กู่ตงหยางจ้องมองหญิงสาวเยาว์วัยตรงหน้าด้วยสีหน้างงงันเขาไม่เคยเจอผู้หญิงที่ไหนแล้วทำให้เขาอึ้งจนพูดไม่ออกถึงเพียงนี้ทั้งที่ผู้หญิงที่เขาเจอมาในชีวิตนั้นต่างก็เป็ผู้หญิงที่ห้าวหาญ กล้าแสดงออกและพูดอะไรอย่างที่ใจคิดอย่างไป๋หลาน ภรรยาของเพื่อนรักอย่างจางฮุ่ยิและคนที่เขาเห็นเป็น้องสาวอย่างเว่ยเฟิน ที่ต่างกันสุดขั้วแต่ก็เป็ผู้หญิงที่เก่งกล้าทั้งคู่แต่ถ้าเป็แบบนี้ที่พูดจาโผงผางถึงขั้นแสดงความรู้สึกในเชิงพิศวาสอย่างชัดเจนเขาไม่เคยพบเจอมาก่อนแม้กระทั่งผู้หญิงโคมเขียวที่ทำงานในสถานที่แบบนั้นก็ยังไม่เคยมีใครกล้าพูดลวนลามแสดงความในใจกับเขาเช่นนี้เรียกว่าั้แ่เกิดมาไม่มีผู้หญิงคนไหนเข้าใกล้เขาถึงขั้นนี้ดีกว่า
“ข้าอยากได้ท่าน ท่านเป็ของข้า”หญิงสาวย้ำอีกครั้งหนึ่งด้วยสีหน้าจริงจังและขยับตัวเข้าไปหาเขาในระยะที่ใกล้กว่าเดิม
กู่ตงหยางผงะ หูเขาไม่ได้ฝาดจริงๆเขาไม่เคยมีใครที่กล้าเข้ามาใกล้ถึงขนาดนี้ อย่าว่าแต่ผู้ชายเลยแม้แต่ผู้หญิงคนไหนก็ไม่กล้า
“แม่นางน้อย ข้าคิดว่าเ้าจำผิดคนแล้วข้าเกรงว่าจะไม่ใช่คนที่เ้ารู้จัก”กู่ตงหยางเหลียวไปมองรอบๆ ตัว ดีที่ว่าคนอื่นๆกำลังวุ่นวายกับเื่ของพวกเขา นอกไปจากนั้นที่นี่เป็กลางถนนเสียงอึกทึกครึกโครมค่อนข้างดังจอแจ ทำให้ไม่มีใครได้ยินที่นางพูดทั้งสองครั้งไม่อย่างนั้นกู่ตงหยางก็ไม่รู้ว่าคนอื่นจะมองเขาอย่างไร เมื่ออยู่ดีๆมีเด็กสาวคนหนึ่งมายืนะโบอกว่าเขาเป็ของนางทั้งที่เขาไม่เคยรู้จักกับเด็กสาวผู้นี้มาก่อนอย่างแน่นอน ยิ่งมาดูใกล้ๆ แบบนี้ใบหน้าคมเข้ม แต่ผิวขาวผ่องนวลเนียน ออกจะขาวอมชมพูมากกว่าสตรีคนอื่นๆ ด้วยซ้ำดวงตาคู่นั้นที่ดูดุๆ สวยคม ไม่ได้สวยหวานเหมือนกับแม่นางคนอื่นๆที่เขาเห็นและผ่านตาโดยทั่วไป นับว่านางเป็เด็กสาวที่ตาโตคมและดูเข้มมากในสายตาของเขา
“ท่านคือต้าเจียงจวิน ขุนพลกระบี่คู่ถูกมั้ย”เด็กสาวเอ่ยถามนางมั่นใจว่านางพูดกับชายหนุ่มไม่ผิดตัวอย่างแน่นอน
“ใช่ เื่นั้นก็ไม่ผิดแต่เ้า...ข้าไม่เคยเห็นมาก่อนจริงๆ”กู่ตงหยางพิจารณาอย่างถี่ถ้วนนึกอย่างไรก็นึกไม่ออก เขามั่นใจว่าเขาไม่รู้จักนางมาก่อนหรือว่านางจะรู้จักเขาฝ่ายเดียว? แต่จากที่ไหน ในสถานการณ์ใดกันล่ะในเมื่อเขาอยู่แต่สนามรบ วังหลวง และกับมิตรสหายในยุทธภพเท่านั้นแทบจะไม่ได้ไปที่ไหนนอกเหนือจากนี้
“ถ้าใช่ ท่านคือต้าเจียงจวิน ท่านก็คือของข้า”เด็กสาวย้ำและยื่นมือไปคว้าแขนของเขาเอาไว้
