เสียงปะทะกันของเซียนทั้งสองคนได้เริ่มเปิดฉากขึ้นอย่างดุเดือด โดยพวกฟงหยวนได้พาเด็กๆ ทั้งห้าคน หลบหนีออกมา จนถึงหน้าประตูสำนัก
“เอาล่ะ พวกเ้าทั้งห้าคน จงขี่ม้ามุ่งหน้าไปทางทิศเหนือ ผ่านเมืองกวางโจว มุ่งหน้าไปยังสำนักเกล็ดเหมันต์ ข้าจะดักพวกลูกสมุนที่ตามพวกเรามาให้ ข้าจะไปเจอพวกเ้าที่นั่น ตามหาตี้เฉินและบอกว่าข้าเป็คนส่งพวกเ้ามา ” ฟงหยวนทำการนัดแนะกับเด็กหนุ่มทั้ง 5 คน โดนตนอาศัยที่จะรั้งท้ายเอาไว้ให้
“ ท่าน…” อี้หยุนกล่าวด้วยความเป็ห่วง
“ รีบไปเสียก่อนที่พวกมันจะตามมานี่ไม่ใช่ศึกของพวกเ้า !! ” ฟงหยวนรีบกล่าวสวน
บึ้ม!!!!
เสียงะเิที่เกิดจากการปะทะกันของลมปราณขนาดใหญ่ที่คาดเดาได้ไม่ยากเลยนั่นก็คือ การต่อสู้อันดุเดือดของทั้งสองเซียน เป็เสียงสัญญาณที่บ่งบอกให้เด็กหนุ่มทั้ง 5 คนออกเดินทางไปสู่ความหวังใหม่ของพวกมัน
“ ไป !!!! ”
เมื่อสัญญาณดังขึ้น เด็กหนุ่มทั้ง 5 คนรีบควบม้าออกไปสู่ทิศเหนือ เพื่อไปสู่ความหวังใหม่ของพวกเขา
ฟึ้บ !!!
ฟงหยวนปามีดสั้นขึ้นไปบนกลางอากาศโดนเข้าที่ร่างของลูกสมุนเทียนิเข้าอย่างจัง เพราะมันััได้ถึงลมปราณล่องหนของพวกที่กำลังตามเด็กทั้ง 5 คนไปได้
ตุ้บ…
ร่างของสมุนเทียนิร่วงลงมา
“ ข้าขอร้อง….พวกเ้า…จงอยู่รอดเพื่อพวกเราด้วยล่ะ ”
ฟงหยวนนิ่งสงบลงราวกับมันััได้ถึงลมปราณที่อยู่รอบตัวมันฟงหยวนหันหลังกลับไปพร้อมพูดขึ้นมาโท่งๆ
“ เอาล่ะ พวกมึงออกมากันได้แล้วอย่ามัวมุดหัวอยู่หลังต้นไม้ !!! ”
ทันใดนั้นกลุ่มชายในชุดคลุมราว 10 คนได้เดินออกมาจากหลังต้นไม้
ฟิ้งงงง
ฟงหยวนใช้ลมปราณ ชักกระบี่ทั้งสองเล่มข้างเอวของมันออกมาจากฝัก มันหวังสู้จนกว่าตัวมันจะตายเพื่อสะกัดทัพเหล่าลูกสมุนไม่ให้ตามเด็กๆไป มันรวบรวมลมปราณของมันออกมาทั้งหมด มันจัดระเบียบลมหายใจ และแผ่ลมปราณไปทั่วร่างก่อเกิดเป็คลื่นพลังความเย็นสุดขั้วจนพื้นดินบริเวณรอบมันเป็น้ำแข็ง
มันได้ใช้เคล็ดวิชาเงากระบี่ในรูปแบบธาตุน้ำแข็งออกมา หลังจากนั้นก็เป็การเปิดฉากการโจมตีโดยฝ่ายชายชุดคลุม ทั้ง 10 คน
พวกมันพุ่งเข้าหาฟงหยวนอย่างไม่คิดชีวิต ไม่สามารถเป็ไปได้ที่ คน เพียงคนเดียวจะสามารถต่อสู้ได้พร้อมๆกันทั้ง สิบทิศทางขนาดนั้น แต่ฟงหยวนยังคงกัดฟันและต่อสู้กับพวกมันไปเรื่อยๆจนกว่าเด็กทั้ง 5 คน จะไปถึงสถานที่ปลอดภัยนั่นก็คือหุบเขาหมื่นลี้
“ ท่านอาาาาาาา !!! ”
อี้หยุนหันหลังกลับมาในขณะที่มันกำลังควบม้าห่างจากสำนักไปเรื่อย ๆ มันรู้ตัวดีว่าพวกมันไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้เลย ทั้งฝีมือที่ห่างชั้น รวมถึงจำนวนคนที่จะต่อกรด้วย มันได้แต่ก้มหน้ายอมรับความจริง
ฟงหยวนยังคงตั้งกระบวนท่ารับการโจมตี จากทุกทิศทาง อย่างต่อเนื่อง
“ เคล็ดกับดักน้ำแข็ง !!!!!! ”
ฟึ่มมมมม !!!!
