เฉินเหมียวเหมี่ยวทั้งหงุดหงิดและโมโห เมื่อมองลงไปด้านล่างก็รู้สึกเข่าอ่อนขึ้นมาทันที ตอนนี้อย่างน้อยก็สูงกว่าพื้นน้ำสิบถึงยี่สิบจั้งได้ หากตกลงไปกระดูกไม่แตกจนละเอียดหมดหรอกหรือ
บัดซบ! ผู้บำเพ็ญเพียรในโลกนี้ร้ายกาจถึงเพียงนี้เลยอย่างนั้นหรือ?
ต่อให้ชาติก่อนนางจะเป็นักล่าค่าหัวที่มีชื่อเสียง แต่พลังแตกต่างกันเช่นนี้จะสู้ได้อย่างไร?
เฉินเหมียวเหมี่ยวที่หายใจได้ยากลำบากกอดบุรุษตรงหน้าเอาไว้แน่นราวกับแมวเกาะต้นไม้ก็มิปาน นางไม่เสแสร้งใด ๆ อีกแล้ว ปากก็เอ่ยต่อว่าออกมา “นี่ เ้าเสียสติไปแล้วหรืออย่างไร รีบปล่อยข้าลงเดี๋ยวนี้นะ!”
ปากก็พร่ำด่าไป แต่มือทั้งสองข้างก็ยังคงกอดคอม่อเสวียนิเอาไว้แน่น ทำให้โคลนเลอะร่างของเขาไปด้วย ม่อเสวียนิมีสีหน้าเข้มขึ้น จำต้องดึงนางออกห่างจากตัวอีกหน่อย
“ปล่อย”
คิดไม่ถึงว่าเฉินเหมียวเหมี่ยวจะมีแรงมากขนาดนี้ เกาะเกี่ยวร่างของเขาจนแน่น
“ไม่ปล่อย เ้าต่างหากที่ต้องรีบปล่อยข้าลงไป!”
ไอที่ค่อนข้างเย็นลอยอบอวลอยู่ที่ปลายจมูกของเฉินเหมียวเหมี่ยว เป็ไอพลังบนกายของม่อเสวียนิ นางฉวยโอกาสสูดดมเข้าไป ปากก็พึมพำ
“บุรุษบ้าผู้นี้ตัวหอมไม่น้อยเลย” เพียงแต่กลิ่นนี้... นางเคยได้กลิ่นนี้มาก่อนหรือไม่?
ม่อเสวียนิ “...”
เขาหลุบตามองเฉินเหมียวเหมี่ยวที่อยู่แนบอก ขนตายาวของนางกะพริบเล็กน้อย แก้มพอง ๆ ด้วยความโมโหนั้นกลับดูน่ารักอย่างคาดไม่ถึง
ทั้งสองนิ่งงันเช่นนั้นอยู่นาน สุดท้ายม่อเสวียนิก็ขมวดคิ้วแล้วเอ่ยขึ้น “เ้าปล่อยข้าก่อน แล้วข้าจะปล่อยเ้าลงไป”
จากนั้นเขาก็เอ่ยต่อ “เด็กดี ทำตามที่ข้าบอกซะ”
เสียงของเขาเ็าดังเดิม แต่กลับมีความระอาพลางถอนหายใจออกมา ราวกับ...กำลังกล่อมเด็กดื้ออยู่อย่างไรอย่างนั้น?
เฉินเหมียวเหมี่ยวได้สติขึ้นมา ก็รู้สึกขัดเขินจนใบหน้าแดงเรื่อ ช่างอัปยศจริง ๆ!
ยอดนักฆ่าล่าหัวอย่างนาง ถูกคนจับตัวได้ง่าย ๆ ราวกับนกกระจอกก็เกินพอแล้ว นี่เขายังเห็นนางเป็เด็กสามขวบอีกอย่างนั้นหรือ?
“เด็กดีพ่อเ้าน่ะสิ!”
