ตอนที่ 1 แอปเปิ้ลเขียว
ใกลออกไปหลายร้อยหลายพันไมล์จากนครหลวงสวนลอยบาบิโลนหลังการล้มสลายของพระเ้าเนซซาร์ที่ 2 แห่งกรุงบาบิโลเนีย หรือ 600 ปีก่อนคริสต์ศักราชของอารยธรรม เมโสโปเตเมีย
อาณจักร เซ็นต์ท ฟาร์เรียสกัมม์ ถือกำเนิด มีการสถาปนาครอบครัว เซ็นท์ แวร์ริทส์ ไวท์ ขึ้นครองราชและประกาศอารยธรรมใหม่อย่างเป็ทางการในเช้าวันที่ 1 เดือนมกราคมของศตวรรษที่ 6 หรือปีศริสต์ศักราชที่ 600
่เวลาของแสงแดดอันเจิดจ้าและเถ้าธุรีแห่งความเ็ปหลังการะเิของซูเปอร์โนวาไฮบริค สายลมพัดโชยอ่อนโยนราวโอบกอดที่ปลอบประโลมความโศกเศร้ากับซากปรักหักพังของบ้านเรือนรูปทรงโมเดิร์นสมัยใหม่ในกลิ่นอายยุค 60 ที่มีอารยธรรมสูงเหนือยุคกรีกหรืออียิปต์โบราณเกินความคาดหมายเหนือสิ่งอื่นใด
ท่ามกลางอากาศที่เริ่มปรับสภาพหวนคืนสู่เช่นเดิมจากมลพิษที่ท่วมท้นอย่างมหาศาลอันไร้ที่ติ ทุกสิ่งอย่างเริ่มกลับคืนสู่ยุคที่เรืองอำนาจมากที่สุดเท่าที่จะจินตนาการได้ ไม่ว่าจะเป็แหล่งเพาะปลูกที่เฟื้องฟูกับอุสหกรรมเทคโนโลยีที่ล้ำยุคเกินขอบเขต สถานภาพทางสังคมที่มีเปอร์เซ็นต์ของความเจริญก้าวหน้าและความเหลื่อมล้ำที่ตีคู่สูสีกัน ทั้งมุมมองความเจริญในรูปแบบนิเวศวิทยาและทางด้านสุขภาพทางจิตและกาย ผู้คนมากมายต่างหวนคืนสู่เส้นทางแห่งความหวังและชัยชนะอันไร้ที่สิ้นสุด
ดวงตาสีฟ้าที่สวยสดงดงามราวผิวน้ำบนคราบสมุทรยามเช้าอันเย็นะเื เส้นผมสีเงินสรวยเงางามดั่งผู้ดีที่ทรงอิทธิพลและเรืองอำนาจ ทรงผมที่ดูสะอาดสะอ้านราวบุคคลชนชั้นสูง จมูกโด่งเรียวได้รูปเฉียบเช่นเทพเ้าทรงประทาน และริมฝีปากบนบางเฉียบทรงเสน่ห์หากับริมฝีปากล่างที่อวบอิ่มอุดมสมบูรณ์อย่างลงตัว ใบหน้าของเขาไร้ที่ติ สิ่งเดียวที่โดดเด่นแย่งซีนบนกรอบหน้าใบนี้สุดแสนทรงพลังคือใฝจุดเล็กๆ ที่อยู่ใกล้ๆ ระหว่าง ปากซ้ายและคางอันน่าหลงใหลราวมนต์สะกด เขาเป็คนที่ตัวสูงสมส่วนเหมาะเจาะอย่างน่าอศัจรรย์ ชายคนนี้สูง 187 เิเ ซึ่งถือเป็ความสูงตามมาตฐานชายในยุคสมัยนี้
ณ ปัจจุบัน เขามีสีหน้าปวดร้าวที่แสดงผ่านสายตาคู่เดียว เขม่าควันฟืนจากการะเิครั้งยิ่งใหญ่ในสถานที่นี้ทำให้ตัวเขากับเสื้อผ้าที่สวมใส่แปดเปื้อน รอยดำสกปรกระบายลงบนลำตัวและเส้นผมสีเงินบริสุทธิ์ รอยฟกช้ำดำเขียวเต็มแขนซ้าย าแบริเวณต้นขาที่ไม่น่ามองโดยเฉพาะลิ่มเืสีแดงฉานไหลนองกางเกงและพื้น จากเหตุการณ์อันน่าสะพรึงที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอันน่าพิศมัยสุดประหลาดเกินจินตนาการ
ซาเลียนสเตลโร ฌองเคว็ตท กอร์ดอน หรือกอร์ คือชื่อของหนุ่มคนที่นอนคว่ำกระอักเืแน่นิ่งท่ามกลางสถานที่ที่ล้มสลายเป็ซากธุรี เสื้อผ้าย้อนยุคใน่สมัยนั้นที่กอร์สวมเป็เสื้อถักไหมพรมลวดลายเปอร์เซียแขนยาวสีสันแปลกตากับกางเกงสแลคสีครีมเข้ม รองเท้าหนังแกะแท้สีน้ำตาลทึบที่หายไปข้างนึง สภาพอันน่าอนาถแสนทรหดนี้กำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงถึงตัวเขาที่รู้ดีว่าตัวเองกำลังเหลือเวลาชีวิตไม่เกินครึ่งวัน กอร์รู้สึก สิ้นหวัง เศร้าโศก เสียใจ เ็ป และ หิวโหย
เป้าหมายหนึ่งเดียวที่ทำให้กอร์มีพลังในใจอีกครั้งนั้นก็คือ การอยู่รอดต่อไปเพื่อมองเห็นอนาคตอันสง่าผ่าเผยและความสุขสงบดังอุดมคติที่กอร์ดอนยึดมั่น
“ต้องหาแหล่งน้ำและอาหาร” กอร์คิดในใจและตอนนี้เขาพยายามตะเกียกตะกายใช้แรงทั้งหมดที่มีพาร่างกายตัวเองในสภาพที่ย้ำแย่กวาดตามองหาแหล่งน้ำหรืออาหาร “สิ่งเดียวที่ควรทำคือการสร้างพลังงานให้กับร่างกาย” กอร์หยิบซากเหล็กท่อนเล็กสีดำที่ถูกไฟคลอกจนเกียมมาเป็ไม้เท้าพยุงตัว
