ไป๋เฟยฉีพยายามที่จะลบความทรงจำในหัวของเขาที่มีต่อเหลียงกุ้ยเฟยเพราะนั่นมันหมายความรวมถึงพระโอรสสัตว์ประหลาดที่นางให้กำเนิดด้วย
เพราะนาง…ทำให้เขาถูกเหล่าขุนนางน้อยใหญ่ซุบซิบนินทาและหัวเราะเยาะว่าให้กำเนิดสายเืกาลกิณี สายตาของราษฎรที่เคยมองและยกย่องว่าเขาคือฮ่องเต้ที่เปี่ยมล้นไปด้วยบุญญาบารมีคือ โอรสจาก์ที่จักรพรรดิแห่ง์ประทานมาให้เป็พรแก่ไป๋กว๋อแปรเปลี่ยนมาเป็ตัวตลกที่ให้กำเนิดตัวประหลาดที่ทั้งอัปลักษณ์และทั้งน่าเกลียดน่ากลัว จากความรักที่มีให้แก่เหลียงกุ้ยเฟยเปลี่ยนเป็ความเกลียดชัง เขารู้สึกเกลียดนางยิ่งนัก
วันนี้ไป๋เฟยฉีแทบจะไม่ชายพระเนตรแลพระโอรสกาลิณีของพระองค์เขาอยากจะลืมไปซะด้วยซ้ำว่ามีพระโอรสที่อัปลักษณ์ยิ่งกว่าอะไรทั้งหมดที่ผู้คนร่ำลือกันว่าน่าเกลียดน่ากลัวในใต้หล้านี้ฮ่องเต้ผู้ทรงอำนาจมองผ่านและมองข้ามพระโอรสองค์นี้มาตลอดเวลาบางครั้งก็ทำราวกับมองไม่เห็นเขา ทำราวกับเขาเป็อากาศธาตุน้อยครั้งที่เขาจะพูดจาสนทนากับเ้าสัตว์ประหลาดอัปลักษณ์ตัวนี้
อันที่จริงเขาอยากจะสั่งปะาพระโอรสองค์นี้ให้ตายตกไปตามพระมารดาหากแต่…ฮองเฮา หรือ เปี๋ยนลี่อิง ทรงขอเอาไว้และขอเอาไป๋เฟยิไปเลี้ยงดูด้วยตนเองเพราะตอนนั้นพระนางยังไม่ทรงมีพระโอรสและพระธิดาน้ำพระทัยของพระนางช่างประเสริฐนัก
ไป๋เฟยิเติบโตขึ้นมาท่ามกลางความเหงาและว้าเหว่ถึงแม้นว่าฮองเฮาจะทรงรับเลี้ยงเขาในฐานะพระโอรสบุญธรรมแต่พระนางหาได้ให้ความรักความใส่ใจต่อเขาไม่ เขาก็คือ…สัตว์เลี้ยงดีๆในตำหนักของพระนางนั่นเองไม่ใช่สัตว์เลี้ยงทั่วๆไปซะด้วย แต่เป็…สัตว์ประหลาด เขาต้องคอยหลบสายตาเย้ยหยันและขบขันของเหล่านางกำนัลและขันทีในตำหนักหลันฮวา(ดอกกล้วยไม้)มาเป็เวลาสิบกว่าปีจนกระทั่งได้รับแต่งตั้งเป็อ๋องจึงได้ย้ายออกมาอยู่ที่ตำหนักอ๋องนอกเขตวังหลวง
ไป๋เฟยิรู้ตัวดีว่าเขาเป็บุรุษที่ถูกผู้คนรังเกียจมากที่สุดถูกหวาดกลัวมากที่สุด ถูกผู้คนกดขี่ ข่มเหง อย่างหนักหนามากที่สุดหลังจากที่เข้าไปอยู่ในตำหนักหลันฮวาของเปี๋ยนฮองเฮาได้ไม่กี่ปีพระนางก็ให้กำเนิดพระโอรส ซึ่งก็คือ องค์ชายสิบสาม หรือ ไป๋เฟยหลงนั่นเอง หลังจากที่ไป๋เฟยหลงได้ก่อกำเนิดขึ้นชีวิตของไป๋เฟยิก็เหมือนตกนรก น้องชายผู้เปี่ยมล้นไปด้วยวาสนาบารมีผู้นี้ไม่เคยนับถือเขาว่าเป็พี่ชายกลับมองเขาเป็เพียงสัตว์เลี้ยงในตำหนักของพระมารดาเท่านั้นที่สำคัญ…ไม่ใช่สัตว์เลี้ยงที่พวกเขาจะต้องรักใคร่เอ็นดู ให้ความเมตตาหากแต่เป็สัตว์ประหลาดอัปลักษณ์ตัวหนึ่งเท่านั้น
ไป๋เฟยหลงเป็พระโอรสลำดับที่สิบสามของไป๋เฟยฉี แต่หากนับรวมทั้งพระโอรสและพระธิดาของไป๋เฟยฉีแล้วเขาคือลูกคนที่ยี่สิบ ส่วนไป๋เฟยินั้นเป็พระโอรสลำดับที่แปดแต่เป็ลูกคนที่เก้าของฮ่องเต้ เพราะลูกคนที่สี่ของไป๋เฟยฉีนั้นเป็องค์หญิงพระนาม องค์หญิงซือเมี่ยว หรือองค์หญิงใหญ่
