“ปล่อย” เสียงติดเ็าเอ่ยดังขึ้น
และเพราะเสียงนั้นเลยทำให้ฉันแน่นิ่งไป
ไม่ใช่เพราะกลัว
แต่ว่ามัน...คือเสียงที่คุ้นเคย
แม้จะผ่านไปแล้วหนึ่งปีฉันก็ยังจำได้ไม่เคยลืม
ผู้ชายที่ให้ผ้าเช็ดหน้ากับนามบัตรมาเมื่อตอนนั้นคือเขาคนนี้เองสินะ
ฉันอยากเห็นหน้าเขาแต่ก็ไม่กล้าหันไปมอง
“…” แม้คนคนนั้นจะพูดด้วยเสียงน่ากลัวแต่ก็ไม่ได้ทำให้ผู้ชายหน้าสวยคนนี้ยอมปล่อยแถมยังจับแน่นกว่าเดิม ดูเหมือนเขาจะไม่สนใจด้วยซ้ำว่าฉันจะเจ็บไหม เหมือนกับแค่อยากจะกวนประสาทผู้ชายอีกคนมากกว่า
“ไอ้คลิโอ!” สุดท้ายเขาก็ลุกขึ้นมาจับแขนผู้ชายคนนั้นจนเก้าอี้ที่ใช้นั่งล้มลงจนเกิดเสียงดัง
คลิก~
ทันใดนั้นชายชุดดำที่น่าจะเป็คนสนิทของแต่ละฝ่ายซึ่งยืนอยู่ในนี้ไม่กี่คนก็เอาปืนมาจ่อตรงขมับของทั้งคู่อย่างรวดเร็ว
“ดูเหมือนเด็ก ๆ จะเล่นสนุกกันนะ” เสียงจากอีกโต๊ะลอยมาให้ได้ยิน
เล่นสนุก? กะ...การเอาปืนมาจ่อหัวกันเนี่ยนะคุณลุง!
“…” แล้วฉันที่เป็คนกลางก็ได้แต่ยืนกลัวตัวสั่นพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้
“แค่หยอกเอง” สุดท้ายชายที่ชื่อว่าคลิโออะไรนั่นก็ยอมปล่อยแต่โดยดีแล้วทำท่ายกมือขึ้นมาเหมือนยอมแพ้
แน่นอนว่าข้อมือเขามีรอยแดงขึ้นให้เห็นอย่างชัดเจน
พรึ่บ!
พวกชายชุดดำเองก็ต่างพากันเก็บปลายกระบอกปืนแล้วกลับไปยืนประจำที่เหมือนเดิม ส่วนอีกคนที่น่าจะเป็ลูกน้องของชายเสียงเ็าเขาก็มาดึงเก้าอี้ให้เ้านายตัวเองก่อน
แน่นอนว่าทุกอิริยาบถฉันก็ยังไม่กล้าหันไปมองอยู่ดี ได้แต่ยืนนิ่งเหมือนหุ้นไร้ิญญา
อืม...ใช่เขาจริงด้วย
ยิ่งจังหวะที่เขาขยับตัวก็ยิ่งชัดเจน
กลิ่นน้ำหอมกลิ่นนี้ฉันไม่เคยลืมเลย
เพราะมันเป็กลิ่นหอมที่ดันอยู่ในสถานการณ์น่ากลัวนั้นน่ะสิ อีกทั้งภาพติดตาที่ไม่มีวันลืมและคำพูดน่ากลัวที่ต่อให้ฟังอีกรอบก็ยังคงตัวสั่นไม่หาย
คนที่สั่งฆ่าคนอื่นอย่างง่ายดายสมแล้วที่เป็ทายาทสายตรงของรุ่นเก๋าโต๊ะหน้า
“หมดหน้าที่แล้วก็ออกไปซะ” เสียงที่เป็เอกลักษณ์เอ่ยไล่อย่างเ็า
