ตอนที่ 119 โดนฟ้าผ่า
เมล็ดที่ถูกปาออกไปก็มีสิ่งบางอย่างคล้ายเถาวัลย์ออกมาหลายสิบอันพุ่งตรงไปที่ชายหนุ่มตรงหน้าที่กำลังพุ่งมาธีเอมัสถึงกับเบรกตัวอย่างรวดเร็วแต่ไม่ทันเถาวัลย์สีเขียวกำลังพุ่งเข้ามารัดตัวเขาทุกส่วนเขาพยายามใช้ดาบตัดมันไม่ให้มารัดกุมเขาแต่ก็ไร้ผลยิ่งฟันมันก็ยิ่งรุกล้ำเข้ามารัดตัวเขามากกว่าเดิมธีเอมัสเห็นท่าไม่ดีว่าอาวุธใช้ไม่ได้ผลเขาก็พลิกแพลงเปลี่ยนการโจมตีเป็นการใช้พลังของเขาพลังของเขากำลังเอ่อล้นแต่จู่ ๆ ก็หายไปอย่างรวดเร็วทำเอาธีเอมัสหน้าเหวอไปทันใดก่อนที่เขาเถาวัลย์รัดตัวเขาจนซุกลงกับพื้น
“อึ้ก!! เธอ...เธอทำอะไรฉัน!!” ธีเอมัสตะโกนสุดเสียงใส่อีกฝ่าย
โพรทาเลียมองอีกฝ่ายที่ตะโกนใส่เธอ เขาพยายามเค้นพลังของตนสุดกำลังแต่ก็ไม่ได้ผลอีกแต่คำกล่าวหาของอีกฝ่ายทำให้โพรทาเลียสงสัยว่าเธอไปทำแบบนั้นตอนไหนนอกจากรัดตัวอีกฝ่าย
“ทำอะไร? ฉันก็แค่รัดตัวนายก็เท่านั้น?”
“เธอ...ดูดพลังฉันไป!!!!”
โพรทาเลียเอียงคออย่างงุนงงว่าตนเองนั้นไม่ได้สร้างเถาวัลย์ที่สามารถดูดพลังได้สักหน่อยก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างขบขันกับความคิดของอีกฝ่าย
“ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า! โทษนะ!ฉันไม่ได้สร้างเมล็ดพันธุ์ที่จะสร้างมาดูดพลังนายได้หรอกนะ!!”
“ฉันไม่เชื่อ!! เธอมีเจ้าพวกนั้นอยู่ด้วยพวกนั้นต้องช่วยเธอแน่ ๆ !!”
“ห๊า?”
โพรทาเลียเลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัยว่าทุกคนจะช่วยเธอดูดพลังอีกฝ่ายทำไมโดยที่เธอสามารถต่อกรกับอีกฝ่ายได้สบาย ๆ แต่ความรู้สึกบอกว่าอีกฝ่ายนั้นไม่เหลือพลังอะไรเลยตอนนี้จนเธอสงสัยว่าอีกฝ่ายใช่สายเลือดของอะพอลโลจริง ๆ เหรอระหว่างที่เธอกำลังคิดอยู่นั้นก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น
“ว่าไงนะ!!” เสียงของเซเรน่าดังขึ้นมา
“!!”
โพรทาเลียตกใจกับเสียงที่ตะโกนขึ้นมาก่อนจะเห็นทุกคนโผล่ออกมาต่อหน้าเธอหนึ่งในห้าพุ่งตรงเข้าหาธีเอมัสอย่างรวดเร็วด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว
“เจ้าคิดว่าเราจะทำอะไรเจ้าได้หรือไง!? คงไม่ลืมนะว่าเราห้ามทำร้ายอดีตชาติด้วยกันหรือ!? แล้วเจ้าคิดว่าเราทำให้เจ้าใช้พลังไม่ได้งั้นหรือ!?”เซเรน่ายิ่คำถามรัว ๆ ให้ธีเอมัสอย่างไม่หยุดหย่อน
“เธอ...บุตรีของเฮเฟตัส!!”
“เห็นหน้าเจ้ากี่ครั้งก็อารมณ์เสียสุด ๆไม่น่าเป็นบุตรของอะพอลโลเลยจริง ๆ !!”
“นึกเหรอว่าฉันอยากเป็นลูกของเทพเฮงซวยแบบนั้น!!”
“แล้วไง!?” เซเรน่าไม่สนใจคำพูดอีกฝ่ายเธอยกแขนขึ้นเล็กน้อยก่อนจะกำหมัดของเธอขึ้นมา “ขอสักหมัดเถอะ!! เจ้าทำให้ร่างจุติต้องเดือดร้อนขนาดไหนรู้ไหม!!”
ธีเอมัสเห็นท่าทางอีกฝ่ายก็ทำเอาเขาหน้าซีดที่จะโดนหญิงสาวตรงหน้าทำร้ายลักซ์กับรัลรีบตรงมาจับตัวหญิงสาวที่จะชกชายหนุ่มที่โดนมัดอยู่ทันใด
“ใจเย็น ๆ ก่อนสิ เฟอร์ร่า ถ้าเจ้าใช้พลังเยอะเจ้าจะผลาญพลังงานของโพรทาเลียเยอะขึ้นนะเดียวโพรทาเลียก็สลบทันทีหรอก”
“ข้าอยากจัดการเจ้านั้นนี่!!โพรทาเลียขอข้ายืมร่างหน่อย!!”
