เื่ของปีศาจจิ้งจอกสำหรับหลินฉางชิงแล้ว เป็เพียงเหตุการณ์เล็กน้อยที่เกิดขึ้นชั่วคราว และถูกเขาลืมเลือนไปในเวลาอันรวดเร็ว
เวลาห้าวันผ่านไปเช่นนี้
[โฮสต์พิจารณาป้ายศิลาอย่างตั้งใจจนเกิดการหยั่งรู้ ได้รับตำราวิชา : ฝ่ามือเงาเยือกเย็นวารีมรกต]
[โฮสต์พิจารณาป้ายศิลาอย่างตั้งใจจนเกิดการหยั่งรู้ ได้รับตำราวิชา : มายาห้าชั้น]
[โฮสต์พิจารณาป้ายศิลาอย่างตั้งใจจนเกิดการหยั่งรู้ ได้รับตำราวิชา : ม่านแสงทองคุ้มกาย]
เขายังคงทำกิจวัตรประจำวันซ้ำ ๆ ทั้งเช็ดถูป้ายศิลาจารึก ทำความเข้าใจตำราวิชาที่อยู่ภายใน จากนั้นจึงฝึกฝนเพื่อเพิ่มพูนความแข็งแกร่งของตนเอง ทุกอย่างยังคงเป็ปกติ ทว่าในขณะเดียวกัน ตลอดห้าวันที่ผ่านมา หลินฉางชิงก็ยังไม่ได้พบกับเหยียนเฉินเลย
เขาเคยคิดจะลองไปดูอาการของอีกฝ่าย แต่พอเดินไปถึงกระท่อมบนยอดเขา ดูเหมือนเหยียนเฉินจะรับรู้ได้ถึงการมาของเขา
หลินฉางชิงยังไม่ทันจะได้เข้าใกล้ประตูกระท่อมด้วยซ้ำ
"เ้ากลับไปเถอะ" เสียงอันชราของเหยียนเฉินก็ดังออกมาจากข้างใน
หากก่อนหน้านี้เสียงนั้นเป็เพียงความชราตามปกติ ทว่าตอนนี้ หลินฉางชิงกลับััได้ถึงร่องรอยของความแห้งเหี่ยวในน้ำเสียงนั้น
"อาการของข้า ไม่จำเป็ต้องให้เ้ามาเป็กังวล จงไปทำเื่ของเ้าเถอะ" เหยียนเฉินกล่าวเช่นนั้น หลายครั้งที่ผ่านมาก็เป็เช่นนี้เสมอ
ตลอดห้าวัน หลินฉางชิงไม่ได้พบหน้าเหยียนเฉินเลยแม้แต่ครั้งเดียว
เวลาผ่านไป
คืนนี้เป็คืนพระจันทร์เต็มดวง
หลินฉางชิงนั่งอยู่ที่หน้าประตูกระท่อมพร้อมมองดูดวงจันทร์บนท้องฟ้า ในมือถือถ้วยชาร้อนค่อย ๆ จิบอย่างละเมียดละไม
หากเป็ตามความเคยชินก่อนหน้านี้ เวลานี้หลินฉางชิงควรจะฝึกฝนอยู่ในกระท่อมของตนเองถึงจะถูก แต่ั้แ่ถูกเหยียนเฉินไล่ออกมาครั้งก่อน ในใจของหลินฉางชิงก็รู้สึกกระวนกระวายใจอยู่เสมอ
น้ำเสียงที่ชราและแห้งเหี่ยวของเหยียนเฉินนั้น มีหรือที่เขาจะฟังไม่ออกว่านั่นคือสัญญาณเตือนว่าร่างกายได้มาถึงขีดจำกัดแล้ว
"เวลาที่เหลืออยู่ของผู้าุโเหยียน อาจจะไม่เหลืออีกมากแล้ว..." หลินฉางชิงมองดวงจันทร์แล้วพึมพำออกมาเบา ๆ
ในใจของเขาอดไม่ได้ที่จะเกิดความโศกเศร้าขึ้นมาวูบหนึ่ง แม้ผู้เฒ่าคนนี้จะมีนิสัยแปลกไปบ้าง แต่จากการใช้เวลาร่วมกันมาปีกว่า หลินฉางชิงก็มีความผูกพันกับอีกฝ่ายไปเสียแล้ว
เขาไม่อยากเห็นเหยียนเฉินเป็เช่นนี้ ทว่าท่าทีของอีกฝ่ายนั้นเด็ดขาดมาก หลินฉางชิงรู้ดีว่าตนเองอาจจะช่วยอะไรไม่ได้จริง ๆ
"ในบรรดาตำราวิชาที่ข้า ดูเหมือนจะไม่มีวิธีที่ช่วยให้คนเราฝืนลิขิตฟ้าเปลี่ยนชะตาชีวิตได้เลย ต่อให้ใช้คัมภีร์หัวใจแปรเซียนะ ด้วยสภาพของผู้าุโเหยียน เกรงว่าคงจะไร้ผล..."
