รดีซ่านทรวง

    ตอนที่ 12 ไม่ได้โกรธ

    ใจของอนงค์นางสั่นระรัวไปหมดแล้ว ทำไมเธอควบคุมอาการเหล่านี้ไม่ได้ แถมขนกายก็ลุกซู่ขึ้นมา ยิ่งรู้สึกว่า...เขาเลื่อนใบหน้าลงต่ำ ลมหายใจร้อนๆ รดผิว แล้วปากของเขาก็แนบซอกคอ ไรเคราแข็งทำให้เธอสะดุ้ง แต่ไม่ส่งเสียงร้องออกมาฝ่ามือใหญ่หยาบกร้านเริ่มเลื่อนไปตามสะโพกของเธอ ร่างของเธอกำลังจะละลาย เลือดในกายร้อนฉ่า แขนและขาอ่อนปวกเปียก ยิ่งเขาจูบเธอที่ซอกคอ ปากขบเม้มผิวเนื้อ โลกทั้งโลกก็ยิ่งหมุนคว้างแต่...แต่เธอกลัว“เดี๋ยวก่อนได้ไหมคะ”อนงค์นางร้องขึ้นพลางสูดลมหายใจแรงเข้าปอด และใช้มือไม้ที่อ่อนปวกเปียกยันอีกฝ่าย“ผมจะไปนอนข้างนอก”“คะ?”“นอนอยู่ในนี้ด้วย เดี๋ยวทนไม่ไหว ใช้กำลังปล้ำเมียตัวเอง”อนงค์นางหายสั่น ก็เล่นพูดโต้งๆ แบบนี้ ฟังดูเหมือนว่าเธอกลายเป็นคนผิดเสียอย่างนั้น พอเขาลุกขึ้นแล้วออกไปจากมุ้ง เธอกะพริบตาปริบๆ ครั้นจะเรียกรั้งเอาไว้ เสียงก็ไม่ได้หลุดออกไปประตูห้องนอนปิดลงแล้ว แทนที่จะรู้สึกโล่งอก แต่น้ำตากลับพานจะไหลออกมาเสียนี่ นี่เธอเริ่มแคร์ความรู้สึกของเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ เพิ่งเจอกันไม่ใช่หรือหญิงสาวถอนหายใจด้วยความรู้สึกสับสน แล้วก็ลุกขึ้นนั่ง ดวงตามองไปทางประตูห้อง เธอต้องทำให้ได้ เธอจะทำให้ได้ ร่างบางคลานออกจากมุ้ง พอเปิดประตูห้องออก ก็เห็นเขายืนรับลมเย็นๆ อยู่ที่ระเบียง ดวงตาทอดมองออกไปในความมืดเขาได้ยินเสียงเธอ แต่ไม่หันไปมอง เพราะถ้าเห็นหน้า เดี๋ยวได้ปล้ำเมียตัวเองจริงๆ จึงพูดไล่เสียงดุโดยไม่หันกลับไปมอง“ปิดประตูใส่กลอน แล้วไปนอน!”“โกรธหรือคะ”“ไม่ได้โกรธ”“เห็นอยู่ว่าโกรธ”“เรียกว่าหงุดหงิดมากกว่าโกรธ”“มันก็เหมือนกันนั่นแหละค่ะ”อนงค์นางงุนงง นี่เธอกล้าเถียงเขาด้วยหรือ แม้จะเป็นเสียงอ้อมแอ้มก็ตาม ก็ไม่มีใครให้คุยด้วยนี่ มีแต่เขา“ไม่เหมือน หงุดหงิดงุ่นง่านเพราะอยากนอนกับเมียตัวเอง”“สมมุติว่า...เอ่อ...สมมุติว่า...” เธอพูดเสียงตะกุกตะกัก เพราะคำพูดที่จะหลุดออกมานั้นสร้างความเขินอาย“อะไร?” เขาหันมามองหน้า ดวงตาคู่คมกริบสานสบกับดวงตาคู่กลมโต แล้วก็เอนสะโพกพิงขอบรั้วระเบียงพลางยกแขนกอดอก“คุณจะนอนที่ไหน” อนงค์นางเปลี่ยนเรื่องคุยขึ้นมาเสียอย่างนั้น ใครจะกล้าพูดล่ะว่า...