เขาพยายามปีนป่ายขึ้นที่สูงเพื่อมองหาเป้าหมาย และนั้นได้ผล ทัศนียภาพโดยรอบเต็มไปด้วยซากบ้านเรือนที่พังทลายกับศพมนุษย์มากมายที่โดนไฟและอนุภาคของแรงะเิ ศพนับหมื่นนอนเกลื่อนอย่างน่าอนาถ หนำซ้ำกอร์ยังคงรู้สึกฉุนกับกลิ่นไหม้จากศพของมนุษย์นับหมื่นนับแสนศพที่นอนจมทั่วทั้งผืนแผ่นดิน
(สถานที่แห่งนี้ถูกขนานนามว่าสุสานแห่งัทมิฬ)
สถานที่แห่งนี้ยังไม่ได้รับการซ่อมบำรุงจากทางภาครัฐ หรือได้คำสั่งการจากเ้าหน้าที่ระดับสูงให้มีการพัฒนา เนื่องจากที่แห่งนี้นั้นกลายเป็สถานที่ของกลุ่มคนเร่ร่อนมากมายที่มาลี้ภัยเพื่อหนีออกจากการปกครองของ ราชวงค์ กษัตริย์ใหม่ และนั้นก็คือ ราชวงค์ เซ็นต์ท แวร์ริทส์ ไวท์
บ้างก็เป็พลเรือนที่ไม่สามารถละทิ้งอดีตอันน่าเ็ปจากการมาของัทมิฬได้ ฉะนั้น พื้นที่ทั้งหมดและการมองเห็นของคนคนนึงก็จะเป็ทัศนียภาพในสีที่มืดหม่นและเยือกเย็น พังพินาศราบเป็หน้ากลอง ที่สำคัญคือ ดำทมิฬราวกับชื่อของที่ตั้งแห่งนี้ก็ไม่ปาน แต่นั้นไม่ใช่สิ่งที่กอร์ดอนโฟกัสเลยแม้แต่นิด สิ่งเดียวที่เขาสนใจคือ สิ่งที่กินได้เพียงเท่านั้น ไม่ว่าจะอะไรก็ตาม ไม่นานนัก… กอร์เห็นอาหารเปียกกับเถ้าเศษธุรีบนอาหารที่อยู่ในถ้วยของสุนัขหลังกำแพงที่ไม่ใกลมากนัก เขาไม่มีทางเลือกที่ดีกว่านี้ ซึ่งนั้นก็เป็เหตุผลที่กอร์เลือกที่จะคว้ามันมาและกลืนลงคอเพื่อประทังชีวิต
ทันใดที่เขาไปถึง ภาพแรกที่กอร์ดอนเห็นคือ ศพของแม่สุนัขตัวเมียสีดำสกปรกที่ถูกสเก็ตะเิบริเวรหัวศรีษะและตาขวา สมองไหลรินออกมาเป็ทาง เืสีดำนองพื้นใบหน้าเต็มไปด้วยเสียงของเหล่าแมลงวัน สภาพเละเทะจนมิอาจมองต่อไปได้ กลิ่นอายของศพเหม็นเน่ารุนแรงจนกรบกลิ่นอาหารสุนัขในถ้วยชาม ลูกสุนัขตัวน้อยหลายตัวหลากสีที่ยังดูดนมแม่อยู่นั้นยังคงคิดว่าแม่ของพวกมันแค่หลับไปชั่วครู่ชั่วคราว กอร์ไม่รอช้าที่จะหยิบถ้วยชามที่มีอาหารเปียกของสุนัขออกมากิน สีหน้าที่ดูเรียบเฉยกับดวงตาคู่นั้นที่ขมขื่น กอร์ใช้มือควักอาหารเข้าปากเพื่อหล่อเลี้ยงร่างกายตนเอง ความโชคดีที่เขามองในสถานการณ์อันเลวร้ายนี่คือ เขาได้อาหารเปียกอันน่าสะอิดสะเอียนสำหรับบุคคลทั่วไปล้นชาม กอร์กินไปได้ครึ่งชามใหญ่ และตอนนี้ก็ยังเหลือส่วนที่ยังกินไม่หมด กอร์ดอนโอบกอดอาหารแนบชิดติดกายและคดตัวลงนอนลงในซอกตรอกแคบของเหล่าซากปรักหักพังมากมายมหาศาล
เวลาล่วงเลยไปในพริบตา เมื่อพลบค่ำ อากาศอันเยือกเย็น ลมที่พัดโชยอย่างอ่อนโยนยามเช้าเริ่มหนักหนา อากาศแปรปรวนอย่างกะทันหัน เสียงเท้าก้าวเดินค่อยๆ ย่องเพิ่มพูน เสียงมนุษย์กระซิบกระซาบ เสียงกรีดร้องโอดโอยครวญครางจากความเ็ป เสียงนกแสกกระพือปีกบนท้องฟ้าที่ดังลั่นกังวาน เสียงเหล่านี้ทำให้กอร์ตื่นขึ้นจากการหลับไหลซึ่งเขาแอบดีใจเล็กน้อยที่ตนยังมีชีวิตรอด
กอร์ดอนรีบซ่อนตัวเนื่องจากไหวพริบและสัญชาตญาณดิบภายในตัว ดวงตาสีฟ้าคู่นั้นของกอร์จับจ้องไปที่การเคลื่อนไหวของหญิงชราคนนึงที่สวมเสื้อคลุมสีดำตัวเก่าเครอะฝุ่นและคราบเืสีแดงฉาน เสื้อคลุมนั้นมีหมวกด้านหลังใบใหญ่ที่ขาดสะบั่นราวกับว่าโดนมีดฟันไปคืบนึง หล่อนมีใบหน้าที่น่าเกรงขาม ผิวกายเหี่ยวหย่น ริ้วรอยค่อนข้างเยอะจนเหมือนไม่มีที่ว่างของความเยาว์วัย ดวงตาอันแสนประหลาดและน่ากลัวราวแม่มดชั่วร้าย จมูกคดเคี้ยว ริมปากทั้งสองข้างมีรอยเย็บฉีกไปถึงแก้มหู ด่ายที่ไว้เย็บปากแผลทั้งสองข้างดูเหมือนจะทำให้แผลเน่าแล้วด้วย
