“อวิ๋นโม่ ก่อนหน้านี้ทุกคนไม่รู้ความจริงโกรธแค้นเรื่องคลังยามากจึงเข้าใจเจ้าผิดไป ขอให้เจ้าอย่าเก็บมาใส่ใจ”อวิ๋นเว่ยเซิงเอ่ยอย่างฝืดเฝื่อน เขาหวังว่าอวิ๋นโม่จะไม่ขัดแย้งกับคนส่วนมากเพราะว่าเมื่อครู่มีคนกว่าครึ่งกระทำเรื่องไม่สมควรออกไป หากอวิ๋นโม่ต้องการคิดบัญชีคงไม่ใช่เรื่องเล็กๆ แล้ว
“ท่านประมุขตระกูล นั่นเป็นเรื่องเล็กน้อย ข้าย่อมไม่เก็บมาใส่ใจ”อวิ๋นโม่สีหน้าเรียบเฉยราวกับไม่คิดถือสาอยู่แล้ว
“เช่นนั้นก็ดี” อวิ๋นเว่ยเซิงถอนหายใจอย่างโล่งอก คนอื่นๆ ก็โล่งใจเช่นกันมีแต่อวิ๋นเลี่ยที่ใจไม่สงบกว่าเดิม
“แต่ว่า…” หัวใจของทุกคนไหววูบอีกครั้ง อวิ๋นโม่อมยิ้มเอ่ย“เรื่องยาในคลังที่หายไปยังต้องจัดการ”
อวิ๋นเลี่ยได้ยินก็หลั่งเหงื่อเย็นออกมาทันทีครั้งนี้จะเล่นงานเขาแล้วใช่ไหม
“ในเมื่อเจ้าบอกว่าไม่ถือสา แล้วทำไม?” อวิ๋นเว่ยเซิงไม่เข้าใจ
“เฮอะๆ ท่านประมุขตระกูลเรื่องที่ข้าจะพูดไม่ใช่เรื่องที่พวกเขาใส่ความข้า ยาที่หายไปจากคลังข้ารู้ว่าเป็นฝีมือใคร” อวิ๋นโม่กล่าว
“อะไรนะ เจ้ารู้ว่าเป็นใคร” อวิ๋นเว่ยเซิงรู้สึกเหมือนหัวใจดีดตัวขึ้นมาคนอื่นๆ ต่างตกใจ อวิ๋นโม่เอ่ยปากตอนนี้แสดงว่าไม่ได้พูดอย่างเลื่อนลอยหรือว่าคนร้ายที่หาตัวกันมานานก็ยังหาไม่พบ ในที่สุดก็หางโผล่แล้ว
“เป็นใครกัน” ผู้อาวุโสสามถาม สายตาเย็นเยือกของเขากวาดมองเข้าไปในฝูงชนอวิ๋นโม่ยกมุมปากขึ้น ชี้นิ้วออกไปช้าๆ
หัวใจของทุกคนต่างไหววูบ กลัวอวิ๋นโม่จะชี้มาที่ตนเองช่วงเวลาแบบนี้ต่อให้พวกเขาไม่ใช่คนทำ แต่หากอวิ๋นโม่ชี้ตัวเกรงว่าเพื่อเอาใจสามคนนั้น คนทั้งหมดก็คงยอมรับว่าคนผู้นั้นเป็นคนทำก็เหมือนกับสถานการณ์ที่อวิ๋นโม่เจอเมื่อครู่ ดังนั้นคนมากมายจึงตกอยู่ในความกังวลยิ่งคนที่ถูกอวิ๋นโม่เคลื่อนนิ้วผ่าน