เฉินเหมียวเหมี่ยวจากที่เขินอายกลายเป็โมโห ก่อนจะนำอาวุธเพียงชิ้นเดียวที่ติดตัวนางออกมา…นางแยกเขี้ยวทำท่าจะกัดไปที่กล้ามหน้าอกของม่อเสวียนิ
ดุดัน ไร้ซึ่งความปรานีใด ๆ!
ม่อเสวียนิเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “ทางที่ดี อย่าทำเช่นนี้จะดีกว่า”
เฉินเหมียวเหมี่ยวคิดอย่างร้ายกาจ มาขอร้องตอนนี้ก็สายไปเสียแล้ว ข้าต้องทำบางอย่างให้เ้าได้รู้ ข้าจะทำให้เ้าหนังขาดจนเืไหลออกมาให้ได้
“โอ๊ย...”
ทว่าเฉินเหมียวเหมี่ยวกลับร้องออกมาอย่างเ็ป พลางกุมฟันของตัวเองเอาไว้ทันที พร้อมกับน้ำตาคลอเบ้า
ผู้บำเพ็ญเพียรร่างกายเป็เหล็กหรืออย่างไรกัน?
เหตุใดถึงได้แข็งเพียงนี้!!!
เมื่อเห็นน้ำตาที่คลอเบ้าของเฉินเหมียวเหมี่ยวและท่าทางน่าสงสารนั่น ความกรุ่นโกรธที่สะสมอยู่ในใจมาหลายปีของม่อเสวียนิก็พลันเบาบางลง หลังจากเงียบอยู่สักพัก เขาก็เอ่ยเสียงเรียบ “บอกแล้ว เ้าไม่ฟังข้าเอง อ้าปากซะ”
เฉินเหมียวเหมี่ยวปิดปากตัวเองเอาไว้พลางถลึงตาใส่เขา ราวกับมีความแค้นที่ไม่อาจอยู่ร่วมฟ้าเดียวกันได้
ม่อเสวียนิเอ่ยอย่างใจเย็น “ไม่อ้าปากก็ได้ แต่หากฟันเ้าหักขึ้นมา ข้าไม่รับผิดชอบหรอกนะ”
เฉินเหมียวเหมี่ยวกำลังชั่งใจระหว่างฟันหักกับไม่มีศักดิ์ศรี
สุดท้ายก็ยอมทิ้งศักดิ์ศรี นางปล่อยมือและอ้าปากออก พลางมองม่อเสวียนิด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ก่อนจะเอ่ยอย่างละล่ำละลัก “ดูเร็วสิ ฟันข้าหักหรือไม่...”
นางต้องกินข้าวนะ ที่นี่ไม่มีหมอฟันด้วย จะหักไม่ได้นะ
ท่าทางคร่ำครวญราวกับลูกสุนัขของนาง ทำเอาม่อเสวียนิถึงกับหมดคำจะเอ่ย ทั้งโมโห ทั้งน่าขัน เขาสำรวจดูเล็กน้อยก่อนจะดันคางปิดปากให้นาง “ฟันเ้าไม่ได้เป็อะไร แต่เ้าเป็แล้ว ควรสงบเสงี่ยมบ้าง”
เฉินเหมียวเหมี่ยวกลอกตาใส่ม่อเสวียนิ รู้ว่าไม่สามารถขัดขืนได้ จึงหาตำแหน่งที่สบายที่สุดในอ้อมกอดของเขา ก่อนจะเอ่ยด้วยความโมโห “พี่ชาย ข้ากับท่านเพิ่งจะพบหน้ากันเป็ครั้งแรก ข้าเป็คนเช่นไรตัวข้าเองจะไม่รู้ได้อย่างไร ท่านคิดจะทำอะไรของท่านกันแน่?”