โพรทาเลียได้ยินก็ได้แต่ยิ้มแห้ง ๆที่ครั้งนี้ได้เห็นทุกคนในร่างปกติ เพราะทุกทีจะเห็นเป็นร่างตัวเล็กจิ๋วน่ารักระหว่างที่เธอมองพวกเซเรน่านั้นอีกสองคนที่เหลือก็เข้ามาอยู่ข้าง ๆ
“เจ้าไม่เป็นอะไรนะ?” เฟอร์ร่าเอ่ยถาม
โพรทาเลียหันไปมองเฟอร์ร่าที่ดูสีหน้าหมองเศร้าเธอดีใจที่เจออีกฝ่ายก่อนจะยิ้มตอบออกไป “ฉันไม่เป็นอะไรหรอกนะ”
“จริงนะ ในภาพลวงตานั้น เจ้าดูเจ็บปวดมากเลยนะ”
แดเรียลเอียงตัวมองอีกฝ่าย ใบหน้าของเขาเหมือนคนขี้เซ้าเนื่องจากดื่มไปเยอะจนตอนนี้อยากไปหลับสักตื่นนี้มากๆ
“ฉันบอกแล้วนี่ว่าฉันไม่เป็นอะไรมากนะ”
“แต่มันฝังความรู้สึกไว้ในใจเจ้าเจ้าเคยเจอโลกที่เปลี่ยนแปลงมาแล้วครั้งหนึ่ง ยิ่งมาเจอสถานการณ์คล้ายกันมันก็ยิ่งเจ็บปวดมันก็ยิ่งฝังลึกเข้าไปข้างใน” เฟอร์ร่าเอ่ยพูดพร้อมกับยกมือขึ้นมาแตะบนเนินอกของโพรทาเลีย "เจ้าไม่อยากเจอโลกแบบนั้นอีกใช่ไหมล่ะ?"
“อ๊า...ก็...”
คำพูดของอีกฝ่ายทำให้โพรทาเลียลำบากใจและรู้สึกว่าจริงของอีกฝ่ายที่เธอไม่อยากเจอสถานการณ์แบบนั้นจริงๆ
“จงระวังเจ้านั้นอีกรอบละกันถ้าเจ้าไม่อยากจะเจอสถานการณ์แบบนั้นอีก…”
“จริงของแดเรียล จงระวังไว้หน่อยก็ดี”
โพรทาเลียได้ฟังคำเตือนก็แอบยิ้มที่มีคนห่วงใยเธออยู่บ้างก่อนจะยิ้มให้ทั้งสองคน“ขอบคุณทั้งสองคนมากๆ ที่เป็นห่วงกันนะ...”
ทั้งสองคนมองร่างจุติที่กลับมาร่าเริงถึงจะเล็กน้อยแต่ก็ยังดีกว่าเศร้าใจทั้งสองคนต่างพากันเข้ามาโอบกอดโพรทาเลียเบา ๆ จนเธอตาโตขึ้นมาที่ทั้งสองคนกอดเธออย่างปลอบโยนจนเธอไม่คิดว่าอดีตชาติพวกนี้จะสนใจเธอมากเท่าไหร่แต่ยิ่งอยู่ด้วยกันยิ่งเหมือนครอบครัวที่เข้ากันได้ขึ้นทุกวันจนเธอไม่อยากเสียพวกเขาไปเลยจริงๆตอนที่ทุกคนหายไปก่อนหน้าเธอก็กังวลว่าเกิดอะไรขึ้นกับพวกอดีตชาติเสียอีกจนเธอรู้สึกหมดหวังมากๆ
“ตอนที่ติดต่อพวกเธอไม่ได้ฉันนึกว่าทุกคนหายไปเสียแล้ว...ดีจริง ๆ ที่ทุกคนยังอยู่...” โพรทาเลียกอดตอบทั้งสองคนแล้วซุกหน้าลงไหล่ของเฟอร์ร่า
“โธ่ ๆ เราไม่ได้หายไปไหนหรอกนะ”
“จริงของเฟอร์ร่า” แดเรียลกล่าวพร้อมกับมองอีกฝ่ายที่ซุกเฟอร์ร่าไม่ปล่อย “ดู ๆ เด็กน้อยของเราร้องไห้เสียแล้วหรือ!?”
“ฉันไม่ได้ร้องซะหน่อย!!” โพรทาเลียตอบโดยไม่มองหน้าอีกฝ่ายเลยสักนิด
“เหรออออ~”
“พอเลย!! แดเรียล” เฟอร์ร่าหันไปห้ามอีกฝ่ายทันที ก่อนจะลูบหัวโพรทาเลียเบาๆ “ไม่ใช่เจ้าคนเดียวที่ตกใจนะพวกข้าก็ตกใจเหมือนกันนะ เจ้าไม่ยอมตื่นแถมยังมีอาการเหมือนคนฝันร้าย”
“ฝันร้าย?”