ยิ่งกลัวว่าเขาจะหยุดมือที่ตนยามนี้ทั้งหอประชุมเงียบจนถึงที่สุด แทบจะไม่ได้ยินเสียงหายใจของคนทั้งหลายนิ้วของอวิ๋นโม่ไล่ผ่านผู้คนจนเกือบหยุดอยู่ที่ร่างของอวิ๋นเลี่ยเพราะทุกคนรู้อยู่แล้วว่าอวิ๋นโม่อาจจัดการกับอวิ๋นเลี่ยดังนั้นจึงขยับห่างจากอวิ๋นเลี่ยตั้งแต่แรก ทำให้อวิ๋นเลี่ยเผยตัวออกมา
อวิ๋นเลี่ยหวาดกลัวจนหัวใจแทบหยุดเต้นแต่ก็บังคับให้ตนเองสงบลงอย่างรวดเร็ว ฝืนยิ้มเอ่ยว่า “อวิ๋นโม่ข้ายอมรับว่าก่อนหน้านี้ข้าผิดที่กล่าวหาเจ้า แต่หากเพราะเรื่องนี้เจ้าก็จะบอกว่าข้าขโมยยา เห็นได้ชัดว่านี่เป็นการแก้แค้นคิดว่าทุกคนจะเชื่ออย่างนั้นหรือ”
เด็กหนุ่มดูเหมือนมั่นใจ แต่ความจริงแล้วเคร่งเครียดถึงที่สุดกลัวว่าทุกคนจะชี้ว่าตนเป็นขโมย แต่ว่าเขาคิดมากไปแล้ว อวิ๋นโม่แค่เกือบหยุดมือขณะที่มันยังพูดไม่ทันจบ ปลายนิ้วก็ผ่านเลยไปเมื่อเป็นเช่นนี้คำพูดที่อวิ๋นเลี่ยโพล่งออกไปก็ทำให้ตัวเองยิ่งอับอาย เพราะทุกคนพากันเหยียดหยามมันทำเรื่องชั่วเอาไว้มากจึงมีชนักติดหลัง ปลายนิ้วของอวิ๋นโม่สุดท้ายก็หยุดลงบนร่างของผู้อาวุโสแปด
ทุกคนต่างตกใจ ผู้อาวุโสแปดคือคนที่ขโมยยา
“นี่… ผู้อาวุโสแปดคือผู้ดูแลรักษาคลังยา เฝ้ารักษาคลังยามาหลายสิบปีไม่เคยถูกพบว่าขโมยยามาก่อน ไม่น่าเป็นไปได้ที่ผู้อาวุโสแปดจะเป็นคนทำ”ทุกคนไม่อยากจะเชื่อ “อีกอย่างคนที่ถูกสงสัยเป็นคนแรกก็คือผู้อาวุโสแปด พวกเราเคยตรวจสอบอย่างละเอียดแล้ว เขาเป็นผู้บริสุทธิ์”
พวกประมุขตระกูลอย่างอวิ๋นเว่ยเซิงก็ไม่อยากเชื่อ “อวิ๋นโม่เจ้าเข้าใจอะไรผิดหรือไม่ จะเป็นผู้อาวุโสแปดไปได้อย่างไร”
ผู้อาวุโสแปดไม่ตื่นตระหนก เขาเอ่ยเสียงเรียบ “อวิ๋นโม่ข้ารู้ว่าเลี่ยเอ๋อร์หาเรื่องเจ้า เจ้าเกลียดข้า ในใจอยากแก้แค้นข้าก็ไม่มีอะไรจะพูด แต่หากคิดจะใส่ความว่าข้าขโมยยา ข้าไม่ยอมรับทุกคนก็ไม่มีทางเชื่อ!”
