บทที่ 15
ล้านตำลึงทอง
ซิ่งหลิงลงจากรถม้าก็พบกับพ่อบ้านประจำคฤหาสน์รอรับอยู่หน้าประตูใหญ่ เพียงแค่เห็นหน้าพ่อบ้านในใจก็พอคาดเดาเื่ราวได้สามสี่ส่วน
“พอคุณชายได้ยินว่าแม่นางซิ่งหลิงแอบออกไปซุกซนนอกคฤหาสน์ก็ร้อนใจจนแทบจะออกตามหาแม่นางด้วยตนเอง คุณชายรอแม่นางอยู่ที่เรือนอักษร รีบไปพบคุณชายเถิดขอรับ”
หากร้อนใจนักไยไม่ออกมาเล่า นั่งกระดิกเท้าจิบชาอยู่ในเรือนเรียกร้อนใจรึ!
ซิ่งหลิงบ่นอยู่ในใจ เดินตามหลังพ่อบ้านไปพบจิ้งเส้าหวงที่เรือนอักษร ทันทีที่พ่อบ้านรายงานเสียงทุ้มต่ำจากด้านในตอบรับให้นางเข้าไปได้ มองผ่านๆ ก็เห็นเซี่ยจี้ยืนอยู่ข้างกายจิ้งเส้าหวง เหตุการณ์เมื่อครู่ไม่รู้ว่าเซี่ยจี้จะเห็นไปกี่มากกี่น้อยแต่ที่นางรู้ก็คือจิ้งเส้าหวงคงรับรู้เื่ทั้งหมดครบถ้วน
จิ้งเส้าหวงรองฝ่ามือใต้คาง ปลายนิ้วเคาะอยู่ที่ขมับมองซิ่งหลิงยืนอยู่เบื้องหน้าด้วยความเหนื่อยใจอยู่บ้าง
“ล้านตำลึงทองเองหรือ”
“เ้าคะ?”
“ตัวข้ามีค่าเพียงแค่ล้านตำลึงทองเองหรือ” จิ้งเส้าหวงถามย้ำ ขยับตัวเปลี่ยนอิริยาบถ ยกมือกอดอกจ้องซิ่งหลิงตาเขม็ง
“ล้านตำลึงทองสำหรับคุณชายคงเป็ขนเส้นเดียวบนวัวเก้าตัว แต่ก็อยากรู้นักว่าในใต้หล้านี้จะมีสักกี่สิบตระกูลกันที่มีเงินล้านตำลึงใน แม้ตระกูลกัวจะมีกิจการร้านค้าแต่จะมีเงินล้านตำลึงได้อย่างไร ข้าจึงเรียกร้องในสิ่งที่เป็ไปไม่ได้ ปล่อยให้นางมองพุงปลาชิ้นมันตาละห้อยน้ำลายหก”
จิ้งเส้าหวงมองใบหน้าของซิ่งหลิงที่กำลังส่งสายตาซุกซน แววตาคู่งามทอประกายวิบวับเป็พิเศษเมื่อได้กลั่นแกล้งผู้อื่นจึงอดหัวเราะตามไม่ได้
“ล้านตำลึงทอง เ้าพูดที่นี่ยังพอทำเนาหากไปพูดในเมืองหลวงข้ากลัวเหลือเกินว่าเ้าจะบื้อใบ้เศร้าซึมไปเสีย”
จริงอยู่ที่เงินล้านตำลึงไม่ใช่หาได้ง่ายดาย แม้แต่เขาหากต้องจับจ่ายออกไปก็ต้องเรียกาุโในตระกูลเพื่อปรึกษาหารือ ตระกูลทั่วไปย่อมไร้หนทางเงินล้านตำลึง ทว่าหากเื่นี้ถูกผู้อื่นพูดจนถึงหูคนในเมืองหลวง แม้จะเป็เพียงแค่หนึ่งส่วนที่ยากเป็ไปได้เขาก็เกรงว่าจะเกิดขึ้นจริงๆ
