สิ่งก่อสร้างแห่งที่สอง
หลังจากกิจกรรมอันเร่าร้อนของกัสและน้องสาวผ่านพ้นไปความสัมพันธ์ของพวกเขาก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
บรรยากาศระหว่างกัสและน้องสาวทั้งสองดูสนิทสนมแแ่ยิ่งกว่าเดิมมากการออดอ้อนของน้องสาวคนเล็กกลายเป็เื่ธรรมดาที่เกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ
การสบตาด้วยดวงตาที่วาบหวานก็เป็เหมือนเื่ปกติที่เกิดขึ้นในทุกๆครั้งยามที่น้องสาวคนโตมองไปที่กัส
คำเรียกขานระหว่างพวกเขาไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนักแต่เพิ่มความหวานซึ้งและลุ่มหลงเข้าไปจนเต็มเปี่ยม
มีคำกล่าวที่ว่าสามีภรรยาที่เพิ่งแต่งงานมักจะมีสภาพเหมือนน้ำมันกับเปลวไฟความรักที่จุดติดง่ายราวกับเชื้อไฟที่รอวันปะทุ
เพียงแค่การเสียดสีััเล็กๆน้อยๆ ที่ตอนเป็พี่น้องไม่ได้รู้สึกอะไร แต่หลังจากข้ามเส้นแบ่งของความสัมพันธ์ไปเพียงแต่การเสียดสีััเล็กๆ น้อยๆ ก็กลายเป็เปลวไฟแห่งรักที่เร่าร้อนได้โดยง่าย
ทว่าเปลวไฟแห่งรักที่เร่าร้อนของน้องสาวทั้งสองกลับถูกกัสหยุดเอาไว้ด้วยงานที่เพิ่มขึ้น
เช้าของวันใหม่หลังจากที่ความสัมพันธ์สามีภรรยาเริ่มต้นขึ้นกัสเริ่มสั่งงานราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งสิ้น ทำให้น้องสาวคนโตรู้สึกผิดหวังอย่างบอกไม่ถูก
แต่ทันทีที่สั่งงานจนเสร็จกัสก็ดึงตัวเด็กสาวมากอดแล้วหอมแก้มเบาๆเป็การปลอบโยน
เพียงเท่านั้นความรู้สึกผิดหวังของเด็กสาวก็มลายหายไปในทันทีจากนั้นกัสก็หอมแก้มน้องสาวคนเล็กอีกฟอดใหญ่ทำให้เด็กสาวส่งเสียงวี้ดว้ายด้วยใบหน้าที่แดงระเรื่อก่อนจะวิ่งไปทำงานของตัวเองด้วยท่าทีที่ร่าเริงสดใส
เห็นแบบนั้นกัสก็ยิ้มน้อยๆแล้วส่ายหน้า ก่อนจะเหลือบมองไปยังแปลงผักด้วยท่าทีที่เคร่งเครียดจริงจัง
“ใกล้แล้วสินะ..นับจากวันที่ปลูกก็สองอาทิตย์แล้วสินะใกล้แล้ว..อีกไม่นานแล้ว”
กัสมองออกไปอีกด้านหนึ่ง มองดูกระถางต้นไม้ที่วางเรียงกันมากถึง 40 ใบซึ่งถูกตั้งเอาไว้บริเวณริมขอบของแปลงผัก
ในตอนนี้ยอดอ่อนของดอกไม้งอกเงยออกมาได้ราว1 ฟุตแล้ว ถือได้ว่าเป็การเติบโตที่เร็วพอสมควร
ทว่ามันก็มีปัญหาอยู่เล็กน้อยเนื่องจากความต่างของดอกไม้ทั้งสองชุดที่มีขนาดแตกต่างกันเนื่องจากปลูกคนละวันกันทำให้มันโตไม่เท่ากัน