หล่อนเดินหลังค่อมเข้าใกล้ศพสุนัขและเหล่าลูกๆ มันอย่างช้าๆ ในมือมีโซ่ตรวนและเชือก สิ่งที่ล่ามไว้ด้านหลังหล่อนคือ เด็กชายสองคน พวกเขายังดูน่ารักและไร้เดียงสาเกินกว่าที่ต้องมาเจอเื่ราวและสถานการณ์ที่แสนเลวร้ายเช่นนี้ ผมบรอนด์รอนยาวแก้มแดงดั่งลูกมะเขือเทศ สวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีฟ้าที่สดใสแต่ปัจจุบันนั่นคือสีฟ้าที่หม่นหมองไปแล้ว ทับด้วยเสื้อกั้กสีกรมท่ากับกางเกงขาสั้นสีดำเลอะเทอะเปอะเปื้อนอีกครั้ง ทั้งสองหนาวสั่นและมีสีหน้าที่เกรงกลัวและวิตกกังวลตลอดเวลา
“อะ — กินซะ” หญิงชราพูดแบบไม่ทะทกสะท้านแกมตวัดโซ่ตรวนเส้นใหญ่สนิมเขรอะกับเชือกเส้นใหญ่ที่ใช้ผูกสัตว์ในฟาร์มแต่ ณ ตอนนี้หล่อนใช้ผูกไว้กับเด็กทั้งสอง ‘มัวชักช้าทำอะไรอยู่ อิเด็กเหลือขอเมื่อวานซืน ‘หลังจากนั้น หล่อนก็โยนกริชสั้นลงพื้นให้เด็กทั้งสอง’ คิดซะว่ามันเป็น่องไก่ทอดแสนอร่อยที่แม่พวกแกทำให้กินตอนวันเฉลิมฉลองเทวะเทลนีย์เรียลส์สิ ‘เสียงของหญิงชราค่อนข้างน่ากลัวและดุดัน
ทันใดนั้น เสียงกรีบเท้าม้ากระทืบลงผืนดินเป็วงกว้างและก้องกังวานจากระยะใกล ม้าสีขาวล้วนที่ถูกฝึกมาโดยเฉพาะการรบทุกตัวนับพันนับหมื่นวิ่งกรูโขยงมายังจุดที่กอร์ดอนหลบซ่อนตัว เสียงรถถังเครื่องยนต์ติดอาวุธล้ำยุคขนาดั์คลืบคลานและเสียงของเหล่าพลทหารองครักษ์ของทางราชวังค์ เซ็นต์ แวร์ริทส์ ไวท์ ขบวนใหญ่แห่เข้ามาด้วยความน่าเกรงขาม ัตัวมโหฬารสีหมึกที่ดำทมิฬยิ่งกว่าสีหมึกกระพือดังลั่นพร้อมกับลมกระโชกแรงโหมกระหน่ำท ซัดเอาเหล่าซากปรักหักพังสั่นไหวและเคลื่อนที่
ตัดภาพมาที่หญิงชรา หล่อนไม่รีรอ เธอรีบคว้ากริชที่นางทิ้งกลับคืนสู่ตนและตวัดโซ่ตรวนลากเด็กทั้งสองลงหลุมหลุมหนึ่งที่อยู่ตรงหน้าท่ามกลางซากของก้อนอิฐและกองพะเนินของสิ่งก่อสร้างที่พังทลาย หลุมนั้นมีความพิศวงมากสำหรับคนที่ชอบสังเกต กอร์ดอนมั่นใจเลยว่า หลุมนั้นเหมือนมีลมจากด้านในดูดผงฝุ่นอณูเล็กๆ เข้าไปอย่างน่าพิศดาร หญิงชราและเด็กทั้งสองเหมือนหายเข้าไปในหลุมแห่งความมืด เป็่เวลาที่รวดเร็วมากราวกระพริบเพียงครั้งเดียว ทั้งสามก็หายไปเลยโดยที่กอร์ไม่ทันจะกระพริบตาครั้งที่สอง
และเมื่อมองกลับมาในส่วนของกองทัพทหาร แว่นส่องทางใกลโลหะเคลือบทองที่ดูมีราคาสูงเหนือมรดกของกลุ่มคนชนชั้นสูงกับหัวศรีษะที่ค่อยๆ โผล่พ้นช่องแคบระหว่างตัวบังคับเครื่องยนต์ เส้นผมสีบรอนด์ทองสว่างปนขาวกับทรงผมที่เรียบเกรียนสะอาดตา สีคิ้วที่ดกเข้มดำหนาฟุ้งตามระดับและหางคิ้วที่โก่งลงเล็กน้อยทั้งสองข้าง ซ้ายและขวา นัยต์ตากลมมนต์สีฟ้าเข้มกับหนังตาสองชั้นที่โดดเด่น ขนตาที่ดูธรรมชาติ จมูกโด่งละมุนอันเป็เอกลักษณ์ และริมฝีปากที่อิ่มเอมไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ มีโครงหน้าที่ชัดเจน โดยเฉพาะกรามและคาง รวมๆ แล้วเขาคนนี้เป็คนที่น่าหลงใหลและดูดีมีอำนาจมากล้นในเชิงพาณิชย์และเชิงธุรกิจ ซึ่งเขาคนนี่ชื่อ ไทกิทส์เรียล แมทธิว
ลักษณะการยืนของแมทดูสง่าผ่าเผยอกผายไหล่พึง หน่วยก้านดีอย่างไร้ที่ติ เขาชูฝ่ามือและแขนซ้ายขึ้นเหนือหัว นิ้วทั้งสี่เล็งไปยังบนฟ้ากับนิ้วโป้งที่เก็บลงอุ้งมือ มือขวาที่ค่อยๆ ลดแว่นส่องทางใกลลงพร้อมกับคำพูดที่เป็คำสั่ง
“ทิ้งขีปนาวุธะเิซูปเปอร์โนวาไฮบริคือ 72 ลงทิศทะวันออกในเขตปกครองจากพื้นที่ปัจจุบัน 300 เมตร” ดวงตากลมมนต์สีเข้มที่เยือกเย็นแน่วแน่คู่นั้นมองไปยังเป้าหมายกับัสีดำทมิฬที่บินค้ำเหนือหัวกับกองทัพพวกเขา “เผาทางเชื่อมกับโลกใต้พิภพทั้งหมด” น้ำเสียงหนักแน่นของแมทธิวดังลั่น ดวงตาที่ไม่มีแม้แต่ความสั่นคลอนใดๆ
