พาร์ทฌอน
ชายหนุ่มกำลูกบีดประตูห้องน้ำไว้แน่น พลันนึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาเงินซื้อตัวเด็กหนุ่มได้แต่ซื้อความซื่อสัตย์จากเขาไม่ได้ แม้แต่เด็กที่ฌอนซื้อเอามาระบายอารมณ์ความใคร่ยังไม่คิดที่จะซื่อสัตย์กับเขาเลย โลกใบนี้ชอบเล่นตลกสิ้นดี
“เอาเถอะยังไงฉันก็จะไม่ยอมให้ใครมาทับรอยฉันหรอกแต่ถ้าฉันรู้ว่าเธอเอามันมาทับลอยฉันและน่าดูฟิว”
พูดจบมือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋ากางเกงหยิบมือถือขึ้นมา หันเท้าก้าวเดินมานั่งบนเตียงนอน เลื่อนหาเบอร์ที่้าจะโทรไม่นานนักก็เจอ นิ้วสวยรีบกดโทรออกทันที ใจที่เต้นไม่เป็ซับกับอาการกระวนกระวายนั้นฌอนบอกไม่ได้ว่ามันเกิดจากอะไร แต่แค่นึกถึงภาพที่ฟิวถูกไอ้แห้งนั้นนอนทับใจเขาก็ไม่เป็สูขแล้ว
ครืดด ครืดดด ครืดด
“เออ…ครับคุณฌอนมีอะไรหรือเปล่าครับ” เสียงจากปลายสายเอ่ยถามเขา
“มาหาฉันหน่อย” เสียงพูดที่เ็าดูเหมือนไม่มีอะไรแต่แฝงไปด้วยความโมโห
“ตอนนี้เลยหรอครับ” คนในสายเริ่มต่อต้าน แต่ฌอนก็ไม่รอให้คนในสายตอบปฏิเสธ
“ฉันจะไปรอหน้าซอยบ้านเธอ ถึงแล้วฉันจะรีบโทรหา” พอเขาพูดเสร็จรีบกดตัดสายทิ้งโดยไม่ได้รอคำตอบจากอีกฝ่าย แล้วบึงหน้าออกจากห้องไปโดยทันที
รถคันสวยของฌอนมาจอดเทียบท่าริมฟุตบาทหน้าซอยของเด็กหนุ่มที่กำลังทำให้เขาอารมณ์เสียเอามากตอนนี้ฌอนดับเครื่องรถ มือข้างหนึ่งหยิบมือถือกดโทรหาอีกฝ่าย
“อยู่ไหนฉันมาถึงหน้าซอยแล้ว”
“ผมกำลังออกไปครับ”
ฌอนนั่งรออีกฝ่ายในรถคนหรูกับจิตใจที่ไม่เป็สูขสักเท่าไรนักเขานั้นทั้งหงุดหงิดทั้งโมโหคนตัวเล็กที่ทำอะไรลับหลังเขา จากที่ฌอนสืบประวัติฟิวมานั้นเด็กหนุ่มไม่เคยมีเื่อะไรแบบนี้ฟิวไม่เคยมีเื่ชกต่อยไม่มีเื่ทะเลาะวิวาทในโรงเรียน และนักสืบที่จ้างมายังบอกอีกว่าฟิวไม่ค่อยมีเพื่อนด้วยซ้ำเพราะเนื่องจากมีฐานะยากจนเลยถูกเพื่อนเยียดเื่ฐานะ แต่ฟิวก็ไม่เคยคิดว่ากลับเพื่อนพวกนั้นและที่สำคัญนั้นฟิวไม่เคยมีแฟน อาจเป็อีกสาเหตุหนึ่งที่เขาสนใจในตัวฟิว แต่ตอนนี้เด็กหนุ่มกำลังโกหกเขาแอบมีอีกคนซ่อนไว้ ปากบอกว่าเป็แค่เพื่อนแต่เพื่อนเขาไม่ทำกันแบบนั้นหรอก ทำไมกันขนาดแค่เด็กที่เขารับมาเลี้ยงระบายความใคร่ยังไม่ซื่อสัตย์กับเขาเลย คนสมัยนี้รู้หน้าไม่รู้ใจจริงๆ
