ดหน้าในมือของนาง"ข้าเป็นแม่สื่อที่สวยที่สุดในหมู่บ้านนี้ ใครๆ ก็เรียกข้าว่าแม่สื่อสู่!"
อาจด้วยเพราะมีคนมาช่วยจ้าวหยางจ้าวหยางจึงดูมั่นใจมากขึ้น นางตะโกนใส่แม่สื่อสู่ว่า "เด็กสาวคนนี้มัดข้าไว้จะคุยกับนางทำไมอีก!"
หญิงอ้วนเข้าใจในทันทีมองไปที่หลินกู๋หยู่ด้วยใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความรังเกียจ และพูดอย่างเย็นชาว่า"ยังไม่ไสหัวไปอีก เจ้าเด็กสมควรตาย หน้าตาอัปลักษณ์เช่นนี้ยังอาจหาญมาขวางต่อหน้าข้า!"
“เจ้าสวย?” หลินกู๋หยู่มองผู้หญิงอ้วนจากศีรษะจรดปลายเท้าครู่หนึ่ง ถอนหายใจเบาๆ “ข้าไม่เคยตัดสินคนจากรูปร่างหน้าตาหรือเจ้าเป็นคนงามที่จิตใจดั่งตำนานเล่าลือ”
ก่อนที่หญิงอ้วนจะพูดต่อหลินกู๋หยู่ก็พูดเบาๆ ว่า "ข้าพยายามอย่างมากที่สุดเพื่อดูจิตใจของเจ้าแต่สุดท้ายข้าก็ไม่พบว่าจิตใจของเจ้าจะสวยไปกว่ารูปร่างหน้าตาของเจ้าสรุปแล้วก็คือ หน้าตาและจิตใจของเจ้าก็ไม่ต่างกันจริงๆ ด้วย!”
หญิงอ้วนโกรธมากจนอยากจะชนหลินกู๋หยู่แต่นางไม่คาดคิดเลยว่าหลินกู๋หยู่จะหลีกไปด้านข้าง
เมื่อเห็นว่าแม่สื่อสู่กำลังจะต่อสู้กับหลินกู๋หยู่จ้าวหยางก็ตะโกนเสียงดังว่า "เจ้าจะทำอะไร ทำไมไม่มาช่วยข้าแก้เชือก!"
แม่สื่อสู่จ้องมองที่หลินกู๋หยู่ด้วยความโกรธจากนั้นเดินไปข้างหลังจ้าวหยาง ก่อนที่จะปลดเชือกให้แล้วฉีกยิ้มทันที"จ้าวอี๋เหนียง ทำไมท่านถึงกลายเป็นเช่นนี้ไปได้?"
เมื่อคนรอบข้างได้ยินวลี"จ้าวอี๋เหนียง" แต่ละคนก็มองไปที่แม่สื่อสู่ด้วยความประหลาดใจ
ฟางซื่อยืนอยู่ข้างกำแพงด้านข้างอย่างมีชัยมองทุกคนด้วยสายตาสนุกสนาน
โจวซื่อก้าวเท้าถอยหลังหนึ่งก้าวเนื่องจากกลัวว่าจ้าวหยางจะใช้กำลังกับนาง
อี๋เหนียง?
หลินกู๋หยู่คิดอย่างรวดเร็วเป็นไปได้หรือไม่ว่าจ้าวหยางแต่งงานใหม่กับครอบครัวที่ร่ำรวยและมีเพียงครอบครัวที่ร่ำรวยเท่านั้นที่มีสามภรรยาสี่อนุคนในหมู่บ้านนี้ยากจนกันมากดังนั้นพวกเขาจะมีเงินแต่งงานกับภรรยามากมายเช่นนั้นได้อย่างไร?