ฟงหยวนได้สร้างกับดักน้ำแข็งขนาดใหญ่ขึ้นมาปิดสี่ทิศทาง เพื่อที่จะกักตัวมันกับลูกสมุน อีก 10 คนไว้กับมันข้างในกับดักนั้นแต่ลูกสมุนยังคงไม่หยุดการโจมตีฟงหยวน การตั้งรับของฟงหยวนจึงเริ่มออนแอลง
ฉึก !!
แฉะ !!!
“ อย่าคิด !!! ว่าพวกมึงจะหลุดจากกับดักนี้ได้ง่าย ๆ เคล็ดเงากระบี่สังหาร บุปผาพิฆาตมาร ”
ฟงหยวนตัดสินใจใช้เคล็ดกระบี่สังหารกระบวนท่าสุดท้าย มันใช้ลมปราณเพื่อยกกระบี่ทั้งหมดขึ้นเหนือหัวของมัน มันยกมือทั้งสองข้างขึ้นพร้อมกับสงแผ่ลมปราณขนาดใหญ่ออกไปที่กระบี่เป็การะเิพลังความเย็นสุดขั้วออกมารอบร่างกายมัน พร้อมกับฟาดฝ่ามือลงมาเพื่อเป็การเด็จศึก ประกายตาของมันเปลี่ยนเป็สีน้ำเงิน บ่งบอกถึงการบรรลุเป็ขั้นเซียนในเวลานั้น
“ ตายซะ ไอพวกเดรัจฉาน !!!! ”
วี้ดดดดด ผ่างงงงง !!!!!
อี้หยุนไม่สามารถทนดูฟงหยวนได้อีกต่อไป มันหันหน้ากลับมา เพื่อรีบมุ่งหน้าไปสู่หุบเขาหมื่นลี้ อี้หยุนในวันนี้ไม่ร้องไห้อีกต่อไป ความแค้นเท่านั้นที่ทำให้มันยังคงมีชีวิตอยู่ถึงทุกวันนี้ มันได้แต่นึกภาวนาให้อาของมันสามารถมีชีวิตรอดจากการต่อสู้ รวมถึงทุกคนในสำนักที่เป็ทั้งเพื่อน ทั้งพี่น้องของมัน ซึ่งกำลังโดนสมุนของเทียนิไล่เข่นฆ่า อย่างบ้าเื เสียงกรีดร้อง ที่ดังระงมไปทั่วสำนัก เสียงกระทบกันของกระบี่ และ การะเิของลมปราณก็ดังต่อเนื่องเรื่อยมา
“ นี่สินะ….า…..เทียนิกูจะฆ่าพวกมันให้สิ้นซาก ”
อี้หยุนหันไปมองหน้าเพื่อนของมันทั้ง 4 คน พร้อมทั้งกำหมัดไว้แน่นเสียจนเืออกซิบ
“ พวกเราจะต้องเป็ความหวังของยุทธจักรนี้ให้จงได้”
.
.
.
.
.