"ใช่ ตอนนั้นเราเลยหาวิธีเข้าไปในจิตใจเพื่อช่วยเจ้าแต่พอเข้าไปก็เจอช่วงที่เจ้าเข้ามาในจิตเช่นเดียวกัน แต่เราพยายามเดินไปหาเจ้าแต่ทว่าเจ้าก็ไม่เห็นพวกเรา"
โพรทาเลียผลักตัวเองออกแล้วมองทั้งสองเมื่อได้ยินสิ่งที่ทั้งสองสื่อให้เธอฟังก็ทำให้นึกถึงตอนที่แอปเปิลตกลงพื้น
“อ๊ะ...หรือว่าตอนนั้น...แอปเปิลนั่น...”
“ใช่ตอนนั้นพวกรัลพยายามให้เธอรู้สึกตัวว่าเราอยู่แถวนั้น”
โพรทาเลียได้ยินแบบนั้นก็แอบอายหน่อย ๆที่ตนเองไม่รู้เลยว่าพวกนั้นอยู่ใกล้ ๆ ตัวแค่ไหน ยิ่งทำให้เธอนึกถึงคำพูดตัวเองในตอนนั้นขึ้นมาทันทียิ่งทำให้เธอหน้าแดงขึ้นมาทันทีเฟอร์ร่ามองสีหน้าของอีกฝ่ายก็หัวเราะคิกคักออกมา
“ไม่ต้องเขินหรอกนะเพราะพวกเราก็เป็นครอบครัวเจ้าเช่นกัน โพรทาเลีย”
ดวงตาของโพรทาเลียเปิดกว้างยิ่งกว่าเดิม ก่อนที่เธอจะหันไปมองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าตื่นตกใจผสมเขินอาย
“ตอน...ตอนนั้น...ฉัน...”
“เจ้าไม่ต้องมาเขิน โพรทาเลีย” แดเรียลเอ่ยขึ้นพร้อมกับจับหัวอีกฝ่ายขยี้ ๆ“พวกข้าทุกคนได้ยินทุกคำของเจ้าข้าก็ดีใจเช่นกันที่เจ้าเห็นพวกข้าเป็นครอบครัวของเจ้า”
“แดเรียล...”
โพรทาเลียชายหนุ่มตรงหน้าก่อนจะสลับมองกับหญิงสาวอีกคนที่กำลังส่งยิ้มให้เธอทำเอาใบหน้าของเธอยิ่งแดงกว่าเดิมก่อนจะยิ้มตอบทั้งสองคนกลับไป
"คิก ๆก็ทุกคนอยู่กับฉันมาตั้งแต่เด็กนี่น่า"
พวกเขาทั้งสามคนต่างยิ้มให้กันเหมือนพี่น้องไม่มีผิดถึงแม้ทุกคนนั้นจะเป็นคนเดียวกันก็ตามทีแดเรียลเห็นเด็ก ๆร่าเริงกันพอเหมาะแล้วเขาก็หันไปทางที่ธีเอมัสอยู่ตอนนี้พวกรัลกำลังรั้งเซเรน่าสุดกำลัง
“แล้วเราจะจัดการกับชายคนนั้นยังไงดีดูเหมือนเขาจะร่วมมือกับบุคคลที่เราไม่คาดคิดด้วยนะ”
“ก็จริงนะ เอาไงดีโพรทาเลีย”
“ฉันอยากรู้ว่าเจ้านั้นร่วมมือกับใคร...” โพรทาเลียเอ่ยขึ้น
“งั้นไปถามกัน!!”
แดเรียลเดินนำเป็นคนแรกก่อนที่อีกสองคนจะเดินตามไประหว่างที่เดินนั้นเฟอร์ร่าก็กล่าวให้ฟังว่าหลังจากที่โพรทาเลียกับโฟกัสลืมตามาดูโลกชายหนุ่มสายเลือดอะพอลโลก็หายตัวไปตั้งแต่ตอนไหนพวกเขาก็สงสัยว่าอีกฝ่ายหายไปไหนจนไม่นึกว่าอีกฝ่ายจะมาอยู่ในอดีตแถมยังกล้ามาทำร้ายโพรทาเลียที่เป็นร่างสถิตอีกโพรทาเลียได้ยินแบบนั้นก็ไม่สามารถจะอธิบายอะไรได้จนพวกเขาเดินตรงมาข้างหน้าธีเอมัสก็เห็นพวกเขาเดินมาพอดี เขาก็หันสายตาไปทางคนที่เขาต้องการทันที
“ยัยสายเลือดโพไซดอน!! มาปล่อยฉันเดี๋ยวนี้!!”
โพรทาเลียสะดุ้งเล็กน้อยที่อีกฝ่ายตะโกนขึ้นมาแต่มีสายตาของทุกคู่จ้องมองอีกฝ่ายด้วยสายตาอันโกรธเคืองจนทำให้ธีเอมัสสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะสงบปากของตนเองก่อนที่โพรทาเลียจะเอ่ยถามออกไป
“ตอบคำถามของฉันแล้วฉันจะยอมปล่อยนาย ธีเอมัส”
“ธีเอ ชื่อจริงฉันคือ ธีเอ มิลเลอร์”
“ธีเอ?” โพรทาเลียขมวดคิ้วอย่างสงสัย
“เจ้าพ่อบ้าตั้งชื่อฉันเต็มยศ!!แต่แม่ฉันมาย่อให้เหลือแค่ธีเอไม่ให้มีคำว่ามัสก็เท่านั้น!!”