“แม่นางน้อย เ้ายังเด็กนัก ข้าเองก็เป็ผู้ใหญ่แล้วชายหญิงไม่ควรใกล้ชิด เ้ารู้ใช่มั้ย?”กู่ตงหยางพยายามจะดึงมือของเขากลับคืนมาเพราะรู้ว่านี่คือสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นเนื่องจากผิดประเพณีแต่ก็ไม่อยากจะกระชากกลับแรงเกินไปนักเพราะก็กลัวว่าสิ่งที่เขาทำจะเป็การทำร้ายจิตใจของเด็กสาวเยาว์วัยผู้นี้เกินไป
“ลูกพี่ลูกน้องของข้าที่อายุมากกว่าข้าเพียงหนึ่งปีนางแต่งงานและกำลังจะมีลูก ดังนั้นข้าไม่ใช่เด็ก ข้าดูแลตัวเองได้เป็อย่างดีไม่อย่างนั้นก็คงจะมาหาท่านถึงที่นี่ไม่ได้”เด็กสาวยึดข้อมือของกู่ตงหยางเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย
“เ้า...”กู่ตงหยางจนด้วยคำพูด อยู่ดีๆเขาก็เกิดอาการพูดไม่ออก ได้แต่จูงมือของเด็กสาวคนนี้ไปที่อื่นไปให้ห่างจากผู้คนให้เร็วที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้ ตอนนี้เป็สิ่งเดียวที่เขานึกออก
กู่ตงหยางพาเด็กสาวมาถึงที่สงบเงียบแห่งหนึ่งซึ่งไม่มีผู้คนพลุกพล่านเหมือนในตลาดเมื่อกี้นี้ตอนนี้เขาอยากจะดื่ม ‘ไอรัก’ ย้อมใจ หรือไม่ก็กระดกเข้าไปทั้งไห!
“แม่นางน้อย เ้าชื่ออะไร?”กู่ตงหยางคิดว่าเขาจะต้องพูดกับนางให้รู้เื่ให้ได้ไม่อย่างนั้นก็จะคาราคาซังกันอยู่อย่างนี้
“ข้าชื่อว่า...เอ่อข้าชื่อ...ซูเม่ย”ซูเม่ยเอ่ยออกไปด้วยความตะกุกตะกักแวบหนึ่งก่อนปรับสีหน้าและน้ำเสียงให้เป็ปกติเช่นเดิม
“ซูเม่ย ทำไมเ้าถึงได้พูดย้ำๆ ว่าข้าเป็ของเ้า? ข้าจำได้ว่าั้แ่เกิดมาจนถึงป่านนี้ที่บ้านของข้าไม่ได้หมั้นหมายใครไว้ให้กับข้าดังนั้นแน่นอนว่าเ้าไม่มีทางที่จะเป็คู่หมั้นคู่หมายของข้านอกไปจากนั้นข้าไม่เคยรู้จักเ้ามาก่อนอย่างแน่นอนข้าถึงได้บอกว่าเ้าน่าจะจำผิดคนแล้วละ”กู่ตงหยางย้ำอีกรอบหนึ่ง
“ข้าจำไม่ผิด ท่านพูดเองว่าท่านคือ ต้าเจียงจวินคนที่ข้า้าก็คือ ต้าเจียงจวิน ขุนพลกระบี่คู่ ดังนั้นก็คือท่าน”ซูเม่ยยืนกรานเจตนารมณ์ของนางอย่างชัดเจนด้วยน้ำเสียงที่มั่นคงเต็มไปด้วยความมั่นใจ
“ทำไมเ้าถึงพูดไม่รู้เื่”กู่ตงหยางเอียงคอเขาไม่เคยคิดฝันว่าตัวเองจะต้องมาเผชิญกับเื่อะไรแบบนี้
“เื่นี้เข้าใจยากตรงไหนกัน ข้าเป็ของท่านท่านเป็ของข้า สามีภรรยาก็เป็เช่นนี้”ซูเม่ยย้ำคำเดิม
กู่ตงหยางถอนหายใจ เขาจะทำอย่างไรล่ะเนี่ยในเมื่ออีกฝ่ายไม่รับรู้อะไรที่เขาพูดเลยสักอย่างในระหว่างที่ชายหนุ่มกำลังยืนคิดหาวิธีออกอยู่นั้น อยู่ดีๆเขาก็สังเกตเห็นบางอย่าง จึงได้คว้าตัวของซูเม่ยเข้ามาใกล้ตัว
“ระวัง!”