ฉันก็ไม่รอช้าที่จะรีบหมุนตัวไปตรงทางออก
“ทุกทีไม่เห็นเคยจะเสือกเื่ของคนอื่น” จังหวะนั้นเองเสียงของผู้ชายผมทรงเปิดข้างรากไทรย้อมเทาควันบุหรี่เอ่ยขึ้นนิ่ง ๆ รูปลักษณ์ทุกอย่างของเขามันดูถูกจริตรับกับใบหน้าดุมาก
เพราะงั้นเลยทำให้เขาดูดุยิ่งกว่าใครเพื่อน
“มึงเองก็เสือกเื่ของคนอื่นเหมือนกันนี่ไอ้ลาสเตอร์” ครั้งนี้ดูเหมือนจะเป็ชายสไตล์เกาหลีพูดขึ้นบ้าง เขาคนนั้นมีผมดำขลับ ั์ตาดำเข้ม ใบหน้าหล่อเหมือนนายแบบเอเชีย จมูกโด่งได้รูป ริมฝีปากเล็กดูบอบบางแต่ร่างกายกลับแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อเป็มัด ๆ
จะว่าไปก็เหมือนเคยเห็นที่ไหน
“เก็บปากของมึงไว้ร้องบนเวทีเถอะไอ้ไนซัส” คนผมเทาเอ่ยบอกอีกคน และคำว่า ‘บนเวที’ เลยทำให้ฉันฉุกคิดขึ้นมา
จำได้แล้ว! เขาเป็นักกีฬาเทควันโดที่เพิ่งได้แชมป์ไปเมื่อกลางปีก่อนจนกลายเป็ข่าวดังเพราะหน้าตาที่ดูดี
ไม่คิดเลยว่าจะเป็ทายาทมาเฟียด้วย
เอาเถอะ ฉันว่าฉันรีบออกไปดีกว่า
“เชิญครับ” ชายชุดดำเปิดประตูให้ฉัน
“ขอบคุณ...อึก!” จังหวะที่ฉันกำลังหันกลับไปก้มโค้งเป็มารยาท บานกระจกบนหน้าต่างก็สะท้อนบางอย่างให้เห็น
ดวงตาดำประกายน้ำตาลแดงอ่อนภายใต้กรอบแว่นอันคุ้นเคยคู่นั้นฉันไม่เคยลืม
เพราะมีอยู่คนเดียวที่จำได้ว่าเคยเห็นสีตาแบบนี้ที่ไหน
“นี่ ๆ ผู้หญิงคนนั้นเป็ของเล่นชิ้นใหม่ของมึงเหรอไอ้ทารัส” น้ำเสียงขี้เล่นของชายที่ชื่อคลิโอเอ่ยเรียกชื่อคนที่ฉันไม่กล้าแม้แต่จะมองเต็มตา
ปึก~
และแล้วประตูห้องก็ปิดลงพร้อมใจที่เต้นระรัว
“ระ...รุ่นพี่” ฉันพึมพำอยู่คนเดียวและเริ่มมีอาการเหมือนจะหน้ามืดขึ้นมา
ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคนที่ไม่น่าจะมายุ่งเกี่ยวอะไรแนวนี้มากที่สุดกลับมีเื้ัที่น่ากลัวอย่างนี้
เท่ากับว่าที่ผ่านมาเขารู้มาตลอดเลยน่ะสิว่าฉันคือใคร
แล้วการกระทำเมื่อกี้ คือเขา...ช่วยฉันเหรอ
วันรุ่งขึ้น
มหาวิทยาลัยแองกัส
09:10 a.m.