ไป๋เฟยหลงนั้นทะนงตนว่าเป็พระโอรสของฮองเฮาสตรีที่มีศักดิ์สูงที่สุดในวังหลัง นั่นย่อมหมายความว่า ‘ศักดิ์’ของเขาย่อมเหนือกว่าองค์ชายองค์อื่นๆถึงแม้ว่าเขาจะเป็พระโอรสองค์ที่สิบสามของฮ่องเต้ก็เถอะแต่เขาไม่เคยเกรงและไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครองค์ชายทั้งหมดรวมสามสิบคน มีบางส่วนที่ยอมก้มหัวและประจบประแจงมาขอเป็พวกกับเขานั่นเพราะพวกองค์ชายเ่าั้รู้สินะว่าต่อไปในภายภาคหน้าเขานี่แหละจะได้เป็องค์รัชทายาทและเป็ผู้ครองบัลลังก์ัต่อจากเสด็จพ่อ แต่มีคนรัก ย่อมมีคนเกลียดเป็ที่รู้กันดีว่า ในวังหลวงนั้นหามิตรแท้ได้ยากยิ่งใครๆต่างก็รู้ว่าเหล่าบรรดาองค์ชายทั้งหลายต่างฝันใฝ่ในบัลลังก์ัทองพวกเขาต่างก็เชื่อว่าตนเองมีสิทธิ์ เพราะต่างก็เป็พระโอรสของฮ่องเต้เหมือนกันเป็เื่ธรรมดาที่จะเกิดการแก่งแย่ง ชิงดี ชิงเด่น กันขึ้นและตำแหน่งองค์รัชทายาทนั้นสามารถเปลี่ยนตัวบุคคได้ตลอดเวลาขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของฮ่องเต้
“ฮึ!พี่ใหญ่กับพี่รองคงร้อนรนน่าดูที่น้องชายลำดับที่สิบสามเช่นข้าได้ครองตำแหน่งองค์รัชทายาท”ไป๋เฟยหลงพูดอย่างลำพองใจ
“อย่างไรเสียเราก็ยังวางใจไม่ได้ตราบใดที่เ้ายังไม่ได้ขึ้นนั่งบนบัลลังก์ั” เปี๋ยนลี่อิงเตือนพระโอรส
“ท่านตาของลูกเป็ถึงท่านราชครูใครๆก็รู้ว่าราชครูเปี๋ยนนั้นฉลาดล้ำลึกเพียงใด ผู้ใดมันจะกล้ามาต่อกรกับลูกเสด็จแม่”
“องค์รัชทายาท…ทรงอย่าลืมไปว่า ตำแหน่งนี้สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา อีกอย่าง เท่าที่ตารู้มาองค์ชายใหญ่ ไป๋เฟยเทียน และ องค์ชายรอง ไป๋เฟยหย่า นั้นเป็คนที่มีความสามารถ เป็ที่จับตามองพวกเราจะดูแคลนและประมาทไม่ได้” ราชครูเปี๋ยนเป็บุรุษที่เจนจัดในเื่ของราชสำนักและการดูคน
“ฮึ!มีความสามารถงั้นรึ?” ไป๋เฟยหลงองค์รัชทายาทหรือไท่จื่อหมาดๆทำเสียงฮึดฮัดในลำคออย่างไม่พอใจที่แม้แต่ท่านตาของตนยังอดชื่นชมความสามารถขององค์ชายใหญ่และองค์ชายรองไม่ได้
ไป๋เฟยเทียน หรือท่านอ๋องใหญ่เป็พระโอรสของของจื่อหวงกุ้ยเฟยผู้เย่อหยิ่งเพราะนางถือว่าบิดาของนางคือแม่ทัพจื่อแม่ทัพไร้พ่ายที่ยิ่งใหญ่หากไร้ซึ่งบิดาของนางแล้วแผ่นดินไป๋กว๋อคงจะไม่มั่นคงเป็ปึกแผ่นเช่นทุกวันนี้ไป๋เฟยเทียนเป็พระโอรสองค์แรกของฮ่องเต้ แน่นอน เขาย่อมได้รับความโปรดปรานไม่น้อยอีกทั้งตัวเขาเองนั้นยังมีความสามารถทางด้านการสู้รบอีกทั้งยังมีวิชาตัวเบาที่หาตัวจับได้ยาก สิ่งเหล่านี้ทำให้ฮ่องเต้ภาคภูมิใจในตัวพระโอรสองค์โตที่สามารถเชิดหน้าชูตาเขาได้
ส่วนองค์ชายรองไป๋เฟยหย่าหรือ ท่านอ๋องสองนั้น มีความสามารถโดดเด่นในการบรรเลงพิณใครๆต่างก็รู้ว่าฮ่องเต้ไป๋เฟยฉีนั้นทรงโปรดปรานดนตรีและการระบำรำฟ้อนขนาดไหนไป๋เฟยหย่ามัดถูกเรียกตัวเข้าเฝ้าเป็กรณีพิเศษเวลาที่ฮ่องเต้อยากจะสำราญพระหทัยในขณะชมสวนดอกไม้และจิบชาพระองค์มักจะให้พระโอรสองค์ที่สองบรรเลงเพลงพิณจนกว่าจะผล็อยหลับไป พอตื่นขึ้นมาก็จะประทานรางวัลมากมายให้แก่ไป๋เฟยหย่าเขาจึงได้ชื่อว่าเป็ท่านอ๋องที่มั่งคั่งที่สุดในบรรดาพระโอรสของฮ่องเต้