แมทสวมชุดทหารเต็มยศ เป็เครื่องแบบที่ทันสมัยและคลาสสิคภายในตัว หลักๆ สีเสื้อเครื่องแบบจะเป็สีเทาเข้มและตัดสลับกับสีครามหม่นๆ มียศเต็มอกและอาวุธพร้อมรบ สิ่งที่ทำให้แมทแตกต่างจากทหารนักรบคนอื่นๆ นั้นก็คือ หมวก แมทธิวไม่สวมหมวกเครื่องแบบ แต่ถึงกระนั้น องค์รวมแล้วแมทยังคงดูเป็คนที่น่าเกรงขามและเปี่ยมล้นไปด้วยอำนาจมากล้น
ลมโหมกระหน่ำที่มาจากการกระพือปีกของพังพืดบริเวณปีกั ทำให้ไฟที่ลุกไหม้มีกำลังที่แรงขึ้น สร้างความเสียหายที่เพิ่มพูนโดยรอบในเขตรัศมีที่แพร่กระจายเป็วงกว้าง เหล่าพลทหารปฏิบัติหน้าที่ตามทำคำสั่งจากแมทอย่างเคร่งครัด แต่ละคนดูเืร้อนและมีสีหน้าท่าทางที่บ้าดีเดือดอย่างที่เรียกว่าเอาเป็เอาเป็เอาตายเลยก็ไม่ปาน
และสิ่งที่น่าทึ้งมากที่สุดคือวิธีการทำลายล้างให้ดินแดนนี้กลายเป็พื้นที่ปิด เหล่าองค์ลักษณ์ที่ตามติดยกขบวน กลางอกของชุดเกราะนักรบ มีสัญลักษณ์ดาวแปดแฉกสีทองอร่ามปรากฏเด่นชัด เป็ดาวที่คล้ายดาวเสาร์ในความเข้าใจของโลกเก่า วงแหวนล้อมรอบแกนกลางแผ่กว้างออกไปเป็แฉกแสงแปดทิศ ราวกับแสงของเทพผู้เฝ้าฟ้า สัญลักษณ์นี้ไม่ได้มีไว้เพียงประดับ หากเป็เครื่องหมายแห่งพันธะและศรัทธาเพื่อเตือนให้นักรบทุกนายไม่ลืมว่าพวกเขากำลังสู้เพื่อสิ่งใด พลทหารเริ่มใช้กำปั้นหมัดมือตัวเองทุบเข้ากลางอกที่เป็สัญลักษณ์รูปดาว ม้าขาวที่ยกขบวนมานับพันนับหมื่นกำลังจะเจอชะตากรรมอันเลวร้ายซึ่งนั้นก็คือการสละชีพอย่างหารกล้า
ตัดภาพกลับมาที่กอร์ดอน ณ ปัจจุบัน แรงลมดูดจากโพลงที่น่าหวาดผวาค่อยๆ ก่อตัวชัดขึ้น และที่สำคัญคือกอร์อดสงสัยไม่ได้ว่า ยายแก่อมหิตคนนั้นจะลงไปยังโลกใต้พิภพ จริงหรือไม่ และเด็กน้อยอีกสองคนที่ถูกล่ามโซ่ตรวนก็ถูกดึงลงหลุมด้วยเช่นกัน
ความรู้สึกของกอร์ ณ ตอนนี้มีแต่ความกดดัน กระอักกระอวน และ เต็มไปด้วยสัญชาตญาณที่้ามีชีวิตรอด กอร์รู้ดีว่าถ้าไม่เลือกตามลงไป ชีวิตเขาจะเหลือเพียงเถ้าธุลี แต่ก้นบึ้งในจิตใจลึกๆ ของกอร์ก็ไม่อาจจะล่วงรู้ได้ว่าข้างล่างนั้นจะปลอดภัยหรือไม่ เขายังรู้สึกลังเล
ก่อนที่กอร์จะตัดสินใจมุดตัวเข้าไปยังโพลงที่มีแรงโน้มถ่วงสุดจะผิดเพี้ยนพิศดารพร้อมกับซากสิ่งก่อสร้างชิ้นเล็กชิ้นใหญ่ที่ค่อยๆ ถูกดูดกลืนลงไป กอร์เห็นภาพที่ยิ่งใหญ่สุดน่าเกรงขามของกองทัพจากทางราชวงค์เซ็นต์ แวร์ริทส์ไวท์ และกอร์คงไม่ลืม
แมทธิวชูสองนิ้วขึ้นฟ้าอีกครั้ง ท้องฟ้าที่ถูกแต้มด้วยสีสันแห่งการทำลายล้างขั้นสุด นิ้วชี้และนิ้วกลางที่ทะยานสูงขึ้นฟ้าเหนือศรีษะกับคำสั่งที่ปริออกจากปากของแมท
“แฝดขาว” รอบนี้เป็น้ำเสียงที่เยือกเย็นมากกว่าน้ำเสียงที่หนักแน่น
พลทหารองครักษ์ที่อยู่ฝั่งขวาของแมท บัญชาดังลั่นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่ดังก้องกังวาน “ปล่อยแฝดขาว” เขาแผดเสียงดังลั่นเกินไปจนเส้นเืตรงขมับทั้งสองข้างปรากฏอย่างเด่นชัด
รถถังบรรทุกที่หุ้มเหล็กโลหะและทองคำ ถูกเปิดออกจากประตู้า สิ่งที่แมทและทุกคนเรียกเ้าแฝดขาวในนั้นช่างบ้าคลั่งและไร้สติ มีพละกำลังมากมายมหาศาล ซึ่งสิ่งนั้นคือ ัสีขาว พวกมันตัวเล็กกว่าัดำค่อนข้างมาก แต่กระนั้น แฝดขาวที่ถูกปล่อยออกมาจากรถถังบรรทุกขนาดใหญ่ก็ใช่ว่าจะบินช้า พวกมันว่องไวและรวดเร็วมากในการทะยานฟ้า ดวงตาสีโลหิตละและจุดเด่นที่เตะตาที่สุดคือเขาบนศรีษะอันเป็เอกลักษณ์ที่คล้ายคลึงกับเขากวาง แฝดขาวบินประกบข้างัทมิฬอย่างดุดันและน่าเกรงขามสุดตะการตา