“งั้นเหรอ? ธีเอมัส”
“ฉันบอกว่า ธีเอ”
“ธีเอมัส!”
ธีเอมัสจ้องมองร่างจุติด้วยสายตาไม่พอใจกับอีกฝ่ายที่จะเรียกด้วยชื่อจริงที่พ่อเขาตั้งให้โพรทาเลียมองอีกฝ่ายด้วยสายตานิ่งเฉยที่อีกฝ่ายดูไม่มีความเยื่อใยถึงคนเป็นบิดาเลยสักนิดแต่ก็ปกติของสายเลือดเทพแต่ละคนถึงจะเป็นเทพหรือมนุษย์กึ่งเทพบางทีก็ไม่มีความเยื่อใยของครอบครัวอยู่ดีระหว่างที่เธอกำลังคิดบางอย่างนั้นก็มีความอบอุ่นที่ศีรษะขึ้นมาเหมือนครั้งที่ชายคนหนึ่งจับศีรษะเธอเพื่อทำสัญลักษณ์
‘อะพอลโล...ท่านทำอะไรลูกของท่านกัน...?’ โพรทาเลียคิด
“ช่างเถอะนายจะชื่อไหนมันก็เรื่องของนาย ฉันจะเรียกยังไงมันก็สิทธิ์ของฉัน”
“ว่าไงนะ!?”
“ธีเอมัส!! นายร่วมมือกับใคร!!”
คำถามของโพรทาเลียตรงประเด็นยิ่งกว่าอะไรจนทุกคนต่างมองแล้วหันกลับมามองธีเอมัสเจ้าตัวเห็นทุกสายตาที่มองเขาเขารู้ทุกคนกำลังมองเขาด้วยสายตาไม่พอใจกับสิ่งที่เขาทำ
“ทำไม? เธอรู้แล้วจะทำอะไรได้?”
“ก็จะได้จัดการนายได้ถูกไง!!”
“จัดการฉัน?”
“ใช่!บอกมาไม่งั้นฉันจะใช้เมล็ดพูดความจริงยัดใส่ปากนาย!!”
“อึ้ก!!” ธีเอมัสได้ยินแบบนั้นก็หน้าซีดเขาจ้องมองร่างจุติพร้อมกับสายตาหันไปมองทุกคน “ฉันจะไม่พูดอะไรทั้งนั้น!!”
“ไอ้เจ้านี่!!” เซเรน่าได้ยินก็อารมณ์ขึ้นทันที
โพรทาเลียยกมือขึ้นไม่ให้อีกฝ่ายอารมณ์ขึ้นเด็ดขาด “ฉันนึกแล้วว่านายไม่พูดออกมาแต่ฉันก็พอรู้ว่าใคร เทพที่ทำให้พวกเราต้องเจอกับชะตากรรมบ้า ๆ นี้...เคออส ใช่ไหม?”
เมื่อเอ่ยนานนั้นทุกคนต่างพากันนิ่งเงียบไปอย่างไม่เอ่ยอะไรยิ่งธีเอมัสที่อยู่ตรงหน้ายิ่งจ้องมองอีกฝ่ายที่เอ่ยชื่อของท่านพูดนั้นอย่างมั่นใจโพรทาเลียแค่เห็นสีหน้าของอีกฝ่ายก็เข้าใจแล้วว่าเป็นความจริงที่อีกฝ่ายร่วมมือกับชายที่ทำให้ชะตากรรมของพวกเขาวุ่นวายแบบนี้
“นายมันก็พอ ๆกับแซเทิร์นให้ความร่วมมือกับเทพเฮงซวยที่สร้างเรื่องให้เราตาย!!”
“ก็ยังดีกว่าเทพโอลิมปัสละกัน!!เขาสัญญากับฉันว่าจะทำให้ฉันกลับไปก่อนที่ฉันจะตาย!! ฉันจะได้ไปหาภรรยาฉัน!!”
“ไหนล่ะ?” โพรทาเลียเอ่ยถาม “คำสัญญา? ไหนภรรยานาย!?”
“ยัง!! ยังไม่ใช่ตอนนี้จนกว่าฉันจะจัดการเธอสำเร็จ!!”
“ว่าไงนะ!! เจ้าทำตามเจ้าเทพนั้นเพียงเพราะจะกลับไปหาภรรยาของตนเองเนี่ยนะ!!”
“จริงด้วย ความคิดเจ้าโคตรสิ้นจริง ๆ ธีเอมัส!!”
