เสียงฟ้าผ่าในความเงียบสนิท
ห้องเก็บของเก่าใต้ถุนเรือนไม้สักหลังใหญ่ถูกปกคลุมด้วยความมืดและกลิ่นอับชื้นที่พัดพามาจากป่าเบื้องล่าง แสงไฟจากหลอดไส้เก่าๆ ดวงเดียวส่องสว่างอย่างริบหรี่ เผยให้เห็นสายฝนที่สาดกระหน่ำใส่หน้าต่างบานเกล็ดที่ปิดไม่สนิท
นี่คือบ้านพักตากอากาศของ ‘นายหัว’ เ้านายของ ดาว สถานที่ห่างไกลความเจริญที่ถูกใช้เป็ฉากหลังของการหลบหนีจากความวุ่นวายในเมือง และตอนนี้มันกำลังกลายเป็คุกส่วนตัวที่เงียบเชียบของเธอ
พงษ์ ช่างซ่อมโทรศัพท์ที่ถูกส่งตัวมาจากบริษัทแม่ เขาเป็น้องชายแท้ๆ ของนายหัว รูปร่างสูงใหญ่ ไหล่กว้าง และมีใบหน้าคมเข้มที่มักจะสวมแววตาที่อ่านไม่ออก เขาเพิ่งมาถึงเมื่อสามชั่วโมงก่อน และพบว่าสายโทรศัพท์หลักถูกฟ้าผ่าจนใช้การไม่ได้ การเดินทางกลับในค่ำคืนที่พายุเข้าเช่นนี้จึงเป็ไปไม่ได้
“พี่พงษ์คะ... ดาวว่าดาวกลับไปรอข้างบนดีกว่าไหมคะ” ดาวเอ่ยเสียงเบา เธอสวมเสื้อยืดสีขาวบางๆ ที่เปียกชื้นเล็กน้อยจากละอองฝน และกระโปรงผ้าถุงสีน้ำตาลที่ใช้เป็เครื่องแบบประจำตัว “จะรีบไปไหน? อยู่เป็เพื่อนกันหน่อย” พงษ์ตอบโดยไม่เงยหน้าจากกล่องรวมสัญญาณ เขาใช้ไขควงกรีดผ่านผิวพลาสติกอย่างเชื่องช้า แต่คำพูดนั้นมีความหนักแน่นเกินกว่าการร้องขอ “ข้างบนมันหนาวนี่นา”
ดาวรู้ดีว่าคำว่า ‘หนาว’ ของเขาไม่ได้หมายถึงอุณหภูมิในห้อง แต่มันหมายถึงความหนาวเย็นของบรรยากาศระหว่างคนสองคนที่รู้ความลับของกันและกัน
ดาวเป็แค่เด็กกำพร้าที่นายหัวเมตตาเลี้ยงดูไว้ในฐานะสาวใช้ แต่เธอรู้ว่าตัวเองไม่ได้มีแค่หน้าที่กวาดถูเช็ดทำความสะอาดเท่านั้น แววตาที่เต็มไปด้วยความซับซ้อนของพงษ์ ซึ่งเป็ถึงน้องชายของเ้านายผู้สูงศักดิ์ กำลังบอกเธอว่าความสัมพันธ์ที่ถูกซ่อนเร้นมานานกำลังจะถูกเปิดโปงด้วยความเงียบและฝนที่กระหน่ำ
พงษ์ทิ้งไขควงลงบนโต๊ะโลหะเก่าๆ เสียงดัง แกร๊ก เขายืดตัวขึ้นเต็มความสูง ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในแววตาที่หวาดหวั่นของดาว “สายมันช็อตไปหมดแล้ว คงต้องรอให้พายุสงบ” เขาเดินตรงมาหาเธออย่างช้าๆ การเคลื่อนไหวของเขาไม่ได้เร่งรีบ แต่มันบีบคั้น กลิ่นน้ำมันเครื่องจางๆ และกลิ่นไอฝนจากตัวเขาทำให้ดาวต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก “แล้ว... แล้วจะติดต่อข้างนอกได้ยังไงคะ”
“ไม่ต้องติดต่อหรอก” เขาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเธอ มือข้างหนึ่งยื่นไปแตะเบาๆ ที่ไหล่ของดาว ซึ่งเป็รอยเปียกชื้นจากน้ำฝนที่ซึมเข้ามา “ที่นี่… เงียบสนิท”
คำว่า ‘เงียบสนิท’ ถูกเน้นย้ำด้วยเสียงลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดผิวของเธอ ดาวรู้สึกเหมือนตัวเองเป็กระต่ายตัวเล็กๆ ที่ถูกงูเหลือมจ้องมอง ความกลัวทำให้เธออยากวิ่งหนี แต่ความรู้สึกบางอย่างที่ถูกกดทับมานาน —ความรู้สึกผิดบาปที่เธอมีต่อเ้านาย— กำลังถูกปลุกให้ตื่นด้วยสายตาของพงษ์
เขาขยับนิ้วโป้งวนเบาๆ บนิัที่บริเวณต้นแขนของเธอ การััที่ดูสุภาพแต่แฝงไว้ด้วยอำนาจการควบคุม ดาวเกร็งตัว แขนของเธอมีขนลุกซู่ขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ “นายหัวไม่อยู่... ไม่มีใครรู้ว่าเราอยู่ด้วยกัน” พงษ์กระซิบข้างหู เสียงของเขาต่ำและทุ้ม “แล้วถ้าเขาเห็นว่าพี่แตะตัวเธอแบบนี้... เธอคิดว่าเขาจะทำยังไง?”