“ทำลายรอบสุดท้าย —เตรียมพร้อมทะยานฟ้า” แมทธิวสั่งการ “ปล่อยขีปนาวุธซูปเปอร์โนวาไฮบริค 124” แมทใช้มือลูบไปยังเส้นผมของม้าขาวที่เขาอยู่บนหลังมันอย่างค่อยๆ “สละชีพผู้กล้า” แมทธิวะโเสียงแข็งพร้อมใช้มีซ้ายหมุนโลโก้รูปดาวแปดแฉกสีทองอร่ามกลางอก
ทันใดที่เหล่าทหารองครักษ์นายอื่นๆ เริ่มทยอยทำการสระชีพผู้กล้านั้น ร่างกายหรือตัวของทุกคนที่ใช้กำปั้นหมุนโลโก้รูปดาวก็ดันลอยขึ้นบนท้องฟ้าราวกับว่าถูกดูดกระชากจากอากาศที่มนุษย์ธรรมดาไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า ขบวนม้านับพันนับหมื่นตัวสีขาวโพลนทั้งหลายวิ่งต้อนเข้าไปยังกับดักะเิขีปนาวุธซูเปอร์โนวา ไฮบริค 124
ไม่กี่วินาทีหลังจากที่ม้าตัวแรกัักรีบเท้าของมันลงพื้นที่บริเวณของจุดของกับดักะเิ สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ะเิลูกใหญ่ที่หฤโหดถึงขั้นสุดเท่าที่จะบรรยายได้ ัทั้งสามตัวที่กระพือปีกของมันวนเวียนรายล้อมเหล่าทหารทั้งหลายที่ต้อนม้าบริสุทธ์นับพันๆ ไปตาย ซึ่งกระนั้น ัก็ยังคงทำหน้าที่เป็องครักษณ์ประกบและพ้นไฟเพื่อดับสะเก็ตะเิอีกด้วยซ้ำ พวกมันช่างซื่อสัตย์ราวกับสุนัขรับใช้ ท้องฟ้าสาดแสงสีสว่างแดงฉานกับเปรวเพลิงที่ระบำบนผืนฟ้าเป็ระยะเวลานาน
และทั้งหมดนี้ก็คือสิ่งที่กอร์เห็นก่อนที่เขาจะมุดตัวลงไปในโพลงตามยายเฒ่าแม่มดอมหิตผู้นั้น
หลุมพรางสุดท้ายที่จะสามารถมุดรอดเข้าโลกใต้พิภพแห่ง พราบรีเซียม กอร์รู้สึกได้ถึงความโกลาหลที่ผุดขึ้นในจิตใจและทุกอย่างช่างเวียนหัวไปหมดหลังจากที่ร่างกายของเขาอยู่ด้านใน เขารู้สึกอยากจะอวกตลอดเวลาแต่ไม่สามารถทำมันได้ เขารู้สึกประหลาดถึงแรงโน้มถ่วงที่ผิดเพี้ยนจากธรรมชาติในอย่างที่ควรจะเป็ รวมๆ แล้วกอร์รู็สึกทรมานกับสถานการณ์ที่เจออย่างบอกไม่ถูกและความรู็สึกนี้ทำให้เขามีความคิดฟุ่งซ่านราวกับว่ามันมีมนต์สะกด เขารู็สึกไม่สามารถหายใจได้อย่างเต็มปอด บางทีก็มีความรู็สึกเหมือนตัวเองติดอยู่ในหลุมนี้เป็ระยะเวลานานสามวันสามคืนแล้วก็ไม่ปาน ความคิดด้านลบหลั่งไหลครอบงำจิตใจและเขารู้สึกว่าตัวเองไม่สามารถที่จะควบคุมความคิดตัวเองได้
จนในที่สุด ร่างกายของกอร์ที่หมุนติ้วราวพายุโทนาโดคลื่นใต้โพลงก็ซัดเขาลงมาได้เสียที สติของเขายังคงล่องลอย หัวศรีษะของเขาโผล่พ้นออกมาจากกองพะเนินของโพลงกิ่งไม้สีดำหมึก แสงโลหะเปร่งประกายทแยงตา เมื่อกอร์เงยหน้าแหงนมองสิ่งที่อยู่ตรงหน้าหลังจากทรมานมานานแสนนาน ในที่สุดกอร์มุดลงหลุมตามยายเฒ่าแม่มดจิตใจอมหิตผู้นั้น
แต่ ณ ตอนนี้ คนที่อยู่ตรงหน้าเขาคือ หญิงสาวที่สวยสดงดงามไร้ที่ติเหนือสิ่งอื่นใด ไม่มีสิ่งไหนสามารถที่จะมาเทียบชั้นเธอได้ ความแตกต่างจากสิ่งที่กอร์เคยรู้จักหรือพบเจอคือ เส้นผมของเธอ เธอมีเส้นผมสีเข้มเหมือนแม่มดเฒ่าอมหิตผู้นั้น ดวงตาสีน้ำเงินสว่างประกายฟ้าครามกลมโตเฉียบคมอย่างมีเสน่ห์ จมูกที่ทรงสวยเข้ารูปอย่างเหมาะเจาะ กับริมฝีปากที่อวบอิ่ม เธอมีโครงหน้าที่คล้ายกับยายแก่แม่มดใจร้ายคนนั้นในวัยสาวมากล้น …ทั้งนี้ทั้งนั้น เธอสวมเสื้อคลุมสีน้ำตาลเข้มสกปรกเขรอะฝุ่น มีหมวกขาดๆ อยู่ด้านหลังแต่ไม่ได้สวมและเสื้อด้านในสีเข้มเช่นกัน เป็ชุดที่สกปรกและมีกลิ่นเหม็นสาบคราบเืและของสดอย่างรุนแรง ซึ่งแท้จริงแล้วเธอนั้นก็คือ แม่มดอมหิตนั้นเอง เธอมีชื่อว่า ดาราร่า เธอจ้องหน้ากอร์ดอนด้วยสายตาที่โหดร้าย อธิบายง่ายๆ ก็คือหล่อนจ้องจะฆ่าเลย
ดาราร่า ค่อยๆ ยื่นมือทั้งสองข้างเพื่อให้กอร์เป็คนเลือกว่า้าสิ่งใดในมือของเธอ