หลินฉางชิงหวนนึกถึงสภาพของเหยียนเฉินแล้วได้ข้อสรุป
เพราะหากร่างกายของเหยียนเฉินมาถึงจุดที่สิ้นแรงจนหยดสุดท้าย เขาก็จะไม่สามารถฝึกฝนคัมภีร์หัวใจแปรเซียนะได้เลย
ในขณะที่เขากำลังคิดเช่นนั้น...
"อ๊าก!"
เสียงร้องโหยหวนด้วยความเ็ปดังขึ้นทำลายความเงียบสงัดของยามค่ำคืนในทันที
นั่นคือเสียงของเหยียนเฉิน!
หลินฉางชิงลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้โดยไม่ลังเล และรีบวิ่งขึ้นเขาไปทันที
ณ กระท่อมบนยอดเขา
ทันทีที่ก้าวเข้าไป หลินฉางชิงก็ััได้ทันทีว่าภายในกระท่อมมีไอปีศาจที่ทรงพลังอย่างยิ่งวนเวียนอยู่ เพียงแค่เหลือบมอง หลินฉางชิงก็อดไม่ได้ที่จะสั่นสะท้านเล็กน้อย แต่เขาก็ไม่ได้คิดอะไรมาก
"ผู้าุโเหยียน!" เขาะโเรียกพร้อมกับผลักประตูไม้ของกระท่อมออก
เหยียนเฉินกำลังนอนอยู่บนเตียง ใบหน้าของเขาขาวซีด มีเหงื่อเย็นผุดพรายขึ้นบนหน้าผาก ร่างกายที่ชราสั่นเทาและชักกระตุกอย่างต่อเนื่องจนดูบิดเบี้ยวผิดรูป
ในขณะเดียวกัน มีไอปีศาจสายหนึ่งไหลเวียนอยู่รอบตัวเหยียนเฉิน พุ่งเข้าและออกจากร่างกายซ้ำแล้วซ้ำเล่า ส่งผลให้ใบหน้าของเหยียนเฉินยิ่งซีดขาวมากขึ้น
"ผู้าุโเหยียน ท่านเป็อะไรไป?!"
หลินฉางชิงพุ่งเข้าไปที่ข้างเตียงของเหยียนเฉินและถามด้วยความใ
ปฏิกิริยาแรกเมื่อเห็นภาพนี้ หลินฉางชิงถึงกับคิดว่าหรือแท้จริงแล้วตัวตนของเหยียนเฉินจะเป็ปีศาจ เพราะไอปีศาจที่เข้มข้นเช่นนี้ เขาเคยเห็นแต่ในตัวปีศาจตนใหญ่ ๆ ในหอคอยผนึกมารเท่านั้น
แต่ในไม่ช้า เขาก็ปฏิเสธความคิดนี้ในใจ เพราะกลิ่นอายของตัวเหยียนเฉินเองไม่มีปัญหาใด ๆ
ไอปีศาจเหล่านี้เพียงแต่เคลื่อนไหวอยู่รอบตัวเหยียนเฉินและแทรกซึมอยู่ในร่างกายของเขา แต่มันไม่ใช่สิ่งที่กำเนิดมาจากร่างกายของเหยียนเฉิน
ในตอนนี้ สภาพของเหยียนเฉินย่ำแย่ถึงขีดสุด ดูเหมือนจะเป็เพราะถูกไอปีศาจทรมาน เสียงร้องโหยหวนจึงดังขึ้นไม่ขาดสาย
"อ๊ากกก!!!"
เสียงนั้นที่เพียงแค่ได้ยินก็ทำให้ขนลุกซู่ เพราะความเ็ปแสนสาหัส เล็บนิ้วมือของเขาจึงจิกลึกลงไปในเนื้อจนฝ่ามือทั้งสองข้างอาบไปด้วยสีแดงฉานของเื เมื่อดูจากสภาพในตอนนี้เกรงว่าเขาคงไม่สามารถตอบคำถามของหลินฉางชิงได้เลย
หลินฉางชิงขมวดคิ้วแน่น เขาเพิ่งใช้พลังปราณตรวจสอบสภาพร่างกายของเหยียนเฉินอย่างคร่าว ๆ
กลิ่นอายภายในร่างกายของเหยียนเฉินถูกไอปีศาจที่มาจากที่ใดไม่ทราบกระแทกจนกระจัดกระจายไปหมด แม้แต่จุดตันเถียนก็แตกสลาย สภาพของเขาไม่ต่างจากตะเกียงที่ริบหรี่ท่ามกลางสายลม ซึ่งอาจจะสิ้นใจได้ทุกเมื่อ!