ถ้าย้อนกลับไปเมื่อห้าปีก่อนตอนนั้นฌอนอายุ 14 ปี ครอบครัวของฌอนถูกเพื่อนสนิทของพ่อหักหลังมิหนำซ้ำญาติที่เป็ลูกพี่ลูกน้องก็ร่วมมือด้วย ตอนนั้นบริษัทพ่อฌอนถูกยึดเป็ของพวกมันไปโดยปริยาย ด้วยเหตุผลที่ว่าพ่อฌอนทุจริตทางการเงิน ยักยอกเงินไปเปิดบริษัทใหม่ทั้งๆ ที่บริษัทนั้นก็เป็บริษัทของพ่อฌอน ท่านจะยักยอกเงินเพื่ออะไรแต่ทว่าพวกเขาก็อ้างว่าบริษัทกำลังจะเจ๊งพ่อฌอนเลยจะเอาเงินไปลงทุนกับบริษัทใหม่โดยหนีไปทำที่เมืองนอกกับบริษัทั์ใหญ่ที่นู่น แล้วจะทิ้งบริษัทนี้ไปแถมยังบอกอีกว่าพ่อฌอนจะลอยแพทุกคนรวมถึงผู้บริหารทุกคนด้วย พวกเขามีหลักฐานทุกอย่างทั้งเอกสารที่พวกเขาสร้างมาเองและรู้ที่พ่อไปคุยเื่ธุรกิจที่ต่างประเทศ พวกเขาก็ใช้มันเป็ขออ่างในครั้งนั้น
สุดท้ายพวกเขาร่วมมือกันได้สำเร็จ พ่อฌอนถูกปลดออกจากตำแหน่งผู้บริหารโดนยึดทรัพย์ในส่วนตัวของพ่อทั้งหมด แต่ฟ้าเหมือนยังเมตตาพวกเขาหรืออาจจะเป็เพราะความฉลาดของพ่อ ที่ท่านเปิดบัญชีเป็ชื่อของฌอนแล้วเอาเงินเข้าบัญชีของเขาตลอดโดยพ่ออ้างว่าเป็ทุนการศึกษาลูกในอนาคตและเอาเงินเข้าบัญชีแม่ด้วยโดยอ้างว่าเป็การเลี้ยงดูภรรยา
พ่อขายบ้านในกรุงเทพทิ้งแล้วย้ายไปอยู่ต่างจังหวัดพ่อใช้เงินก้อนสุดท้ายในการขายบ้านมาลงทุนทำไร่องุ่นทำฟาร์มไก่เลี้ยงหมู เนื่องจากพ่อเคยเป็นักธุรกิจมาก่อนท่านจึงสามารถทำการตลาดได้ดี บวกกับความที่ท่านเป็คนชอบเอื้อเฟื้อเพื่อแผ่จึงทำให้คนที่มาซื้อองุ่นในไร่เพิ่มจำนวนมากเรื่อยๆ ด้วยคำบอกเล่าปากต่อปากของชาวบ้านที่ว่าไร่นี้ซื้อครบเท่านี้ได้ฟรีของแถมนู้นนี้นั้น และไร่ของพ่อฌอนยังดูแลยันหาที่ขายให้พ่อค้าแม่ค้ามือใหม่อีกต่างหาก มันจึงทำให้มีคนมาซื้อองุ่นที่ไร่ไม่ขาดส่ายเลยทีเดียวส่วนพ่อฌอนท่านทำงานหนักมากใน่เวลา 2 ปีให้หลังที่มาตั้งรกรากในต่างจังหวัดเพื่อให้ทั้งเขาและแม่อยู่สบาย