“เซี่ยจี้ถ่ายทอดเื่ราวไม่ละเอียดหรือว่าคุณชายไม่รอบคอบกันเ้าคะ” ซิ่งหลิงอมยิ้มน้อยๆ เมื่อเห็นเซี่ยจี้ที่อยู่ด้านข้างจิ้งเส้าหวงสะดุ้งโหยง ยิ้มแล้วเอ่ยขึ้นอย่างอารมณ์ดี
“เื่นี้เป็คุณหนูกัวที่ยื่นข้อเสนอขึ้นมาก่อน เป็เื่ราวของตัวข้าและคุณหนูกัวเท่านั้นหากผู้อื่นเข้าแทรกแซงจะไม่ถือว่าสอดรู้สอดเห็นเื่ผู้อื่นหรือเ้าคะ ทั้งข้าน้อยพูดชัดเจนว่าหากข้าก้าวเท้าออกจากร้าน ราคาล้านตำลึงทองก็เป็เพียงราคาเริ่มต้นเท่านั้น เกิดคุณชายกลัวว่าจะมีคนโง่เขลาในเมืองหลวงที่ยอมจ่ายเงินหนึ่งล้านตำลึงทองเพื่อเขี่ยข้าน้อยไปให้พ้นทางก็ต้องตรองดูว่าคุ้มค่าหรือไม่ หากไม่มีข้าน้อยแล้วก็ใช่ว่าคุณชายจะไม่หาบ่าวอุ่นเตียงคนใหม่มาแทนที่ บุปผายิ่งตัดก็ยิ่งโตเ้าค่ะ”
“พอได้ตะปบเขี้ยวเล็บใส่ผู้อื่นก็ดูอารมณ์ดีนัก”
“หากคุณชายปรารถนาอาสาตนเองเป็ที่ลับเล็บ ซิ่งหลิงยินดีส่งเสริมเ้าค่ะ”
นึกถึงรอยเล็บของนางที่จงใจทิ้งรอยไว้ที่ต้นแขนและแผ่นหลังของเขาเอาไว้หลายสายจึงเหยียดยิ้ม
“ข้าเรียกเ้ามาเพื่อตำหนิ มิใช่เป็ที่รองรับอารมณ์ของเ้า”
“ซิ่งหลิงทำสิ่งใดผิดไปหรือเ้าคะ หากคุณชายคิดตำหนิก็ตำหนิเถิด แต่หากให้ข้าน้อยบากหน้ากลับไปคุกเข่าขออภัยคุณหนูกัวมีทางเดียวคือต้องตีขาซิ่งหลิงให้หักแล้วลากไปเท่านั้นเ้าค่ะ” ซิ่งหลิงเม้มปาก สะบัดหน้าหันไปอีกทาง รอยยิ้มที่ประดับบนใบหน้าค่อยๆ เลือนหาย
“ดื้อรั้นนัก” จิ้งเส้าหวงได้ยินแล้วก็ขมวดคิ้ว ดวงตาคมปลาบมองซิ่งหลิงั้แ่หัวจรดเท้า ยิ่งเห็นใบหน้าเล็กๆ ยับยู่ไร้รอยยิ้มก็ถอนใจ
“เ้าออกไปด้านนอกโดยไม่แจ้งพ่อบ้าน ซ้ำยังไม่ให้คนมาแจ้งข้านี่คือความผิดของเ้า”
ซิ่งหลิงก้มหน้าลงแม้ท่าทางจะดูสำนึกในความผิดทว่านางกลับลอบเบ้ปาก ลอบทักท้วงอยู่ในใจ รู้ดีว่าสิ่งที่ตนเองทำนั้นไม่ถูกต้องแต่ตัวนางก็ดื้อรั้น
ต่อให้ผิดนางก็ไม่ผิดทั้งหมด!