กู่ตงหยางเอาตัวเองบังซูเม่ยเอาไว้ เพื่อที่จะรับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้นแต่กลายเป็ว่าหญิงสาวขยับตัวมาข้างหน้ามายืนตรงหน้าของเขาประหนึ่งว่านางจะเป็คนปกป้องเขา
“เ้า...”กู่ตงหยางงงกับพฤติกรรมของซูเม่ยแต่เขายังไม่มีเวลาจะได้พูดคุยหรือซักถามใดๆทั้งนั้นก็เกิดเหตุการณ์บางอย่างที่ไม่คาดฝันขึ้น
คนร้ายจำนวนหนึ่งที่คลุมหน้ามิดชิดปรากฏตัวขึ้นแต่พวกเขายังไม่ทันได้พุ่งเข้ามาทำร้ายกลับเป็ซูเม่ยที่พุ่งตัวออกไปก่อนด้วยความรวดเร็ว เร็วกว่ากู่ตงหยางเสียอีกชายหนุ่มเองก็คว้าแขนของนางเอาไว้ไม่ทัน
ซูเม่ยคว้าแส้ที่อยู่ในแขนเสื้อของนางออกมาแล้วฟาดเข้าให้คนที่จะมาประทุษร้ายแส้ของนางรัดเข้าไปที่คอของคนผู้หนึ่งจนเขาเกิดอาการหน้าเขียวหายใจไม่ออกทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น ก่อนที่นางจะสะบัดข้อมือสะบัดฟาดแส้ไปอีกทางจนกระทั่งคนที่เหลือาเ็ ทุกคนต่างล้มลงระเนระนาดอย่างรวดเร็วลงไปที่พื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง แต่เมื่อซูเม่ยจะฟาดแส้ซ้ำพวกเขาเ่าั้ต่างก็ขยับเคลื่อนตัวหนีไปอย่างรวดเร็วแล้วหายวับไปกับตา
กู่ตงหยางยืนตะลึงอยู่ตรงนั้น เขาเคยเห็นฝีมือกระบี่ของไป๋หลานภรรยาของเพื่อนรักจางฮุ่ยิซึ่งเป็อดีตนักฆ่าหมื่นตำลึงทองของวังกุหลาบที่ลือชื่อในยุทธภพ และรู้ดีว่ากระบวนยุทธ์ของนางเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วแต่ทว่าเด็กสาวผู้นี้ใช้แส้ได้อย่างรวดเร็วยิ่งกว่าเสียอีกเรียกว่าเขายังไม่ทันกะพริบตา นางก็จัดการชายฉกรรจ์ทุกคนได้อย่างราบคาบทุกอย่างเกิดขึ้นต่อหน้ากู่ตงหยางอย่างฉับพลันมากจนเขาไม่ทันได้ตั้งสติใดๆทั้งสิ้นว่ากระบวนยุทธ์ของนางเป็เช่นไร เรียกว่าไม่เห็นเลยจะดีกว่าเพราะว่ามองไม่ทัน
“ท่านเป็อะไร เจ็บตรงไหนหรือไม่?”ซูเม่ยเดินกลับมาหาชายหนุ่มและยื่นมือไปสำรวจเขาั้แ่ศีรษะจรดเท้าด้วยความเป็ห่วงอย่างเห็นได้ชัด