คำถามนั้นทำให้เธอสะท้าน ดาวรู้ว่าเ้านายของเธอรักและหวงแหนเธอมากแค่ไหน และนี่คือการเล่นกับไฟที่ร้ายแรงที่สุด พงษ์ไม่ได้รอคำตอบ เขาใช้มืออีกข้างเชยคางเธอขึ้นมา ดวงตาของเขากำลังขยายใหญ่ขึ้นด้วยความ้าที่ชัดเจน
ริมฝีปากของพงษ์บดเบียดลงมาอย่างรวดเร็วและหนักหน่วง มันไม่ใช่จูบที่อ่อนโยน แต่เป็จูบที่ดูดกลืน บังคับให้เธอเปิดปากรับรู้ถึงรสชาติของเขา กลิ่นบุหรี่จางๆ และความร้อนผ่าวจากโพรงปาก พงษ์ดูดดึงลิ้นของเธอราวกับกำลัง่ชิงความเป็เ้าของ ลมหายใจของดาวติดขัด เธอพยายามผลักหน้าอกเขาออกไปอย่างอ่อนแรง แต่พงษ์กลับใช้มือโอบรัดเอวของเธอไว้แน่น ดึงร่างบางให้แนบชิดกับความแข็งแกร่งของร่างกายเขาจนเธอรู้สึกได้ถึงร่องรอยของสิ่งที่กำลังตื่นตัวใต้กางเกงยีนส์
พงษ์ถอนจูบออกไปชั่วครู่เพื่อให้เธอได้หายใจ ดวงตาที่พร่ามัวของดาวมองเห็นใบหน้าเปียกชื้นของเขา ใบหน้าของคนที่เพิ่งได้รับชัยชนะ “เธอกลัวพี่... หรือเธอ้าพี่กันแน่ ดาว” เขาถามเสียงหอบ
ความรู้สึกผิดต่อเ้านายมันตีกับความ้าในก้นบึ้งของจิตใจที่เพิ่งถูกกระตุ้นอย่างรุนแรง ดาวกัดปากตัวเองแน่นจนรู้สึกถึงรสฝาดของเื “ดาว... ดาวต้องทำงานค่ะ” เธอพยายามอ้าง แต่เสียงสั่นเทาจนน่าสมเพช
พงษ์หัวเราะในลำคออย่างเหยียดหยาม มือที่เคยอยู่บนเอวเลื่อนขึ้นมาที่คอเสื้อยืดของเธอ แล้วฉีกผ้านั้นออกจากกันอย่างรวดเร็ว เสียงผ้าขาด แควก ดังขึ้นท่ามกลางเสียงฟ้าผ่าที่ดังครืน
เสื้อยืดสีขาวบางๆ ถูกเปิดออก เผยให้เห็นเนินอกที่ถูกปกคลุมด้วยเสื้อชั้นในลูกไม้สีซีด พงษ์ไม่รอช้า เขาใช้นิ้วโป้งและนิ้วชี้เกี่ยวตะขอเสื้อในด้านหน้า แล้วปลดมันออกอย่างรวดเร็ว หน้าอกคู่สวยของดาวเด้งออกมาต้อนรับอากาศเย็นๆ ภายในห้อง แสงไฟสลัวๆ ทำให้ผิวของเธอดูขาวผ่องตัดกับยอดปทุมถันสีชมพูเข้มที่แข็งชูชันขึ้นทันทีที่ถูกลมัั