วันนี้การมามหา’ ลัยของฉันเปลี่ยนไปนิดหน่อย จากที่กล้าเดินเหินไปทุกที่ก็กำหนดขอบเขตให้แคบลงด้วยการละเว้นเส้นทางที่พี่ทารัสน่าจะใช้ทั้งหมด (เดาเอาเอง)
เกิดปะกันขึ้นมาฉันจะไม่ซวยเหรอ
ไม่เอาหรอก ทางที่ดีอย่าเจอกันเลยดีที่สุด
“มาแต่เช้าเลยนะเดือน” เสียงของคนที่ไม่อยากได้ยินที่สุดเอ่ยทักทายอยู่ตรงทางเข้าคณะ
ดูจากที่กล้ามาทักทายฉันก่อนแบบนี้แสดงว่า ‘อดีต’ เพื่อนสนิทฉันคงจะยังไม่มาละสิ
ผู้ชายแบบนี้มันน่าจะจับตอนซะให้หมด
ความไม่รู้จักพอทำให้คนอื่นเป็ทุกข์มานักต่อนักละ
คิดว่าเท่มากหรือไง
พูดละก็หัวร้อน ฉันว่ารีบออกไปดีกว่าเหม็นขี้หน้าสุด ๆ
“…” ฉันทำเป็มองไม่เห็นและไม่รับคำทักทายใด ๆ ก่อนเดินหลีกไปอีกทาง
“เล่นตัวไม่เปลี่ยน” จังหวะนั้นเองเขาก็พูดคำไม่ดีออกมา
ถามว่าฉันสนใจไหม
แน่นอนว่าไม่!
คนไร้ค่าแบบนั้นจะไปสนใจให้รกสมองทำไม
ห้องน้ำสุดทางเดิน
12:06 p.m.
“…” ฉันมองตัวเองในกระจกพลางส่ายหน้าไปมาหลังเห็นรอยคล้ำใต้ตาที่เกิดจากการนอนไม่เพียงพอ
เมื่อคืนฉันหลับ ๆ ตื่น ๆ แถมยังฝันร้ายว่าถูกพี่ทารัสและเพื่อนของเขาตามฆ่าอีก ทำให้นอนไม่เต็มอิ่มเลย
เหตุการณ์เมื่อวานยังตราตรึงในใจฉันจนต้องเก็บเอาไปฝัน อีกอย่างฉันก็ไม่คิดที่จะเล่าให้ใครฟังด้วย เพราะดูจากแววตาสุดท้ายของพี่ทารัสแล้วมันเหมือนอยากจะบอกเป็นัยว่าถ้าเธอเอาเื่ที่เห็นไปเที่ยวพูดพร่ำเพรื่อละก็ชีวิตของเธอจะหาไม่แน่
ดูฟุ้งซ่านแต่ฉันคิดแบบนั้นจริง ๆ นะ
และก็กลัวมากด้วย
กึก!
จังหวะที่ฉันกำลังจะก้าวเท้าออกจากประตูห้องน้ำหางตาก็ดันไปเห็นเงามืดที่ยืนอยู่ และด้วยสัญชาตญาณที่บอกให้หันไปดู ภาพที่เห็นก็เลย…
“พี่ทารัส” ฉันพูดเสียงเบามองชายร่างสูงยืนอยู่อีกฝั่งของห้องน้ำ มันไม่ได้ไกลและก็ไม่ได้ใกล้
แต่มั่นใจว่าที่ฉันหลุดเรียกชื่อเมื่อกี้พี่เขาไม่น่าจะได้ยิน เพราะตรงที่พี่เขายืนมันติดริมระเบียงซึ่งมีลมพัดผ่านตลอด
—————— ༻・ॐ・༺ ——————
ปล.หากอ่านแล้วชอบหยกรบกวนนักอ่านที่น่ารักช่วย กดถูกใจ กดเพิ่มเข้าชั้น และพิมพ์คอมเมนต์ ส่งเข้ามาเป็กำลังให้หยกหน่อยนะคะ ????
————— ꧁༻・ॐ・༺꧂ —————
ฝากกดติดตามกันด้วยน้า : เพจ Sunisayok - นักเขียนนิยาย
(https://www.facebook.com/SunisayokWriter)
—————— ༻・ॐ・༺ ——————