“ตระกูลจิ้งถูกจับตามองเนิ่นนาน มีศัตรูรายล้อมรอบกาย ออกไปด้านนอกโดยไม่มีผู้ใดติดตาม เกรงว่าเ้าจะสร้างเื่วุ่นวายให้ข้าคอยตามเช็ดตามล้าง”
“ข้าน้อยผิดไปแล้ว คุณชายโปรดอภัย” ซิ่งหลิงก้มหน้ายอบกายลงกึ่งหนึ่ง ยอมรับผิดโดยไม่ออกปากโต้แย้ง ทว่าในใจโต้เถียงเขาทุกคำพูด
“เ้าอายุไม่น้อยแล้ว วันหน้าจะทำสิ่งใดต้องคิดให้รอบคอบ มิใช่ทำตัวราวเด็กน้อยไม่รู้ความ” เมื่อซิ่งหลิงยอมถอยให้จิ้งเส้าหวงพลันได้ใจ เชิดคางขึ้นยกมือตบโต๊ะปึงปังวางท่าสั่งสอนใหญ่โตทันที
“ซิ่งหลิงรู้ผิดแล้วเ้าค่ะ” ซิ่งหลิงกัดฟันพูดเหลือบมองเขาหนหนึ่ง ทั้งยังด่าเขาด้วยสายตาไปปราดหนึ่งจึงค่อยสบายใจ ก้มหน้าหลุบตาต่ำลงดังเดิม
“คุณชายแม่นางซิ่งหลิงสำนึกผิดแล้วขอรับ ซ้ำวันนี้ก็เกือบตกอยู่ในอันตราย ได้รับความตื่นตระหนกไม่น้อย”
จิ้งเส้าหวงกลอกตา มองเซี่ยจี้ที่ขยับตัวเข้ามาใกล้ออกปากพูดแทนก็ถอนใจพรืดใหญ่ ดวงตาคมตวัดมองเซี่ยจี้ั้แ่หัวจรดปลายเท้ารอบหนึ่ง แค่นเสียงด้วยความไม่พอใจนัก “หากนางถูกตีกลับมาจะถือเป็กำไรเสียมากกว่ากระมัง!”
ไยถึงได้พูดเหมือนกันเช่นนี้นะ!
เซี่ยจี้ที่ถูกตวาดใส่ก็หดคอกลับ ไม่ทันได้มองคุณชายของตนด้วยความน้อยใจเสียงของพ่อบ้านก็ดังขึ้น ช่วยชีวิตเขาได้ทันท่วงที
“คุณชายาุโตระกูลซ่งรอพบอยู่ที่โถงใหญ่ขอรับ”
จิ้งเส้าหวงมองคาดโทษเซี่ยจี้ ลุกจากเก้าอี้เดินผ่านซิ่งหลิงที่ยังคงยอบกายลงกึ่งหนึ่งโดยไม่แยแส ทันทีที่จิ้งเส้าหวงออกจากเรือนซิ่งหลิงก็ยืดกายขึ้น มือสะบัดปัดแขนเสื้อและกระโปรงแรงๆ ดังจะขับไล่กลิ่นอายของจิ้งเส้าหวงที่เดินเฉียดเข้าใกล้นางเมื่อครู่ หันไปก้มหน้าขอบคุณเซี่ยจี้ที่กำลังคอตกหลังถูกจิ้งเส้าหวงเอ็ด
“คราวหน้าเ้าไม่ต้องแก้ต่างให้ข้าหรอก เ้าเป็คนสนิทของคุณชาย สมควรเข้าข้างคุณชายมากกว่าข้า”
เซี่ยจี้ลอบมองซิ่งหลิงหมุนกายเดินออกไปก็ยิ่งรู้สึกซับซ้อน แม้แต่ผู้ที่มองโลหิตแดงฉานและร่างไร้ลมหายใจด้วยแววตาเฉยชาเช่นเขาเมื่อรับรู้ทั้งสีหน้า ทั้งความรู้สึกจากผู้คนที่ถามไถ่สืบข่าวเื่ราวแม่นางซิ่งหลิงที่พากันพูดถึงนางด้วยแววตาเวทนาสงสาร
ถ่องแท้กว่าผู้ใดว่าชีวิตวัยเยาว์นางน่าสงสารและลำบากมากเพียงไหน
คนจะแหลมคมได้ด้วยคน มีดจะคมต้องลับด้วยหิน
นางกล้าแกร่งได้เพียงนี้ต้องถูกลับคมมากมายขนาดไหน...