“ข้า...ข้าไม่ได้เป็อะไร”กู่ตงหยางตอบไปอย่างงงๆ เขาก็ไม่เคยมีหญิงสาวที่ไหนมาซักถามเขาแบบนี้หรือว่าเข้ามาปกป้องไม่ให้เขาเจ็บ ปกติแล้วจะเป็เขาที่ปกป้องคนอื่นและเป็ฝ่ายถามว่าคนเ่าั้เป็อะไร าเ็เดือดร้อนที่ตรงไหนเขาจะได้ช่วยเหลือได้ ดังนั้นความรู้สึกที่เกิดขึ้นตอนนี้ของชายหนุ่มก็คือสับสนยิ่งนัก
“แน่ใจนะ ว่าท่านไม่ได้าเ็ที่ตรงไหน?”หญิงสาวไม่เพียงแต่ใช้มือสำรวจไปทั่วเนื้อตัวของกู่ตงหยางแต่ยังใช้มือพลิกตัวของเขาเพื่อดูด้านหลังด้วย
“มะ...ไม่เป็ไรจริงๆ แม่นางน้อย”กู่ตงหยางจะโวยวายแต่เมื่อเห็นสายตาของนางที่เต็มไปด้วยความเป็ห่วงมองมาเสียขนาดนั้นเขาก็เกิดอาการอึ้งจนพูดไม่ออก
“ดีแล้ว ค่อยยังชั่วหน่อยข้าไม่อยากให้สามีของข้าเป็อะไรไป”เด็กสาวพูดออกมาพร้อมทั้งถอนหายใจด้วยความโล่งอก
กู่ตงหยางขยับปากจะพูด แต่แล้วอยู่ดีๆเขาก็พูดไม่ออก เพราะไม่รู้จะพูดอย่างไรด้วย จึงได้แต่อ้ำๆ อึ้งๆอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
“มาเถอะ...กลับจวน”
กู่ตงหยางไม่ต้องถามซ้ำอะไรทั้งนั้นเพราะเด็กสาวเยาว์วัยคนดังกล่าวโผเข้ามาเกาะแขนเขาพร้อมทั้งส่งยิ้มให้อย่างร่าเริงประหนึ่งได้ของที่ถูกใจ กู่ตงหยางจ้องอยู่อย่างนั้นแบบมึนๆ ก่อนได้สติและเดินกลับไปที่จวนแบบงงๆ
เมื่อไปถึงที่จวนทุกคนก็มองเขาแบบแปลกๆเพียงแต่ว่าไม่มีนายทหารคนไหนกล้าพูดหรือกล้าถามอะไรแต่ทุกคนก็อดไม่ได้ที่จะชำเลืองมองไปที่หญิงสาวเยาว์วัยที่เกาะแขนของกู่ตงหยางตลอดเวลา
“สวยจัง”
“ใช่สวยมาก นี่ขนาดเด็กอยู่เลยยังสวยขนาดนี้”
“ถ้าโตนี่จะสวยขนาดไหน”
“แบบนี้มั้ยที่เขาเรียกกันว่างามล่มเมือง”
“น่าจะนะ ผิวเนียนละเอียดมาก”
“ใช่ๆเหมือนจะขาวกว่าแม่นางที่ข้าเคยได้พบเห็นมาด้วยซ้ำ”
“นั่นสินะ ขาวมากจริงๆ”
ฟางจื่อหานเดินมาได้ยินทุกคนกำลังพูดคุยกันอยู่พอดีพอทุกคนเห็นเขาก็เงียบสนิทเป็เป่าสาก ไม่มีใครกล้าพูดอะไรอีก นอกจากก้มหน้าลงมองที่พื้นพร้อมทั้งทำความเคารพฟางจื่อหาน
“เจียงจวิน”
“ท่านแม่ทัพ”
“ไปทำงานตามหน้าที่แล้วอย่าได้พูดถึงผู้หญิงของต้าเจียงจวินอีกไม่อย่างนั้นข้าจะตัดลิ้นพวกเ้าให้นกอินทรีกิน”ฟางจื่อหานปรามทุกคนแม้เขากำลังจะคิดอยู่ในใจว่ากู่ตงหยางไปพาผู้หญิงที่ไหนมาถึงที่จวนที่สำคัญที่สุดพามาทำไมด้วยเหตุผลใดก่อน
“รับทราบท่านแม่ทัพ!”