“สวย” พงษ์พึมพำด้วยเสียงแหบพร่า เขาก้มหน้าลงไปทันที ดูดดึงยอดอกของเธออย่างหิวกระหาย ความเ็ปที่ปนความเสียวซ่านทำให้ดาวแอ่นอกขึ้นอย่างไม่รู้ตัว เธอซี๊ดปาก กุมศีรษะของพงษ์ไว้แน่น
“อ๊ะ! พี่พงษ์... ซี๊ด...” เสียงครางของเธอถูกกลืนกินด้วยเสียงฝนที่เทลงมาด้านนอก ทำให้เธอไม่ต้องอับอายที่จะเปล่งเสียงนั้นออกมา
พงษ์ใช้ลิ้นละเลงรอบฐานอก แล้วดูดดึงซ้ำๆ อย่างหนักหน่วงจนเกิดเสียง จ๊วบจ๊าบ ดังขึ้นในความเงียบ ดวงตาของเขาปิดสนิท ราวกับกำลังลิ้มรสอาหารชั้นเลิศที่เขาไม่ควรแตะต้อง
เมื่อเสร็จจากการทรมานยอดอก เขาก็รีบจัดการกับกระโปรงผ้าถุงของเธอ มันถูกเลิกขึ้นไปกองอยู่บริเวณเอว พงษ์ใช้มือหยาบกร้านลูบไล้ขึ้นไปตามต้นขาด้านในที่ขาวเนียน ััที่เย็นชื้นจากปลายนิ้วของเขาทำให้ดาวสะดุ้งเฮือก
ใต้ผ้าถุงนั้น เธอไม่ได้สวมกางเกงชั้นใน พงษ์จึงสามารถััถึงความชื้นแฉะที่กำลังเอ่อล้นออกมาจากกลีบเนื้อที่อวบอิ่มของเธอได้ทันที “น้ำเยอะเชียวนะ... กลัวขนาดนี้ แต่ข้างในมันตื่นเต้นใช่ไหมล่ะ” พงษ์ยิ้มเยาะ
เขาใช้นิ้วมือข้างที่ยังเลอะคราบน้ำมันเครื่องเล็กน้อย แหวกกลีบเนื้อของเธอออกอย่างไม่ปรานี แล้วสอดนิ้วเข้าไปในช่องทางที่เปียกลื่น นิ้วเดียว... สองนิ้ว... ดาวเบิกตากว้าง ร่างกายของเธอสั่นเทาจากการถูกรุกล้ำอย่างจงใจ ความเร่าร้อนจากนิ้วมือที่ขยับเข้าออกอย่างรวดเร็วทำให้กล้ามเนื้อหน้าท้องของเธอกระตุกเป็ริ้วๆ
พงษ์เร่งจังหวะของนิ้วมือจนร่างกายของเธอกระตุก เขาถอดกางเกงยีนส์ของตัวเองออกอย่างเร่งรีบ ท่อนลำที่แข็งขืนและร้อนผ่าวกระดอนออกมาจากกางเกง เขายืนตะลึงอยู่เพียงครู่เดียว ก่อนจะจับสะโพกของดาวให้พิงเข้ากับผนังห้องเก็บของที่เย็นเฉียบ
เขายืนชิดจนปลายหัวของความเป็ชายัักับปากทางที่ฉ่ำน้ำ ดาวหลับตาปี๋ เธอรู้แล้วว่าไม่มีทางถอยหลังกลับได้อีกแล้ว พงษ์ไม่พูดอะไรอีกแล้ว เขาจ้องมองใบหน้าของดาวที่แดงก่ำด้วยความอับอายและความเสียวซ่านที่พุ่งสูง แล้วออกแรงกระแทกกายเข้าใส่เพียงครั้งเดียว
พรวด!