ปัญหานี้ไม่นับเป็ปัญหาที่ใหญ่อะไรแต่มันจะถ่วงเวลาในการเริ่มต้นแผนการของเขาไปมากพอสมควรทำให้กัสตัดสินใจได้ยากขึ้น
‘เอาเถอะ..มันก็ใช่ว่าจะไม่มีวิธีแก้ละนะ’
หลังจากตรวจสอบความพร้อมของแปลงผักเรียบร้อยกัสก็ทำงานของเขาตามเดิมเริ่มจากขุดดินเหนียวขึ้นมาจำนวนหนึ่งนวดดินเพื่อปรับสภาพแล้วก็เตรียมพื้นที่เพื่อวางกระถางชุดใหม่ที่เริ่มปั้นในวันนี้
สุดท้ายคือการบริหารเสบียงอาหารด้วยการซื้อและขายของกับดันเจี้ยนด้วยDP ซึ่งเป็หน้าที่หลักของกัสในฐานะของเ้าของดินแดน
เขาตรวจสอบทุกสิ่งทุกอย่างและประเมินมันอย่างตั้งใจในขณะเดินวนไปรอบๆดินแดนของเขาพลางครุ่นคิดวางแผนใน่เวลาที่ว่าง
มื้ออาหารกลางวันผ่านไปมื้อเย็นผ่านไป ่เวลาที่แสนสุขก็ย้อนกลับมาอีกครั้ง
กัสนั่งอยู่บริเวณหัวโต๊ะโดยมีน้องสาวขนาบข้างทั้งซ้ายและขวาต่างจากที่เคยเป็เด็กสาวทั้งสองที่เกาะติดกัสด้วยท่าทางที่ลุ่มหลง
“ท่านพี่..กินนี่สิคะ”
“พี่กัส..อ้าม..”
มันเป็ภาพที่เต็มไปด้วยความสุขจนกัสไม่อาจหุบยิ้มได้เลยทีเดียวการป้อนจากน้องสาวทั้งสองและััที่นุ่มนิ่มของหน้าอกที่มีขนาดกะทัดรัดของทั้งสองรวมไปถึงอาหารที่แสนอร่อยซึ่งดูเหมือนจะอร่อยกว่าเดิมมากหลังจากที่ความสัมพันธ์ของพวกเขาเปลี่ยนจากพี่น้องเป็สามีภรรยา
สำหรับน้องสาวคนเล็กถึงจะยังไม่ได้เริ่มต้นความสัมพันธ์อย่างแท้จริงแต่ก็นับว่าก้าวขาข้ามไปแล้วครึ่งก้าวจากการกระตุ้นด้วยลิ้นจนเด็กสาวถึงจุดสุดยอดเป็ครั้งแรกในชีวิต
นับจากวันนั้นดวงตาของเด็กสาวก็เต็มไปด้วยความรักและความลุ่มหลงเธอมองตัวเองว่าเป็ภรรยาของกัสไปแล้วโดยไม่สนใจเลยว่าตัวเองยังคงบริสุทธิ์อยู่
ส่วนอิจิโกะกับน้องสาวก็ทำได้เพียงทานส่วนของตัวเองเงียบๆ ด้วยใบหน้าที่หม่นหมองเล็กน้อยและอิจฉาหน่อยๆ
ในฐานะของข้ารับใช้พวกเธอไม่สามารถแย่งกัสกับน้องสาวของเขาได้พวกเธอทำได้เพียงรอคอยโอกาสและรอให้กัสรุกเข้ามาหาด้วยตัวเองไม่เช่นนั้นพวกเธออาจจะทำให้น้องสาวทั้งสองไม่พอใจได้
นี่เป็เื่ธรรมชาติของข้ารับใช้เป็ความต่างของภรรยาและข้ารับใช้ เป็สถานะที่เกิดจากชนชั้นที่มีมานานหลายร้อยหลายพันปีแล้ว
เด็กสาวทั้งสองมีความรู้สึกอิจฉาเล็กๆแต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่านั้น