ยอมก็ได้“ที่ระเบียงนี่แหละ เดี๋ยวจุดยากันยุง”“ถ้าอย่างนั้น...” เธอหมุนซ้ายหมุนขวา เพราะเริ่มสับสนกับการตัดสินใจของตัวเองขึ้นมาอีกครั้งจู่ๆ ร่างสูงกำยำก็ก้าวเข้ามาใกล้ ร่างของเธอที่ยืนอยู่หน้าห้องถอยกรูดด้วยความตกใจ ใจเต้นตูมตามขึ้นมา และหน้าแดงปลั่ง“ผมจะไปเอาหมอนกับผ้าห่ม”คนฟังอยากจะร้องกรี๊ด แต่เสียงไม่หลุดออกมา พอเขาหายเข้าไปในห้องนอน เธอถอนหายใจพร้อมเสียงสะอื้น ท้ายที่สุดก็ตัดสินใจเลือก จากนั้นก็พูดขึ้นอีกครั้ง“ฉัน...ฉันจะนอนนิ่งๆ”ภายในมุ้งเวลานั้น ปัณณวัตรที่กำลังหยิบหมอนกับผ้าห่มหยุดชะงัก เมื่อมองไปที่ประตูทางเข้าห้องนอน เขาเห็นเธอยืนอยู่ระหว่างช่องประตูที่มีแสงไฟนีออนจากด้านนอกสาดส่องเข้ามา“แน่ใจนะ”“แน่”“เตือนเอาไว้ล่วงหน้า จะไม่มีการหยุดปล้ำนะ”ใจคนฟังเต้นโครมคราม ก่อนจะพูดออกมาเสียงตะกุกตะกัก ขณะชักครั่นเนื้อครั่นตัว ราวกับไข้จะวกกลับมา“ตะ...แต่งงานกันแล้วนี่”“งั้นก็ปิดประตู”อนงค์นางยังไม่ทันที่จะปิดประตู ก็อยากจะกัดลิ้นตัวเอง เมื่อเห็นเขาถอดเสื้อกับกางเกงออก นี่เธอน่าจะเลือกให้เขานอนข้างนอกมากกว่า ทำไมถึงกล้านัก ทั้งๆ ที่รู้ว่าเหตุการณ์ต่อไปข้างหน้าคืออะไร“ปิดประตูสิ”เสียงของเขาทำให้เธอผวา ใจเต้นตึกตักกระทบโพรงอก แล้วความมืดสลัวก็มาเยือนห้องนอนอีกครั้ง ขาสั่นๆ ของเธอย่ำไปบนพื้นไม้เย็นเยียบ ครั้นจะเข้าใกล้มุ้ง ร่างทั้งร่างก็สั่นเทาขึ้นมาปัณณวัตรรอเธอให้มุดเข้ามาในมุ้ง หลังจากที่เธอเข้ามาแล้วอย่างกลัวๆ กล้าๆ เขาก็ยื่นมือออกไปหา ทันทีที่นิ้วหยาบกร้านแตะต้องเสื้อตัวเล็ก ร่างของเธอสะดุ้งเฮือกทันควัน เขาข่มกลั้นเสียงหัวเราะ นึกเอ็นดูเมียตัวเองขึ้นมาอนงค์นางพยายามที่จะไม่ผวาแล้ว แต่ทำไม่ได้ ครั้นอากาศเย็นๆ ต้องผิวเปล่าเปลือย เพราะเสื้อผ้าปลิวออกไปจากร่าง เธออดไม่ได้ที่จะพูดออกมา“อากาศเย็นจังเลยค่ะ”“เดี๋ยวก็ร้อน”“ร้อนหรือคะ ฝนเพิ่งหยุดตก”“ร้อนสิ”เธอไม่เข้าใจในคำพูดของเขา พอมือใหญ่หยาบกร้านแตะต้องเรือนร่าง ไออุ่นจากมือหนาก็ทำให้ร่างของเธอร้อนขึ้น ร้อนจนหายใจไม่สะดวก ท้องไส้บิดเป็นเกลียว“เอ่อ ...”