'ไม่มีทางเลือกแล้ว...' หลินฉางชิงคิดในใจ
เขาไม่มีทางทนดูเหยียนเฉินตายไปต่อหน้าต่อตาได้อย่างแน่นอน
"ผู้าุโเหยียน ข้าขอเสียมารยาทด้วย" หลินฉางชิงมองไปที่เหยียนเฉินแล้วกล่าวขึ้น
พูดจบ เขาก็วางฝ่ามือลงบนตำแหน่งจุดตันเถียนที่ท้องน้อยของเหยียนเฉิน
วูบ!
ทันใดนั้น พลังปราณที่บริสุทธิ์และมหาศาลก็พลุ่งพล่านออกมาจากร่างกายของหลินฉางชิง โดยใช้ฝ่ามือของเขาเป็สื่อกลาง พลังปราณเหล่านี้ค่อย ๆ ถูกถ่ายโอนเข้าไปในร่างกายของเหยียนเฉิน
ไอปีศาจที่เคยเคลื่อนไหวอย่างบ้าคลั่ง เมื่อัักับพลังปราณของหลินฉางชิงก็ถูกกดทับลงไปชั่วคราว ทำให้เหยียนเฉินหยุดอาการชักกระตุก
"เฮ้อ..."
เมื่อเห็นภาพนี้ หลินฉางชิงก็ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก
พลังปราณของคัมภีร์หัวใจแปรเซียนะมีพลังชีวิตที่แข็งแกร่ง หลังจากส่งเข้าไปในร่างกายของเหยียนเฉินแล้ว นอกจากจะสามารถกดไอปีศาจได้ ยังสามารถช่วยเติมเต็มพลังชีวิตให้เหยียนเฉินได้ชั่วคราวอีกด้วย
'ที่เหลือก็ต้องขึ้นอยู่กับตัวท่านผู้เฒ่าเหยียนเองแล้ว' หลินฉางชิงมองชายชราบนเตียงแล้วกล่าว
เมื่อไอปีศาจถูกกดลง เหยียนเฉินที่นอนอยู่บนเตียงยังมีใบหน้าที่ซีดเซียวอยู่บ้าง แต่เมื่อเวลาผ่านไปประมาณหนึ่งเค่อ เขาก็ค่อย ๆ ลืมตาขึ้น
"อือ..." เสียงครางต่ำด้วยความเ็ปดังขึ้น เหยียนเฉินเบือนหน้ามามองทางหลินฉางชิง
"ฉางชิง..." เขาเอ่ยเรียกชื่อของหลินฉางชิงเบา ๆ
แม้เมื่อครู่เหยียนเฉินจะถูกความเ็ปทรมาน แต่สิ่งที่หลินฉางชิงทำลงไป เขาสามารถรับรู้ได้อย่างชัดเจน
"ขอบใจเ้ามาก" เหยียนเฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ เขาไม่ได้รู้สึกแปลกใจที่หลินฉางชิงมีพลังปราณอยู่ในตัว
เมื่อหลินฉางชิงได้ยินคำนี้ แววตาก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย เดิมทีเขาคิดว่าตนเองทำทุกอย่างได้อย่างมิดชิดพอแล้ว แต่ไม่นึกเลยว่าเหยียนเฉินจะรับรู้เื่นี้ได้
"ผู้าุโเหยียน ท่านทราบหมดแล้วหรือ?" หลินฉางชิงกล่าวด้วยความรู้สึกกระอักกระอ่วน
เหยียนเฉินหลับตาลงและพยักหน้า
"ั้แ่วันที่เ้าไปที่บันไดเจตจำนงกระบี่ ข้าก็รู้แล้ว" เขากล่าวเช่นนั้น
คราวนี้หลินฉางชิงยิ่งรู้สึกกระอักกระอ่วนมากขึ้นไปอีก ที่แท้วันนั้น เหยียนเฉินก็มองเขาออกหมดแล้ว
ชั่วขณะหนึ่ง หลินฉางชิงถึงกับไม่รู้ว่าจะพูดอะไรเพื่อทำลายบรรยากาศที่น่าอึดอัดในตอนนี้