ทุกคนต่างถกเถียงกันยกใหญ่ ถึงจะไม่มีใครกล้าพูดออกนอกหน้าแต่ก็คิดว่าอวิ๋นโม่ใช้เรื่องนี้เพื่อแก้แค้นเพราะว่าคนที่อวิ๋นโม่มีปัญหาด้วยมากที่สุดก็คือผู้อาวุโสแปด พวกเขาแทบจะเป็นศัตรูคู่อาฆาตกันแล้ว
“หึๆ ในเมื่อข้ากล้าพูดออกมาก็ย่อมต้องมีหลักฐาน” อวิ๋นโม่ยิ้ม
“จะพิสูจน์อย่างไร” อวิ๋นเว่ยเซิงถามทันทีสายตาของเขาเปลี่ยนเป็นสงสัยขึ้นมา หากถามว่าใครที่สามารถขโมยยาโดยไม่เหลือร่องรอยผู้อาวุโสแปดก็น่าสงสัยที่สุด
“เย็นวันหนึ่งข้าเห็นผู้อาวุโสแปดลอบออกไปทางประตูข้างอย่างลับๆ ล่อๆจากนั้นไปที่ร้านยาซวนหลิง ตอนนั้นเขาแบกยาสมุนไพรถุงใหญ่ไว้บนหลัง”เมื่อผู้อาวุโสแปดได้ยิน รูม่านตาก็หดเล็กลงเขาถูกอวิ๋นโม่สะกดรอยตามแต่กลับไม่รู้ตัวแม้แต่น้อย ถึงอย่างนั้นก็สามารถกลบเกลื่อนความประหลาดใจได้อย่างรวดเร็ว
อวิ๋นเว่ยเซิงคอยสังเกตผู้อาวุโสแปดอยู่ตลอดแน่นอนว่าต้องเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ไม่เป็นธรรมชาติของอีกฝ่าย แม้ผู้อาวุโสแปดจะกลบเกลื่อนได้อย่างรวดเร็วแต่ก็ไม่อาจรอดพ้นสายตาของเขาไปได้
“หึๆ ต่อให้เจ้าพูดเรื่องจริง ข้าเป็นถึงผู้อาวุโสแปดจะขายสมุนไพรกับเขาบ้างแล้วมีปัญหาอะไร”
“ใช่แล้ว หากแค่ขายตัวยาก็ถูกสงสัยว่าเป็นขโมยเช่นนั้นพวกเราหลายคนก็กลายเป็นผู้ต้องสงสัยกันหมด” บางคนเอ่ยอย่างเห็นด้วย
อวิ๋นโม่เดินไปตรงหน้าผู้อาวุโสแปดช้าๆ “แค่ขายสมุนไพรจำนวนเล็กน้อยหรือข้าว่าหากลงแรงตรวจค้นร้านยาซวนหลิงสักหน่อยจะต้องตรวจพบหลักฐานที่ผู้อาวุโสแปดกับพวกเขาค้าขายแลกเปลี่ยนกันแน่ถึงตอนนั้นเขาขายยาชนิดใด จำนวนเท่าไรก็สามารถค้นออกมาได้หมด เอามาเปรียบเทียบกับสมุนไพรที่ถูกขโมยไปก็รู้แล้ว”
“นี่ เกรงว่าจะลำบากอยู่บ้าง ต่อให้มีการซื้อขายเช่นนี้อยู่ร้านยาซวนหลิงก็อาจไม่ให้ความร่วมมือ” อวิ๋นเว่ยเซิงขมวดคิ้ว ผู้อาวุโสแปดสีหน้าสงบนิ่งเขาเห็นว่าหากมีหลักฐานเพียงเท่านี้ อวิ๋นโม่ไม่มีทางเล่นงานตนได้
“แน่นอนหากมีแค่นี้ข้าก็ไม่มีทางพูดออกไปอย่างมั่นใจว่าผู้อาวุโสแปดเฝ้าเองขโมยเอง”
