“สี่ฤดูผันแปร!’’ต้าชางและเหม่ยซูอัศจรรย์ใจ นี่เป็ภาพวาดที่ดีที่สุดที่พวกเขาเคยเห็นมา!
“โลกพัฒนาไร้สิ้นสุดอย่างไม่เคยย้อนกลับมุ่งไปข้างหน้าอยู่ตลอดเวลาโดยเสมอ มีเพียงกาลเวลาและสี่ฤดูเท่านั้นที่ยังคงเดิม ดังนั้นทุกๆครั้งที่กาลเวลาเกิดการเปลี่ยนแปลงมันก็จะนําพามาซึ่งการผันแปรแห่งสี่ฤดู’’เสียงของชายหนุ่มดังขึ้น
“นี่จึงเป็ที่มาของชื่อสี่ฤดูผันแปร!’’ จางเจิ้นเน้นเสียงของเขาขึ้นมาเล็กน้อยแล้วพยักหน้าให้กับผลงานตรงหน้าอย่างพึงพอใจ อย่างน้อยสิ่งนี้ก็หมายความแล้วว่าเขาได้เข้าถึงการวาดภาพอย่างแท้จริงแล้ว
ทางด้านต้าชางก็ไม่รู้ว่าควรจะบรรยายสิ่งใดออกมาดีเพราะภาพวาดตรงหน้าเขานี้ มันไร้ที่ติเกินจะบรรยาย!
แล้วแบบนี้คําบรรยายจะคู่ควรกับมันได้อย่างไร?
เหม่ยซูเองก็ตกตะลึงจนตัวแข็งค้างเธอไม่อยากเชื่อเป็อย่างมาก ว่าผลงานตรงหน้านี้จะเกิดขึ้นจากชายหนุ่ม
เป็ไปได้อย่างไร!
ทําไมภาพวาดระดับนี้จึงถูกรังสรรค์ขึ้นมาได้?
ต้าชางและเหม่ยซูมองหน้ากันอย่างอดไม่ได้สุดท้ายสองตาของพวกเขาได้จับจ้องไปยังชายหนุ่ม
ชายหนุ่มคนนี้ไม่เพียงจะวาดพวกมันได้ในเวลาแค่สองชั่วโมงทว่ายังได้รังสรรค์มันให้ถึงระดับที่ไม่อาจจินตนาการ หรือวัดคุณค่าได้
เขาคนนี้...น่าทึ่งจริงๆ!
ส่วนลูกค้าและพนักงานทั้งหลายที่เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นพวกเขาก็ตกตะลึงเช่นกัน แม้พวกเขาจะไม่เคยเห็นภาพวาดของผู้เชี่ยวชาญใกล้ๆมาก่อนแต่ว่าพวกเขาสามารถบอกได้เลยว่าภาพวาดตรงหน้าพวกเขานี้
มันสุดยอดอย่างแท้จริง!
สุดยอดเกินบรรยายและไม่สามารถประเมินคุณค่าได้!
“นี่เธอยกมันให้กับฉันจริงๆงั้นเหรอ?’’ท้ายที่สุด ต้าชางสูดหายใจเข้าเฮือกใหญ่ ตอนนี้เขาตื่นเต้นและอดใจไม่ไหวจริงๆ
“แน่นอนครับถือเป็การชดเชยแทนป้าของผม’’ จางเจิ้นยิ้มบางเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ทําให้เขามีโอกาสเข้าใจได้ว่าการวาดภาพไม่ใช่อะไรง่ายๆอย่างที่ตาเห็น
ต้าชางที่ได้ยินแม้จะคาดเดาเอาไว้อยู่แล้วเขาก็อดดีใจไม่ได้ สุดท้ายเขาหันไปทางเหม่ยซูแล้วหัวเราะ
“คุณมีหลานชายที่มากความสามารถจริงๆ’’
“เขาไม่ใช่หลานชายของฉันหรอกค่ะ’’ได้ยิน เหม่ยซูก็ไม่รู้ว่าควรจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี เธอจึงยิ้มแห้งๆถ้าเธอมีหลานชายที่สุดยอดขนาดนี้อยู่…เธอคงจะดีใจจนตายแล้วล่ะ!