หากพูดถึงเผ่าอสูรที่ยึดถือในความแข็งแกร่งและความเป็ผู้นำแล้วเผ่าแมลงก็ยึดถือในสิ่งที่เรียกว่าลำดับชั้นอย่างเคร่งครัดเลยทีเดียว
เด็กสาวทั้งสามเป็เผ่าแมลงที่อยู่ในสภาพสังคมที่มีการแบ่งลำดับชั้นอย่างเคร่งครัดทำให้พวกเธอสามารถยอมรับและใช้ชีวิตอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบนี้ได้โดยไม่รู้สึกหนักใจเลยแม้แต่น้อย
มีเพียงแค่ความอิจฉาที่ยากจะห้ามกันได้เท่านั้นที่พวกเธอไม่สามารถควบคุมได้
นอกเหนือจากความเปลี่ยนแปลงทางด้านความสัมพันธ์ระหว่างกัสและน้องสาวแล้วก็ไม่มีอะไรอีกเลยที่เปลี่ยนแปลงไป
ทุกคนยังคงใช้ชีวิตไปตามปกติทำงานอย่างหนัก ตัดโค่นต้นไม้ทำฟืน วันไหนไม้เหลือมากๆก็นำมาทำเป็ถ่านและเก็บเอาไว้ใช้ทำอาหาร
ไม่ก็เดินเข้าป่ามองหาของป่าประจำวันออกมาแบ่งกินแบ่งขายหรือไม่ก็ตรวจดูแปลงผักรดน้ำพรวนดินและใส่ปุ๋ยตามกำหนดเวลา
ส่วนงานปั้นก็ถูกมอบให้อิจิโกะและน้องสาวทำโดยที่กัสนั้นนอกจากจะลงไปขุดดินใน่ที่มีแรงเหลือแล้วเขาก็ทำเพียงนั่งเฝ้าหน้าเตาเพื่อควบคุมความร้อนเท่านั้น
งานของกัสค่อยๆลดลงไปทุกทีตามความสามารถของเด็กสาวทั้งห้าที่เพิ่มสูงขึ้น
ในตอนนี้กัสไม่จำเป็ต้องเข้าป่าเพื่อเก็บของเหลือจากน้องสาวอีกแล้วแปลงผักก็เดินตรวจเพียงวันละรอบเท่านั้น การลงไปขุดดินเหนียวก็ทำเพียง 3วันต่อครั้งเพียงเท่านั้นเพราะการบริหารดินของอิจิโกะและน้องสาวมีความชำนาญมากกว่าเดิม
ความเร็วในการปั้นกระถางของเด็กสาวทั้งสามก็เพิ่มขึ้นพวกเธอสามารถปั้นกระถางต้นไม้ได้วันละ 60 ใบได้อย่างสบายๆแต่เมื่อต้องแบ่งเวลาไปเตรียมดินและขุดดินเพิ่มด้วยความเร็วในการปั้นกระถางต้นไม้ก็ลดลงเหลือเพียง 30ใบต่อวันเท่านั้น
ทั้งนี้ก็เพื่อเป็การควบคุมการผลิตให้เป็ระบบตามที่กัสสั่งเอาไว้พวกเธอจึงหยุดเอาไว้ที่ 30 ใบต่อวัน แม้ว่าจะสามารถปั้นได้มากกว่านั้นก็ตามที
รายได้ของกัสค่อยๆเพิ่มสูงขึ้นทีละน้อย หลังจากควบคุมการผลิตของอิจิโกะกับน้องสาวให้คงที่ทำให้ DP ต่อวันที่ได้เพิ่มเป็ 20 DP และเมื่อเก็บสะสมมันไปได้ระยะหนึ่งจำนวนDP ที่กัสก็เพิ่มไปถึง 100 DP ในที่สุด
วันที่25 ของการใช้ชีวิตในดันเจี้ยน