จากที่โดนหักหลังมาก่อนพ่อเลยไม่ค่อยไว้ใจใครสักเท่าหนักโดยเฉพาะเื่การเงิน พ่อจะให้แม่เป็คนจัดการและการเบิกจ่ายอุปกรณ์ต่างในไร่ต้องมีบิลใบเสร็จทุกครั้งในการจับจ่าย และก็มีบ่อยครั้งที่พวกพ่อค้าแม่ค้าหัวหมออยากได้ของเพิ่มแต่ไม่อยากออกเงินเยอะ ก็ทำเป็ว่าองุ่นในไร่ของพ่อที่จัดส่งไปให้ส่วนที่อยู่ข้างใต้ตะกร้าเน่าแล้วทำที่ถ่ายรูปส่งมาให้ดู้เพื่อให้พ่อส่งองุ่นให้ไปขายฟรีๆ โดยไม่เสียตังค์แต่ก็โดนพ่อเอาคืนจนไม่กล้ามาซื้อองุ่นในไร่อีกก็มี
นี้แระโลกแห่งความเป็จริงทุกคนต่างก็อยากได้ผลประโยชน์กันทั้งนั้น ไม่ว่าจากทางไหนก็ตามถ้ามีประโยชน์ต่อตัวเองพวกเขาก็พร้อมจะทำ โดยไม่คิดถึงผลเสียหรือว่าใครจะมีผลกระทบบ้างขอแค่พวกเขาได้ประโยชน์ก็เป็พอ
การทำไร่เริ่มไปได้ดีใน 2 ปีแรก ทำให้พ่อฌอนขยายกิจการจากทำไร่เป็เปิดตลาดสดขึ้นมาเพื่อมีการรองรับของจากไร่และไก่กับหมูที่พ่อฌอนเลี้ยงไว้ ใช้เวลาในการก่อสร้างหกเดือนตลาดก็เปิดอย่างเป็ทางการในที่สุดธุรกิจของพ่อฌอนไปได้ดี และหลังจากนั้น ก็เปิดตลาดสาขาหนึ่งได้ไม่นานก็มีสาขาสองสาขาสามต่อๆ มา แต่ความรุ่งโรจน์ของพ่อฌอนมันไม่หยุดแค่นั้น ท่านเปิดร้านอาหารและตลาดกลางคืนขึ้นด้วยนั้นก็เลยทำให้ครอบตรัวฌอนกลับมามีเงินอีกครั้งในไม่กี่ปี
ถึงแม้จะรวยแล้วการบริหารงานทุกอย่าง แต่ในเื่การเงินก็ยังเป็ของแม่ที่รับผิดชอบ จะมีแค่พ่อกับแม่ที่เป็หัวหน้าคนงานเท่านั้นจะไม่มีใครมาก้าวก่ายเื่เงินถ้าพวกท่านไม่อนุญาต
ทว่าจะโดนแต่พ่อคนเดียวก็ไม่ได้เพราะอะไรหลายๆ อย่างที่ฌอนโดนตอนนั้นก็ไม่ต่างจากพ่อเท่าไรทั้งเพื่อนสนิทฌอน คือลูกของเพื่อนสนิทพ่อเธอชื่อ ลูกตาล เมื่อก่อนฌอนรักเพื่อนคนนี้มากและคิดเลยเถิดมากว่าเพื่อน เธอดีกับเขามากดีจนฌอนคิดไม่ออกว่าลูดตาลจะยอมให้พ่อของเธอหักหลังพ่อของเขา แต่เมื่อฌอนรู้ว่าพ่อของเธอหักหลังพ่อของตัวเองได้สำเร็จ เธอไม่แม้แต่จะโทรมาหาฌอนฌอนโทรไปก็ไม่รับทักไลน์ไปอ่านแต่ไม่ตอบและก่อนที่ฌอนจะย้ายไปอยู่ต่างจังหวัดฌอนขอพ่อไปดูโรงเรียนเก่าที่ฌอนเคยเรียนหวังแค่อยากเจอ ลูกตาล เป็ครั้งสุดท้าย