ทุกคนต่างพากันต่อว่าอีกฝ่ายที่กระทำอะไรที่สิ้นคิดสุด ๆ มีแต่โพรทาเลียมองชายหนุ่มที่จริงๆ ก็ตายแล้วกันทุกคนยกเว้นตัวเธอแต่อีกฝ่ายยังยึดติดกับบางสิ่งอยู่มันคงทรมานและคิดถึงมากแน่ ๆที่ตายไปโดยที่ยังไม่ได้ทำอะไรเลยสักอย่างระหว่างที่เธอต้องมองอีกฝ่ายที่โดนคนต่อว่าอยู่นั้นก็รูสึกถึงสิ่งบางอย่างขึ้นมาเหมือนมีใครกำลังบอกอะไรเธออยู่จนเธอนั้นนิ่งเงียบไปสักครู่แล้วกลับมามองธีเอมัสอีกครั้ง
“ตอบคำถามข้อสองมาซะ”
“จะให้ฉันตอบอะไรอีกเธอรู้มากกว่าฉันก็หาคำตอบเองสิ!!”
โพรทาเลียมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ที่จะเถียงอีกฝ่ายก่อนจะยิงคำถามออกไปตรงๆ
“เจสัน เกรซอยู่ไหน!?”
ธีเอมัสได้ยินคำถามนั้นเขาก็ยกยิ้มมุมปากทันที “หึ หวังจะให้ฉันตอบอะไรล่ะ?”
“อย่ามากวนประสาท!! ธีเอมัส”
“อยากได้อะไรจากชายกึ่งเป็นกึ่งตายคนนั้นกัน?”
“กึ่งเป็นกึ่งตาย?” โพรทาเลียทวนคำพูดอีกฝ่าย
“ใช่ ชายไร้ค่าแบบนั้นเธออยากได้ไปทำไม!”
“เขายังมีค่ามากกว่านายละกัน ธีเอมัส”
โพรทาเลียเผยออร่าอันแรงกล้าออกมาจนธีเอมัสที่ไม่มีพลังเหมือนมนุษย์ธรรมดาก็รู้สึกหวาดกลัวกับออร่านี้จนเขานั้นตะโกนออกมาด้วยความตื่นกลัว
“ฉันยอมแล้ว! ฉันยอมบอก บุตรจูปิเตอร์เขาอยู่ที่นรก!!”
“นรก!?”
“สถานที่คนตายชัก ๆ !!” ลักซ์เอ่ยขึ้น
“แกจะหลอกให้โพรทาเลียไปที่อันตรายแบบนั้นเนี่ยนะ!!”
“ฉันไม่ได้หลอกนะ!! วิญญาณของเขาอยู่ที่นั่นยกเว้นร่างที่อยู่บนโลกเท่านั้น”
“นายจะบอกว่านายรู้ทั้งร่างและวิญญาณเขาอยู่ไหนงั้นเหรอ?”
“ใช่เชื่อฉันนะ...ฉันจะยอมบอกทุกอย่างเอง...ได้โปรด...หยุดปล่อยออร่าของเธอซะที!!”
โพรทาเลียได้ยินแบบนั้นก็ยังไม่มีความไว้ใจอีกฝ่ายอยู่จะมาไม้ไหนกันแต่เธอก็ยอมหยุดออร่าของตนเองทันทีธีเอมัสหลุดพ้นจากออร่าอันรุนแรงนี้เขาก็หอบหายใจอย่างรุนแรงเหมือนจะขาดใจตายออร่าอันเกรงขามของโพรทาเลียยิ่งทวีความแข็งแกร่งมากกว่าเดิมเป็นสองเท่ากว่าแต่ก่อนมันก็ยิ่งเอาไว้ข่มขู่ศัตรูได้ดีมากขึ้นเหล่าอดีตชาติหันมาหาโพรทาเลียทันใด
“ข้าว่าเจ้าไม่ควรเชื่อใจเขานะ!!”
“จริงของแดเรียล เกิดเจ้านั้นตลบหลังเราล่ะ”
“ถ้าทำแบบนั้นจริง ๆ ข้าจะหักแขนของมันเป็นชิ้น ๆ!!”
“ใจเย็น ๆ ทุกคน เรามาคิดก่อนดีกว่าบุตรแห่งจูปิเตอร์อยู่ในที่อันตรายแบบนั้นเราจะไปยังไง”
“ใช่นอกจากสายเลือดเฮอร์มีสที่ได้รับคำมอบหมายให้ไปนรกได้” ทุกคนต่างหันไปมองลักซ์จนเจ้าตัวสะดุ้งเล็กน้อย
“อย่ามองข้าแบบนั้นสิ ข้าไปแค่ครั้งเดียวเองไม่ได้มีบัตรอนุญาตด้วยนะ”
“บ่นมาก เดียวฉันไปเองก็ได้นะ” โพรทาเลียพูดขัดทุกคนที่ดูเหมือนจะเริ่มเถียงการให้ใครสักคนเข้าไปยังนรก
“ไม่ได้นะ!!”
“ใช่ ๆ มันอันตรายนะ!!”
“จริง สถานที่แสนอันตรายแบบนั้นมันเกินกำลังของมนุษย์กึ่งเทพที่ยังไม่ตายจะเข้าที่แห่งนั้นนะ”
“แล้วไง? ก็เคยมีคนเข้าไปเหมือนกันนะ?”
“ใครกัน?”