ข้างขวาคือ ดาบโลหะยาวสีเงินบริสุทธ์งานแกะสลักแท้อย่างวิจิตรศิลป์ที่ยื่นเข้าไปแบบจ่อตรงไปยังคอหอย ส่วนมือข้างซ้ายคือ แอปเปิ้ลสีเขียวที่เด่นชัดอย่างน่าประหลาดใจ เธอยื่นไปข้างหน้าอย่างช้าๆ และพูดออกด้วยน้ำเสียงที่ดุดัน
“เลือกซะ” น้ำเสียงของเธอกลับสู่ความเยาว์วัยอีกครั้ง แต่แววตาคู่นั้นของเธอยังไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ยังคงโหดร้ายและป่าเถื่อนอมหิตไม่เคยเปลี่ยนจากตอนแรกเลยสักนิด ทุกอย่างที่เปลี่ยนไปจากสิ่งที่กอร์สามารถสังเกตอย่างเห็นได้ชัดจากตัวหล่อนก็แค่เปลือกนอกที่งดงามเท่านั้น นอกเหนือจากตัวหล่อนที่กอร์ดอนสังเกตเห็นนั้นก็คือพื้นที่บริเวณโดยรอบ เขาเห็นพอที่เห็นได้ และนั้นคือ ผืนป่าหนาทึบและมีต้นไม้ที่ไม่ได้ค่อยปกติทุกต้น ซึ่งต้นไม้เหล่านี้นั้นปรกคลุมเนื้อที่กว้างใหญ่อย่างที่กอร์ไม่ต้องเดา ลำต้นของเหล่าต้นไม้นั้นบิดเบี้ยวและคดงอราวกับว่าพวกมันนั้นมีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน สีเข้มดำทมิฬยันใบไม้ที่เหมือนมีการใช้ประโยชน์จากอากาศและน้ำ ถึงอย่างนั้น ป่าผืนนี้ยังมีต้นไม้หลากกลายชนิดแต่ผิดปกติและผิดเพี้ยนจากธรรมชาติทุกต้น และที่น่าแปลกกว่านั้นคือ พื้นแผ่นดินของป่าแห่งนี้นั้นเต็มไปด้วยหินแร่สีดำที่ลึกลับที่แฝงไปด้วยอำนาจแห่งความชั่วร้ายแต่ก็ยังดูมีราคาที่แพงและน่าจับจองราวกับเพชรที่ถูกเจียระไนแล้ว
สิ่งที่กอร์ดอนต้องเลือกหลังลงมาจาก้าไม่นาน นั้นก็คือการตัดสินใจครั้งยิ่งใหญ่แสนสำคัญ “นี่หรอกหรือ? ดินแดนใต้พิภพ พราบรีเซียม ที่คนเขาลือกันว่าดีนักหนา”กอร์ดอนคิดในใจก่อนที่จะตัดสินใจในสิ่งที่ดาราร่า้าให้กอร์เลือก เขาไม่ค่อยมีทางเลือกในเวลานี้สักเท่าไหร่แถมมีเวลาไม่มากซะด้วย ถึงจะยังไม่ได้ดื่มด่ำกับบรรยกาศด้านล่างนี้มากนั้น แต่จิตใจลึกๆ แล้วกอร์ยังตะเกือกตะกายที่จะมีชีวิตรอดให้ได้อยู่วันยังค่ำ “อุส่าห์รอดจากสุสานัทมิฬแล้ว แต่ต้องมาตายด้วยน้ำมือของยัยอัปลักษณ์นี้หรอกหรือ ? — แย่จัง” กอร์บ่นพึมพำในใจ และเลือกสิ่งที่ดาราร่า้าให้เขาเลือกวิธีการดับสิ้นชีวิตของเขาเอง ซึ่งความจริงแล้วกอร์ดอนเป็คนที่ให้คุณค่ากับชีวิตอย่างมากเลยทีเดียว…
แต่กระนั้นกอร์ดอนก็เลือกที่จะยื่นมือชี้ไปยังที่แอปเปิ้ลเขียว! เขารู้สึกเหนื่อยมากและมึนหัวอย่างอธิบายไม่ถูก เหมือนกระอักกระอวนอยากอวกตลอดเวลาแต่ก็ทำไม่ได้ มีสภาพจิตใจที่ไม่ค่อยสู้ดีนัก แต่เขาก็คงเลือกที่จะตัดสินใจอย่างดีที่สุดแล้วสำหรับตัวเขาในตอนนี้ เขายื้นมือรับแอปเปิ้ลสีเขียวลูกนั้นไว้และค่อยๆ กัดมันเขาไปหนึ่งคำ สายตาคู่นั้นของดาราร่าที่กดดันมาทางกอร์ดอนที่นอนคว้ำคลานแนบพื้นกับโพรงไม้ที่เปียกชื้นและเย็นะเื เพียงแค่คำเดียวเท่านั้น ปฏิกริยาหลังจากนี้ดูท่าไม่ดีเลยทีเดียว เข้าขั้นแย่มากเลยด้วยซ้ำ ลำคอของกอร์ดอนเต็มไปด้วยเส้นเืที่ปูดโปนน่ากลัว สีม่วงช้ำผสมสีดำเข้มและเหมือนที่จะมีตุ่มหนองสุดสยองพองยุบพองหนอผลุบๆ โผล่ๆ กอร์ดอนทรมานมากกับลิทธ์ของยาพิษที่ฝั่งอยู่ในแอปเปิ้ลเขียว เขาแรงทั้งหมดของมือทั้งสองกุมเข้าที่ลำคอของตัวเองหลังโยนแอปเปิ้ลสีเขียวนั้นทิ้งไปอีกทาง เขาไม่สามารถควบคุมร่างกายแปรปรวนนี้ได้ เหมือนระบบไหลเวียนเืในร่างกายเขาจะทำงานมั่วซั่วไปหมดและไม่สามารถที่จะขยับปากได้ ไม่สามารถเปล่งเสียงของความเ็ปได้ ไม่สามารถที่จะควบคุมตัวเองได้เลยแม้แต่น้อยหลังจากนั้น ลิ้นและตัวชาไปหมดต่อด้วยท่าทางที่แข็งทื่ออย่างประหลาด สิ่งเดียวที่สามารถแสดงออกจากความเ็ปรวดร้าวได้ ณ ตอนนี้มีเพียงดวงตาหรือแววตาคู่นั้นเท่านั้น