เห็นสายตาหวาดระแวงและเหินห่างของเฉินเหมียวเหมี่ยว แววตาของม่อเสวียนิก็เข้มขึ้น แม้แต่รอยยิ้มบาง ๆ ที่มุมปากของเขาก็พลันแข็งค้างไปด้วย
หลังจากเงียบอยู่นาน ม่อเสวียนิก็มองไปที่ขนตาดำยาวเป็แพนั่น โดยไม่มองดวงตากลมโตของนางอีก จากนั้นก็พานางโรยตัวลงมา หลังจากวางนางลงที่ริมแม่น้ำอย่างมั่นคงแล้ว ก็ถอยหลังออกมาสองก้าว
“ไม่มีอะไร ก็แค่พบกันโดยบังเอิญเท่านั้น”
เฉินเหมียวเหมี่ยวพร่ำบ่นในใจไม่หยุด คนผู้นี้บำเพ็ญเพียรจนเสียสติไปแล้วหรืออย่างไร สมองมีปัญหาหรืออย่างไรกัน!
พบกันโดยบังเอิญ แล้วเ้าทำให้ข้าใเช่นนี้ทำไมกัน?
อย่างไรก็ตาม เฉินเหมียวเหมี่ยวสู้คนตรงหน้าไม่ได้ ในใจแม้โกรธเคืองเพียงใดก็ไม่สามารถแสดงออกมาได้ ทำเพียงเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ฮ่าฮ่าฮ่า ในเมื่อพบกันโดยบังเอิญ เช่นนั้น...ข้าขอตัวก่อนนะเ้าคะ”
ม่อเสวียนิ “...”
“ลาก่อน!”
เฉินเหมียวเหมี่ยวประสานมือคารวะ ก่อนจะรีบวิ่งหนีไปทันที ไม่เปิดโอกาสให้ม่อเสวียนิได้เอ่ยอะไรอีก
เห็นแผ่นหลังของนางที่ไกลออกไปอย่างรวดเร็ว ม่อเสวียนิก็ยืนนิ่งอยู่ริมแม่น้ำโดยไม่ขยับตัวอยู่พักใหญ่ จนกระทั่งมีร่างหลายร่างคุกเข่าอยู่ด้านข้างของเขาอย่างเงียบ ๆ ก่อนคนที่เป็หัวหน้าจะเอ่ยอย่างระมัดระวัง “นายท่าน เหตุใดถึงปล่อยให้ฮู...คุณหนูจากไปเช่นนี้ล่ะขอรับ หากเหล่าผู้าุโทราบเื่เข้า อาจจะต่อว่าท่านได้นะขอรับ”
ม่อเสวียนิก้มลงมองหน้าเขา ไอพลังมหาศาลแผ่ออกมา ทำให้ผืนน้ำที่เชี่ยวกรากพลันสงบลง ทั่วบริเวณไร้ซึ่งสุ้มเสียงใด ๆ
ผ่านไปเนิ่นนาน ม่อเสวียนิค่อย ๆ เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ไม่รู้ว่าเอ่ยให้ลูกน้องหรือเอ่ยให้ตัวเองฟังกันแน่
“ข้ากับนางเพียงแค่พบกันโดยบังเอิญ วันหน้าคงไม่ได้พบกันอีก ในเมื่อนางไม่ใช่คนโง่งมอีกแล้ว เช่นนั้นต่อจากนี้ไปพวกเ้าก็ไม่ต้องทำตามคำสั่งของเหล่าผู้าุโคอยปกป้องนางอีก ข้ากับนางควรแยกกันเดินทางใครทางมันได้เสียที”
เหล่าลูกน้องต่างลอบถอนหายใจอย่างเสียดายแทน แต่ก็ไม่กล้าเอ่ยสิ่งใด
“ขอรับ”
สายลมหอบหนึ่งพัดผ่าน ร่างของคนเ่าั้ก็หายไปในพริบตา ผืนน้ำกลับมาเชี่ยวกรากอีกครั้ง
ทุกสิ่งกลับมาดังเดิม ทางใครทางมัน
……
เฉินเหมียวเหมี่ยวเมื่อรอดตายจากคนผู้นั้นมาได้ และเมื่อคิดไปคิดมาจึงตัดสินใจกลับไปตระกูลเฉิน
อย่างไรเสียนางก็เป็สตรีตัวคนเดียว ร่างกายนี้อ่อนแอยิ่งกว่าอะไร การจะเอาตัวรอดในป่าที่เต็มไปด้วยอันตรายเช่นนี้เพียงลำพัง จึงเป็เื่ที่เป็ไปไม่ได้เลย แค่มีอสูรธรรมดาสักตัวพุ่งเข้ามา ก็คงสังหารนางได้อย่างง่ายดายแล้ว
แต่ตระกูลเฉินเป็ตระกูลใหญ่ คนในตระกูลล้วนมีหน้ามีตา เ้าของร่างเดิมเป็ถึงบุตรีภรรยาเอกของตระกูลเฉิน ไม่ว่าอย่างไรพวกเขาก็ต้องดูแลนาง อย่างน้อยแม้จะแสร้งทำเป็ดูแลนางก็ตาม
ที่สำคัญที่สุดก็คือ หากนางไม่กลับไปตระกูลเฉิน แล้วจะล้างแค้นให้เ้าของร่างเดิมได้อย่างไร?