พอฟังแม่สื่อสู่เรียกนางเช่นนั้น จ้าวหยางก็ยื่นมือออกเช็ดฝุ่นบนร่างกายออกหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาเช็ดสิ่งสกปรกบนใบหน้าให้สะอาด
เมื่อเห็นจ้าวหยางเช่นนี้หลินกู๋หยู่ก็กลอกตาอย่างจนปัญญาเล็กน้อย
"ว่ากันว่าข้าเป็นดอกไม้ในหมู่บ้านของเราไม่เช่นนั้นข้าคงไม่มีบ้านดีๆ หลังจากทิ้งสกุลฉือ"จ้าวหยางชำเลืองมองธารกำนัลอย่างเย่อหยิ่งปราดหนึ่ง ก่อนจะหันไปด้านข้างเล็กน้อยมองไปที่โจวซื่อด้านข้าง “ข้ายังต้องขอบคุณท่านแม่จริงๆไม่เช่นนั้นก็คงไม่มีข้าในวันนี้”
จ้าวหยางบิดตัวมากขึ้นเดินไปข้างหน้าหลินกู๋หยู่อย่างภาคภูมิใจ
นางสูงกว่าหลินกู๋หยู่มาก เมื่อมองลงมาจากมุมมองที่สูงกว่านางรู้สึกพึงพอใจอย่างประหลาดใจ "ผอมแห้งเช่นนี้ อยากรูปร่างดีก็คงจะยากเจ้าจะเอาอะไรมาสู้กับข้า?"
หลินกู๋หยู่ตบหลังโต้ซาเบาๆก้าวถอยหลังเล็กน้อย "เป็นดอกไม้ในหมู่บ้านแห่งนี้จริงๆ ด้วย หลังจากเจ้าออกจากบ้านสกุลฉือในหมู่บ้านนี้ก็ไม่มีกองขี้วัว[1]อีกต่อไปแล้ว"
เมื่อได้ยินสิ่งที่หลินกู๋หยู่พูดจ้าวหยางไม่ตอบสนองไปชั่วขณะ คิดอย่างไรก็รู้สึกว่าถ้อยคำนี้แปลกพิกล
"รูปร่างดีมากจริงๆ"หลินกู๋หยู่มองไปที่จ้าวหยางที่เชิดหน้าขึ้นอย่างภาคภูมิใจอย่างสบายๆจากนั้นเอนเข้าไปใกล้ใบหูของจ้าวหยาง เอ่ยถามเบาๆ ว่า "เนื้อที่หน้าอกของเจ้าใช่เพราะบีบเนื้อจากหน้าท้องขึ้นไปข้างบนหรือไม่?”
ใบหน้าของจ้าวหยางยิ่งน่าเกลียดนางมองไปที่หลินกู๋หยู่ด้วยความเกรี้ยวโกรธ ยกมือขึ้นจะตบแต่มือนั้นเพียงหยุดชะงักอยู่กลางอากาศ
ตอนนี้นางได้เรียนรู้บทเรียนแล้วนางรู้ว่านางไม่ใช่คู่ต่อสู้ของหลินกู๋หยู่ดังนั้นนางจึงดึงผ้าเช็ดหน้าออกจากแขนเสื้อด้วยความโกรธ
“แม่สื่อสู่วันนี้ข้าจะพาลูกชายของข้าไปงานแต่งงานใหม่ด้วยข้าไม่ต้องการให้ลูกชายของข้าอยู่กับผู้หญิงที่ฉุนเฉียวเช่นนี้ถ้าวันหนึ่งลูกชายของข้าเกิดถูกนางทำร้ายจะทำอย่างไร?” จ้าวหยางเงยหน้าขึ้นอย่างทะนงตัวพร้อมพูดอย่างประชดประชัน กอดหน้าอกและมองไปที่หลินกู๋หยู่ที่อยู่ข้างๆในเวลาเดียวกัน "นางก้าวร้าวมาก ถ้านางตบลูกชายของข้า..."
……………………………………………………………………………………….
[1] กองขี้วัวหลินกู๋หยู่ต้องการเปรียบเปรยจ้าวหยางว่าเป็นดอกไม้บนกองขี้วัว แม้เป็นดอกไม้แต่ก็ไม่ใช่ดอกไม้ที่ดีนัก