“เป็การเลือกที่โง่มาก — ฮ่า ฮ่า ฮ่า ๆๆ” หล่อนหัวเลาะดังลั่นและหันหลังพร้อมเดินจากไปอย่างค่อยๆ เธอไม่รู้สึกอะไรทั้งนั้นนอกเสียจากความสะใจและความรื่นเริง น้ำเสียงของเธอนั้นแสดงออกถึงความดูิ่และหยิ่งยโส แต่ถึงอย่างนั้นสีหน้าและแววตาของเธอยังคงงดงามราวตัวระครในเทพนิยายลึกลับตัวนึง ดาราร่าสวมหมวกใบใหญ่ขาดๆ นั้นจากเสื้อคลุมของหล่อน และเดินตรงไปยังกระท่อมที่อยู่ตรงข้ามไม่ใกลนั้น พอเธอยิ่งเดินตรงไป เหมือนหมอกสีขาวขุ่นที่จับหนาก็หลีกทางแวกฝั่งเพื่อให้เธอเดินตรงเข้าไป
ในป่าแห่งนี้เงียบสงันจนน่าขนลุกและที่น่าประหลาดใจไปกว่านี้คือไม่มีแม้กระทั้งวี่แววของสิ่งทีชีวิตอื่นใดเลย หมอกค่อยๆ จางหายและกระท่อมเริ่มชัดเจนมากขึ้น เป็กระท่อมหลังคาสูงที่ตั้งอยู่กลางป่าและธรรมดามาก ทรุดโทรม และสกปรก มองจากด้านนอกก็สามารถเดาได้เลยว่าด้านในนั้นโสโครกมากแค่ไหน ด้านนอกมีหม้อต้มซุปของหล่อนที่ตั้งตะหง่านอยู่ด้านหน้าพร้อมกับสัญลักษณ์รูปดาวห้าแฉกที่รังสรร์จากเืของมนุษย์บริสุทธ์บนพื้นข้างหม้อ สยดสมองและลึกลับ กระท่อมก็ดำจนเหมือนจะกลืนเข้ากีบผืนป่ายังไงอย่างงั้น
จู่ๆ ร่างของดาราร่าก็พุ่งไปด้านหน้าจนหล่อนล้มหน้าคว่ำอย่างรุนแรง มีเืออกจากหัวเข่าและแขนซ้าย เืของหล่อนเป็สีดำ เธอล้มตัวฟาดสะบั่นไปด้านหน้าจนหน้าคว่ำแรงมากจนราวกับว่าอากาศจากแรงโน้มถ่วงได้ประกาศไปทั่วของผืนป่าว่าเธอหกล้มอย่างรุนแรง ดาราร่าไม่ได้สะดุดก้อนหินบนผืนป่าหรือเพราะหล่อนสวมส้นสูง ไม่มีอะไรถูกต้องเลย เธอคุ้นชินกับที่นี้อย่างดี แต่เธอล้มจมกองหินสีดำหมึกทมิฬ เสี้ยววินาทีแรกหลังจากที่เธอล้มลงไป เธอก็รู็ทันทีว่าตัวเองล้มได้อย่างไร ซึ่งคำตอบนั้นก็คือ เธอโดนผลัก มีคนผลักหล่อนจากด้านหลัง และนั้นเป็ใครไม่ได้นอกจากกอร์ดอน ใช่แล้ว กอร์ผลักหล่อนจากด้านหลังจนล้มลงไป เธอประหลาดใจมากและมีแต่คำถามเต็มไปหมดว่าเพราะอะไร
ทำไมถึงตามมาทันถึงจุดนี้ได้
ทำไมถึงรอดและไม่ตาย
ทำไมถึงยังมีแรง และทำไมถึงตัดสินใจทำแบบนี้ ทั้งที่โอกาสปลิดชีพเ้าตัวก็มีเยอะมากขนาดนี้
คำถามเหล่านี้ที่ดาราร่ากำลังคิดและถ่าโถมเข้ามาในหัวทำให้เขาเสียแต้มที่จะจัดการกอร์ดอน เธอรีบจับดาบเงินคู่ใจและสลัดฟาดมาที่กอร์ด้วยแรงเหวี่ยงที่ผิดมนุษย์มนา หลังจากที่ล้มลงพื้นไม่เกินสามวินาที ซึ่งความคิดเ่าั้รวบเข้ามาและบีบอัดอยู่ในความคิดประมาณสองถึงสามนาทีโดยประมาณ เสียงลมจากแรงสะบัดของดาบดังว่อน .. กอร์ใช้ศอกซ้ายของตนกันมือข้างที่ถือดาบของหล่อนไว้และใช้มืออีกข้างตะกุยคุ้ยหาก้อนหินที่อยู่บนพื้นจนได้ลูกนึงที่พอดีมือแต่ก็เสียเวลาไปนิดนึง หล่อนใช้เล็บมืออีกข้างข่วนไปที่หน้าอกกอร์จนเส้นไหมพรมเขาขาดทะลุเข้าเนื้อจนเืสาด กอร์ได้ก้อนหินสีดำมีรูปทรงแปลกประลาดพอดีมือ เป็ก้อนหินที่ดำมาก เป็สีดำแวนตาแบล็ก ซึ่งเป็สีดำที่ดูดกลืนแสงสว่างได้ 99.96% กอร์ไม่รีรอชักช้า จังหวะเอาคืนในองศาที่เป๊ะมากจึงทำให้ดาราร่ารับแรงกระแรกจากก้อนหินลูกนั้นเข้าอย่างจัง กอร์ทุบแรงมาก มากจนเขาสามารถที่จะฟันธงได้เลยว่าโครงกระดูกหัวกระโหลกศรีษะของหล่อนต้องแตกไม่ก็ร้าวแน่ เพราะเืเธอไหลรินออกจากกระโหลกศรีษะฝั่งซ้ายของใบหน้าเป็ทาง ค่อนข้างเยอะมาก ดวงตาเธอเริ่มเบิกโพลงกว้างและร้องโหยหวนอย่างเจ็บป่วยรวดร้าว…