ต่อให้ตระกูลเฉินเป็ที่อันตราย นางก็ต้องกลับไป
เฉินเหมียวเหมี่ยวมองหาบริเวณที่แม่น้ำสงบนิ่ง ล้างคราบโคลนบนใบหน้าและเนื้อตัวจนเสร็จเรียบร้อย จึงพบว่าเ้าของร่างเดิมมีมือที่เรียวยาวและผุดผ่อง บนข้อมือยังมีลายเปลวไฟอันประณีตรอยหนึ่งประทับอยู่
ลายนี้เฉินเหมียวเหมี่ยวระลึกได้ว่าั้แ่เด็กเ้าของร่างเดิมก็มีลายนี้อยู่แล้ว แต่มือเรียวงามคู่นี้…นี่มันอะไรกัน?
ในความทรงจำ เ้าของร่างเดิมใช้ชีวิตอย่างยากลำบากและถูกรังแกต่าง ๆ นานาไม่ใช่หรือ?
เฉินเหมียวเหมี่ยวยกมือขึ้นส่องกับแสงอาทิตย์เพื่อพิจารณา มือคู่นี้ นิ้วมือที่เรียวยาว ขาวราวกับหยก นุ่มราวกับไม่มีกระดูก แม้แต่เล็บยังเป็สีชมพูอ่อนดูแข็งแรง งดงามเสียยิ่งกว่างานศิลปะ!
เหมือนคนที่ถูกทารุณั้แ่เด็กที่ใดกัน?
เฉินเหมียวเหมี่ยวถลกแขนเสื้อขึ้นด้วยความสงสัย ข้อมือและแขนของนางเรียวเสลา ผิวพรรณผุดผ่องราวกับหยกเนื้อดี นางจึงรีบลูบไล้ใบหน้าของตนทันที
ใบหน้าเล็ก ผิวนุ่มลื่นบอบบาง!
เฉินเหมียวเหมี่ยวได้แต่งุนงง นี่หรือคือสตรีอัปลักษณ์และน่าสงสาร?
หรือความทรงจำของเ้าของร่างเดิมจะผิดเพี้ยน?
อีกอย่าง!
อาภรณ์บนกายของนางแม้จะดูธรรมดา แต่เมื่ออยู่ภายใต้แสงแดดเหมือนมีลายดิ้นทองซ่อนอยู่ ดูหรูหรา ยามก้าวเดินก็เบาสบายดุจก้อนเมฆ ดูสง่างามยิ่งนัก
เมื่อครู่นางหกล้มหกลุกอยู่ที่ริมแม่น้ำนานสองนาน ทำให้อาภรณ์เปรอะเปื้อนโคลนไปหมด คิดไม่ถึงว่าระหว่างทางที่วิ่งมา ดินโคลนที่เปรอะเปื้อนอยู่กลับร่วงหล่นไปเอง
์ ชุดของนางที่โลกเดิมยังไม่เจ๋งขนาดนี้เลย!