พอถึงโรงเรียนฌอนได้แต่ยืนมองเพื่อนในโรงเรียนเคารพธงชาติมองเพื่อนทำกิจกรรมหน้าเสาธงมีครูออกมาพูดหน้าเสาธง สักพักทุกคนต่างก็แยกย้ายเข้าเข้าห้องเรียนฌอนได้แต่มองกับสิ่งที่ตอนนี้กำลังจะกลายเป็อดีตฌอนเดินไปแอบดูทุกคนตรงหน้าป้อมยาม ความรู้สึกที่หลากหลายอารมณ์มันตื้อไปหมดเพื่อนทุกคนที่เขาเคยเรียนด้วย ทุกคนต่างมีความสุขไม่เห็นมีใครจะอยากถามถึงเขาสักคนไม่แม้แต่จะโทรมาถามเลยว่าเขาเป็อะไรทำไมถึงไม่มาเรียนไม่มีเลยสักคน
โลกแห่งความจอมปลอมไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนทุกคนต่างก็ใส่หน้ากากเข้าหากันทั้งนั้น แต่สายตาก็เหลือบไปเห็นเพื่อนคนสนิทที่เขาคิดเลยเถิดมากกว่าเพื่อน ตอนนี้เธอกำลังยิ้มแย่มให้กับเด็กหนุ่มอีกคนที่ฌอนไม่ชอบขี้หน้ามาตลอดมันชื่อ แฟ็รง เป็ญาติของฌอนเองแต่ฌอนกลับไม่ชอบแฟร็งเพราะแฟร็งชอบตัวอวดเก่งและชอบเบ่งเขาเวลาเจอหน้าซึ่งลูกตาลก็รู้ว่าเขาไม่ชอบแฟร็ง แต่ตอนนี้ทั้งเพื่อนคนสทิทและแฟร็งทำไมกับกลายเป็ว่าพวกเขาสนิทกันได้ เท้าที่ไวกว่าความคิดฌอนรีบเดินมาประจันหน้ากับทั้งคู่ที่ตอนนี้กำลังเดินยอกล้อกันเพื่อจะเข้าห้องเรียน
เมื่อทั้งคู่เห็นฌอน ลูกตาลทำหน้าใที่เห็นฌอนมาปรากฏตัวเธอพูดชื่อของฌอนขึ้นมาเบาๆ เสียงเหมือนกระซิบแล้วก้มหน้าหลุมต่ำลงไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมามองฌอนเลยแม้แต่น้อย แตกต่างจากแฟร็งนั้นที่ทำหน้าเยาะเย้ยเยียดหยามและแฝงไปด้วยใบหน้าที่ซ้ำเติม ฌอนเกือบถล่าเข้ามาต่อยแฟร็งแต่ก็ต้องข่มอารมณ์ไว้เพราะสถานะตอนนี้ของเขาไม่ได้สะดวกนักและอีกอย่างเขาก็ไม่อยากสร้างปัญหาให้กับพ่อแม่ตอนนี้
ฌอนเดินก้มหน้ากลับมาที่รถเปิดประตูเข้ามานั่งแล้วบอกให้พ่อรีบขับรถออกจากที่นั่นซึ่งพ่อถามว่าได้คุยกับเพื่อนบ้างไหมฌอนก็ไม่ยอมตอบได้แต่นั่งเหม่อมองออกไปด้านนอกรถไม่มีวี่แววที่จะหันกลับมาตอบพ่ออีกเลยจนถึงที่หมาย
หลังจากผ่านเื่เลวร้ายไปฌอนกับพ่อและแม่ก็มาตั้งรกรากที่ต่างจังหวัดอย่างถาวรโดยที่พ่อไม่คิดอยากจะกลับไปอยู่ที่กรุงเทพฯ อีกเลยอาจมีเข้าไปบ้างเื่ทีเ่กี่ยวกับงาน