เมื่อเสียงกรีดร้องอันขวัญผวาของเธอดังลั่นกังวาน ด้านหลังของกระท่อม มีแมวสีดำตัวหนึ่งค่อยๆ ย่องออกมาเหมือนเสือ มันจ้องเขม่งมาที่กอร์ ทีแรกกอร์ก็คิดว่ามันเป็เพียงแค่แมวดำสายพันธุ์เมนคูน แต่แล้วพอมันเริ่มย่องเข้ามาใกล้ ท่าทีการวิ่งและขนาดของมันก็เริ่มใหญ่ขึ้นจนเหมือนเ้าแมวตัวนี้มันกลายร่างผลันตัวเป็สีดำแยกเคี้ยวกระโจนเข้าหากอร์ ในขณะนี้ที่กอร์กำลังใช้จังหวะหนีนั้น จิตใจของเขามีเสียงของชายคนนึงแทรกซึมเข้ามาว่า ‘อย่าเอาแต่หนีเลย ๆๆ ‘ซ้ำๆ วนเวียนไปมาจนกระทั่งกอร์วิ่งวนกลับมาเข้าใกล้ดาราร่าที่กำลังจะหมดสติไปเพราะเสียเืมาก
ตัดกลับมาที่กอร์ ตัวเขาเองก็ยังรู้สึกทั้งหมดเหมือนที่เคยรู้สึกหลังจากเข้าหลุมลงมายังดินแดนนี้ เพิ่มเติมคือแผลใหม่ที่ปวดแสบปวดร้อน เสือดำที่กอร์เห็นเร่งฝีเท้าขย้ำมาติดๆ มันเผยกรงเล็บอันแข็งแกร่งออกมาจากอุ้งเท้าหน้า ลำตัวสีดำของมันเริ่มเห็นได้ชัดว่าขี้เรื้อนเริ่มแพร่กระจายไปทั่ว
กอร์ดอนวิ่งกระโจนไปหาดาราร่า และหล่อนก็ยังคงเห็นเหตุการณ์จนกระทั้งเธอนั้นก็ยังคงพนันแรงเฮือกสุดท้ายที่ตนมีจับดาบนั้นขึ้น หล่อนยืนตะหง่านตั้งท่าจะฟันร่างของกอร์ให้ขาดสะบั่นและเธอลืมไปว่าแมวั์ขี้เรี้ยนอัปลักษณ์นั้นก็กระโจนเข้ามาด้วยเช่นกัน เสี้ยววินาทีที่หล่อนตะบัดดาบเล่มนั้น กอร์ดอนหักหลบออกไปอย่างหวุดหวิดเช่นกัน ฉะนั้นผู้ที่รับดาบเล่มนั้นเข้าอย่างจังก็คือ เ้าแมวั์สีดำนั้นเอง ซึ่งในขณะที่ดาบมันฟันเข้าที่กลางอกของแมวดำตัวนี้ ทันใดนั้นทั้งตัวดาราร่ากับแมวั์สีดำตัวนี้ก็ประเด็นกระดอนไปคนละทาง แรงกระแทกและระยะทางนั้นใกลมากจนแมวสีดำตัวใหญ่เท่าเสื้อดำหมดสติดับสิ้นลมหายใจไปในที่สุด เนื่องจากาแที่ได้รับจากรับมันลึกมากจนเห็นกระดูกสีขาว เครื่องในบางส่วนแอบไหลออกมาเล็กน้อย ช่างเป็ภาพที่ไม่น่าอภิรมณ์
ดาราร่าที่กระเด็นไปชนกับโขดหินและรากไม้ หล่อนที่ยังไม่หมดสติแถมเห็นภาพทั้งหมดที่เกิดขึ้น เธอรู็สึกเ็ปจากข้างในจนลืมไปเลยว่าร่างกายภายนอกของเธอนั้นก็อาการแย่มากไม่แพ้กัน กอร์ดอนไม่รีรอที่จะใช้ผลประโยชน์จากเวลานี้ในการกำจัดหล่อน และสิ่งที่กอร์ถนัดระดับต้นๆ เลยก็หนีไม่พ้นการส่งพลังงานสุดแสนเลวร้ายเข้าสู่ความคิดใน่เวลาที่ฝ่ายตรงข้ามมีอารมณ์และความรู็สึกด้านลบหรืออ่อนแอ “เธอฆ่ามัน — มันเป็สิ่งที่เธอรักมากสินะ เธอเป็คนฆ่ามัน ทรยศ หักหลัง — ฉันฆ่ามัน ฉันมันชั่ว ฉันทรยศ”
ทีแรกนั้น กอร์ดอนส่งเสียงของตัวเองเข้าไปยังความคิดของดาราร่า จากนั้น เขาค่อยๆ ปรุงแต่งเสียงของตัวเองเป็เสียงของหล่อน ดาราร่าใช้มือทั้งสองข้างของตนกุมเข้าที่ขมับและหัวศรีษะของตัวเอง เธอรู้สึกเหมือนได้ยินเสียงของตัวเองวนเวียนไม่จบสิ้น หล่อนเห็นภาพนิมิตประหลาด ซึ่งภาพนั้นก็คือหัวสมองของเธอในที่ที่อ่างว่างไร้ขอบเขต มืด และหนาวเหน็บ มีหนามสีขาวโพลนแหลมคมมากมายค่อยๆ ทิ่มแทงเข้าไปที่แต่ละมุมแต่ละด้าน ภายในของรอยหยักในสมองของเธอ ความคิดพวกนี้ทำให้เธอเ็ปมากกว่าสิ่งใด เหมือนเป็เงาที่คอยหลอกหลอนตัวเองจากความผิดผลาดที่ตนทำ หล่อนเริ่มมีผิวกายที่เหี่ยวย่น ใบหน้าเริ่มผิดรูปผิดร่างและหน้ากลัวขึ้นทุกที เธอกรีดร้องลั่นในผืนป่าที่เงียบสงัน ความเ็ปจากความคิดที่กอร์เป็คนควบคุมและชักจูงทำเอาดวงตาของหล่อนเริ่มมีเืไหลริน
กอร์เดินเข้าไปใกล้ดาราร่าในสภาพที่แย่จนดูไม่ได้ของเธอ กลิ่นเหม็นสาบรุนแรงหนักข้อจนเกินคำบรรยาย กอร์ใช้มือข้างซ้ายแตะคางเชิดหน้าของดาราร่าเพื่อให้หล่อนเงยหน้าขึ้นมองเขา นัยต์ตาคู่นั้นของกอร์เห็นใบหน้าแสนอัปลักษณ์ของหล่อนทะลุไปจนถึงจิตใจพร้อมพูดทิ้งท้ายว่า “แอปเปิ้ลเขียวมั้ย ? ” หลังพูดจบ กอร์ใช้มือขวาที่ถือแอปเปิ้ลเขียวลูกนั้นโยนทิ้งลงที่ข้างกายของเธอ สภาพแอปเปิ้ลเขียวเน่าเปื่อยจนถึงแกนและเริ่มมีหนอนตัวน้อยผุดออกจากผล