“...’’ ต้าชางผงะไปก่อนมองชายหนุ่มและหญิงสาววัยกลางคนสลับกัน
จริงแฮะ...สองคนนี้หน้าตาไม่เหมือนกันเลยสักนิด!
จางเจิ้นเองก็อดหัวเราะไม่ได้ดูเหมือนเหตุการณ์ครั้งนี้จะทําให้อีกฝ่ายเข้าใจผิด
“พ่อหนุ่มจางในเมื่อเธอมอบพวกมันให้ฉันฉันก็จะรักษาสัญญา ดังนั้นแล้วหากเธอ้าอะไรเธอสามารถบอกได้เลยเพราะภาพวาดของเธอฉันเองก็ประเมินไม่ถูกเหมือนกัน ว่ามันมีราคาเท่าไหร่’’ผ่านไปหนึ่งนาที ต้าชางมองชายหนุ่มด้วยแววตาลึกลํ้าเขาไม่กล้าประเมินผลงานระดับนี้อย่างแน่นอน
“ไม่เป็อะไรครับอาชางไม่ต้องตอบแทนผมหรอก อีกอย่างอาจารย์ของผมก็ไม่ให้ผมขายผลงานเพื่อหากินด้วยไม่อย่างนั้นหากท่านรู้ ท่านจะต้องโกรธมากแน่ๆ’’ จางเจิ้นส่ายหัวแสร้งคอตกเขาเป็คนที่ว่าพูดคําไหนคํานั้น อีกอย่างด้วยความที่เขานับถือเซียนพิรุณเขาจึงจะไม่ขายผลงานทางศิลปะอย่างนี้เด็ดขาด
นี่แหละเขา...จางเจิ้น!
“อาจารย์ของเธอเป็คนประเภทนั้นสินะ?’’ถึงจะประหลาดใจ ต้าชางก็เข้าใจได้อย่างรวดเร็ว และเลือกที่จะไม่บีบเค้นชายหนุ่มถึงอย่างนั้นเขาเองก็ไม่ได้ลืมหลักการของตัวเองดังนั้นเขาจึงนํานามบัตรออกมาและยื่นมันออกไป
จางเจิ้นรับมาอย่างงุนงง
“บริษัทอุตสาหกรรมหลัวซวน?’’
“ใช่แล้วหากเธอมีอะไรที่อยากให้ฉันช่วยในด้านๆนี้ เธอสามารถติดต่อฉันได้ แน่นอนว่าไม่ต้องเกรงใจนะพ่อหนุ่ม’’ ต้าชางอธิบายด้วยรอยยิ้ม เขากลัวว่าอีกฝ่ายจะเกรงใจจนไม่กล้าโทรมาไม่อย่างนั้นเขาคงรู้สึกติดค้างและไม่สบายใจ
“ได้ครับหากผมมีเื่ให้ช่วย ผมจะติดต่อคุณอาเป็คนแรกเลย’’จางเจิ้นเข้าใจได้ทันทีว่าชายวัยกลางคนเป็คนแบบไหน เขาจึงรับปากอย่างหนักแน่น
“ดี’’ต้าชางพยักหน้าอย่างพึงพอใจ ก่อนถามอย่างสงสัยออกไป “จริงสิอาจารย์ของเธอชื่ออะไรเหรอ เผื่อฉันจะเคยได้ยินชื่อของเขามาบ้าง’’
เขามองว่าคนที่มีความสามารถอย่างชายหนุ่มจะต้องมีอาจารย์ที่เก่งกาจคอยอยู่เื้ัอย่างแน่นอนดังนั้นเขาจึงสงสัยว่าจริงๆแล้ว อาจารย์ลึกลับคนนี้เป็ใคร
ต่อหน้าคําถามนี้จางเจิ้นท่าทีครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนยิ้มตอบออกไปในที่สุด