กัสทำการเปิดประชุมครั้งที่หนึ่งขึ้นบนโต๊ะอาหารในเวลาเช้าหลังจากที่แต้มDP ถูกเก็บสะสมได้เกิน 100 หน่วย
“วันนี้ข้ามีอะไรจะประกาศ! วันนี้แต้มDP ที่พวกเราสะสมเอาไว้มีมากกว่า 100 หน่วยแล้ว”
เมื่อได้ยินคำพูดของกัสทุกคนก็ยิ้มกว้างและส่งเสียงโห่ร้องเบาๆด้วยความยินดี แต่ก็ไม่มีใครพูดอะไรมากไปกว่านั้นเพราะนอกจากความยินดีที่แต้ม DPสะสมได้เกินร้อยแล้ว พวกเธอก็ไม่เข้าใจเหตุผลที่กัสประกาศออกมาเลยแม้แต่น้อย
“พวกเ้าอาจจะไม่รู้ว่าทำไมข้าถึงต้องประกาศแบบนี้เนื่องจากในกลุ่มของพวกเรานั้นมีเพียงข้าที่สามารถเข้าถึงระบบของดันเจี้ยนได้”
กัสหยุดพูดไปชั่วขณะและมองดูใบหน้าของเด็กสาวทุกคนที่มีความสงสัยเกิดขึ้นในใจจากนั้นเอ่ยปากพูดต่ออีกครั้ง
“สิ่งแรกที่ข้าอยากจะบอกก็คือ 100 DP นั้นสามารถซื้อสิ่งก่อสร้างได้! และข้าอยากให้พวกเ้าทุกคนแสดงความคิดเห็นเพื่อเลือกสิ่งก่อสร้างแห่งที่สองในดินแดนของพวกเรา”
่เวลานั้นทุกคนเข้าใจความหมายของกัสได้ในทันทีสีหน้าของเหล่าเด็กสาวก็ดูจริงจังมากยิ่งขึ้นเพราะพวกเธอเข้าใจถึงความสำคัญของสิ่งที่เรียกว่าสิ่งก่อสร้างดี
สิ่งก่อสร้างในดันเจี้ยนนั้นถือเป็สิ่งที่มีความสำคัญอย่างมากสิ่งก่อสร้างทุกชนิดจะมีความสามารถพิเศษของมันอยู่
มันอาจจะเป็เพียงอาคารบ้านเรือนที่ใช้พักอาศัยสิ่งก่อสร้างทางการเกษตรจำพวกยุ้งฉาง คอกสัตว์ โรงเก็บของ ไปจนถึงโรงงานชนิดต่างๆซึ่งสามารถเลือกได้จากระบบของดันเจี้ยน
ทั้งนี้DP 100 หน่วยสามารถสร้างได้เพียงสิ่งก่อสร้างขึ้นพื้นฐานเพียงเท่านั้นไม่อาจสร้างสิ่งก่อสร้างที่สูงกว่านั้นได้
“ตอนนี้พวกเรามีแต้มพอที่จะสร้างเพียงสิ่งก่อสร้างพื้นฐานเท่านั้นและข้าอยากให้พวกเ้าเลือกระหว่าง..บ้านหลังที่สองโรงปั้นพื้นฐาน คลังเก็บของ หรือยุ้งฉางอย่างใดอย่างหนึ่ง”
เด็กสาวทั้งห้ามองหน้ากันด้วยความสับสนพวกเธอไม่เข้าใจความสามารถทั้งหมดของสิ่งก่อสร้างที่กัสพูดถึง ทำให้พวกเธอไม่รู้ว่าควรจะเลือกอะไรถึงจะเหมาะสม
“ท่านพี่คะ แต่ละอย่างมันต่างกันยังไงหรือคะ ข้าพอจะรู้ว่าคลังเก็บของกับยุ้งฉางมีดียังไงแต่ว่าบ้านหลังที่สอง กับโรงปั้นพื้นฐาน สองอย่างนี้ทำอะไรได้บ้างคะ”
กัสขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะส่ายหน้าน้อยๆ และตอบปฏิเสธ
“ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกัน คำอธิบายของมันมีน้อยเกินไปข้ารู้แค่ว่าบ้านหลังที่สองก็คือการเพิ่มที่อยู่อาศัย ข้าคิดว่ามันน่าจะคล้ายๆ กับบ้านหลังแรกนั่นละส่วนโรงปั้น..บางทีมันอาจจะมีอะไรสักอย่างที่ช่วยสนับสนุนงานปั้นของอิจิโกะกับน้องได้ข้าก็เลยเอามันมาเป็ตัวเลือกนะ”
เด็กสาวทั้งห้าพยักหน้าน้อยๆ ด้วยท่าทีครุ่นคิดพวกเธอคิดอย่างตั้งใจแม้ว่าจะมีความเข้าใจในสิ่งที่กัสพูดถึงน้อยมากแต่พวกเธอก็พอจะรู้ว่าหากสิ่งก่อสร้างเ่าั้ถูกสร้างขึ้นมาจากดันเจี้ยนแล้วละก็มันก็ต้องมีส่วนช่วยในการทำงานด้านนั้นๆ อยู่ไม่มากก็น้อยเป็แน่
“เลือกยากจัง..พี่กัสมันไม่มีอย่างอื่นให้เลือกแล้วหรอ”
“มีสิ! จริงๆ มันมีให้เลือกเยอะไปหมดสิ่งก่อสร้างพื้นฐานนะมันรวมไว้เกือบทุกอย่างเลยนะ เช่นโรงตัดไม้ โรงแต่งหินหรือแม้กระทั่งคอกสัตว์หรือบ้านไก่ก็มีแต่ข้าเห็นว่ามันไม่มีประโยชน์สำหรับพวกเราในตอนนี้มากเท่ากับของพวกนี้”
สิ่งก่อสร้างแต่ละอย่างนั้นมีรายละเอียดอยู่น้อยมาก ซึ่งกัสเองก็ไม่เข้าใจมีแค่บางอย่างเท่านั้นที่เขาเคยสร้างในชีวิตก่อนจึงมีความเข้าใจเกี่ยวกับมันในระดับหนึ่ง
เช่นยุ้งฉางที่ทำให้สามารถเก็บรักษาผลผลิตได้โดยไม่เน่าเสียเป็เวลานานคลังเก็บของที่สามารถเก็บสิ่งของที่ไม่ใช่อาหารได้ในปริมาณที่มากและเป็ระเบียบ
ส่วนบ้านหลังที่สองนั้นเขาไม่เคยเลือกมาก่อนเนื่องจากเขาไม่มี DP เหลือพอสำหรับการเลือกสิ่งที่ดูเหมือนไม่มีประโยชน์พวกนั้น
สิ่งที่เขาเลือกในครั้งก่อนคือการเพิ่มระดับบ้านที่ใช้DP 1000 หน่วยแทนเพราะคิดว่ามีประโยชน์กว่าซึ่งมันก็ทำให้บ้านหลังเล็กๆ หลังนี้ขยายใหญ่ขึ้นอีก 2เท่าและมีสิ่งอำนวยความสะดวกเพิ่มมากขึ้น
ทว่าเหตุผลที่เขาเลือกบ้านหลังที่สองมาไว้ในตัวเลือกก็เพราะเขาอยากให้อิจิโกะและน้องสาวได้มีที่พักส่วนตัวบ้างเท่านั้น
เขาใช้งานพวกเธอหนักมากแต่กลับปล่อยให้พวกเธอนอนอยู่บนพื้นที่ปูด้วยหญ้าแห้งการนอนแบบนั้นเขาไม่เชื่อว่ามันจะสบายนักหรอก
หากนอนแค่ไม่กี่วันก็อาจจะไม่เป็อะไรแต่ถ้านอนแบบนี้ไปนานๆ สุขภาพอาจจะไม่ดีเพราะการพักผ่อนไม่ดีพอก็เป็ได้
กัสค่อยๆให้เหตุผลในตัวเลือกของเขาทีละตัวๆจนกระทั่งอธิบายจนจบสายตาของน้องสาวก็มองไปยังอิจิโกะกับน้อง