“เฮ้อ คราวนี้ท่านทำอะไรอีกล่ะ”ฟางจื่อหานบ่น ส่ายศีรษะไปมาแต่ก็เดินตรงไปยังห้องของกู่ตงหยาง
ภายในห้องของกู่ตงหยางเขาพาเด็กสาวเยาว์วัยที่เจอที่ตลาดมาไว้ในห้อง ตอนแรกก็ไม่รู้ทำไมถึงพามาที่นี่แทนที่จะเป็ที่ห้องสมุดห้องทำงานหรือที่อื่นๆ ในจวน แต่พอได้สติแล้วก็คิดว่าทำไมถึงได้พามาที่ห้องของเขาเพราะถ้าใครมาเห็นเข้าจะยิ่งไปกันใหญ่ไหม
“ซูเม่ยไหนเ้าลองบอกข้าหน่อยว่าทำไมเ้าถึงพูดแบบนั้นกับข้าที่ตลาดในวันนี้”
“ข้าเอ่อ....ข้าต้องแต่งงานกับท่าน”ซูเม่ยเอ่ยออกมาชัดถ้อยชัดคำแม้ว่าจริงๆ แล้วเสียงนางจะสั่นๆ และแปลกๆ ไปบ้างแต่นางก็ทำเป็เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“เหตุผลล่ะ?”กู่ตงหยางกำลังคิดว่าหรือว่าเขาไปสัญญากับใครเอาไว้อย่างนั้นเหรอแล้วก็ลืมไปแล้วหรือว่าจะเป็บิดามารดาของเขาที่ไปหมั้นหมายกับบุตรสาวของเพื่อนฝูงให้แล้วก็ลืมที่จะบอกเขา
“ข้า...ข้า...ข้ารักท่าน”ซูเม่ยพูดโพล่งออกไปหลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง
“ว่าไงนะ?”กู่ตงหยางใซ้ำซ้อนไปอีกวันนี้เขาใไม่รู้กี่รอบแล้วั้แ่ที่ได้รู้จักกับซูเม่ย เด็กสาวตรงหน้าของเขาอายุถ้าไม่สิบสี่ก็สิบห้า ยังเด็กมากในสายตาของเขาแล้วจะเข้าใจคำว่าความรักได้อย่างไรในเมื่อเขาอายุขนาดนี้เขายังไม่รู้เลยว่าความรักคืออะไร เพราะแค่มองเพื่อนฝูงมีความรักแล้วต้องผ่านอุปสรรคมากมายเกือบตายกันไม่รู้กี่ครั้งกี่หน เขาก็เหนื่อยแทนแล้วนอกไปจากนั้นด้วยความที่เป็ต้าเจียงจวิน เป็ขุนพลที่ต้องควบคุมดูแลกองทัพจะเอาชีวิตไปทิ้งไว้ในาเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ กู่ตงหยางจึงไม่คิดที่จะมีใครเพราะไม่อยากให้ภรรยาของเขาต้องเป็ม่ายแล้วนี่ถ้าเกิดซูเม่ยที่เอาตัวเองมาผูกกับเขา ถ้าเขาเกิดตายไปพรุ่งนี้นางไม่ต้องเป็ม่ายั้แ่ยังเด็กเหรอ!