“เสินอู่ฟงนี่เป็ชื่อของอาจารย์ครับ แต่ถ้าคุณอาไม่เคยได้ยิน ก็ไม่ต้องแปลกใจนะครับเพราะท่านเป็คนเก็บตัวและไม่ค่อยยุ่งเกี่ยวกับโลกภายนอกสักเท่าไหร่’’
หากให้ว่ากันตามความจริงแม้จางเจิ้นจะไร้ซึ่งอาจารย์ แต่การที่ความสามารถนี้ได้ปรากฏขึ้นมันก็เป็ผลมาจากเซียนพิรุณ ดังนั้นหากจะบอกว่าอีกฝ่ายเป็อาจารย์ของเขาก็ไม่เกินความจริงเลย
ดังนั้นนี่จึงเป็เหตุผลที่ทําให้เขายกชื่อของอีกฝ่ายออกมา
“เสินอู่ฟง…’’ต้าชางเองก็ดูราวกับพยายามจะนึกถึงชื่อนี้ให้ได้ว่าอีกฝ่ายเป็ใครสักพักเมื่อนึกไม่ออก เขาก็ถอดใจยอมแพ้
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่…
ต้าชางได้อําลาจางเจิ้นและจากไปพร้อมกับภาพวาดสี่ฤดูผันแปร
มองชายวัยกลางคนนิสัยดีที่จากไป เหม่ยซูก็ถามออกมาทันที
“เสี่ยวเจิ้นเธอมีอาจารย์จริงๆเหรอ?’’
“แน่นอนครับป้าเหม่ยอาจารย์ของผมเสินอู่ฟง ได้ถ่ายทอดความรู้ด้านการวาดภาพให้ผมเมื่อหลายปีที่แล้ว’’จางเจิ้นตอบด้วยท่าทีสบายๆ ไหนๆจะโกหกแล้ว มันก็ต้องไปให้สุด
ไม่อย่างนั้นแล้วมันจะสมบูรณ์ได้อย่างไร?
แม้จะไม่อยากเชื่ออยู่บ้างแต่เมื่อคิดว่าชายหนุ่มได้ไปอยู่หนานจิงนานแสนนาน เหม่ยซูก็ทําใจยอมรับได้ในที่สุดไม่อย่างนั้นแล้วเธอคงไม่สามารถหาเหตุผลเื่ความสามารถที่น่าอัศจรรย์ใจของอีกฝ่ายได้
วินาทีต่อมา
“เอาล่ะในเมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้วเธอหิวรึยังล่ะ ป้าจะได้ทําอาหารอร่อยๆให้เธอกิน’’ เหม่ยซูหัวเราะเบาๆในที่สุดเธอก็มีเวลาได้ต้อนรับชายหนุ่มจริงๆสักที
“หิวสิครับผมอุตส่าห์ไม่กินอะไรมาั้แ่เช้าเลยนะครับดังนั้นแล้วป้าต้องทําสุดความสามารถเลยนะ และต้องฟรีด้วย!’’ ได้ยินจางเจิ้นก็ลูบท้องให้ดู และเน้นยําคําว่า ‘ฟรี’ เป็พิเศษบอกได้ว่าหลังจากที่ออกมาจากบ้าน และผ่านไปสองชั่วโมงเขาก็เริ่มรู้สึกหิวจริงๆขึ้นมาบ้างแล้ว
“เธอนี่ไม่เปลี่ยนไปเลยจริงๆนะ’’มองท่าทางสบายๆของชายหนุ่ม เหม่ยซูพลันหัวเราะออกมาอย่างน้อยถึงอีกฝ่ายจะเติบโตขึ้นและเปลี่ยนแปลงไปมาก แต่สิ่งหนึ่งที่ยังคงเหมือนเดิมเลยคงไม่พ้นความรู้สึกสบายๆที่ทําให้คนอื่นเข้าหาง่ายของเขา
นี่แหละ...เสี่ยวเจิ้นที่เธอรู้จัก!