“นี้ ๆ คงไม่ลืมนะว่าพ่อแม่ของนางเคยไปนรกมาก่อนนะจำได้ไหม? พวกเขาชอบเล่านิทานให้พวกโพรทาเลียฟังพวกเราก็ฟังบ่อย ๆ ไม่ใช่หรือไง?”
“อ๋อ...เรื่องของหนุ่มน้อยคีย์สินะ”
พอมานึกถึงชื่อตัวละครหนุ่มน้อยในนิยาย รัลก็เอ่ยนึกถึงขึ้นทันที “ตอนโพรทาเลียตั้งชื่อตัวเองว่าคีย์ก็ตกใจเหมือนกันที่ชื่อคล้ายกับชื่อตัวละครที่พ่อนางเล่าให้ฟังตลอดนะ”
“ฉันจำได้ดี...ฉันก็คิดนะว่ามันเป็นประโยคขอความช่วยเหลือถึงตั้งชื่อแบบนั้นไว้เพื่อพ่อจะมาช่วยฉัน...”
“แต่ที่น่าสงสัยนะ บุตรจูปิเตอร์ไปอยู่ที่นั่นได้ไง?”ลักซ์เอ่ยถามอะไรที่ไม่น่าถามสุดๆ จนเซเรน่าเขยิบเข้าไปใกล้ ๆ อีกฝ่าย
“เจ้าโง่หรือควายกัน!! เจ้าคิดว่าคนตายจะไปไหนกัน?”
“ขอโทษคร้าบ...กระผมลืมไป!!”
โพรทาเลียมองทุกคนที่กำลังสนทนาอย่างออกรสจนเธออยากให้ช่วงเวลาแบบนี้อยู่ตลอดไปจริงๆ แต่ก็มีบางอย่างให้เธอสงสัยว่าสิ่งที่ธีเอมัสพูดจะเป็นความจริงร้อยเปอร์เซ็นต์งั้นเหรอถ้ามันเป็นกับดักให้เธอไปนรกขึ้นมาจะทำยังไงแล้วยิ่งนรกเป็นสถานที่ที่แซเทิร์นเคยโดนขังไม่รู้มีกับดักของอีกฝ่ายอยู่ในนรกไหมมันไม่มีหลักฐานที่น่าเชื่อถือเลยว่าคุณเจสันอยู่ที่นั่นหรือเปล่าโพรทาเลียหันไปหาธีเอมัสอีกครั้ง
“มีอะไรเป็นหลักประกันว่าคุณเจสันยังอยู่?”
คำถามของโพรทาเลียทำเอาทุกคนต่างหันมามองเธอด้วยความงุนงงว่าอีกฝ่ายสนใจคำกล่าวของอีกฝ่าย
“เจ้าจะทำอะไร?”
“ตอนนี้เหลือเวลาไม่มากแล้ว ฉันต้องการจะช่วยคุณเจสัน”
“จะบ้าหรือไง?”
“ถ้าเราไปนรกแล้วเกิดติดอยู่ที่นั่นจะทำไง?”
“มันต้องมีวิธีอื่นมั้งสิ!!”
“แล้วถ้าไม่มีล่ะ!!” โพรทาเลียเอ่ยถามทุกคนพวกเขาได้แต่ทำหน้าลำบากใจอย่างตอบไม่ได้ โพรทาเลียหันกลับมามองธีเอมัสต่อ “ถ้านายมีหลักฐานว่าเขาอยู่ที่นั่นฉันจะยอมปล่อยนาย!!”
“ว่าไงนะ!!” ทุกคนต่างตะโกนพร้อมกัน
“พูดจริงนะ ฉันจะยอมบอก!!”
“พูดจริง...แต่...ถ้านายโกหกฉันนายเตรียมรับชะตากรรมที่ตัวเองทำได้เลย!!” โพรทาเลียจ้องมองอีกฝ่ายด้วยสายตาเย็นชา
“ฉันสาบานว่าพูดความจริงทุกอย่าง!!” ธีเอมัสกล่าวสาบานต่อหน้าอีกฝ่าย
“ขอให้จริง!”
โพรทาเลียเปิดใจเพียงเล็กน้อยขอให้อีกฝ่ายไม่โกหกเธอก็พอเธออยากช่วยอีกฝ่ายที่กำลังโดนเคออสหลอกใช้ด้วยคำสัญญาที่ไม่รู้ว่าจะเป็นจริงเพียงใดแต่เธอรู้ดีว่านั่นเป็นคำหลอกล่อให้พวกเขายอมทำตามที่อกฝ่ายหวัง โพรทาเลียดีดนิ้วหนึ่งครั้งเถาวัลย์มากมายก็คลายออกธีเอมัสเห็นแบบนั้นก็พึงพอใจที่ตัวเองหลุดพ้นแล้วพวกเซเรน่าก็เข้ามาคุยกับโพรทาเลียเรื่องไว้ใจธีเอมัสโพรทาเลียรู้ว่าไม่ควรเชื่อใจ แต่ตอนนี้ต้องยอมเสียเพื่อตามหาเจสันระหว่างที่ทุกคนคุยกัน โพรทาเลียก็เผลอหันหลังให้ธีเอมัสจังหวะนั้นเองที่ธีเอมัสฉีกยิ้มอย่างดีใจที่โชคเข้าข้างเขา
‘ลิต้า...ฉันกำลังไปหาเธอ!!’ ธีเอมัสคิด
ธีเอมัสชักมีดของตนเองออกมาเตรียมตัววิ่งตรงเข้าหาโพรทาเลียทันที “ตายซะ!! สายเลือดโพไซดอน!!”