สายตาครุ่นคิดปรากฏขึ้นในดวงตาของทั้งสองก่อนที่พวกเธอจะสบตากันอย่างมีความหมาย
“เลือกบ้านหลังที่สองดีกว่าค่ะอิจิโกะกับน้องจะได้มีที่นอนดีๆ ไม่ต้องทนนอนพื้นแข็งๆ”
การเลือกของน้องสาวทั้งสองทำให้ดวงตาของกัสเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยสายตาของกัสดูอ่อนโยนขึ้นมากและมีความภาคภูมิใจปรากฏขึ้นในดวงตา
“แต่ข้าคิดว่าพวกเราเลือกโรงปั้นน่าจะดีกว่านะคะข้าคิดว่าหากเราสร้างโรงปั้นแล้วละก็..พวกเราน่าจะปั้นกระถางต้นไม้ได้ดีขึ้นและน่าจะหาDP มาได้ง่ายกว่านี้ก็เป็ได้”
เหตุผลของอิจิโกะก็ฟังขึ้นและมีเหตุมีผลเป็อย่างมากทำให้กัสต้องพยักหน้าด้วยความพึงพอใจและชื่นชมในทางเลือกของเด็กสาว
ความเห็นของทั้งสองฝ่ายแตกต่างกันทำให้กัสต้องเป็ผู้ตัดสินอย่างเลี่ยงไม่ได้
ในฐานะของผู้นำครอบครัวกัสย่อมมีสิทธิ์ขาดในการตัดสินใจอยู่แล้วแต่ที่เขาเสนอตัวเลือกให้กับเด็กสาวกลุ่มนี้ก็เพราะตัวเขาไม่สามารถตัดสินใจด้วยตัวเองได้เท่านั้น
กัสเพียง้าตัวช่วยในการเลือกแต่ก็นึกไม่ถึงว่าทั้งสองฝ่ายจะเลือกตัวเลือกคนละตัวกันและทำให้เขาต้องตัดสินใจด้วยตัวเองอีกครั้ง
เื่นี้ทำให้กัสคิดหนักพอสมควร
ใจหนึ่งเขาอยากจะตอบแทนอิจิโกะกับน้องด้วยการสร้างบ้านให้กับพวกเธอเพิ่มอีกหลังเพื่อที่พวกเธอจะได้นอนพักอย่างสบาย
แต่ในขณะเดียวกันเขาก็มองเห็นความสำคัญของโรงปั้นขั้นพื้นฐานที่มีประโยชน์ต่อการหาDP ของพวกเขามาก
ต่อให้ไม่รู้ว่าโรงปั้นทำอะไรได้แต่กัสมีประสบการณ์จากชีวิตก่อนมาแล้วเขารู้ดีว่าโรงงานทุกชนิดที่มีความเกี่ยวข้องกับผลผลิตชนิดใดชนิดหนึ่งจะมีส่วนช่วยในการสร้างผลผลิตชนิดนั้นๆเป็อย่างมาก
ในขั้นพื้นฐานมันอาจจะทำอะไรไม่ได้มากแต่ในขั้นที่สูงขึ้นไปกว่านี้มันจะมีความต่างที่มากจนคิดไม่ถึงเลยทีเดียว
น่าเสียดายที่ชีวิตก่อนของกัสเขาสามารถเพิ่มระดับของสิ่งก่อสร้างได้เพียง2ครั้งเท่านั้นเพราะความยากจนทำให้เขาไม่ได้ัักับความพิเศษของสิ่งก่อสร้างตามข่าวลือที่เขาได้จากสหายร่วมอาชีพ
‘เอายังไงดี บ้านหรือโรงปั้น..น้ำใจกับหน้าที่อย่างไหนถึงจะดีนะ’
กัสเริ่มขมวดคิ้วด้วยท่าทีที่เคร่งเครียดสีหน้าของเด็กสาวทั้งสองกลุ่มก็เริ่มเครียดตามไปด้วย
