พรลภัสถอดหมวดปีกกว้างที่เธอสวม จากนั้นถอดผ้าคลุมออกจากศีรษะทุยๆ ด้วยอากาศที่ร้อนมาก จึงทำให้เหงื่อเปียกชุ่ม จนเส้นผมเปียกไปหมด แต่เธอไม่ได้สนใจความสวยแต่อย่างใด จะสนใจก็แต่อาหารที่อยู่ตรงหน้า เพราะในขณะนี้เป็เวลาเที่ยงแล้ว ฃท้องร้องประท้วงขึ้นมาเป็ระยะๆ แล้ว
พรลภัสไม่รอช้า ลงมือกินอาหารตรงหน้าด้วยความหิว ไม่ใช่แค่พรลภัสหรอก คนงานทุกๆคนก็ตั้งหน้าตั้งตากินอาหารด้วยเช่นกัน พอกินกันอิ่มแล้วจะได้พักผ่อนกันตามอัธยาศัย ก่อนที่จะลุยงานกันต่อในเวลาบ่ายโมง
“คุณวีจะกินข้าวเลยไหมครับ?”
วุธธาที่เดินมากับกรวีร์ เอ่ยถามขณะที่เดินเข้ามาในโรงอาหาร ซึ่งที่ไร่นี้ กรวีร์ได้มีสวัสดิการให้กับคนงานของเขาพอสมควร ซึ่งหนึ่งในนั้นคืออาหารกลางวัน คนงานของไร่นี้จึงไม่มีใครอยากจะไปทำงานที่ไร่อื่น น้อยคนที่จะไปทำที่อื่น แต่โดยส่วนใหญ่จะทำงานอยู่ที่ไร่นี้มานานแล้วทั้งนั้น
“อืม”
ปากส่งเสียงตอบวุธธา แต่สายตาคมกริบกวาดมองหาร่างบางของใครบางคน และก็ได้เจอ ถึงผมดำสลวยของเธอจะเปียกลู่แนบศีรษะ กรวีร์ก็ยังรู้สึกว่าหญิงสาวตัวเล็กช่างน่ามองไปหมด
ไม่ว่าจะเป็ใบหน้ารูปไข่ ดวงตากลมโตคู่สวย จมูกโด่งคล้ายผลชมพู่ และปากบางจิ้มลิ้มน่าจูบ ที่เขาคิดไปไกลทีไรก็ทำให้ร้อนภายในกายแกร่งทุกทีสิน่า
“.........”
พรลภัสรู้สึกเหมือนมีใครกำลังจ้องมอง จึงหันไปมองและก็ต้องชะงักมือที่ถือช้อนค้าง อยู่ๆหัวใจดวงน้อยก็เต้นแรงรัวเร็วโดยไม่ทราบสาเหตุ ดวงตากลมโตคู่สวยจึงรีบหันกลับมา ก้มมองดูจานข้าวตรงหน้า พยายามทำตัวให้กลับคืนมาเป็ปกติ
‘ทำไมถึงเป็อย่างนี้ทุกครั้งที่เห็นเขานะ’
พรลภัสพร่ำพูดกับตัวเองอยู่ภายในใจ ไม่เข้าใจที่ทำไมตัวเองจึงเกิดอาการประหม่า หวั่นไหว เขินอาย ทุกครั้งที่ได้เห็นและได้สบตาคมกริบคู่นั้น อาการและความรู้สึกนี้ ไม่เคยเกิดขึ้นกับผู้ชายคนไหนมาก่อนเลย
“เป็อะไรพร? อิ่มแล้วเหรอ?”
“ยะ ยังหรอกจ้ะ”
พรลภัสตอบคำถามน้ำเพชรแบบตะกุกตะกัก พอพูดจบก็ลงมือกินอาหารตรงหน้าต่อ โดยพยายามไม่สนใจชายหนุ่มตัวโต ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็เ้าของไร่แห่งนี้อีก เพราะถึงเธอจะสนใจเขา เธอคิดว่าคนอย่างเขาคงจะไม่มาสนใจเธอหรอก เขาเป็ใคร เธอเป็ใคร ก็รู้ๆ กันอยู่
และในตอนนี้ กรวีร์ได้เดินไปนั่งลงที่โต๊ะ โดยมีวุธธานั่งร่วมโต๊ะด้วยอีกคน จากนั้นแม่ครัวก็ลำเลียงอาหารมาขึ้นโต๊ะ กรวีร์จึงเริ่มลงมือกินอาหาร ซึ่งปกติเขาไม่ถือตัวกับคนงาน ไม่ว่าจะคนไหนๆ และเขายังชอบนั่งกินข้าวร่วมกับคนงานอย่างนี้ด้วย
“นี่ๆ พึ่งมาทำงานวันนี้วันแรกเหรอ?”
เมื่อพรลภัสกินข้าวอิ่มแล้ว เธอถือจานไปเก็บ ในจังหวะที่วางจานข้าวลงไว้ในกะละมัง ก็มีเสียงของอวยพล ซึ่งเป็คนงานในไร่นี้เหมือนกัน ถามด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้นที่อยากจะรู้จัก และอยากจะพูดคุยสานสัมพันธ์กับพรลภัส
“ใช่จ้ะ”
พรลภัสส่งยิ้มหวานให้อวยพล ก่อนจะตอบคำถามของอวยพล ด้วยน้ำเสียงและท่าทางที่เป็กันเอง แต่การพูดคุยของคนทั้งสอง หาได้รอดพ้นจากสายตาคมกริบ ที่มองเขม็งมา ด้วยสายตาที่เหมือนจะไม่ค่อยพอใจสักเท่าไร
“พี่ชื่อพลนะ น้องชื่ออะไรเหรอ?”
“ชื่อพรจ้ะ”
อวยพลถามชื่อเสียงเรียงนามของพรลภัส ซึ่งหญิงสาวตัวเล็กก็ได้ตอบไป ด้วยใบหน้าที่เปื้อนด้วยรอยยิ้มเช่นเดิม และรอยยิ้มนั้นช่างทำให้กรวีร์ขัดหูขัดตาซะเหลือเกิน
‘นี่เธอจะยิ้มหวานให้กับทุกคนเลยหรือยังไงกัน’
เพลี๊ยง!!!!!!......
กรวีร์ค่อนขอดพรลภัสอยู่ภายในใจ อย่างไม่ใคร่สบอารมณ์สักเท่าไร และพอได้เห็นว่าอวยพลยังคงพูดโน่นถามนี่พรลภัสไม่ยอมหยุดสักที กรวีร์ก็เผลอวางช้อนแรงๆ ลงบนจานข้าว เกิดเป็เสียงดัง ทำให้คนงานต่างพากันใ หันไปมองกรวีร์ไปตามๆ กัน หนึ่งในคนที่มองก็มีพรลภัสร่วมด้วย
๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓
อุ๊ย!!!...... แค่เขาพูดคุยกันเองนะคะคุณวี จะไม่พอใจไปทำไม ไม่ได้เป็อะไรกันสักหน่อยอะนะ......... ฝากเื่นี้ด้วยนะคะรีดขาาาาาาา ขอบคุณค่าาาา........................................................ ^_^ ^_^ ^_^ ^_^