โพรทาเลียได้ยินแบบนั้นเธอก็หันไปมองก็เห็นอีกฝ่ายกำลังพุ่งตรงมาหาเธอทุกคนเห็นแบบนั้นก็พยายามที่จะดึงตัวอีกฝ่ายหลบจากตรงนั้นแต่ทว่าโพรทาเลียไม่ยอมหลบเธอย่อตัวลงเล็กน้อยแล้วหมุนตัวพร้อมกับยกขาขึ้นมาเหวี่ยงเตะเข้าก้านคออย่างแรงเหมือนเสียงกระดูกคออีกฝ่ายหักเต็มๆ เมื่อโดนท่านั้นเต็มแรง ร่างกายอีกฝ่ายกระเด็นลอยไปด้านข้างอย่างไกลจนฝุ่นตลบไปหมดจนมองไม่เห็นร่างอีกฝ่ายว่าลอยไปทางใด
“นึกว่าจะไม่รอดซะแล้ว...” โพรทาเลียปาดเหงื่อออกจากหน้าผากเบา ๆ
“ไม่เป็นอะไรนะ?” เฟอร์ร่าเข้ามาดูร่างกายของอีกฝ่ายทันที
“ไม่โดนแทงนะ!!”
“ไม่นะ...ดีที่ตั้งตัวทันนะ...” โพรทาเลียปฏิเสธอย่างอ่อนโยน ร่างกายเธอไม่เป็นอะไรมากจริง ๆ
“เจ้านี่มันน่าโดนเผาสักสองสามรอบจริง ๆ”
“ข้าของจัดการมันได้!!”
“ถ้าฮาลอนอยู่ก็น่าจะให้เจ้านั้นใช้สายฟ้าผ่ามันสักที!!” รัลกล่าวขึ้น
สิ้นคำพูดของรัลแล้วนั้นเสียงฟ้าก็ร้องดังขึ้นมาจนทุกคนต่างพากันตาโตก่อนจะมีมีสายฟ้าฟาดผ่าตกลงมาใส่ธีเอมัสอย่างรรุนแรงทำเอาเจ้าตัวที่โดนฟ้าผ่าถึงกับชักดิ้นชักงอและกรี้ดร้องอย่างทรมาน
“อ๊ากกกกกกกกกกกกกก!!”
ทุกคนต่างตกใจกับสิ่งที่เห็นไม่นึกว่าจะมีสายฟ้าผ่าลงมาตามที่รัลเอ่ยขึ้นจนพวกเขาหันไปมองรัลจนเจ้าตัวหันมามองทุกคนแล้วส่ายหัวอย่างรวดเร็ว
“ข้าเปล่าทำนะ!!”
“แล้วสายฟ้ามาจากไหนนะ?” โพรทาเลียเอ่ยถาม
“จริงด้วย...”
“หรือว่า...”
“การโจมตีเมื่อกี้ถือว่าดีเลยล่ะถือว่าฝีมือไม่ตกเลยล่ะ!!”
เสียงเอ่ยพูดขึ้นพร้อมกับเท้าเอวอย่างพึงพอใจกับการโจมตีของตนเองที่ยังรุนแรงเหมือนสมัยก่อนไม่มีผิดทุกคนต่างหันไปมองเจ้าของเสียงนั้นก็เห็นหญิงสาวผมสีทองแต่งชุดกรีกเดินออกมาจากหลังต้นไม้
“เฮเลน?” โพรทาเลียเอ่ยเรียกอีกฝ่าย
“ถูกครึ่งค่ะ พี่”
โพรทาเลียไม่เข้าใจที่พูดนอกจากคำพูดที่เรียกเธอว่าพี่ทำให้นึกถึงอีกคนขึ้นมาทันที
“โฟกัส?”
โฟกัสในร่างเฮเลนยิ้มให้พี่สาวอย่างดีใจจนเธอดี๊ด๊าวิ่งตรงมาหาพี่สาวพร้อมกับกอดแขนอย่างรวดเร็ว
“ดีใจจริง ๆ ที่พี่ปลอดภัยพวกเฮเลนบอกว่าพี่กำลังเจออันตราย ฉันไม่สามารถออกมาจากค่ายได้ทันที เพราะคุณเรเชลบอกให้อยู่เฉยๆ”
“แล้วออกมาได้ไง? ขอยืมร่างเฮเลนมาเหรอ?”
“ไม่เชิงนะตอนแรกหนูถอดจิตออกมาเหมือนพวกเฮเลนที่มีแค่ร่างจิตวิญญาณเท่านั้นนะคะ”
“ถอดจิต?”