“เอ๋ ยังมีหลักฐานอื่นอีกหรือ” ทุกคนต่างขยับวงล้อมเข้ามารู้สึกว่าวันนี้อาจค้นพบความจริงบางอย่าง เพราะอวิ๋นโม่ดูสงบนิ่งมากเหมือนกับกำชัยชนะเอาไว้แล้ว ในทางตรงกันข้ามปฏิกิริยาของผู้อาวุโสแปดแม้จะสงบนิ่งแต่นี่ออกจะไม่สมเหตุสมผล ด้วยอุปนิสัยของผู้อาวุโสแปด หากถูกอวิ๋นโม่ใส่ความเกรงว่าต้องระเบิดอารมณ์ออกมาแล้ว
“ผู้อาวุโสแปด เพราะจำนวนสมุนไพรมีมากเกินไปจึงขายไม่หมดในครั้งเดียวหรือบางทีท่านอาจอยากรอให้มันขึ้นราคา” อวิ๋นโม่มองผู้อาวุโสแปด
“ความหมายของเจ้าก็คือ ที่บ้านของผู้อาวุโสแปดยังมีตัวยาสมุนไพรอยู่”
“นี่เป็นไปไม่ได้! พวกเราเคยค้นดูหลายรอบแล้วในบ้านของผู้อาวุโสแปดไม่มียาสมุนไพร ไม่ถูก มีแค่ยาสมุนไพรที่ตระกูลจัดสรรให้”
“ไม่ผิด พวกเราค้นดูทั้งด้านนอกและด้านในหลายรอบ หากมีละก็ไม่มีทางหาไม่พบ”
อวิ๋นเลี่ยเห็นอวิ๋นโม่ ‘ใส่ความ’ ท่านปู่ของตนคราวนี้จึงเดินกลับมาพร้อมความอวดดี “อวิ๋นโม่เจ้าไม่มีหลักฐานก็อย่ากล่าวหาส่งเดช!”
อวิ๋นโม่ยิ้มเย็น“ก่อนหน้านี้เจ้าที่ไม่มีหลักฐานก็เคยใส่ความข้ามาก่อนไม่ใช่หรือ”พอพูดออกไปก็ทำให้สีหน้าอวิ๋นเลี่ยคล้ำลง พูดอะไรไม่ออก“ยิ่งกว่านั้นไม่ใช่ว่าข้าไม่มีหลักฐาน แต่มีหลักฐานมากพอ”
“มีหลักฐานอะไรก็เอาออกมา !” อวิ๋นเลี่ยเชิดคางท้าทาย
“หึๆ!” อวิ๋นโม่หัวเราะขณะมองผู้อาวุโสแปด ทำเอาอีกฝ่ายขนลุกชัน“พวกเจ้าเคยตรวจค้นบ้านของผู้อาวุโสแปด แต่ว่ามีที่หนึ่งที่พวกเจ้าไม่ได้ตรวจสอบ”
“สถานที่ใดกัน” บางคนสงสัย พวกเขาค้นหาทั่วทุกที่แล้ว จะพลาดที่ใดไปได้
“พวกเราตรวจสอบหมดแล้ว ไม่มีทางพลาด!” มีคนพูดอย่างมั่นใจ
“จริงหรือ” อวิ๋นโม่กวาดตามองผู้อาวุโสแปดปราดหนึ่ง ทำเอาเขาตากระตุกใจไม่สงบขึ้นมา “บ่อน้ำที่อยู่กลางบ้าน พวกเจ้าได้ค้นดูหรือไม่”
พออวิ๋นโม่พูดประโยคนี้ออกไป หนังตาของผู้อาวุโสแปดก็กระตุกขึ้นมาหลายคนสีหน้าเปลี่ยนไป บ่อน้ำแห่งนั้นพวกเขาไม่ได้ตรวจสอบ และไม่เคยคิดจะตรวจสอบผู้อาวุโสแปดขยับปาก คิดจะพูดอะไร อวิ๋นโม่ก็ยกมือขึ้นห้ามเขาไว้