ทั้งสองฝ่ายต่างมีท่าทางที่ไม่ยอมกันซ่อนอยู่ในดวงตาพวกเธอไม่พูดย้ำเพื่อชักจูงความคิดของกัสเพราะกลัวว่าจะทำให้กัสไม่พอใจ
ในขณะเดียวกันนั้นเด็กสาวทั้งสองกลุ่มก็กลัวว่าจะเปิดเผยจุดประสงค์ซ่อนเร้นของพวกเธอด้วยเช่นกัน
การเลือกของน้องสาวทั้งสองนั้นคือบ้านหลังใหม่มองดูภายนอกดูเหมือนจะเป็ทางเลือกที่เต็มไปด้วยน้ำใจไมตรี
แต่ในความเป็จริงสองสาวเพียง้าไล่อิจิโกะกับน้องออกไปจากบ้านเท่านั้นทั้งนี้ก็เพื่อที่พวกเธอจะได้ทำอะไรกับกัสได้อย่างสะดวกโดยไม่ลำบากใจที่ต้องทำต่อหน้าเด็กสาวทั้งสามต่างหาก
ในขณะเดียวกันนั้นอิจิโกะกับน้องก็มีความคิดที่คล้ายๆกันแต่ต่างกันตรงที่พวกเธอเลือกแบบนี้ก็เพราะ้าเพิ่มความสำคัญของตัวเองในสายตาของกัสให้มากขึ้น
นอกเหนือจากนั้นแล้วพวกเธอก็ไม่อยากแยกบ้านกับกัสเพราะมันจะทำให้โอกาสได้รับความเอ็นดูจากกัสลดลงตามไปด้วยนั่นเอง
ต่างฝ่ายต่างมีความคิดเป็ของตัวเองในขณะที่เปลือกนอกแสดงออกถึงน้ำใจไมตรีและหน้าที่ตามฐานะที่ตัวเองมีได้อย่างเหมาะสม
ความคิดของเด็กสาวที่มีความรักนั้นลึกซึ้งเกินกว่าที่กัสคิดเอาไว้มากเขาจึงไม่รู้เลยว่าเด็กสาวทั้งสองกลุ่มกำลังซ่อนจุดประสงค์แอบแฝงเอาไว้อยู่
ปัญหาเลยตกลงที่กัสซึ่งทำให้เขาคิดหนักหน้าที่และน้ำใจ สองสิ่งนี้ไม่ว่าจะสิ่งไหนก็สำคัญทั้งสิ้น
กัสเชื่อว่าหากเขาเลือกที่จะสร้างบ้านก่อนอิจิโกะกับน้องสาวก็จะได้ที่พักที่อบอุ่นและเตียงนอนที่อ่อนนุ่มความเหนื่อยล้าของพวกเธอสมควรที่จะลดลงและน่าจะทำผลผลิตได้ดีขึ้นด้วยเช่นกัน
ทว่าการเลือกโรงปั้นพื้นฐานก่อนจะกลายเป็การส่งเสริมผลผลิตโดยตรงซึ่งจะเห็นผลได้อย่างรวดเร็วแต่มันจะทำให้เด็กสาวทั้งสามต้องเหนื่อยหนักยิ่งกว่าเดิม
ซึ่งความจริงสิ่งที่กัสหนักใจที่จะเลือกคือการเลือกลำดับก่อนหลังของสิ่งก่อสร้างเท่านั้นเพราะไม่ว่ายังไงเขาก็ตั้งใจที่จะสร้างทั้งหมดอยู่แล้ว
ตอนนี้เขาเพียงต้องเลือกว่าจะสร้างอะไรก่อนสร้างบ้านให้อิจิโกะกับน้องพักผ่อนอย่างสบายก่อน หรือจะสร้างโรงปั้นพื้นฐานเพื่อเพิ่มกำลังผลิตก่อน
ทางหนึ่งสบายก่อนแล้วลำบากในขณะที่อีกทางลำบากก่อนแล้วค่อยสบาย
กัสนั่งนิ่งอยู่นานหลายนาทีในที่สุดก็ลืมตาขึ้นมาจนได้สีหน้าของเขาสงบลงและมีท่าทางที่มุ่งมั่นกว่าเดิม
“ข้าตัดสินใจได้แล้ว!! ข้าจะสร้างโรงปั้นก่อน!!”