เสียงของเนื้อที่ฉีกผ่านความคับแน่นดังขึ้นพร้อมกับเสียงครางที่ถูกกลืนหายไปในลำคอของดาว ช่องทางที่แคบแต่เปียกแฉะโอบรัดเขาแน่นจนพงษ์ต้องกัดฟันทนความเสียวซ่าน “อ๊า... แน่นชิบหาย” เขาพึมพำ
พงษ์พักอยู่ครู่หนึ่งเพื่อให้ร่างกายของดาวปรับตัว เขาใช้มือประคองใบหน้าของเธอไว้ แล้วบรรจงจูบเบาๆ ที่หน้าผาก ราวกับเป็การให้กำลังใจที่เต็มไปด้วยความเ้าเล่ห์
จากนั้น เขาก็เริ่มขยับ การขยับที่หนักแน่นและจงใจ ทุกจังหวะที่เนื้อกระทบกันดัง ตับๆ สะท้อนก้องอยู่ในห้องเก็บของที่ไร้ผู้คนรับรู้ พงษ์เน้นการถอนออกให้เกือบสุดก่อนจะกระแทกกลับเข้าไปจนมิดลำ ความร้อนผ่าวที่ก่อตัวขึ้นภายในช่องท้องของดาวทำให้เธอบิดกายอย่างทรมาน “เร็ว... เร็วอีก... ดาว...” เธอครางขอ ทั้งที่ใจส่วนหนึ่งยังะโให้หยุด
พงษ์เร่งจังหวะตามคำขอ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยเหงื่อแม้จะอยู่ในอากาศเย็นฉ่ำ หัวใจของดาวเต้นรัวจนแทบทะลุออกมานอกอก ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีได้หายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงสัญชาตญาณดิบที่้าการเติมเต็ม
เมื่อจังหวะถี่ขึ้น พงษ์ก็ก้มลงไปดูดดึงยอดอกของเธอซ้ำอีกครั้งในขณะที่กำลังสอดใส่ แรงกระตุ้นสองทางพร้อมกันทำให้ดาวเกร็งจนตัวแข็งทื่อ ร่างกายของเธอกระตุกอย่างรุนแรง พงษ์รู้ว่าเธอใกล้ถึงขีดสุดแล้ว เขาจึงกระแทกเน้นๆ เข้าไปที่จุดกระสันอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งดาวกรีดร้องเสียงแหลมออกมา ร่างกายกระตุกเกร็งหลายครั้ง ก่อนจะปล่อยความสุขสมออกมาอย่างท่วมท้นจนน้ำตาไหล
พงษ์กัดฟัน เขาปล่อยเสียงครางต่ำๆ ออกมาจากลำคอ แล้วเร่งจังหวะถี่กระชั้นอีกครั้ง เขาจับสะโพกของดาวไว้มั่น แล้วปลดปล่อยความร้อนทั้งหมดออกมาสู่ภายในช่องทางที่อุ่นร้อนของเธอ
เสียงเนื้อกระทบกันหยุดลงทันที มีเพียงเสียงหอบหายใจของคนทั้งสองที่ดังแข่งกับเสียงฝนที่เริ่มเบาลง
พงษ์ยืนค้ำร่างดาวอยู่ครู่หนึ่ง เขายังไม่ได้ถอนตัวออกไป ปล่อยให้ร่างกายของเธอยังคงถูกตรึงอยู่กับความจริงที่เพิ่งเกิดขึ้น
“จำไว้นะดาว” พงษ์กระซิบข้างหูเธออย่างแ่เบา แต่เสียงนั้นทรงอำนาจยิ่งกว่าเสียงฟ้าผ่า “ที่นี่เงียบสนิท และเธอเป็ของพี่... จนกว่านายหัวจะกลับมา”
เขายิ้มเล็กน้อย ก่อนจะถอนกายออกไปอย่างช้าๆ ความรู้สึกว่างเปล่าและความเย็นเข้ามาแทนที่ความร้อนชื้น ดาวทรุดตัวลงกับพื้นห้องเก็บของ ในขณะที่พงษ์รูดซิปปิดกางเกงอย่างใจเย็น แล้วหันไปสนใจกล่องรวมสัญญาณที่ตอนนี้ไม่มีความจำเป็จะต้องซ่อมอีกแล้ว
ฉากนี้มันไม่ใช่แค่ความลับ แต่มันคือการที่ไม่มีใครยอมใคร! อยากรู้ไหมว่าพี่ชายแท้ๆ ของเขากำลังจะกลับมาเมื่อไหร่? แล้วดาวจะทำอย่างไรกับรอยมลทินนี้? อย่าพลาด บทที่ 2 กำลังจะมาในไม่ช้า