“คิก ๆ หนูทำได้พี่ก็ต้องทำได้ล่ะนะ!” โฟกัสทำท่าภูมิใจกับสิ่งที่ตัวเองทำได้ก่อนจะหันไปหาชายที่ตอนนี้ร่างไหม้เกรียนไปหมด “ถ้าพี่ไม่ป้องกันได้นะ หนูคงทำตัวเท่มาช่วยพี่ได้ทันทีแล้วแท้ๆ”
“แหม ๆ” โพรทาเลียยกมือขึ้นมาลูบหัวของอีกฝ่ายเบา ๆ “แค่เธอออกมาช่วยโจมตีหมอนั้นไม่ให้ขยับได้พี่ก็พอใจแล้วนะ”
“คิก ๆ”
โฟกัสชอบใจกับการโดนพี่สาวลูบหัวเบา ๆ ความรู้สึกอันเอ็นดูของพี่สาวนั้นทำให้เธอเคลิบเคลิ้มสดๆ แต่ไม่ใช่เธอคนเดียวที่รู้สึกแบบนั้นเจ้าของร่างก็กำลังซึมซับความรู้สึกก็พึ่งพอใจเช่นกันก่อนที่
แต่ไม่ใช่เธอคงเดียวที่ฟินเฮเลนน่าที่ให้ยืมร่างก็กำลังฟินเหมือนกันอยู่ภายในร่างกายก่อนที่โฟกัสจะกลับร่างของเธอทันที
“ดีใจที่พี่ปลอดภัยมาก ๆ เลยล่ะ พี่จะกลับค่ายเลยไหมคะ?”
“คงยังไม่ได้หรอกนะ”
“ทำไมคะ?”
“พี่ต้องออกตามหาคุณเจสันต่อนะ...เพราะรู้เส้นทางที่จะไปหาเขา...รู้แค่วิญญาณนะ...แต่ร่างมนุษย์พี่ไม่รู้ว่าอยู่ไหน...”
“งั้นเหรอคะ...หนูอยากให้พี่กลับมาค่ายไว ๆ จังหนูโดนหมายหัวจนขนลุกไปหมดแล้วล่ะ...”
“เกิดอะไรขึ้นเหรอ?”
“คือว่า...หนูเผลอไปสร้างเรื่องนิดหน่อยเข้านะคะ” โฟกัสยกมือขึ้นมาเคาะหัวตัวเองเบา ๆแล้วก็แลบลิ้นออกมาด้วยท่าทางอันน่ารัก
“โฟกัส...”
โพรทาเลียมองน้องสาวที่ไม่เคยสร้างเรื่องอะไรให้เธอเห็นเลยสักครั้งแต่นี่กับสร้างเรื่องหลังจากแยกกันได้ไม่นานน้องสาวทำให้เธอชักสงสัยแล้วว่าไปเรื่องอะไรกันแน่
ระหว่างที่กำลังพูดคุยอยู่นั้นก็มีแสงสว่างเจิดจ้าขึ้นมาทางด้านข้างของพวกเธอแสงสว่างเกิดขึ้นบริเวณจุดที่ธีเอมัสอยู่ทุกคนต่างยกมือขึ้นมาบังดวงตาของตนเองกันอย่างรวดเร็ว แสงสว่างอันเจิดจ้าช่างแสบตาอย่างกับแสงอาทิตย์ที่สามารถแผดเผาทุกสิ่งได้ไม่กี่นาทีก็เกิดคลื่นแรงระเบิดกระจายออกมาแว็บแรกแล้วหายไปอย่างรวดเร็วความร้อนนั้นหายไปอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ทุกคนจะค่อย ๆขยับแขนลงกันสิ่งรอบข้างก็ยังเหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนไปจนสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นทุกคนต่างมองกันและกันว่าเมื่อกี้มันอะไรแต่โฟกัสมองไปที่จุดปลายทางที่เกิดแสงก็เห็นสิ่งไม่คาดคิด
“พี่...ค่ะ...” โฟกัสเอ่ยเรียกพี่สาว
แต่ว่าไม่ต้องเอ่ยเรียกโพรทาเลียแต่อย่างใดเธอก็หันไปยังทิศทางของแสงเช่นเดียวกันก็ได้เห็นสิ่งที่ไม่คาดคิดอยู่ตรงหน้า หลังจากแสงสว่างอันเจิดจ้าหายไปก็มีแสงแดดสาดส่องผ่านร่างที่คล้ายมนุษย์กำลังล่องลอยอยู่กลางอากาศเมื่อจ้องมองรูปลักษณ์ของร่างมนุษย์นั้นทรงผมที่มองไม่ออกว่าสีอะไรเนื่องจากมุมแสงมุมมืดให้มองเป็นสีน้ำตาลแต่จากการมองด้วยดวงตามองความมืดนั้นทำให้เธอเห็นว่าผมเป็นสีทอง ร่างกายที่มีธนูปักอยู่สามสี่คันบนร่างกายดวงตาของโพรทาเลียเปิดกว้างเมื่อนึกถึงชายที่ตรงกับลักษณะที่เขียนลงในไดอารี่ของพ่อ
“คุณ...เจสัน...”
จบตอนที่119 โปรดติดตามตอนที่ 120 ต่อไป