“ข้าเลือกท่านท่านจะเป็สามีคนเดียวของข้าในชีวิตนี้”ซูเม่ยคว้าแขนของเขาเอาไว้ไม่ว่าจะอย่างไร นางจะไม่ไปจากที่นี่จนกว่าเขาจะตกคำรับปากรับนางเป็ภรรยาของเขา
“ดะ...เดี๋ยวก่อน เ้ารู้มั้ยว่าเ้าพูดอะไรออกมาเ้ายังเด็กนัก”กู่ตงหยางพยายามจะพูดด้วยเหตุผลแม้จะรู้สึกว่าไม่น่าจะรอด
“ข้าบอกท่านแล้วว่าคนอายุเท่าข้าตอนนี้แต่งงานมีลูกแล้วด้วยซ้ำ ข้าไม่ใช่เด็ก ดูแลตัวเองและท่านได้ ข้าทำหน้าที่ภรรยาให้ท่านได้”ซูเม่ยเอ่ยออกมาด้วยความจริงใจ
กู่ตงหยางปวดศีรษะขึ้นมาทันทีทำไมเขาไม่อยู่ในกองทัพ และกำลังรบรากับศัตรูนะทำไมจะต้องมาอยู่ที่นี่ตอนนี้และต้องมาปะทะคารมกับซูเม่ยด้วยปกติเขาพูดอะไรก็ไม่เคยมีใครเถียงทั้งนั้น แต่กับซูเม่ย ไม่ว่าเขาจะพูดอะไรนางก็ดูเหมือนว่าจะไม่ฟังเลยสักอย่าง
เสียงเคาะประตูที่หน้าห้องดังขึ้นทำให้กู่ตงหยางรีบเอ่ยขัดทันที ไม่อยากให้ใครเข้ามารบกวนเขาในเวลานี้เพราะกลัวว่าเื่ราวนี้จะบานปลายรู้ไปถึงหูของทุกคนแต่พอเขาได้ยินว่าเป็เสียงของใคร กู่ตงหยางก็แทบจะถลาไปที่ประตูเป็คนเปิดประตูเองเสียด้วยซ้ำแต่ทว่าฟางจื่อหานก็เปิดประตูเข้ามาเสียก่อน
“เ้ามาได้จังหวะพอดีเลย”กู่ตงหยางรีบเอ่ยขึ้นเหมือนกับเห็นกองทัพสนับสนุนในยามศึกา
“แม่นางน้อยข้าได้ให้คนจัดเตรียมห้องของเ้าเอาไว้ให้แล้ว ข้าจะพาเ้าไปดูดีมั้ย เผื่อว่าขาดเหลืออะไรข้าจะได้ให้คนจัดหามาให้เ้า”ฟางจื่อหานพูดไปยิ้มไปประหนึ่งกำลังปะเหลาะเด็กน้อย
“ขอบคุณท่านมาก แต่ข้าจะนอนกับสามีของข้า”ซูเม่ยยืนกรานด้วยรอยยิ้ม
“สามี?…”ฟางจื่อหานคราวนี้นิ่งไปเลยและพูดอะไรไม่ออก เขารีบหันตัวกลับเพื่อเดินกลับไปที่ประตู
“เดี๋ยว เอ่อซูเม่ยเ้าอยู่ที่นี่ไปก่อนนะข้า...เอ่อ...ข้ามีเื่เกี่ยวกับกองทัพต้องคุยหน่อย”กู่ตงหยางรีบคว้าข้อมือของฟางจื่อหานเอาไว้แล้วแทบจะเป็ฝ่ายลากชายหนุ่มออกไปจากห้องของเขา
กู่ตงหยางลากฟางจื่อหานไปที่ลับตาหลังจากที่เหลียวซ้ายเหลียวขวาจนมั่นใจว่าพวกเขาอยู่กันตามลำพัง ปลอดจากผู้คนกู่ตงหยางก็เริ่มจะอ้าปากทันที แต่ก็ไม่ทันฟางจื่อหานที่พูดขึ้นมาก่อน
“บอกข้ามาสารภาพมาเดี๋ยวนี้ว่าท่านไปหมั้นกับลูกสาวบ้านไหนตอนที่เมาเหล้า?”ฟางจื่อหานไม่เคยคิดเลยว่าจะต้องมานั่งแก้ปัญหานี้ให้กับเขาเพราะนึกว่ากู่ตงหยางจะไม่สนใจผู้หญิงเสียอีกซึ่งที่จริงเขาจะมีผู้หญิงนั่นไม่ใช่ปัญหา แต่ว่าถ้าเด็กขนาดนี้คือมี!
“ข้าไม่เคยเลย เ้าจะบ้าเหรอเ้าเคยเห็นข้ามองใครหรือไง?”กู่ตงหยางเถียงคอเป็เอ็นน้ำเสียงของเขาตัดพ้ออย่างชัดเจน
“ไม่ต้องมามองหน้าข้าอย่างนั้น ท่านสารภาพมาดีๆว่าไปทำอะไร ถึงกลายเป็สามีของแม่หนูคนนั้น!”ฟางจื่อหานเท้าสะเอวถาม