“ ถึงแยกข้างหน้าก็จะเป็หุบเขาหมื่นลี้แล้ว !! ” กงเหยินที่เป็คนนำทางกล่าวขึ้นมา
พวกเขาได้เดินทางออกจากสำนักกระบี่หมื่นเงาจนกระทั่งมาถึงหน้าทางเข้าหุบเขาหมื่นลี้ ที่ๆ ในอดีตเป็จุดตั้งรีบชั้นเยี่ยมครั้งา 7 สำนัก
“ หยุดดดดดด อี้หยุน มาอยู่ข้างๆ ข้าไว้ !! ”
จู่ๆกงเหยินก็สั่งให้หยุดม้า และมันหันมาบอกให้อี้หยุนมาอยู่ข้างๆมัน
“ เกิดบ้าอะไรขึ้น กงเหยิน ” อี้หยุนกล่าวด้วยความโมโห
“ ข้าบอกให้มาอยู่ข้าง ๆ ข้าไงวะ !! ”
กงเหยินตอบกลับด้วยความใจร้อนราวกับกำลังจะเกิดเื่อะไรขึ้น
อี้หยุนรีบควบม้าเข้าไปข้าง ๆ กงเหยิน กงเหยินได้ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆ อี้หยุน และมันก็เริ่มกระซิบ
“ อี้หยุน ข้าเริ่มสงสัย หลี่เฟ่ย เจียงเย่ และจางเทียน ข้าสงสัยว่าพวกมันจะเป็สายให้กับศัตรู”
“ อะไรนะ ” อี้หยุนเกิดอาการสับสน
“ เงียบไว้ก่อน เ้าไม่ประหลาดใจหรือ ที่พวกมันบุกเข้ามาได้ทันเวลารวมถึงพวกมันรู้ว่าพวกเราจะเข้าไปในห้องฝึกตอนไหน และตอนไหนที่พวกเราไม่ทันได้ระวังตัว ” มันกระซิบกับอี้หยุนด้วยความสงสัยอย่างที่สุด
“ แสดงว่าพวกมันจะต้องวางแผนมาแล้วเป็อย่างดี รวมถึงตอนที่ท่านเ้าสำนักพลาดท่าโดนแทง ไอสามตัวนั้นก็หลุดยิ้มออกมา ข้าว่าคนธรรมดะ….อี้หยุน หลบ !!! ” มันพูดยังไม่ทันจบก็มีวัตถุแปลกประหลาดลอยเข้ามาที่ด้านหลังพวกมัน
ซู่มมม !!
กงเหยินใช้ฝ่ามือผลักอี้หยุนลงจากหลังม้าได้ทันหวุดหวิดก่อนที่มีดสั้นจะลอยมาข้างหลังมันทั้งสองคน
“ บ้าน่า ” อี้หยุนกล่าวสบถออกมา
พวกมันหันไปดูทั้งสามคนกำลังชักกระบี่ออกมา จิตสังหารที่เผยออกมาทำให้ทั้งสองคนรู้ได้ทันทีเลยว่า ทั้งสามคน เป็ศัตรูอย่างแน่นอน
หลี่ เฟ่ยกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่เ็าราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น “ มารู้เอาตอนนี้ก็คงจะสายไปแล้วล่ะนะ หึหึหึ ”
เจียงเย่แสยะยิ้มมันเริ่มพูดถึงแผนการ “ ท่านผู้นั้นน่ะ วางแผนมาแรมปี คงจะไม่ปล่อยให้อะไรๆ มันอยู่นอกแผนได้หรอก ”
จางเทียนก็กล่าวด้วยเช่นกัน “ แต่ก็ไม่คิดเลยว่าทุกอย่างจะออกมาได้สมบูรณ์เช่นนี้ ทั้งพลังที่ท่านผู้นั้นได้มอบให้กับเหล่าสาวกอย่างพวกเรา รวมถึงแผนที่จะโค่นล้มทั้ง 7 สำนัก และยึดวิชาทุกอย่างมาไว้ที่ท่านผู้นั้นเพียงคนเดียว ”
พรึ่บบ !!!
พวกมันถอดเสื้อคลุมสำนักกระบี่หมื่นเงาออก ปรากฏเป็เสื้อคลุมดำเช่นเดียวกับพวกลูกสมุนที่โจมตีสำนักกระบี่เงา รวมถึง รอยสักรูปงูที่คอของพวกมันก็เช่นกัน
“ ไอพวกนรก !!!! ” อี้หยุนฟิวส์ขาดะโด่าออกมาจนสุดเสียง
โปรดติดตามตอนต่อไปและอย่าลืมกดติดตามเพื่อให้กำลังใจด้วยนะครับ
เมื่อนรกไม่ใช่แค่ชื่อน้ำพริกอีกต่อไป