ถึงแม้พ่อของฌอนจะโดนหักหลังมามันอาจมีบางอย่างที่พ่อของฌอนต้องปรับเปลี่ยนเื่การใช้ชีวิต อย่างเช่นไม่ใจดีเกินไปและไม่ควรใจร้ายเกินไปเช่นกันเื่ราวที่ผ่านมาทำให้พ่อมีบทเรียนและระมัดระวังในการใช้ชีวิตมากขึ้น พ่อจะสอนฌอนเสมอว่าต้องรู้จักทันคนอย่าเชื่อใจใครง่ายๆ โดยเฉพาะในวงการธุรกิจ
ฌอนตอนนั้นที่ยังเด็กและพึ่งโดนเพื่อนรักหักหลังมาก็ได้แต่จดจำคำสอนของพ่อและเหตุการณ์ในอตีดที่ฝั่งใจ ทำให้ฌอนกลายเป็อีกคนซึ่งแม้แต่พ่อยังคิดไม่ถึงว่ามันจะกลายเป็สิ่งที่ทำลายชีวิตฌอนในตอนนี้ เื่ในอดีตคงจะเป็เหตุผลหลักที่ทำให้ฌอนเลือกที่จะอยู่คนเดียว ไม่ตีสนิทกับใครง่ายๆ เรียกได้เลยว่าเขาหมดศรัทธาในความรักที่มีต่อเพื่อนและคนรักโดยปริยาย
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“คุณฌอนครับเป็อะไรหรือเปล่าครับ” เสียงจากข้างนอกเรียกเขาให้ตื่นจากภวังค์ความคิด
ฌอนเปิดประตูให้ฟิวเขามาในรถ “คุณฌอนเป็อะไรหรือเปล่าครับเห็นนั่งเหม่อ” “ฉันไม่ได้เป็อะไร” ชายหนุ่มตอบร่างเล็กแค่นั้นก็ขับรถออกไปทันทีด้วยอารมณ์ที่คิดว่าตนกำลังจะถูกหักหลังอีกรอบหรืออย่างไรไม่ทราบ ที่ตอนนี้ฌอนเหยียบคันเร่งเต็มกำลังจนฟิวต้องจับราวไว้
“คุณฌอนครับขับช้าๆ หน่อยครับ” เมื่อได้ยินดังนั้นฌอนหักพวงมาลัยเข้าริมฟุตบาทกะทันหันจนทำให้หัวของเด็กหนุ่มสั่นคลอนไปตามแรงเบรกของรถ
หลังจากนั้นฌอนกระชากแขนฟิวเข้ามาหาตัวเอง “ไหนบอกจะอยู่กับแม่แล้วไอ้แห้งนั้นไปทำอะไรที่บ้านเธอ” ฟิวที่ตอนนี้ทั้งใและกลัวในอาการแบบนี้ของฌอน ซึ่งแน่นอนเด็กหนุ่มไม่เคยเห็นมาก่อน “ผะ..ผมอยู่กับแม่จริงๆ ครับ” ฌอนผละออกจากตัวฟิวหันไปจับพวงมาลัยรถใส่เกียร์แล้วขับออกไปอีกครั้งแต่ครั้งนี้ไม่ได้ขับเร็วเหมือนอย่างครั้งแรกแต่ก็ไม่ได้ช้าจนเกินไป
“นายพูดจริงหรือโกหกเดียวก็รู้” ฌอนพูดพร้อมกระตุกยิ้มเบาๆ
#เป็ไงบ้างคะเื่ราวในอดีตของฌอน
#เค้าอาจจะบรรยายอารมณ์ของตัวละครได้ไม่อินสักเท่าไรนะคะ
#ติชมกันได้อยากให้แก้คำผิดตรงไหนบอกได้เลย
#แต่อย่าด่าเค้าจนหมดกำลังใจเขียนนิยายเอาเป็ว่าด่าได้แต่อย่างแรง