เสียงใสดังอยู่ได้แค่นั้น ก็ถูกปากของเขาปิดไม่ให้เธอพูด เรียวลิ้นร้อนซุกแทรกเข้ามาหาความหวานในโพรงปาก แล้วร่างของเธอก็ถูกเอนให้นอนบนฟูก แน่อยู่แล้วว่าเธอห่อไหล่ด้วยความเขินอาย และนิ้วขยุ้มผ้าปูที่นอนใต้ตัวแน่นปัณณวัตรพยายามให้คู่ชีวิตของตัวเองโอนอ่อนผ่อนตาม เธอไม่ได้รังเกียจเขา เขามั่นใจ ไม่เช่นนั้นคงไม่ออกมาหาเขาหรอก เขาดีใจอยู่นะ ที่เธอเปิดประตูห้องออกมาคุยด้วยอย่างกล้าหาญ คราวนี้เขาจะไม่ลุก เพราะให้เธอเลือกแล้ว และเธอก็เลือกในสิ่งที่ทำให้เขาดีใจ“กล้าๆ หน่อย”เขาพูดยุให้เธอมีความกล้ามากขึ้นอยู่ที่ข้างหู เธอตอบกลับมาเสียงแผ่วพร่าและสั่นเทา“ไม่...ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ นะคะ”“ง่ายจะตาย”“ง่ายแบบไหน”“แบบนี้ไง”อนงค์นางสะดุ้งเฮือก เป็นธรรมดาที่ต้องต่อต้าน เพราะไม่เคยผ่านมือของชายใดมาก่อน แต่ครู่เดียวเท่านั้นที่เธอรู้สึกอยากจะถอยหนี กระแสไฟแห่งความวาบหวามก็เข้ามาแทนที่ ตลอดร่างกระสับกระส่าย หัวใจกระวนกระวายรุ่มร้อน เขาร่ายมนตราอะไรใส่เธอกันนี่ปัณณวัตรดื่มด่ำไปกับรดีที่มีรสหวาน เขาโชคดีจริงๆ ที่ได้เมียน่ารักแบบนี้ ผู้ชายคนนั้นโง่มาก เขาไม่รู้หรอกว่าน้องสาวของเธอมีหน้าตาเป็นยังไง แต่ถ้าให้เทียบกันแล้ว เมียเขาดีที่สุดอนงค์นางนอนนิ่งอยู่ในความมืด สมองโปร่งโล่ง และไม่กล้าขยับตัวแม้แต่น้อย เธอผ่านมาแล้ว ผ่านเหตุการณ์ที่ทำให้รู้สึกอายที่สุดในชีวิตของลูกผู้หญิงมาแล้ว ครั้นเริ่มขยับมือหาเสื้อผ้า มือใหญ่ของคนข้างๆ ลูบเรือนร่างของเธอ อย่าบอกนะว่า...อีกครั้ง แค่นึกเท่านั้นก็เริ่มหายใจไม่สะดวก พอเขาก้มหน้าลงมาจูบที่หัวไหล่ มือหยุดอยู่ที่ทรวงอก ไฟพิศวาสในร่างก็คุโชน“จะ...จะทำอะไร”“นอนกับเมีย”“นอนไปแล้วนี่”เขาข่มกลั้นเสียงหัวเราะเอาไว้ไม่ได้ เมียของเขาอ่อนต่อโลกจริง น้องสาวของเธอถึงได้แย่งแฟนไปได้ เพราะว่าเธอไม่มีมารยาหรือจริตของลูกผู้หญิงเลย“หัวเราะอะไร”“ขำเมีย”“หือ...”“ตามใจผัวหน่อยสิ”อนงค์นางถอยหนีไม่ได้ สุดท้ายเขาก็พาเธอเวียนว่ายอยู่ในวังวนสิเน่หาอีกครั้งอย่างเร่าร้อน จวบจนอิ่มเอม และหลับลงเคียงข้างกัน