“ข้ารู้ ท่านจะบอกว่าเพราะข้าต้องการใส่ความท่าน จึงจงใจนำยาไปวางไว้แต่ว่าบ่อน้ำนั่นคงจะไม่ได้มีแค่ยาสมุนไพร บ้านของท่านมีคนมากมายคอยเฝ้าอยู่ข้าที่เป็นแค่ระดับเสริมกำลังจะสามารถเอาสิ่งของไปซ่อนโดยไร้สุ้มเสียงได้อย่างไรยิ่งกว่านั้นสิ่งที่ใช้บรรจุสมุนไพรก็เป็นสิ่งที่มีแต่ผู้อาวุโสแปดอย่างท่านที่มีข้าไม่มีทางมี”
“หึๆ หลักฐานที่อยู่ในร้านยาซวนหลิง กับสมุนไพรที่อยู่ในบ่อน้ำบ้านท่านรวมกันแล้วยังไม่ใช่หลักฐานที่แน่นหนาอีกหรือ” อวิ๋นโม่ถาม“อย่าได้พูดว่าทั้งหมดนี้ข้าจงใจทำขึ้นมา ข้ายังไม่มีความสามารถขนาดนั้นส่วนท่านลุงอู่ แน่นอนว่าเขาสามารถทำได้ แต่ผู้เยี่ยมยุทธ์ระดับท่องพันลี้คนหนึ่งคงไม่คิดจะทำเรื่องเหล่านี้เพราะหากอยากจัดการท่าน พวกเขาไม่จำเป็นต้องทำอะไรยุ่งยาก!”
“ไปตรวจค้นเดี๋ยวนี้!” อวิ๋นเว่ยเซิงออกคำสั่งกับคนบางส่วนแต่ความจริงไม่จำเป็นต้องตรวจสอบแล้ว ผู้อาวุโสแปดเอ่ยด้วยเสียงแหบแห้งว่า“เจ้ารู้ได้อย่างไร”
คำพูดนี้ของผู้อาวุโสแปดเท่ากับยอมรับแล้วว่าเขาเฝ้าเองขโมยเอง
“ท่านปู่ ท่านทำจริงๆ” อวิ๋นเลี่ยไม่อยากจะเชื่อเพราะเขาเองก็ไม่เคยรู้เรื่องนี้
อวิ๋นโม่ยักไหล่ก่อนตอบ “เดาเอา! สมุนไพรตั้งมากมายคิดว่าท่านคงไม่มีทางขายหมดในครั้งเดียวเพราะหากขายออกไปพร้อมกันจะถูกจับพิรุธได้ง่าย และเพื่อหลบหลีกการตรวจค้นสถานที่ที่ท่านพอจะซ่อนของได้ก็มีแต่บ่อน้ำแห่งนั้น”
ผู้อาวุโสแปดได้ยินแล้วก็แทบกระอักเลือดตอนแรกคิดว่าอวิ๋นโม่มีความสามารถพิเศษบางอย่าง ที่แท้แค่คาดเดาเองหรือ
อันที่จริงอวิ๋นโม่ไม่ได้เดาหลังจากเขาเกิดความสงสัยก็ใช้ญานหยั่งรู้ตรวจสอบสุดท้ายจึงพบเห็นสมุนไพรจำนวนมากในบ่อน้ำแห่งนั้นแต่ว่าตอนนี้ของจะยังอยู่ที่บ่อน้ำหรือไม่ อวิ๋นโม่ก็แค่คาดเดาเท่านั้นสมุนไพรในคลังยาของตระกูลอวิ๋นไม่ได้เป็นสมุนไพรระดับเดียวกับสมุนไพรที่อวิ๋นโม่เก็บกลับมาจากเทือกเขาเหนือเมฆาส่วนใหญ่แล้วเป็นเพียงสมุนไพรธรรมดา ผู้อาวุโสแปดต้องการทำกำไรเพิ่มขึ้นจำนวนที่ขโมยออกไปจึงมากจนผู้คนต้องตกใจสุดท้ายแล้วก็ตรวจพบสมุนไพรจำนวนมากในที่พักของผู้อาวุโสแปด
………………………………………